บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
กฏหมายน่ารู้
หัวข้อสาระ


ให้แต่ตึกแต่ไม่ให้ที่ดิน
ข้อกฎหมายสำหรับอาคารพาณิชย์
ภาษีเงินได้บุคคล (อัตราภาษีก้าวหน้า)
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (รวมภาษีท้องถิ่น)
ค่าจดจำนองที่ดิน
ค่าธรรมเนียมการโอน
ค่าอากร
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (รวมภาษีท้องถิ่น)
หลักเกณฑ์ที่บริษัทประกันภัยใช้ในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
กฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องการตรวจสอบอาคาร
ข้อคำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
การขออนุญาติซื้อปืน
การตีความกฏหมายไทย
การรับรู้รายได้สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ภาษีโรงเรือน
ต่อเติมบ้านอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
กฎหมายใหม่ ระยะร่นอาคาร ตึกแถว ทาวน์เฮาส์ และบ้านแฝด
"สิทธิหน้าที่ของลูกจ้าง"
"สิทธิหน้าที่ของนายจ้าง"
แก้กม.ที่ดินให้ต่างชาติซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินได้
ย้อนปมต่างชาติฮุบที่ดิน จาก
'สมุดปกขาว'ชี้ซื้อขายหุ้นชินฯผิดกฏหมาย
กฏหมาย บ้านแถว ห้องแถว ตึกแถว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด...
กรมที่ดิน รื้อกฎหมายจัดสรร12ประเด็น
สัญญาบัตรเครดิต สำคัญไฉน...?
สิทธิผู้ป่วย 10 ประการ
ซื้อบ้าน ต้องเตรียมเงินมากกว่าราคาบ้าน
ประกันคืออะไร ?
คำแนะนำในการไปติดต่อสถานีตำรวจ
สิทธิและหน้าที่ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
กันสาดหรือระเบียง
เมาสุรา-ตรวจเลือด
อำนาจหน้าที่ อำนาจและหน้าที่ หรือหน้าที่และอำนาจ
คำแนะนำเมื่อท่านถูกหลอกลวง หรือถูกโกง
การบริหารหมู่บ้านตามกฎหมายจัดสรรใหม่
ค่าปรับผู้ไม่มี พ.ร.บ.?
จ่ายเช็คไม่มีเงิน มีสิทธิติดคุก
อาคารที่สร้างเพื่อใช้เป็น อาคารจอดรถ ห้ามเปลี่ยนแปลง!
ลิฟต์ที่คุณใช้อยู่ปลอดภัยแค่ไหน ??
กฎกระทรวง "การกำจัดน้ำเสียและขยะออกจากอาคาร"
ต่อเติมบ้านแบบไหนไม่ต้องขออนุญาต
สิ่งก่อสร้างที่ไม่ต้องนำแบบไปขอนุญาตปลูกสร้าง
ใบอนุญาตปลูกสร้างต้องรอนานแค่ไหน?
เปลี่ยนแปลงแต่ไม่ได้ดัดแปลงอาคาร?
กรรมสิทธิ์ ไม่ใช่ สิทธิ์
ถมที่ด้วยขยะได้มั๊ย?? ถูกกว่าตั้งเยอะ
ความสูงอาคารวัดกันยังไง
ถนนเส้นใหญ่หรือเส้นเล็กตาม พรบ. จัดสรรที่ดิน
ประเภทอาคารกับขนาดของที่ดินตาม พรบ.จัดสรรที่ดิน
ลักษณะอาคารจอดรถตามกฎหมาย
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำฉบับใหม่
หมัดน็อคเจ้าหนี้นอกระบบ
โดนดอกเบี้ยโหดควรทำอย่างไร
คิดดอกเบี้ยพ่วงค่าธรรมเนียม ทำได้หรือไม่
ข้อควรรู้ กรณีว่างงาน
ตัวอย่าง) คดีหนี้บัตรเครดิต
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543
หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภค
เงินล่วงหน้า เงินประกันสัญญา เงินประกันผลงาน ?
ความรู้ทั่วไปด้านลิขสิทธิ์
เมื่อบ้านถูกเวนคืนจะทำอย่างไร
เจ้าที่ดินเสียชีวิตโดยที่ยังไม่ได้โอนให้ลูก
การโอนลอยที่ดิน
กฎหมาย.. หมิ่นประมาท/ดูหมิ่น
รู้ทันกฎหมาย : แยกสินสมรส
พ.ร.บ.ต่างด้าวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์
สิทธิของคนซื้อบ้าน
ภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ดิน
คนต่างด้าวกับการถือครองที่ดินในไทยทำได้หรือไม่
รู้ทันกฎหมาย : สัญญายอม
ที่ดินได้รับภาระจำยอม ถ้าไม่ใช้ประโยชน์เลย จะหมดอายุหรือไม่
ผู้ซื้อจะได้อะไรจากกฎหมายจัดสรรใหม่
การบริหารหมู่บ้านตามกฎหมายจัดสรรใหม่
เมื่อถูกยึดทรัพย์ต้องทำอย่าไร
การครอบครองปรปักษ์-วัดสวนแก้ว
ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
ค่ารักษาพยาบาลพนักงานเป็นรายจ่ายได้หรือไม่
ก่อสร้าง'หอพัก'ในที่ดินจัดสรร มีสิทธิถูกระงับก่อสร้าง-ทุบทิ้ง
ซื้อบ้านขายทอดตลาด
ขายบ้านอย่างไร....ไม่ต้องเสียภาษี
จะจัดการทรัพย์สินอย่างไร หลังบิดามารดาเสียชีวิต
พรบ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ขับรถ 'ชนคนตาย' แบบไหนถึง 'รอดคุก'
เมื่อบ้านถูกเวนคืนจะทำอย่างไร
ภาษีธุรกิจเฉพาะ
บ้านจัดสรร รับประกันกี่ปี
กฎกระทรวง2548 กำหนดผู้ตรวจสอบอาคาร 9 ประเภท
เมื่อบ้านถูกเวนคืนจะทำอย่างไร
ค่าใช้จ่ายส่วนกลางกับนิติบุคคลบ้านจัดสรร
ผู้มีสิทธิรับมรดกกรณีไม่มีพินัยกรรม
คดีแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
กฎกระทรวงกำหนด ผู้ตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548
ครม.อนุมัติมาตรการภาษีตุ้นการลงทุน
กฎหมายบุริมสิทธิ์...ผลประโยชน์ของผู้รับเหมาที่ (ถูก) มองข้าม
ข้อบัญญัติห้ามสร้างตึกสูงรอบวังสระปทุม
รัฐลุยเก็บภาษี "พื้นที่ว่างเปล่า"
ทำความรู้จัก...ศาลผู้บริโภค
อาคารร้างยอมให้ขออนุญาตใหม่ถึง 4 พ.ย. 2557

        แก้กม.ที่ดินให้ต่างชาติซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินได้

หมวด : กฏหมายน่ารู้    
จำนวนคนอ่าน 2774    

แก้กม.ที่ดินให้กรรมสิทธิ์ต่างชาติ ทีม"บุญคลี"ชงบอร์ดBOI
(ที่มา ประชาชาติธุรกิจ)
กระแสทุนนอกรุกคืบครอบงำธุรกิจไทยไม่หยุด คณะทำงานชุด "บุญคลี ปลั่งศิริ" ชงเรื่องบีโอไอเสนอขอแก้ไขกฎหมายเปิดทางถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้อย่างเสรี อ้างต่างชาติต้องการลงทุนพัฒนาอสังหาฯแบบครบวงจร ด้านดีเวลอปเปอร์ไทยมึนรัฐเอาใจทุนข้ามชาติออกนอกหน้า ชี้หมดทางสู้แน่เพราะทั้งกำลังเงิน คอนเน็กชั่น จับตาต่างชาติเมินร่วมทุนเบนเข็มลงทุนเองเบ็ดเสร็จ

หลังจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาและกำหนดมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมสำคัญที่ยังมีการลงทุนน้อยหรือยังไม่มีการลงทุนในประเทศไทย ขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2548 ผ่านไปเพียง 2 เดือน คณะทำงานชุดนี้ก็ได้ข้อสรุปที่สั่นสะเทือนไปทั่ววงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการเสนอให้ยก "กรรมสิทธิ์" ในที่ดินให้แก่ต่างชาติ

ด้วยข้ออ้างที่ว่า เพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ซึ่งแนวคิดดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังเข้ามาว่า คณะทำงานกำลังเปิดช่องทางที่จะยก "ประเทศไทย" ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนและกุมสภาพธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้มากขึ้น ขณะที่กำลังมีกระแสวิจารณ์กันมากเกี่ยวกับที่ตระกูล "ชินวัตร" ขายธุรกิจ (โทรศัพท์เคลื่อนที่/ดาวเทียม) ในเครือชินคอร์ปให้เทมาเส็ก

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า คณะทำงานเพื่อศึกษาและกำหนดมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ยังมีการลงทุนน้อยหรือยังไม่มีการลงทุนในประเทศชุดนี้ ประกอบไปด้วยบุคคลสำคัญชั้นนำของกลุ่มทุนใหญ่ อย่างนายบุญคลี ปลั่งศิริ ประธานคณะทำงาน, นายชาติศิริ โสภณพนิช รวมไปถึงนายศุภัช ศุภชลาศัย และรองเลขาธิการ BOI โดยคณะทำงานได้กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรม 7 กลุ่มที่ BOI จะต้องให้ความสำคัญในการสร้างแรงจูงใจแก่นักลงทุนเป็นพิเศษ ได้แก่

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง, กลุ่มพัฒนาบุคลากรและองค์กร, กลุ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, กลุ่มสนับสนุนการท่องเที่ยว, กลุ่มแฟรนไชส์ในต่างประเทศ, กลุ่มกิจการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และที่สำคัญก็คือ กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่ว่า ทำอย่างไรจะเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินด้านอสังหาริมทรัพย์ของประเทศได้บ้าง

เปิดช่องต่างชาติได้กรรมสิทธิ์

คณะทำงานชุดของนายบุญคลีได้เสนอมาตรการ 3 มาตรการให้แก่นักลงทุนใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบไปด้วย 1)มาตรการที่ BOI สามารถดำเนินการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมได้ทันที ได้แก่ การกำหนดสิทธิประโยชน์ขั้นต่ำเป็นเวลา 3 ปี (2549-2551) เพื่อเป็นการ promotion พร้อมกับให้สัญญากับนักลงทุนว่า หากในอนาคตมีการปรับสิทธิประโยชน์ใหม่ในทางที่ดีขึ้น ผู้ลงทุนในช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะได้รับสิทธิตามเกณฑ์ใหม่ทันที

แต่มีข้อน่าสังเกตว่า เฉพาะกลุ่มสนับสนุนการท่องเที่ยว กับกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะได้สิทธิประโยชน์มากกว่ากลุ่มอื่น คือ การกำหนดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจดทะเบียนหรือส่วนผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 2:1

2)มาตรการเพิ่มเติมที่อยู่นอกเหนืออำนาจของ BOI คณะทำงานได้เสนอให้กรมที่ดินให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแก่ต่างชาติ เพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร และเสนอให้กรมสรรพากร "ยกเว้น" ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ การ "ยกเว้น" ภาษีเงินปันผลหรือกำไรจากต่างประเทศ และการตัดค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินให้เร็วขึ้นเพื่อใช้เป็น tax credit รวมไปถึงการให้ tax allowance ด้วยการนำค่าใช้จ่ายบางประเภทมาใช้เป็น tax coupon ได้ด้วย

และ 3)มาตรการในส่วนที่จะเพิ่มความสะดวกให้กับนักลงทุน ด้วยการพยายามให้ BOI เป็นหน่วยงาน one stop shop อย่างแท้จริง โดยการนำเอาระบบไอทีเข้ามาใช้เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน

"จากข้อเสนอของคณะทำงานชุดนายบุญคลี ได้มุ่งไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาก ถึงกับกล้าเสนอในเรื่องนอกเหนืออำนาจของ BOI ซึ่งเป็นผู้ตั้งคณะทำงานชุดนี้ขึ้นมา ก็คือ การให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแก่ต่างชาติ เรื่องนี้ได้กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย เพราะต่างชาติไม่ได้เข้ามาหวังที่จะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร แต่ส่วนใหญ่มุ่งที่จะเข้ามาซื้อยกโครงการ แถมยังได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยตรงเข้าไปอีก ซึ่งในประเด็นนี้อยากจะให้กรมที่ดินพิจารณาข้อเสนอนี้ดีๆ ว่า ผู้เสนอมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า" ผู้เกี่ยวข้องในวงการอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งให้ความเห็นกับ "ประชาชาติธุรกิจ"

กบข.แจงเหตุร่วมทุนสิงคโปร์

นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ต่อกรณีดังกล่าวว่า ทาง กบข. ได้เซ็นสัญญาเอ็มโอยูกับทางเทมาเส็กแล้วเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญเรื่องการลงทุนทั่วไป แต่ไม่ได้ระบุลงทุนเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตั้งแต่เซ็นสัญญาร่วมกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีโครงการ (project) ใดที่อยากจะทำร่วมกัน

"ตอนนี้ผมยืนยันว่ายังไม่มีโครงการใดที่จะลงทุนร่วมกันและไม่คิดว่าจะต้องดึงมาร่วมลงทุน โดยเฉพาะเกี่ยวกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผมถามกลับว่า ทำไมเราถึงต้องเลือกสิงคโปร์เข้ามาลงทุนด้วย ในเมื่อทุนไทยเองก็มีตั้งเยอะ ถ้า กบข.จะทำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เราก็ทำเองได้ กบข.ก็มีเงินตั้งเยอะ ที่เราเซ็นเอ็มโอยูร่วมกันเป็นการลงทุนทั่วไปที่มองว่าลงทุนแล้วให้ผลตอบ แทนดี ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นว่าจะลงทุนอะไรด้วยกัน" นายวิสิฐกล่าวย้ำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วที่รัฐบาลกำลังพิจารณาจะเปิดช่องให้ ตปท.ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นจะมีผลกระทบอย่างไร นายวิสิฐกล่าวว่า "เรื่องนี้ผมยังไม่ทราบ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดได้เร็วๆ นี้"

ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วมีความเห็นอย่างไรที่ปัจจุบันนี้ทุนสิงคโปร์ไหลเข้ามาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นายวิสิฐกล่าวว่า "ผมเสียดายที่ไทยไปขายให้สิงคโปร์ คือ ต้องมองอย่างนี้ในช่วงที่เกิดวิกฤตปี 1997 ไทยอาจลำบากที่ประเทศไม่มีเงินต้องให้ต่างชาติเข้ามา แต่ตอนนี้ประเทศเรามีกองทุนตั้งเยอะแยะ ทั้งกองทุนประกันสังคม กบข."

ส่วนกรณี กบข.กับเทมาเส็กมีนโยบายจะลงทุนอย่างไรนั้น นายวิสิฐกล่าวว่า "การลงทุนจะมีการพิจารณาความเหมาะสมว่าจะลงทุนเพิ่มไหม แต่ไม่ได้จำกัดตัวเองว่าต้องเป็นสิงคโปร์ อาจเป็นประเทศอื่นก็ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีโปรเจ็กต์ลงทุนอะไร ที่ผ่านมาก็ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เองได้อยู่แล้ว ถ้าขนาด 3-4 พันล้านบาท เงินในประเทศมีอยู่แล้ว กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ก็ใหญ่พอ

กรมที่ดินอ้างไม่ง่าย

แหล่งข่าวจากกรมที่ดินเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" เกี่ยวกับกรณีที่บีโอไอเสนอให้มีการขอแก้ไขกฎหมายที่ดินเพื่อเปิดให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินว่า กรมที่ดินยังไม่ได้รับทราบข้อเสนอดังกล่าว และแผนงานปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่อยู่ในความดูแลของกรมที่ดินในปีนี้ก็ไม่มีเรื่องนี้ มีเฉพาะการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.อาคารชุด ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการยกร่างรายมาตรา เป็นไปได้ว่าเรื่องนี้ยังเป็นเพียงแค่แนวคิด ซึ่งหากมีการสั่งการให้พิจารณาคณะทำงานปรับปรุงกฎหมายของกรมก็คงหยิบยกขึ้นพิจารณา โดยเชิญตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความเห็นว่าควรจะดำเนินการอย่างไร และต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันในจุดไหนบ้าง

อสังหาฯไทยหวั่นโดนยึด

นายสมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ให้ความเห็นว่า การเปิดให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินในประเทศไทยได้น่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯมาก เพราะค่าเงินต่างชาติสูงกว่าค่าเงินไทยมาก ทำให้สามารถซื้อที่ดินได้จำนวนมาก จึงเห็นว่าการเปิดควรเปิดแบบมีเงื่อนไข เช่น กำหนดวงเงินให้เข้ามาลงทุน กำหนดจำนวนที่ดินที่เปิดให้ถือครองกรรมสิทธิ์ รวมทั้งกำหนดระยะเวลาในการถือครอง เพื่อไม่ให้เกิดการเก็งกำไร นอกจากนี้การเข้ามาถือครองกรรมสิทธิ์ควรให้ถือครองเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น การให้ถือกรรมสิทธิ์เพื่อพัฒนาโครงการคิดว่าไม่จำเป็น เนื่องจากผู้ประกอบการไทยพัฒนาได้อยู่แล้ว จึงน่าจะให้เข้ามาในรูปของการร่วมทุนกับ

ผู้ประกอบการไทยมากกว่า

"ที่สำคัญถ้าต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ ผู้ประกอบการไทยจะตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกำลังเงิน คอนเน็กชั่น ที่

นักลงทุนต่างชาติมีกับลูกค้าต่างชาติ ดังนั้นหากจะดำเนินการในส่วนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรพิจารณาให้ดี หากจะให้ถือครองได้จริงก็ควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไปและให้เวลาผู้ประกอบการไทยปรับตัวด้วย" นายสมเชาว์กล่าว

สอดคล้องกับความเห็นของนายชายนิด ศิริโง้วมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ที่มองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่และต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และอาจมีผลกระทบทั้งด้านลบและด้านบวกในวงกว้าง เท่าที่จำได้เรื่องนี้เคยมีการหยิบยกขึ้นพิจารณาหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังวิกฤตเศรษฐกิจซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลต้องการดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

ครั้งนั้นฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่าการเปิดให้นักลงทุนต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้จะดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี เพราะทรัพยากรที่ดินจะตกไปอยู่ในมือต่างชาติ และมีผลกระทบด้านความมั่นคง สุดท้ายได้มีการออกกฎหมายเปิดให้ต่างชาติเข้ามาเช่าที่ดินได้ในระยะยาว คือสามารถเช่าที่ดินได้เกินกว่า 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาเช่าได้อีก

ดังนั้นเมื่อกฎหมายเปิดช่องให้ต่างชาติที่ต้องการเข้ามาลงทุนสามารถเช่าที่ดินระยะยาวได้อยู่แล้ว ก็คิดว่าน่าจะใช้ช่องทางนี้เป็นช่องทางในการดึงนักลงทุนต่างชาติที่สนใจเข้ามาลงทุน แต่หากจะมีการผลักดันแก้ไขกฎหมายอีกครั้ง ถึงขั้นให้มีการถือครองโดยเปิดโอกาสให้ต่างชาติมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ อาจน่าจะมีการระดมความคิดเห็นจากหลายๆ ฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปที่ดีที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้าเปิดโอกาสให้ต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้คิดว่ารูปแบบการเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้ของต่างชาติในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะมีการลงทุนทางตรง คือ ซื้อที่ดินพัฒนาโครงการเอง มากกว่าการเข้ามาร่วมทุนกับผู้ประกอบการอสังหาฯไทย

เผยเกณฑ์ต่างชาติถือครองที่ดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันกฎหมายเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดินในประเทศไทยได้โดยการเช่า และถือครองกรรมสิทธิ์ดังนี้

การเช่าตาม พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 โดยสามารถเช่าที่ดินได้เกิน 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี และสามารถต่ออายุการเช่าได้อีกไม่เกิน 50 ปี

การถือครองกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 ทวิ ที่กำหนดให้คนต่างด้าวสามารถซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยในประเทศไทยได้ไม่เกิน 1 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2545 โดยมีหลักเกณฑ์เงื่อนไข 1.นำเงินมาลงทุนในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และต้องดำรงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี 2.ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

3.ต้องนำเงินมาลงทุนในธุรกิจหรือกิจการประเภทใดประเภทหนึ่ง คือ 3.1 ซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นหรือดอกเบี้ย 3.2 ลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน หรือกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

3.3 ลงทุนในทุนเรือนหุ้นของนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน 3.ลงทุนในกิจการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ประกาศให้เป็นกิจการที่สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน

4.ที่ดินต้องอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายผังเมือง และอยู่นอกเขตปลอดภัยในราชการทหาร ฯลฯ

และอาจได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินโดยได้รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรม โดยที่ดินที่ได้รับมรดกเมื่อรวมกับที่ดินที่มีอยู่แล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด เช่น ที่อยู่อาศัย ครอบครัวละไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่อพาณิชยกรรมไม่เกิน 1 ไร่ เพื่ออุตสาหกรรมไม่เกิน 10 ไร่ ที่ใช้เพื่อเกษตรกรรม ครอบครัวละไม่เกิน 10 ไร่ เป็นต้น

มีรายงานข่าวว่าแนวคิดในการแก้ไขกฎหมายเปิดให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนหนึ่งมาจากการประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสิงคโปร์ (Singapore-Thailand Enhanced Economic Relationship : STEER) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2548 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอทเอราวัณ กรุงเทพฯ ซึ่งหัวหน้าคณะฝ่ายไทยได้แก่ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และหัวหน้าคณะฝ่ายสิงคโปร์ ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม Mr.Lim Hng Kiang โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจสำคัญ 4 ฉบับ

หนึ่งในนั้น เป็นการลงนามเอ็มโอยูระหว่างกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และ Temasek Holdings ของสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาความร่วมมือระหว่าง กบข.และTemasek Holdings ในการร่วมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในลักษณะที่เป็นเครือข่ายวิสาหกิจ (cluster)

ทั้งนี้ เครือข่ายวิสาหกิจพิเศษ (special development cluster) ไทยกับสิงคโปร์จะอำนวยความสะดวกให้มีการร่วมทุนระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในบางพื้นที่ที่เป็นเขตพิเศษ (special zones) หรือ development cluster ที่มีการจัดตั้งวิสาหกิจที่มีลักษณะเกื้อหนุนกันและสอดคล้องกับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เช่น เครือข่ายวิสาหกิจด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D Cluster) ซึ่งผู้ที่เริ่มนำร่องลงทุนในโครงการดังกล่าวจะได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากรัฐบาล

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายรับทราบความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยกับสิงคโปร์ โดยกลุ่มบริษัทอมตะได้ลงนาม MOU กับ Singapore Ascendas เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) ในเขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกด้วย