บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ก่อนจะซื้อบ้าน
หัวข้อสาระ


ซื้อบ้านเพื่ออยู่ในลักษณะลงทุนดีอย่างไร ทำไมถึงคุ้มสุดๆ….
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด
ข้อจำกัดของระบบก่อสร้างบ้านแบบสำเร็จรูป
มาตรการส่งเสริมตลาดบ้านมือสอง
เรื่องที่ควรรู้ก่อนซื้อบ้าน
เอกสารหลักฐานที่ผู้กู้ต้องเตรียมก่อนยื่นกู้
การเลือกระยะเวลากู้ให้เหมาะสม
ซื้อบ้านมือสอง ต้องดูอะไรบ้าง
เส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ 9 สาย
หลักปฎิบัติ 5 ประการ ....ก่อนกู้เงินซื้อบ้าน
หลักการวิเคราะห์สินเชื่อ
ประมาณเงินดาวน์และราคาบ้านที่จะซื้อได้
ตารางคำนวณเงินงวดผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย
ตรวจข้อมูลการเวนคืน ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน
วิธีเลือกกู้ “ สินเชื่อ” ต่อเติม-ตกแต่งบ้าน
ถนนเศรษฐกิจเชื่อมสัมพันธ์ ไทย-ลาว-เวียดนาม
คุม18ถนนรอบสุวรรณภูมิ ห้าง-ตึกแถวหมดสิทธิเกิด
กทม.คุมเข้มระยะร่น15ม. ถนนวงแหวนอุตฯ-หลวงแพ่ง
สาระ "เมื่อคิดจะสร้างบ้าน"
ปฏิทินกิจกรรมอสังหาฯ
โครงข่ายการคมนาคมขนส่งในอนาคต
ฮวงจุ้ยกับการเลือกซื้อบ้าน
ประเมินรายได้ก่อนซื้อบ้าน รับมือดอกเบี้ยขาขึ้น
ฉลาดคิด.. พิจารณาซื้อบ้าน 5 ทำเลเด่น ตามแนวเส้นคมนาคมสายใหม่
ปัจจัยหลักตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน (ธอส.)
เคล็ด(ไม่)ลับ 20วิธีเลือกซื้อบ้านประหยัดพลังงาน
เรื่องที่ควรตรวจสอบ!! ก่อนเลือกซื้อโครงการ
คิดให้ดีก่อนเลือกซื้อ“บ้านสำเร็จรูป”
เคล็ด(ไม่)ลับวิธีเลือกซื้อบ้านประหยัดพลังงาน
เรื่องที่ควรตรวจสอบ.. ก่อนเลือกซื้อโครงการ
บ้านหรือที่อยู่อาศัยตรงกับทางสามแพร่งอยู่ได้หรือไม่?
ซื้อคอนโดฯอย่างมืออาชีพ
ข้อแนะนำ "การซื้อบ้าน"
ดู "ฮวงจุ้ย" พื้นฐาน
พื้นฐานความรู้สินเชื่อ
วิธีการประเมินเครดิตโดยผู้ให้กู้
พื้นฐานความรู้การรีไฟแนนซ์
คำนวณการรีไฟแนนซ์อย่างง่ายๆ
ข้อพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน
เคล็ด(ไม่)ลับ 20วิธีเลือกซื้อบ้านประหยัดพลังงาน
เรื่องที่ควรตรวจสอบ!! ก่อนเลือกซื้อโครงการ
เลือกซื้อบ้านอย่างไร ให้ได้ตามหลักฮวงจุ้ย
สคบ.แนะวิธี ไม่ให้ถูกเอาเปรียบ เมื่อเลือกซื้อ คอนโดฯ
เทคนิคเลือกซื้อห้องชุดใหม่
รูปแบบการซื้อขายบ้านมือสอง
10 ยุทธวิธีเลือกซื้อห้องชุดมือสอง
นาทีทองกู้ซื้อบ้าน/แบงก์ดัมพ์ดอกเบี้ย
วิธีการประเมินกำลังเงินว่าจะซื้อบ้าน และผ่อนบ้านได้หรือไม่
ข้อดีของการมีบ้านเป็นของตนเอง
ผ่อนแบบขั้นบันได-คงที่…อย่างไหนดี ?
เรื่องควรรู้…ก่อนซื้อบ้านระบบสำเร็จรูป
การประเมินราคาอสังหาฯ เรื่องพื้นฐานที่ควรรู้
ค่าใช้จ่ายในการกู้ซื้อบ้าน
หลัก 5 ประการก่อนกู้เงินซื้อบ้าน
ความหมายและการเลือกใช้ “อัตราดอกเบี้ย” ให้เหมาะสม
ข้อควรระวัง ในการซื้อบ้านจากการขายทอดตลาด
ซื้อบ้าน คือ การลงทุน?
10ข้อเตือนใจผู้บริโภค ก่อนซื้อบ้าน-คอนโดหลังแรก

        ถนนเศรษฐกิจเชื่อมสัมพันธ์ ไทย-ลาว-เวียดนาม

หมวด : ก่อนจะซื้อบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 3128    

ถนนเศรษฐกิจเชื่อมสัมพันธ์ ไทย-ลาว-เวียดนาม

หากมีโอกาสไปเยือนจังหวัดมุกดาหารยามนี้จะพบว่ามีการ ก่อสร้างขนาดใหญ่กำลังดำเนินการอย่างขะมักเขม้น นั่นคือ การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 2 บริเวณบ้านบางทรายใหญ่ และ บ้านสงเปือย ทอดข้ามฝั่งด้วยระยะทาง 1,600 เมตร ไปลงที่บริเวณบ้านท่าอุดมและบ้านนาแก ของเมืองคันทะบุรี แขวงสะหวันนะเขต ของ สปป.ลาว ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากและคาดว่าจะเสร็จภายใน อีกสองปีข้างหน้า


สะพานข้ามแม่น้ำโขง

ถนนหมายเลข 9 ในลาว

ถนนเศรษฐกิจเชื่อมสัมพันธ์

สะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 2 นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ พัฒนา ที่เรียกว่า East-West Corridor ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่ง โครงการนี้รวมการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่จังหวัดมุกดาหารของไทย และการพัฒนาเส้นทางหมายเลข 9 จากสะหวันนะเขตของ สปป.ลาวไปสู่ชายแดนเวียดนามที่ลาวบาว ก่อนจะไปบรรจบกับเส้นทางหมายเลข 1 ของเวียดนามสู่ท่าเรือน้ำลึก โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่งที่จะทำให้พื้นที่ที่มีการพัฒนาน้อย ซึ่งตั้งอยู่บนเขตแนวดังกล่าวได้มีการพัฒนามากขึ้น

สำหรับการปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 9 ในลาว จากจุดตัดที่เซโนไปจนถึงเวียดนามมีระยะทางประมาณ 83 กิโลเมตร โดยผ่านพื้นที่ยากจนในสะหวันนะเขตของ สปป.ลาว คือเมืองเซโปน (Sepone) เมืองพิน (Phine) เมืองอุทุมพอน (Outhoomphone) เมืองอาดสะพังทอง (Atsaphangthong) เมืองท่าพะลานไซ (Thaphalanxay) และไปเชื่อมโยงกับเส้นทางหมายเลข 9 และหมายเลข 1 ในเวียดนาม ซึ่งเป็นพื้นที่ยากจนในเวียดนาม ได้แก่ เมือง Cum Lo, Dakyong, Huong Ho ในจังหวัดกวางจิ (Quang Tri)

โครงการพัฒนาดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับสามประเทศหลัก คือ ไทย ลาว และเวียดนาม ขณะนี้มีความคืบหน้า ไปมาก โดยในประเทศลาวได้มีการปรับปรุงถนนหมายเลข 9 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และสามารถร่นระยะเวลาเดินทางจาก สะหวันนะเขตไปถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาวชายแดนเวียดนาม-ลาว ได้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่ในเวียดนามก็มีการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน การยกระดับท่าเรือ เทียนซาที่ดานัง และอื่นๆ รวมทั้งการก่อสร้างอุโมงค์ไฮวานเสร็จแล้ว เหลือเพียงการปรับปรุงถนนในเขตจังหวัดภาคกลางซึ่งก็ใกล้แล้วเสร็จ ในส่วนประเทศไทยการก่อสร้างสะพาน ข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 2 ก็คาดว่าจะเสร็จในอีกสองปีข้างหน้า

ผลกระทบด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

ขณะที่การเชื่อมต่อเส้นทางดังกล่าวคืบหน้าไปมาก สิ่งที่ไทยควรให้ความสนใจขณะนี้ คือ เรื่อง ผลกระทบทั้งแง่บวกและแง่ลบที่จะเกิดขึ้นในด้านต่างๆ จากการมีสะพานและการใช้ประโยชน์จากเส้นทางหมายเลข 9 ในอนาคต ซึ่งในเรื่องนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในฐานะหน่วยงานวิจัย ได้สนับสนุนให้สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ทำการวิจัย “ผลกระทบจากการพัฒนาเส้นทางหมายเลข 9 ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสร้างเสริมกลไกท้องถิ่นเพื่อจัดการผลกระทบที่เกิดขึ้น” เพื่อประมวลและประเมินสถานการณ์ฉายภาพอนาคตว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไร ขึ้นบ้าง และควรเตรียมการรองรับอย่างไร ซึ่งได้มีการนำเสนอผลการศึกษาแก่ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน องค์กรเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ไปเมื่อเร็วๆ นี้ที่จังหวัดมุกดาหาร

ศ. ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง ผอ.สกว.ศ. ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง ผอ.สกว. กล่าวว่า การศึกษาดังกล่าวเป็นการวิจัยระยะแรกทำในช่วงก่อนและเริ่มก่อสร้างสะพาน พื้นที่ศึกษาทั้งในฝั่งไทยและลาว และบางด้านเลยไป ถึงเวียดนามด้วย เป็นการสำรวจและประมวลสถานการณ์ ที่เป็นอยู่ขณะนี้แล้วมองไปข้างหน้าว่าจะเกิดผลอะไรขึ้นบ้าง ทั้งด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสิ่งแวดล้อม และ อีกด้านหนึ่งที่สำคัญคือการพัฒนากลไกของภาคประชาชน ทำให้ได้ฐานข้อมูลที่เรียกว่า Base Line Data ที่ทำให้สามารถติดตามผลกระทบรวมทั้งประเด็นปัญหาต่างๆ ได้อย่าง เจาะลึกและชัดเจนขึ้นในการศึกษาวิจัยระยะที่ 2 ที่กำลัง จะมีขึ้นต่อไปในหลายประเด็น

รศ. ดร.พุทธกาล วัชธร คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ นำเสนอผลวิจัยผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ ว่า ในด้านการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อการกำหนดให้แต่ละจังหวัดมีการผลิตสินค้าทั้งหมดเพิ่มขึ้นหลังจากที่มีการเปิดใช้สะพานและถนนหมายเลข 9 พบว่าหากไม่มีการขยายโครงข่ายการขนส่งภายในประเทศเพื่อรองรับแล้ว ต้นทุน ค่าขนส่งสินค้าและความต้องการด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานของแต่ละจังหวัดจะเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนเรื่องการควบคุมชายแดนข้ามประเทศและการค้าชายแดน พบว่ามีความสำคัญมากที่สุดสำหรับการค้าระหว่างไทยกับลาว จังหวัดที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุดคือ หนองคาย รองลงมาคือ มุกดาหาร และอุบลราชธานี การค้าชายแดนไทย-ลาว ยังมีอุปสรรคที่สำคัญอยู่หลายประการ ทั้งทางด้านภาษีศุลกากรและมิใช่ภาษีศุลกากร เช่น ทางการประเทศลาวกำหนดให้สินค้าบางประเภทห้ามนำเข้าและ ส่งออก หรือมีการจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้า (โควต้า) ในสินค้าหลายประเภท ดังนั้น ประเทศไทยกับลาวจะ ไม่สามารถได้รับผลประโยชน์จากการมีสะพานข้ามแม่น้ำโขง และถนนที่ทำให้เดินทางได้รวดเร็วขึ้นอย่างเต็มที่ หากอุปสรรคการค้าระหว่างไทยกับลาวอื่นๆ อีกมากมายยังมิได้ถูกขจัด ออกไป เป็นต้น


ชีวิตริมโขง

ส่วนผลกระทบทางด้านสังคม ศ. ดร.สุภางค์ จันทวานิช จากสถาบันเอเชียศึกษา ได้นำเสนอว่ามีปัญหาหลายประเด็นที่น่าห่วง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ทำการเกษตรน้อยลง ปัญหาขยะและน้ำเสีย รวมทั้งชุมชนแออัดที่เกิดจากการ ขยายเมือง ปัญหาคุณภาพเส้นทางคมนาคมและบริการ ขนส่งที่ดี ตลอดจนบริการทางอากาศที่ไม่สะดวก ประชากรบางส่วนอพยพออกไปทำงานที่อื่น ทำให้มีการเคลื่อนย้าย เข้ามาของแรงงานจากต่างถิ่นและแรงงานต่างด้าว ปัญหา ด้านสาธารณูปโภคอื่นๆ ขณะที่ปัญหาด้านคุณภาพชีวิตก็พบว่า มีการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และการบริการทางสาธารณสุขที่เพียงพอ การประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีรายได้น้อย และการประมงที่มีการกำหนดเขตแดนและ ช่วงเวลาในการออกหาปลา การขาดแคลนสถานศึกษาในระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา ประชากรวัยทำงานบางส่วน อพยพออกไปทำงานที่อื่นทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เกิด การขาดแคลนแรงงาน นำมาสู่การย้ายถิ่นของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นปัญหาคุณภาพชีวิตด้านวัฒนธรรมที่น่าสนใจ เช่น การปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนบางส่วนเข้าไปเที่ยวในสถานบริการในเวลากลางคืน มีสถานบริการทางเพศแอบแฝง และผู้หญิงที่ให้บริการ ทางเพศบางส่วนข้ามมาจากฝั่งลาว และมีข้าราชการบางส่วนนิยมข้ามฝั่งไปใช้บริการทางเพศ ทำให้มีความเสี่ยงต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ ขณะที่ในเรื่อง การท่องเที่ยวก็มีปัญหาเรื่องเส้นทางคมนาคมในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว การขาดแคลนแรงงานระดับล่างในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร รวมทั้งไม่มีแหล่งงานรองรับธุรกิจ การท่องเที่ยว ยังไม่มีการจัดการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ และไม่มีการประสานเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยว กับจังหวัดใกล้เคียง เป็นต้น

สำหรับผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม ก็มีการนำเสนอไว้ว่าจะเป็นผลกระทบตามมากับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้าซึ่งมีรถบรรทุกเข้ามา การตั้ง โรงงาน รวมทั้งเรื่องของการกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว นั่นคือ มีการใช้ทรัพยากรในพื้นที่มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ อากาศ และป่าไม้ ซึ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องประมาณการว่าถ้าสิ่ง เหล่านี้เข้ามาอะไรมันจะเกิดขึ้นเพื่อจะได้ระมัดระวังป้องกัน ส่วนกลไกท้องถิ่นเพื่อจัดการผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นยังต้องการความร่วมไม้ร่วมมือทั้งคนมุกดาหารและจากภายนอก ที่ต้องร่วมกันตอบคำถามที่ว่า “เราจะอยู่ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมด้วยความร่วมมือและการประสานประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไร”

สำหรับผลการศึกษาดังกล่าวนอกจากการเผยแพร่สู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในระดับจังหวัดได้นำไปใส่ในแผนยุทธศาสตร์ 4 ปีของจังหวัดมุกดาหารซึ่งจะนำเสนอต่อรัฐบาล ขณะเดียวกันก็จะเผยแพร่สู่ภาคส่วนอื่นๆ ทั้งภาคธุรกิจเอกชน หน่วยงานท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อสร้างความรับรู้ สร้างความตระหนักต่อความเปลี่ยนแปลงและผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นในด้านต่างๆ ที่ควรจะสนใจและเตรียมพร้อม

การปรับตัวของท้องถิ่น

ประเสริฐ อังคะณาประเสริฐ อังคะณา กำนัน ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างสะพาน มีการเวนคืนที่ดินซึ่งชาวบ้านรู้สึกว่าราคาต่ำเกินไปจึงเกิดการเรียกร้องและต่อรองเกิดขึ้น กำนันประเสริฐ เล่าว่า เดิมชาวบ้านก็รับรู้เรื่องการสร้างสะพานมาเป็นระยะๆ จากที่ไม่เชื่อและไม่มั่นใจว่าจะมีการสร้างจริงในที่สุดก็มีการสร้างจริงๆ เราก็รู้สึกว่ามันจะต้อง มีความเปลี่ยนแปลงตามมาแน่ๆ แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นผลดี การทำมาหากิน การประกอบอาชีพก็คงจะมีช่องทางมากขึ้นจากเดิมซึ่งส่วนใหญ่ทำนา ทำการเกษตร เมืองมุกดาหาร ก็จะเติบโตขึ้น

ส่วนชาวบ้านจะปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทันหรือไม่ กำนันประเสริฐ ย้ำว่า ที่ผ่านมาเราก็ปรับตัวควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหา อันเป็นผลกระทบมาจากการสร้างสะพาน เช่น การเรียกร้องให้แก้ปัญหาน้ำเสียที่เกิดจาก การก่อสร้างขวางเส้นทางน้ำของชุมชน รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ซึ่งชาวบ้านเมื่อมีปัญหาก็จะมีการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหากันเป็นระยะๆ การปรับตัวถือว่าไม่น่าห่วง

เมื่อพิจารณาความพร้อมในเชิงเศรษฐกิจการลงทุน ตามเส้นทางนี้ สำหรับนักลงทุนไทย จะพบว่ามีนักลงทุนไทยเริ่มเข้าไปลงทุนในลาวและเวียดนามมากขึ้น เนื่องจากมีการส่งเสริมการลงทุนด้วยการให้สิทธิพิเศษต่างๆ และส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนที่ทำมาค้าขายกับประเทศในแถบนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะนักธุรกิจจากมุกดาหาร ซึ่งมีหลายรายเข้าไปลงทุนทำมาค้าขายสินค้าต่างๆ ตั้งแต่สินค้าเกษตร ไปจนถึง เครื่องใช้ไฟฟ้า การผลิตและประกอบชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ เช่น ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน ของ สปป.ลาว และเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาว เมืองกวางจิ ประเทศเวียดนาม เป็นต้น

สมปอง สงวนบรรพ์ กงสุลใหญ่ ประจำสถานกงสุล ไทย ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม กล่าวว่า เส้นทางนี้เป็นประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในภูมิภาค เกิดการเดินทางข้ามไปมาหาสู่กันได้สะดวกขึ้น เกิดความเข้าใจวัฒนธรรมของผู้คนในประเทศเพื่อนบ้านว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นอย่างไร พอถนนเกิดขึ้นการเดินทางไปมาหาสู่กันสะดวก แน่นอนอุปสรรคต่างๆ ก็ยังมีอยู่ซึ่งต้องร่วมมือและแก้ไขกันไป เช่น การผ่านแดน เดิมการจะเข้าไปเวียดนามต้องใช้วีซา แต่ปัจจุบันเวียดนามก็ได้ยกเลิกไปแล้ว เช่นเดียวกับ สปป.ลาวที่ก็ยกเลิกวีซาให้กับคนไทย เช่นกัน ดังนั้นเพียงมี Passport เราก็สามารถเดินทาง ผ่านลาวเข้าถึงเวียดนามได้

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะนำรถพวงมาลัยขวาเข้าไป โดยมีการหารือกันในหลักการกับทางการเวียดนามแล้ว อาจกำหนดพื้นที่ให้ในระยะทางไม่เกิน 7 จังหวัด อุปสรรคข้อขัดข้องกำลังแก้ไขลดลงไปเรื่อยๆ การเชื่อมต่อมาที่ ประเทศไทยประโยชน์ที่พูดกันตอนนี้คือ เราสามารถส่งสินค้า เข้าไปขายได้สะดวกขึ้นซึ่งนี่เป็นภาพในอนาคต ระยะทางน้อยลง ค่าใช้จ่ายการขนส่งน้อยลง สามารถประหยัดเวลาไปได้ 2-3 วัน นักลงทุนไทยก็เข้าไปลงทุนมากขึ้น โดยเรามีการ ค้าขายกับเวียดนามประมาณกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปีที่ผ่านมาอัตราการค้าระหว่างไทยกับเวียดนาม เพิ่มขึ้นสูงที่สุดในโลก สมมติเราค้าขายกับจีนเพิ่มร้อยละ 30 แต่เราค้าขายกับเวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 45 เป็นต้น

“เมื่อสะพานเปิดสิ่งที่เราจะได้คือ ตราบใดถ้าเราได้มิตรภาพ ได้การไปมาหาสู่กันกับประเทศเพื่อนบ้าน นั่นคือ สิ่งที่สำคัญที่สุด และสิ่งที่จะได้เป็นรูปธรรมตามมาคือ เรื่องการค้าขาย แต่ใครจะค้าขายเก่งกว่ากันนั่นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องปรับกันไป”

ทั้งนี้ มีนักธุรกิจไทยจาก จ.มุกดาหารรายหนึ่งไปลงทุนทำธุรกิจทั้งในลาวและเวียดนาม จากเดิมก็ทำการค้าใน เส้นทางนี้อยู่แล้วทั้งในลาวและเวียดนาม หลักๆ ก็เป็น การค้าขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า หรือสินค้าอะไรที่คนที่นั่นต้องการก็นำไปขาย ส่วนที่มีการลงทุนเพิ่มเมื่อมีการพัฒนาเส้นทางสายนี้คือ การผลิตสินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง ยี่ห้อ Super Horse โดยมีโรงงานผลิตที่เขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาว ที่เมืองกวางจิ ชายแดนเวียดนาม-ลาว ทำมาได้สามปีแล้ว เส้นทางตอนนี้ก็สะดวกมากขึ้น การขนส่งก็รวดเร็วขึ้น สำหรับแรงงานในระดับแรงงานฝีมือ ช่างเทคนิค ช่างควบคุมเครื่องเราก็ใช้คนไทย แต่ในระดับแรงงานฝ่ายผลิตก็ใช้คนเวียดนาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ตอนนี้ก็เป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น คาดว่าเมื่อเส้นทางเสร็จและมีการแก้ไขอุปสรรคข้อติดขัดต่างๆ ให้เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น


ลาวบาว

อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมทั้งหมดของผลการศึกษาในแง่ทัศนคติพบว่า ทั้งคนไทย คนลาว และคนเวียดนามต่างมีความรู้สึกดีต่อกันแม้จะมีความหวาดระแวงซึ่งกัน และกันอยู่บ้างในบางเรื่อง แต่การเดินทางไปมาหาสู่กัน และการใช้ประโยชน์ร่วมกันบนเส้นทางนี้จะทำให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจกันมากขึ้น ดังนั้น นอกจากการเป็น เส้นทางเศรษฐกิจแล้วยังเป็นเส้นทางมิตรภาพของทั้งสามประเทศอีกด้วย

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เอื้อเฟื้อข้อมูล