บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
หัวข้อสาระ


ระวัง! ผู้รับเหมาเทพื้นคอนกรีตหนาเพิ่มแถมฟรีๆ อันตรายนะ
ข้อปฏิบัติเมื่อกำลังก่อสร้างอาคาร
ทำอย่างไรเมื่อก่อสร้างเสร็จ
เอกสารที่จะต้องใช้ในการติดต่อขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
เทคโนโลยีในการผลิต “คอนกรีตมวลเบา”
คู่มือการตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
มารู้จัก วิศวกร สถาปนิก มัณฑนากร ผู้รับเหมา
คิดสร้างบ้าน หรือสิ่งก่อสร้าง ปรึกษาใคร
หาผู้รับเหมาสร้างบ้าน ไม่โกง ไม่โก่ง ไม่กด
ขั้นตอนการขออนุญาติปลูกสร้างอาคาร
ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
ใช้น้ำสกปรกผสมคอนกรีตทำให้บ้านพังได้
ฉาบอย่างไรไม่ให้บ้านร้าว
งานปูพื้นพรม
ปูนก่อและปูนฉาบ
ความรู้เกี่ยวกับ “หลังคา”
ขั้นตอนตรวจรับงานฝ้าเพดาน
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน
การใช้น้ำยากันซึมในการผสมคอนกรีต
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน
การใช้งานของปูนซีเมนต์แต่ละประเภท
สาระเรื่อง “รั้ว”
วิธีมุงกระเบื้องคอนกรีตและครอบ
รู้เรื่อง "เสาเอ็นของบ้าน"
วิธีการปูกระเบื้อง
ภาพการทำลายสิ่งปลูกสร้างโดยใช้ระเบิด
ชนิดของปูนฉาบสำเร็จรูป
การเผื่อวัสดุสูญเสีย ในการประมาณราคาก่อสร้าง
ระบบพื้นคอนกรีตอัดแรงในที่(Post-Tension)
การตรวจคุณภาพงานเหล็กเสริมคอนกรีต
การป้องกันและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในงาน ก่อสร้าง
มารู้จักส่วนประกอบของอาคารกันเถอะ
รู้เรื่อง "ถมดิน"
เคล็ด(ไม่)ลับ เลือก "คนสร้างบ้าน" ให้ถูกใจ
จะสร้างบ้านสักหลัง ต้องวางแผนก่อน
ทาสีผนัง
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นหล่อในที่
เกร็ดความรู้จาก ช่างก่อสร้าง
ข้อคิดที่สำคัญก่อนลงมือต่อเติมบ้าน
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร?
ทำไม้แบบ เขาให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนกันเท่าไร… จึงยังไม่อันตราย
มีปลั๊กฝังในเสา ต้องฝังให้ดี ….ไม่งั้นบ้านอาจพังได้
ท่อเอสล่อนแบบ สีเหลือง สีฟ้า และสีเทา ต่างกันอย่างไร?
ขัดมันใต้อ่างอาบน้ำ ช่วยกันการรั่วได้
ปลูกต้นไม้บนดาดฟ้า ต้องเตรียมการไว้ให้ดี
อย่าลืมสั่งซื้อขาวงกบห้องน้ำ ให้ยาวกว่าขาวงกบห้องธรรมดา
ไม้เต็งมาเลย์ทำวงกบได้ไหมเอ่ย ?
"ปรับปรุงบ้าน" ลดค่าไฟระยะยาว
ปัญหาการขาดความเสถียรของเข็มเจาะ (ชนิดเจาะแห้ง)
สร้างบ้านอย่างไร ? ไม่ให้งบบานปลาย
ทำหินขัดอย่างไรไม่ให้ร้าว
น้ำยากันซึมและน้ำยากันการแตกร้าว ใช้ผสมกันเลยได้หรือไม่
พื้นกระเบื้องให้อยู่ทนทานนานปี
ระบบน้ำดีภายในบ้าน ต้องมีถังพักน้ำก่อนเข้าปั๊มหรือเปล่า
ถังพักน้ำก่อนเข้าปั๊มบนดินกับใต้ดิน
ต้องใช้ถังเก็บน้ำบนดาดฟ้าหรือเปล่า
อย่าลืมท่ออากาศ
การเลือกใช้ไม้
สีทาไม้
"ระบบสุขาภิบาลในบ้าน"
บริเวณใต้อ่างอาบน้ำต้องขัดมัน
อย่าลืมรูระบายน้ำที่วงกบหน้าต่างอลูมิเนียม
ไขปัญหา..ต่อเติมบ้านแล้วมีรอยแยก-รอยร้าว
ปาเก้บ้านคุณ ขัดแล้วดูเป็นลอนน่าเกลียดหรือเปล่า
อย่าเตรียมพื้นผิวสำหรับปูหินอ่อน เท่ากับปาเก้ ….นะ
ระวังการปูวัสดุปูพื้นแตกต่างกัน มาชนกัน แล้วจบกันไม่ลง
กระจกมีกี่ชนิด แล้วจะเลือกใช้อย่างไร
Curtain Wall มีกี่อย่าง ?
ติดตั้ง Curtain Wall ต้องเตรียมการล่วงหน้า
การวางแผนติดฝ้าห้องน้ำไว้รองรับปัญหาในอนาคต
ติดมอบหรือบัวฝ้าเพดาน อย่าลืมโครงเคร่าไม้โดยรอบ
ฝ้าเพดาน (ไม้) ภายนอก เลือกอย่างไร
ห้องมีเสียงก้อง ….จะทำอย่างไรดี
ท่อส้วม ท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง เอียงได้แค่ไหน
ซื้อขาวงกบห้องน้ำ ควรให้ยาวกว่าขาวงกบห้องธรรมดา
ฝ้าเพดาน (ไม้) ภายนอก เลือกอย่างไร
คุณติดประตูบานเกล็ดที่ห้องน้ำผิดด้านหรือเปล่า
ไม้เต็งมาเลย์ทำวงกบได้ไหม?
ทำไม …ขอบวงกบประตูหน้าต่างมักจะมีรอยแตกร้าว ?
หลังคาเหล็กที่พังลงมา เกิดจากอะไร?
หลังคากระจก …. ต้องเป็น Laminated Glass เท่านั้น
เทคนิคการย้อมผิวไม้ให้งดงาม
การทำปูนสลัดเม็ดแทนการฉาบปูนตามเศรษฐกิจยุค IMF
การออกแบบแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปสำหรับสะพานโครงสร้างเหล็ก
เทคนิคการบ่มคอนกรีต...เรื่องสำคัญในงานก่อสร้าง
การทาสีบ้านด้วยปูนขาว
การแก้ปัญหาความขัดแย้งในงานก่อสร้าง
การคิดเนื้องานโครงสร้างในงานก่อสร้าง
10 ขั้นตอนตัด-ต่อท่อน้ำประปา
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นแบบหล่อในที่ แบบไหนดีกว่า
ห้องใต้หลังคา ทำอย่างไรไม่ให้เป็นเตาอบ
การมุงกระเบื้องหลังคาบนตึกสูง
ตะเฆ่สัน ตะเฆ่ราง คืออะไร ?
ซื้อหรือจ้างเขามาทำเฟอร์นิเจอร์ในครัว น่าตรวจเช็คอะไรบ้าง
อย่าประหยัดค่าพัดลมดูดอากาศในห้องครัว
โถส้วมติดตั้งได้ระดับหรือไม่ ดูอย่างไร
คู่มือการตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
การเทคอนกรีตที่มีความหนามาก ๆ ต้องทำอย่างไร
การเลือกสีควรเลือกจากแคตตาล็อก อย่าให้ผู้รับเหมาผสมเอง
ประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม ควรหนาเท่าใด
หลีกเลี่ยงการใช้ปูนพอกสันหลังคา ใช้ครอบหลังคาหรือปีกนกดีกว่า
ประตูสู่ด้านนอกอาคารจะต้องเปิดออก และวงกบวางอยู่บนพื้นนอกเสมอ
การติดตั้งถังเก็บน้ำที่เหมาะสม
ปูปาเก้ไม้แดง เผื่อช่องว่างที่ผนังไว้บ้าง
"กาบกล้วย" คืออะไร
"วัสดุกันความร้อนใยแก้ว"
ผนังโค้ง ๆ จะทำด้วยกระจกได้หรือไม่
ผนังกระจกสองแผ่นต่อกัน และกระเด้งได้ แก้ไขอย่างไร
ใช้ซิลิโคน (Silicone) ให้ถูกชนิด…..
Hard Cote กับ Soft Cote ของกระจกสะท้อนแสงต่างกันอย่างไร
โครงสร้างระบบ Post Tension ห้ามมีน้ำขังที่พื้นเด็ดขาด
ฤกษ์เสาเอกอาคารสมัยใหม่เขานับกันตรงไหน
Shop Drawing คืออะไร
สปริงเกอร์ (Sprinkler) คืออะไร ทำงานอย่างไร
"สายชำระ" ต้องอยู่ทางขวามือเสมอ
อย่าเสริมพื้นให้สูงขึ้นโดยวิธีเทคอนกรีตทับ
ขุดดินลึกแค่ไหนแพงเท่าไร
เสาเอ็นทับหลัง ต้องเทด้วยคอนกรีต ไม่ใช่ปูนทราย
อย่าเปลี่ยนพื้นห้องแถวชั้นล่างให้เป็น Slab on Beam
เสาเข็มสระว่ายน้ำ
พื้นระบบ Post Tension คืออะไร
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นแบบหล่อในที่ แบบไหนดีกว่า
ท่อ P.E. และ P.B. ต่างกันอย่างไร
มารู้จักการก่อสร้าง Diaphargm Wall กันเถอะ
การปรับปรุงคุณภาพดินโดยใช้ซีเมนต์คอลัมน์
การออกแบบรายละเอียดโครงสร้างเหล็ก
การแตกร้าวของปูนฉาบและ รอยแตกร้าวทั่วไป
การทรุดแตกร้าว อันเกิดจากธรรมชาติ-มวลดินวิบัติ และวิธีป้องกัน
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
การบ่มปูน สิ่งที่เรามักจะลืม
อิฐมวลเบา
การซ่อมแซมเสาปูนที่แตกร้าวด้วยตนเอง
วิธีหาท่อประปารั่วอย่างง่ายๆ
วิธีการป้องกันกำจัดปลวกโดยวางท่อก่อนการก่อสร้าง
การใช้น้ำยากันซึมในการผสมคอนกรีต
แนวทางพิจารณาสาเหตุ (เบื้องต้น) การทรุดตัวของอาคาร
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
The Millau Bridge สะพานรถวิ่งที่สูงที่สุดในโลก
สัมภาษณ์อ.ธเนศ วีระศิริ งานยกอาคารสุนันทาลัย
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
ทรุดแตกร้าวเต้องแก้ที่ต้นเหตุ
ปัญหาเข็มเจาะ ชนิดเจาะแห้ง(Dry proceed)
อยากให้บ้านเย็น ขังน้ำไว้ใต้ตัวบ้านจะดีไหม
กว่าจะมาเป็นหอไอเฟล
คำแนะนำการปูกระเบื้อง แกรนิโต้
ข้อมูลด้านเทคนิคของกระเบื้อง
ความรู้ทั่วไปเรื่องการก่อสร้างบ้าน
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
ปรับปรุงระบบไฟฟ้าในบ้านเก่า
ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
แก้ปัญหาฝ้า-เพดาน มีน้ำรั่วซึม
ซ่อมแซม-เปลี่ยนฝ้าเพดานใหม่
การย้อมสีเนื้อไม้ ("Wood Staining)
การทำสี เทคนิค และวิธีซ่อมแซมงานไม้
วิธีปูปาเกต์ไม้
วิธีซ่อมพื้นกระเบื้องเคลือบหรือกระเบื้องเซรามิค
ชนิดของพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่นิยมใช้ในอาคารพักอาศัย
วิธีทาสีบ้านให้สวยทนนาน
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
รอยร้าวใต้คานกับผนัง
ผนังห้องแตกเป็นลายงา
วิธีซ่อมบ้านไม้เอียง
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร
ข้อคิดในการใช้ “วัสดุยาแนว” อเนกประสงค์
อย่าออกแบบบานเกล็ดกระจกให้กว้างมากนัก
การบ่มปูน สิ่งที่เรามักจะลืม
สายดิน ประโยชน์และวิธีการติดตั้ง
วิธีปรับระดับน้ำในโถสุขภัณฑ์
การปูพื้นกระเบื้อง
วิธีการดูรายละเอียดข้างกล่องกระเบื้อง
ฟิล์มกรองแสง
ประเภท ฟิล์มกรองแสง
6 เทคนิคปรับปรุงสู่ “บ้านประหยัดพลังงาน”
เทคนิคการติดตั้ง "ลามิเนต"
การลงแป้งงานไม้
การย้อมสีไม้
เทคนิคการทำสี และวิธีซ่อมแซมงานไม้เฟอร์นิเจอร์
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอิฐมวลเบา
ตารางแปลงหน่วย
เลือกผู้รับเหมาฯ แต่งบ้าน ซ่อมบ้าน สร้างบ้าน ต้องรอบครอบ
ขั้นตอนการปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำ สปา เซาว์น่า
ขั้นตอนการปูกระเบื้องดินเผา
ขั้นตอนการปูกระเบื้องบริเวณห้องน้ำและห้องครัว
การซ่อมแซมบริเวณต่างๆ สำหรับติดตั้งระบบป้องกันการรั่วซึม
ต่อเติมอาคารใหม่ชิดอาคารเก่า …ระวังเข็มที่ตอกใหม่ ทำลายฐานรากเก่า
กระเบื้องปูพื้นที่มีผิวขรุขระ จะปูอย่างไร ไม่ให้มีน้ำขัง ? แล้วถ้าน้ำขัง จะมีตะไคร่ขึ้น

        การแก้ปัญหาความขัดแย้งในงานก่อสร้าง

หมวด : ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 8275    

การแก้ปัญหาความขัดแย้งในงานก่อสร้าง

บทนำ
                การมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องใดเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นได้เสมอในโครงการก่อสร้าง ไม่ว่าจะมีการวางแผนมาดีเพียงใดก็ตามความขัดแย้ง จะเกิดขึ้นซ้ำซากและจำเจในทุกๆ ขั้นตอนของงาน ก่อสร้างกับเจ้าหน้าที่ทุก ๆ เล่มและทุกระดับที่เกี่ยวข้อง ไม่มีใครสามารถวางแผน บริหารและควบคุม โครงการก่อสร้างไม่ให้เกิดความขัดแย้งได้ แต่เราสามารถทำให้ความเข้มของความขัดแย้ง (intensity of construction conflicts) ลดน้อยลง ไปจนถึงระดับที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จ ของโครงการได้ ผู้บริหารโครงการก่อสร้างบางคน ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอะไร เพราะกลัวผลที่จะเกิดตามมาอันเนื่อง มาจากความขัดแย้ง จึงทำให้แก้ปัญหาอะไร ไม่ได้ หน้าที่หลักอีกประการหนึ่งของผู้บริหาร โครงการก่อสร้าง (construction manager) คือ นอกจากจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้บริหารงาน ทางด้านเทคนิคแล้วยังจะต้องเป็น ผู้บริหารความขัดแย้งที่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือเรียกว่าผู้บริหารความขัดแย้ง (conflict manager) ด้วย ถ้าแก้ปัญหาความขัดแย้งได้มากและ ไม่มีผลกระทบกลับมาจนถึงกับทำให้ งานเสียหายก็จะได้รับการยกย่อง ว่าเป็นผู้บริหารโครงการก่อสร้างที่ดีเยี่ยม
ความขัดแย้งคืออะไร
                ความขัดแย้ง หมายถึง การที่บุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป มีความคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามทำความเข้าใจ ซึ่งกันและกันและร่วมมือกันเพื่อหาทางออก หรือข้อสรุปที่ดีที่สุดที่จะแก้ปัญหานั้นๆ ให้หมดไป โดยไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องเสียหน้า
ประเภทของความขัดแย้งที่มักเกิดขึ้นเสมอในโครงการก่อสร้าง
                จากประสบการณ์ที่ได้แก้ปัญหาความขัดแย้ง ในงานก่อสร้างมาหลายปีพบว่าความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นมีหลายชนิดสามารถเรียง ตามลำดับความมากน้อยที่เกิดได้ดังนี้ คือ
                1.  ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดระยะเวลา (schedule) เช่น งานนี้จะเริ่มเมื่อใด จะเสร็จเมื่อใด จะให้เวลาทำงานกี่วัน เป็นต้น
                2.  การจัดลำดับความสำคัญของงาน หรือของโครงการ(project priority) เช่น จะทำงานไหนก่อนหลังจึงจะดีที่สุด
                3.  ปัญหาทางด้านบุคลากร (manpowerresource) เช่น เมื่อใดต้องการช่างประเภทใดบ้างจำนวนเท่าใด ระดับฝีมือและค่าจ้าง เหมาะสมหรือไม่ จะมีวิธีการส่งเสริม ให้กำลังใจและการลงโทษอย่างไร
                4.  ปัญหาทางด้านเทคนิคการทำงานและทางเลือก เพื่อให้งานมีคุณภาพตามต้องการ (technical opinion and performance trade-off) เช่น การเทปูนอาคารสูงควรจะใช้การสูบ ด้วยปั๊มป์(pump) หรือใช้ปั้นจั่น(crane) ยกจึงจะดีกว่ากัน
                5.  วิธีการในการบริหารโครงการ (administrative procedure) เช่น จะจัดองค์กรอย่างไร ใครควรขึ้นกับใครงานใดควรทำเอง หรืองานใดควรจ้างเหมา
                6.  ปัญหาทางด้านบุคลิกภาพและนิสัยใจคอ (personality clash) จัดเป็นปัญหาทางอารมณ์ เช่น คนรู้สึกไม่ชอบหน้ากันทั้ง ๆ ที่ไม่มีเคยมีอะไรทะเลาะกันเลย ความอิจฉาริษยา ซึ่งกันและกัน การมีความรู้สึกว่าตัวเองดีกว่า เก่งกว่าผู้อื่น (ego) ส่วนใหญ่จะเกิดใน สำนักงานมากกว่าที่จะเกิดในงานสนาม
                7.  ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับราคาค่าก่อสร้าง (cost) เช่น ทำไมราคางานหรือ วัสดุชิ้นนี้นี้จึงมีราคาสูงกว่าที่ ควรจะเป็น
ที่มาของความขัดแย้งในงานก่อสร้าง
                ความขัดแย้งในงานก่อสร้างส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นได้ ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ ประการแรกเนื่องจากผล ประโยชน์แอบแฝง และประการที่สองเพราะ ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจในบทบาท หน้าที่และ ความรับผิดชอบของกันและกัน และที่สำคัญ คือ ต่างฝ่ายไม่ทำหน้าที่ ของตัวเองให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ได้ ระบุไว้ในบัญชีรายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ (job description) ชอบที่จะใช้เวลาไปตรวจสอบดู งานของคนอื่น ๆ ว่ามีข้อบกพร่องอะไรบ้างแทนที่ จะดูงานในหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเอง นอกจากนี้ เมื่อเริ่มตำหนิติเตียนคนอื่นมักจะไม่ตำหนิติเตียน ผลงาน แต่มักจะตำหนิติเตียนที่คนแทน จึงทำให้คนที่ทำผิดเกิดความรู้สึกปกป้องตัวเอง และไม่ยอมรับว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด ปัญหาทางอารมณ์จึงเกิดขึ้นตามหลังปัญหา ทางด้านเทคนิค ทำให้การแก้ปัญหาหายากขึ้น กว่าเดิมมาก เพราะจะมีความรู้สึก ว่าเสียหน้าตามมาด้วย ต่างฝ่ายต่างก็จะ เอาชนะกันไม่มีใครยอมใคร
ตั้งสติ..เมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น
                ทุกครั้งเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม จะต้องตั้งสติและหาคำตอบดังต่อไปนี้หรือในทำนอง เดียวกันนี้ให้ได้ว่า
                1.  จุดประสงค์ของโครงการที่ทำอยู่คืออะไร ขัดแย้งกับจุดประสงค์ของโครงการอื่นหรือไม่ เช่น การสร้างเขื่อนกับ การปลูกป่า มีจุดประสงค์ต่างกันจะต้องมีความขัดแย้ง แน่นอนไม่ต้องเสียเวลาไปเถียงกันใครมี หน้าที่อย่างไรก็ทำอย่างนั้นต่อไป
                2.  ทำไมจึงเกิดความขัดแย้งขึ้น เกิดในขั้นตอนใด เกิดได้อย่างไร มีพื้นฐานของปัญหาอย่างไรปัญหาใด เป็นเหตุและเป็นผลของปัญหาใด
                3.  ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งชนิดใด
                4.  ถ้าความขัดแย้งนี้ยังคงอยู่จะก่อ ให้เกิดปัญหาอะไรบ้าง มากน้อยเพียงใด
                5.  จะแก้ปัญหาความขัดแย้งนี้ได้อย่างไร
                6.  จะมีวิธีการอะไรบ้างหรือไม่ที่จะนำมาใช้ สำหรับวิเคราะห์หรือคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้น
หลักการเบื้องต้นในการป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง
                ก่อนที่ผู้บริหารโครงการก่อสร้างจะมอบหมายงานใดๆ ก็ตามให้ใครทำ ควรคำนึงถึงหลักการกว้างๆ ดังต่อไปนี้
                1.  ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะให้เขาทำอะไร ทำร่วมกับใคร เมื่อใด ใช้เครื่องจักรเครื่องมืออะไรบ้าง ต้องขึ้นตรงกับใคร และมีใครขึ้นตรงหรืออยู่ภายใต้ ความดูแลของเขาบ้าง
                2.  คำสั่งต้องชัดเจน เข้าใจง่าย และไม่ซับซ้อน
                3.  ตรวจสอบวัดความก้าวหน้าของงานที่ทำได้ อย่างเป็นรูปธรรม
                4.  งานที่ให้ทำต้องมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
                5.  ใช้ทรัพยากรในการดำเนินการตามที่มีอยู่ หรือสามารถจัดหามาได้ทั่วไป
                6.  ระยะเวลาที่กำหนดให้ทำงานนั้น ๆ จะต้องยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่งบประมาณโครงการ และคุณภาพของงาน จะต้องเป็นไปตามสัญญาและข้อกำหนด
กรณีต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง
                สาเหตุหรือกรณีต่าง ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง ในโครงการก่อสร้าง มีอยู่หลายประการ เช่น
                1.  การตั้งเงื่อนไขในงานก่อสร้างมากเกินไป หรือ ต้องการคุณภาพของงานไม่สอดคล้อง กับความเป็นจริงเช่น การต้องการให้ริมไหล่ถนน มีความแน่นเท่ากับบริเวณกลางถนน การกำหนด คุณภาพงานแบบนี้ทำให้เสียเวลาในการทำงานมาก และไม่จำเป็น เพราะสภาพการใช้งานจริง ๆ ไม่เป็นเช่นนั้นและจะก่อให้เกิดการโต้แย้งกัน ตลอดระยะเวลาในการทำงาน
                2.  พิจารณาตัวแปรที่สำคัญในงานก่อสร้าง ไม่ครบทั้ง 5 ตัว คือ ราคา เวลา คุณภาพ ความปลอดภัย และกฎหมายการควบคุมงานก่อสร้างโดยลืมตัวแปรใด ตัวแปรหนึ่ง จะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก เช่น ทำดินตก หล่นบนพื้นถนน เป็นการผิดกฎหมาย เป็นต้น
                3.  ช่วงกลางของโครงการก่อสร้าง จะมีงานต้องทำมาก ความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ ก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
                4.  การขัดแย้งกับผู้บริหารระดับสูง เรื่องเล็กก็ดูจะเป็นเรื่องใหญ่เพราะจะมีความรู้สึก เสียหน้าตามมาด้วยนั่นเอง
                5.  ความรู้ความชำนาญของบุคลากร แตกต่างกันมาก ถ้าคนที่ทำงานด้วยกันรู้ไม่เท่ากัน แต่มีหน้าที่เหมือนกันจะไม่มีใครฟังใคร จะทำให้ตลอดระยะเวลาในการทำงาน จะเกิดการโต้เถียงกันไปตลอดทาง ทำให้เสียเวลามาก แต่ได้งานน้อยหรือมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ่อยมาก
                6.  ผู้บริหารโครงการไม่มีอำนาจให้คุณ ให้โทษใครได้เลย จะทำให้ไม่มีใครเกรงกลัว หรือไม่มีใครกลัวใคร ทำให้ไม่สามารถ จะผลักดันโครงการหรือวิธีการก่อสร้างใหม่ ๆ ได้
                7.  กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบ ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าใคร มีอำนาจหน้าที่อย่างไร ใครต้องขึ้นตรงต่อ ใครหรือต้องประสานงานกับใคร
                8.  บุคคลสำคัญของโครงการเสียผลประโยชน์ หรือเสียหน้า จะทำให้เขาเกิดความรู้สึกต่อต้านในทุกๆ เรื่องที่สามารถทำได้
                9.  การประสานงานไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
แนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
                จากการวิจัยของ ฮาร์โรล เคอร์ซเนอร์ (Kerzer. 1994) พบว่าผู้บริหารโครงการ ก่อสร้างส่วนใหญ่ใช้วิธีการจัดการกับความขัดแย้ง ในงานก่อสร้าง 5 วิธี ดังนี้ คือ
                1.  ถอนตัวออกมาจากความขัดแย้งนั้น (withdrawal) หรือไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งส่วนตัว ที่ไม่ทำให้งานของส่วนรวมเสียหาย
                2.  ทำให้ความขัดแย้งนั้นดูเป็นเรื่องเล็ก และสามารถแก้ไขได้ (smoothing) หรือการลดปัญหา อย่าขยายปัญหา หรือขยายความขัดแย้งออกไป แต่จะต้องขยายสิ่งที่เห็นพ้องต้องกัน ให้เป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องนั้น ๆ โดยตรง
                3.  การประนีประนอม (compromising) ซึ่งจะมีได้และมีเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีผู้ใดแพ้หรือชนะแต่ฝ่ายเดียว (give - and - take) ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องเสียหน้า

                4.  เผชิญหน้ากับปัญหา หรือ กลุ่มที่มีความขัดแย้งโดยตรง (confrontation) ใช้เมื่อการประนีประนอมไม่ได้ผลฝ่ายหนึ่ง ยอมเสียอะไรบางอย่างแต่อีกฝ่ายไม่ยอมเสียอะไรเลย จะต้องเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทุกๆ ฝ่าย เพื่อให้พิจารณาปัญหาที่ยังตกลงกันไม่ได้ กรณีนี้จะต้องระมัดระวังการติดต่อสื่อสาร กับคนที่อยู่ต่างระดับกันมากเกินไปเพราะ จะพูดกันไม่รู้เรื่อง
                5.  ใช้ตำแหน่งหน้าที่บีบบังคับให้เป็นไป ตามความต้องการเพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้ง บานปลายออกไปจนควบคุมไม่ได้ และจะทำให้ งานเสียหาย (forcing) การแก้ปัญหาโดยวิธีนี้ จะมีการแพ้-ชนะกัน (win-lose situation) วิธีนี้ควรใช้เมื่อการประนีประนอมไม่ได้ผล ต่างฝ่ายต่างก็เกณฑ์พรรคพวกของตัวมาสู้กัน การเลือกวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้ง วิธีนี้เป็นการแสดงภาวะผู้นำเต็มตัว
การป้องกันหรือหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
                ข้อแนะนำกว้าง ๆ สำหรับการพิจารณา เลือกใช้วิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งใน งานก่อสร้างมีดังนี้ คือ
                1.  ถ้าเกิดความขัดแย้งกับผู้บริหารที่อยู่ เหนือกว่าควรเลือกใช้วิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ตามลำดับดังนี้ คือ การประนีประนอม (compromising) การลดปัญหา (smoothing) และการถอนตัวออกมา จากความขัดแย้งนั้น (withdrawal) ที่ไม่ควรเลือกใช้ ก็คือ การเผชิญหน้า (confrontation) และการบีบบังคับ (forcing)
                2.  ถ้าเกิดความขัดแย้งกับผู้ที่อยู่เสมอกัน หรือต่ำกว่า 1 ระดับ ตามสายการบริหาร ควรเลือกใช้วิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ตามลำดับดังนี้ คือ การเผชิญหน้า การลดปัญหา และการประนีประนอม ที่ไม่ควรเลือกใช้ก็คือ การบีบบังคับเพราะไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะทำได้ และการถอนตัวออกมาจากความขัดแย้งนั้น
                3.  ถ้าเกิดความขัดแย้งกับผู้ที่อยู่ต่ำ มากกว่า 1 ระดับ ตามสายการบริหาร ควรเลือกใช้วิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ตามลำดับดังนี้ คือ และการถอนตัวออกมา จากความขัดแย้งนั้น การประนีประนอม และการลดปัญหาที่ไม่ควรเลือกใช้ก็ คือ การเผชิญหน้า(confrontation) และการบีบบังคับ
                4.  แต่วิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งในงาน ก่อสร้างที่ผู้บริหารโครงการชอบมากที่สุดคือ การทำความเข้าใจว่างานที่กำลังทำอยู่เป็น งานที่ท้าทายความสามารถคนที่มีความเสียสละ มีความอดทนและมีระเบียบวินัยสูงจึงจะ ทำงานนี้ได้ดีซึ่งเราหวังว่าเขาจะเป็นคนเช่นนั้น
                5.  วิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งใน งานก่อสร้างที่ผู้บริหารไม่ควรนำมาใช้เลยก็คือ การลงโทษหรือการคาดโทษเพราะเป็นวิธี สร้างแรงจูงใจในการทำงานที่เลวที่สุด
วิธีการป้องกันความขัดแย้งเกี่ยวกับการกำหนดระยะเวลา (Scheduling)
                การแก้ปัญหาความขัดแย้ง เกี่ยวกับการกำหนด ระยะเวลา ควรดำเนินการแก้ไข ดังนี้
                1.  แยกรายการงานของทั้งโครงการ ออกเป็นงานย่อย ๆ (job breakdown)
                2.  ควรวางแผนงานก่อสร้าง แบบโครงข่าย (network) ซึ่งอาจจะเป็น CPM หรือ precedence หรือแบบอื่นใดก็ได้ที่แสดง ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างงานต่าง ๆ ในโครงการก่อสร้างว่างานใดทำก่อน ทำหลัง หรือทำพร้อมกับงานใดบ้างงานแต่ละงาน ใช้ระยะเวลา ทำงานเท่าใด เริ่มต้นเมื่อใด เสร็จเมื่อใด ใช้ช่างและเครื่องจักรเครื่องมือประเภทใดบ้าง จำนวนเท่าใด เมื่อใด เป็นต้น นอกจากนี้ยังจะต้อง ระบุด้วยว่า มีงานใดบ้างที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษ มิฉะนั้นจะทำให้ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ ต้องล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิม
                3.  นำแผนที่กำหนดไว้นี้ไปให้หน่วยเหนือ รับทราบและอนุมัติก่อนนำไปใช้ เพราะถ้ามีปัญหาจะได้รับผิดชอบร่วมกัน
                4.  แจ้งให้ทุกฝ่ายที่รับผิดชอบงานนั้นๆ ได้รับทราบและถือปฏิบัติต่อไป
วิธีการป้องกันความขัดแย้งเกี่ยวกับการจัด ลำดับความสำคัญของงาน(project priority)
                การแก้ปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับการจัดลำดับ ความสำคัญของงานจะต้องเลือกงานหรือโครงการ ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ดำเนินการก่อนเสมอ คือ
                1.  มีความเสี่ยงทางด้านเทคนิคน้อยกว่า
                2.  มีความเสี่ยงทางด้านการเงินและการแข่งขันน้อยกว่า
                3.  ใกล้ถึงเวลาส่งมอบงานมากกว่า หรือเป็นงานที่เร่งด่วนมากกว่า
                4.  ส่งงานเกินระยะเวลาที่กำหนด และถูกปรับมากกว่า
                5.  ประหยัดมากกว่า กำไรมากกว่า ลงทุนน้อยกว่า
                6.  ก่อให้เกิดผลกระทบกับเจ้าของโครงการน้อยที่สุด
                7.  ก่อให้เกิดผลกระทบกับโครงการอื่นน้อยที่สุด
                8.  ก่อให้เกิดผลกระทบกับโครงสร้าง ทางการบริหารในเครือน้อยที่สุด
วิธีการป้องกันความขัดแย้งทางด้านบุคลากร(manpower)
                การแก้ปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับบุคลากร ควรดำเนินการดังต่อไปนี้
                1.  กำหนดแผนความต้องการกำลังคน ระบุจำนวนประเภท ระดับฝีมือหรือความสามารถ และระยะเวลาที่ต้องการตลอดจนอัตราผล ตอบแทนที่สามารถแข่งขันกับบริษัทอื่น ๆ ในตลาดได้
                2.  กำหนดกฎเกณฑ์การสนับสนุน ความก้าวหน้าในการทำงาน รวมทั้งผลประโยชน์ ตอบแทนและการลงโทษเมื่อทำความผิด ให้ชัดเจน และจะต้องแจ้งให้ทุก ๆ คนได้รับทราบ และถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
วิธีการป้องกันความขัดแย้งทางด้านเทคนิค หรือวิธีการก่อสร้าง(technical opinion)
                ปัญหาความขัดแย้งทางด้านเทคนิคหรือวิธีการก่อสร้าง เป็นความขัดแย้งในงานก่อสร้างเพียงอย่างเดียวที่ควร สนับสนุนให้เกิดขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะจะทำให้ได้วิธีการก่อสร้างที่ประหยัด และปลอดภัยที่สุด อย่างไรก็ตามก็อาจจะนำไป สู่การเกิดความขัดแย้งในด้านอื่นได้อีก ดังนั้น ในการจัดการทางด้านเทคนิคควรดำเนินการดังนี้ คือ
                1.  เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับได้แสดง ความคิดเห็นอย่างเต็มที่ว่าเราควรจะมีวิธีการก่อสร้าง อย่างไรจึงจะได้งานตามความต้องการของเจ้าของงาน โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดและปลอดภัยที่สุด
                2.  จะต้องกำหนดวัน เวลา ในการหาข้อสรุปให้ได้ ว่าสุดท้ายแล้วจะเลือกวิธีการก่อสร้างแบบใดจึงจะดีที่สุด ถ้าไม่กำหนดเวลาเราจะหาข้อสรุปได้ไม่ทันเวลาที่ต้องการ
                3.  จัดเตรียมแผนสำรองล่วงหน้าสำหรับ การแก้ปัญหาในกรณีวิธีการที่ได้รับการคัดเลือกมีปัญหา ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ดำเนินการต่อได้ทันที
                4.  ติดต่อผู้รับผิดชอบเพื่อขอทราบวงเงินและ เวลาที่จะต้องใช้ถ้าต้องนำแผนสำรองมาใช้แทน แผนหลักถ้าหากแผนหลักมีปัญหา
วิธีการป้องกันความขัดแย้งเกี่ยวกับขั้นตอน หรือวิธีการในการบริหารโครงการ (administrative procedure)
                ความขัดแย้งเกี่ยวกับรูปแบบหรือวิธีการ ในการบริหารโครงการ หากมองกันอย่างละเอียด แล้วจะพบว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผล ประโยชน์ของผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการ แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ ดังนั้น การแก้ไขจะต้องไม่ลืมปัญหาสำคัญนี้ เพราะไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาการลาออก ของบุคลากรหรือการกลั่นแกล้งกัน โดยอาศัยงานในหน้าที่และความรับผิดชอบ ของแต่ละคนเป็นเครื่องมือ
                แนวทางการป้องกันความขัดแย้งเกี่ยวกับ ขั้นตอนหรือวิธีการในการบริหาร ควรดำเนินการดังต่อไปนี้
                1.  จัดผังองค์กร (organization chart) และกำหนดรายละเอียดของแต่ละตำแหน่ง ในผังอังค์กร (JOB DESCRIPTION) ว่ามีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างไร
                2.  จัดคนลงตามตำแหน่งที่ได้มีการกำหนดไว้ ในผังองค์กร และแจ้งให้ทุกคนรับทราบว่า ใครมีหน้าที่อะไร ความรับผิดชอบแค่ไหน ต้องทำงบประสานกับใคร มีใครขึ้นตรง และต้องขึ้นตรงกับใคร เป็นต้น
                3.  แจ้งให้ทุกคนทราบว่ามีงานใดบ้าง ในโครงการก่อสร้างที่บริษัทจะทำเองหรือที่เรียกว่า force account และงานใดจะให้ผู้รับเหมา ช่วง หรือ subcontractor เป็นต้น
                4.  ในขั้นตอนการจัดหาผู้ดำเนินการ (procurement) จะต้องกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน เปิดเผย และโปร่งใส พร้อมที่จะให้ตรวจ สอบได้ตลอดเวลา โดยจะต้องยึดเอาผลประโยชน์ ของหน่วยงานเป็นหลัก มิฉะนั้นแล้วผู้ที่ทำหน้าที่ นี้อาจมีโอกาสที่จะเรียกผลประโยชน์ ตอบแทนใต้โต๊ะจากผู้รับเหมาช่วงหรือจาก ผู้ส่งของอยู่ตลอดเวลา
วิธีการป้องกันความขัดแย้งเกี่ยวกับบุคลิกภาพ และนิสัยใจคอ (personality clash)
                ความขัดแย้งเกี่ยวกับบุคลิกภาพและนิสัยใจคอ เป็นความขัดแย้งที่แก้ไขได้ยากที่สุดในปัญหา ความขัดแย้งทั้งหมดเพราะเป็นปัญหา ทางอารมณ์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น คือเป็นความรู้สึกไม่ชอบหน้ากันทั้ง ๆ ที่ไม่มีเคย ทะเลาะกันเลยความขัดแย้งเกี่ยวกับบุคลิกภาพ นี้ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดในสำนักงานใหญ่มากกว่า ที่จะเกิดในสำนักงานสนาม แนวทางการป้องกัน คือการจัดให้มีกิจกรรมสันทนาการเพื่อ ให้ทุกคนได้มีโอกาสได้เข้าร่วมตามความถนัด และความสนใจของตน เช่น การเล่นกีฬาร่วมกัน การไปสังสรรค์หรือการท่องเที่ยวร่วมกัน เป็นกลุ่มเล็ก ๆ หรือการทำกิจกรรมอื่นใด ที่ต้องทำร่วมกันเป็นต้น
                แต่อย่างไรก็ตามวิธีที่ดีที่สุด ที่จะป้องกัน ความขัดแย้งระหว่างคนสองคนหรือมากกว่าก็คือ การวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างใดข้างหนึ่ง และควรปล่อยให้เขาปรับตัวแก้ไขกันเอง โดยอาศัยกิจกรรมข้างต้น และข้อสำคัญต้องทำ ให้เป็นธรรมชาติที่สุดอย่าให้ทั้งสองฝ่ายรู้ตัว ทั้งนี้เพราะไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าคนที่ไม่ ถูกกันจะหันกลับมาถูกกันได้เมื่อใด
วิธีการป้องกันความขัดแย้งเกี่ยวกับราคาค่าก่อสร้าง (cost)
                ความขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องนี้สามารถเรียก อีกอย่างได้ว่าเป็นความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ (conflict of interest) เป็นความขัดแย้ง ที่แก้ได้ง่ายที่สุดเพราะมองเห็นรูปธรรมชัดเจน เช่น ปูนซีเมนต์ประเภทเดียวกัน ยี่ห้อต่างกัน ราคาต่างกัน เราควรจะเลือกใช้ ยี่ห้อที่มีราคาต่ำกว่า แต่ถ้าราคาเท่ากัน การที่จะเลือกซื้อจากร้านค้าใดก็ต้องเถียงกัน ว่าร้านค้าใดจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่ไม่ควรได้ (commission) หรือส่วนลดมากกว่ากัน แต่กระบวนการเถียงกันจะไม่พูดกันตรง ๆ แต่จะอ้างเหตุผลอื่นๆ แทน วิธีการป้องกัน ในเรื่องนี้ก็คือต้องทำให้กระบวนการเสนอ ราคาและกระบวนการพิจารณาคัดเลือกโปร่งใส พร้อมที่จะตรวจสอบได้ตลอดเวลา เช่น การปิดประกาศให้ทราบกัน โดยทั่วไป เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามเรา ไม่สามารถป้องกันไม่ให้มีการรับเงินใต้โต๊ะได้ เพราะถ้าเป็นความยินยอมพร้อมใจกันระหว่างผู้ให้และผู้ รับแล้ว คนอื่น ๆ ก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ ที่จริงแล้วถ้าราคาที่ได้มีการซื้อขายจริงๆ เป็นราคาตลาดหรือต่ำกว่าราคาตลาดแล้วเราจะต้อง ยอมรับราคานี้ ไม่ควรไปตั้งข้อสังเกตหรือตั้งข้อสงสัย ผู้ที่ทำหน้าที่จัดซื้อจัดหาว่จะทุจริตหรือไม่ซื่อสัตย์


ข้อควรพิจารณาในการประชุมเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง
                ก่อนเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งมาเข้าร่วม ประชุม ผู้บริหารโครงการก่อสร้างหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง จะต้องพิจารณาสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้และทำความเข้าใจ ให้รอบคอบเสียก่อน เพื่อวิเคราะห์และประเมิน ความเชื่อมั่นของตนเองเกี่ยวกับ
                1.  มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการเรียกประชุมหรือไม่
                2.  มีความรู้ความสามารถมากพอ ที่จะแก้ปัญหานี้หรือไม่ เข้าใจพื้นฐาน พัฒนาการ และแรงกระตุ้นของปัญหา เหล่านั้นโดยตลอดหรือไม่
                3.  ความน่าเชื่อถือและศรัทธา ที่ผู้ที่จะเข้าร่วมประชุมมีต่อเรา
                4.  ธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะเชื่อคำพูด ของคนที่มีตำแหน่งหรืออำนาจหน้าที่มากกว่าคน ที่ไม่มีตำแหน่งใดๆ แม้ว่าจะพูดประโยคเดียวกัน
                5.  การกำหนดประเด็นปัญหาความขัดแย้ง แจ้งได้ชัดเจนหรือไม่ และจะต้องแจ้งให้ที่ประชุม ทราบล่วงหน้า
                6.  การสนับสนุนให้ทุกฝ่ายได้พูดถึงประเด็น ปัญหาความขัดแย้งตามมุมมองของแต่ละฝ่าย โดยครบถ้วน ถ้าหาข้อสรุปยังไม่ได้อย่าเพิ่งไปประเด็นอื่น
                7.  การขอให้ทุกฝ่ายหยุดคิดสักนิดก่อน ที่จะมีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ ออกไป
                8.  การทำความเข้าใจกับทุกคนว่า ทุกคนต้องมีได้และมีเสียถ้าจะหาทางออกร่วมกัน
                9.  การหลีกเลี่ยงการตำหนิในที่ประชุม แต่ถ้าจำเป็นต้องตำหนิจะต้องตำหนิที่งาน อย่าตำหนิคน
ปฏิกิริยาตอบสนองทางอารมณ์เมื่อตัดสินใจแก้ปัญหาความขัดแย้ง
                เมื่อผู้บริหารโครงการก่อสร้าง หรือผู้ที่มีหน้าที่ได้ตัดสินใจ นำวิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งไปใช้ไม่ว่าจะเลือกวิธีใดก็ตาม ผู้ที่เราจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องจะเกิดอารมณ์และความรู้สึกดังนี้
                1.  ยอมรับวิธีการแก้ปัญหานั้น ๆ ทันที (accept) คนพวกนี้จะยอมรับและเต็มใจทำตามโดยไม่ถามหรือไม่ แสดงอาการอะไรเลย ให้ทำอะไรก็ทำ ส่วนใหญ่มักจะเป็น คนงานจากภาคอีสานหรือภาคเหนือแต่คนงานภาคใต้ไม่มีนิสัยแบบนี้
                2.  แสดงความเต็มใจที่จะให้ความร่วมมือ ในการแก้ปัญหานั้น ๆ โดยเปิดเผย (cooperate) คนพวกนี้จะส่วนมากจะเป็นพวกเดียว กันหรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือเป็นพวก ที่มีศรัทธาต่อการแก้ปัญหาของเรา
                3.  ปกป้องสถานะของตนเอง หรือของกลุ่มตน (defense) คนพวกนี้จะถามบางสิ่งบางอย่างโดยละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ต้องการให้เขาทำจะไม่กระทบต่อ ตำแหน่งหน้าที่และผลประโยชน์ของเขาจึงจะให้ความร่วมมือ คนพวกนี้มักจะเป็นระดับหัวหน้าที่มีการศึกษาหรือ มีตำแหน่งหน้าที่พอสมควร
                4.  ต่อต้านโดยเปิดเผย (hostility) คนพวกนี้จะรู้สึก รำคาญ ไม่ชอบ และจะแสดงอาการต่อต้าน ไม่เห็นด้วยโดยเปิดเผยและไม่ให้ ความร่วมมือไม่ว่าในกรณีใด ๆ แต่จะทำงานตามอำนาจหน้าที่หรือวิธีการ เดิมอยู่ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลงคนกลุ่มนี้ จะทำตัวเสมือนเป็นฝ่ายค้านในการทำงานของเรา ไม่ใช่เป็นกลุ่มคนเลว แต่เป็นเพราะมั่นใจว่ากลุ่ม ของเขามีวิธีการที่ดีกว่าวิธีการของเรา
                5.  ถอนตัวหรือไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น (withdrawal) คนพวกนี้ไม่รู้ร้อนหนาวอะไรทั้งนั้น ไม่รับทราบปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น อยู่ไปวัน ๆ และจะหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไป มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจใดๆ ที่จะแก้ปัญหานั้น ๆ ในทุก ๆ กรณี
บทสรุป
                จากที่กล่าวมาข้างต้นไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งเสมอ ความขัดแย้งเหล่านี้จะเกิดขึ้นซ้ำซากจำเจ เกิดได้กับคนทุกกลุ่มตลอดระยะเวลาในการดำเนิน โครงการซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และอย่าพยายามทำตัวเป็นคนเหนือ มนุษย์ที่จะทำงานไม่ให้มีความขัดแย้ง เพราะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และจะเสียเวลาเปล่า
                ทุกครั้งที่เราคิดจะแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดหรือด้วยวิธีการใดก็ตาม จะต้องมีคนไม่เห็นด้วยเสมอขอให้ถือว่าเป็น เรื่องปกติธรรมดา พยายามทำความเข้าใจและ รับฟังความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์ อย่าไปโต้เถียงอย่ากลัวข่าวลือและการให้ร้ายป้ายสี ทั้งแบบต่อหน้าและลับหลัง จะต้องเดินหน้าแก้ปัญหาต่อไป
                อย่าคิดว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ในงานก่อสร้าง จะมีวิธีการใดวิธีการหนึ่งเพียงวิธีการเดียว บางปัญหาอาจจะต้องใช้หลาย ๆ วิธีผสมปนเปกันไป และต้องไม่คิดว่าวิธีการ แก้ปัญหาความขัดแย้งในงานก่อสร้างจะมีแต่ เฉพาะที่เขียนไว้ในตำราเท่านั้น อาจจะมีอีกหลาย ๆ วิธีที่ยังไม่ได้นำมาเขียนเป็นตำราเรียนก็ได้ ท้ายที่สุดนี้ผู้เขียนใคร่ขอฝากทุกท่านที่เป็น ผู้บริหารโครงการก่อสร้าง หรือผู้ที่มีหน้าที่อาชีพการ งานในลักษณะเดียวกันนี้ว่า ขอให้ระลึกและให้กำลังใจ ตนเองอยู่เสมอว่าคุณค่าและความสามารถในการเป็น ผู้นำทางด้านการบริหารจะวัด กันที่เมื่อเกิดวิกฤติการณ์เท่านั้น

เอกสารอ้างอิง


1.  Mosley , Megginson and Pietri , "SUPERVISORY MANAGEMENT , THE ART OF WORKING WITH AND THROUGH PEOPLE " ,
            South - Western Publishing Co. , Cincinnati , Ohio. 1985.
2.  Harold Kerzer. , "PROJECT MANAGEMENT , A SYSTEM APPROACH TO PLANNING, SCHEDULING AND CONTROLLING "
            Van Nostrand Reinhold , An International Thomson Publishing Company, 1994
3.  Roy Pilcher. , " PRINCIPLE OF CONSTRUCTION MANAGEMENT " 3 rd. ed. McGraw - Hill , Publishing Co. , England , 1992.
 
ประวัติผู้เขียน
               ชื่อ    :              นายรังสรรค์  วงษ์บุญ
               การศึกษา    :    วศ.ม.(โยธา)
               การทำงาน   :    ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจพ.