บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
หัวข้อสาระ


ระวัง! ผู้รับเหมาเทพื้นคอนกรีตหนาเพิ่มแถมฟรีๆ อันตรายนะ
ข้อปฏิบัติเมื่อกำลังก่อสร้างอาคาร
ทำอย่างไรเมื่อก่อสร้างเสร็จ
เอกสารที่จะต้องใช้ในการติดต่อขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
เทคโนโลยีในการผลิต “คอนกรีตมวลเบา”
คู่มือการตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
มารู้จัก วิศวกร สถาปนิก มัณฑนากร ผู้รับเหมา
คิดสร้างบ้าน หรือสิ่งก่อสร้าง ปรึกษาใคร
หาผู้รับเหมาสร้างบ้าน ไม่โกง ไม่โก่ง ไม่กด
ขั้นตอนการขออนุญาติปลูกสร้างอาคาร
ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
ใช้น้ำสกปรกผสมคอนกรีตทำให้บ้านพังได้
ฉาบอย่างไรไม่ให้บ้านร้าว
งานปูพื้นพรม
ปูนก่อและปูนฉาบ
ความรู้เกี่ยวกับ “หลังคา”
ขั้นตอนตรวจรับงานฝ้าเพดาน
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน
การใช้น้ำยากันซึมในการผสมคอนกรีต
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน
การใช้งานของปูนซีเมนต์แต่ละประเภท
สาระเรื่อง “รั้ว”
วิธีมุงกระเบื้องคอนกรีตและครอบ
รู้เรื่อง "เสาเอ็นของบ้าน"
วิธีการปูกระเบื้อง
ภาพการทำลายสิ่งปลูกสร้างโดยใช้ระเบิด
ชนิดของปูนฉาบสำเร็จรูป
การเผื่อวัสดุสูญเสีย ในการประมาณราคาก่อสร้าง
ระบบพื้นคอนกรีตอัดแรงในที่(Post-Tension)
การตรวจคุณภาพงานเหล็กเสริมคอนกรีต
การป้องกันและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในงาน ก่อสร้าง
มารู้จักส่วนประกอบของอาคารกันเถอะ
รู้เรื่อง "ถมดิน"
เคล็ด(ไม่)ลับ เลือก "คนสร้างบ้าน" ให้ถูกใจ
จะสร้างบ้านสักหลัง ต้องวางแผนก่อน
ทาสีผนัง
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นหล่อในที่
เกร็ดความรู้จาก ช่างก่อสร้าง
ข้อคิดที่สำคัญก่อนลงมือต่อเติมบ้าน
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร?
ทำไม้แบบ เขาให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนกันเท่าไร… จึงยังไม่อันตราย
มีปลั๊กฝังในเสา ต้องฝังให้ดี ….ไม่งั้นบ้านอาจพังได้
ท่อเอสล่อนแบบ สีเหลือง สีฟ้า และสีเทา ต่างกันอย่างไร?
ขัดมันใต้อ่างอาบน้ำ ช่วยกันการรั่วได้
ปลูกต้นไม้บนดาดฟ้า ต้องเตรียมการไว้ให้ดี
อย่าลืมสั่งซื้อขาวงกบห้องน้ำ ให้ยาวกว่าขาวงกบห้องธรรมดา
ไม้เต็งมาเลย์ทำวงกบได้ไหมเอ่ย ?
"ปรับปรุงบ้าน" ลดค่าไฟระยะยาว
ปัญหาการขาดความเสถียรของเข็มเจาะ (ชนิดเจาะแห้ง)
สร้างบ้านอย่างไร ? ไม่ให้งบบานปลาย
ทำหินขัดอย่างไรไม่ให้ร้าว
น้ำยากันซึมและน้ำยากันการแตกร้าว ใช้ผสมกันเลยได้หรือไม่
พื้นกระเบื้องให้อยู่ทนทานนานปี
ระบบน้ำดีภายในบ้าน ต้องมีถังพักน้ำก่อนเข้าปั๊มหรือเปล่า
ถังพักน้ำก่อนเข้าปั๊มบนดินกับใต้ดิน
ต้องใช้ถังเก็บน้ำบนดาดฟ้าหรือเปล่า
อย่าลืมท่ออากาศ
การเลือกใช้ไม้
สีทาไม้
"ระบบสุขาภิบาลในบ้าน"
บริเวณใต้อ่างอาบน้ำต้องขัดมัน
อย่าลืมรูระบายน้ำที่วงกบหน้าต่างอลูมิเนียม
ไขปัญหา..ต่อเติมบ้านแล้วมีรอยแยก-รอยร้าว
ปาเก้บ้านคุณ ขัดแล้วดูเป็นลอนน่าเกลียดหรือเปล่า
อย่าเตรียมพื้นผิวสำหรับปูหินอ่อน เท่ากับปาเก้ ….นะ
ระวังการปูวัสดุปูพื้นแตกต่างกัน มาชนกัน แล้วจบกันไม่ลง
กระจกมีกี่ชนิด แล้วจะเลือกใช้อย่างไร
Curtain Wall มีกี่อย่าง ?
ติดตั้ง Curtain Wall ต้องเตรียมการล่วงหน้า
การวางแผนติดฝ้าห้องน้ำไว้รองรับปัญหาในอนาคต
ติดมอบหรือบัวฝ้าเพดาน อย่าลืมโครงเคร่าไม้โดยรอบ
ฝ้าเพดาน (ไม้) ภายนอก เลือกอย่างไร
ห้องมีเสียงก้อง ….จะทำอย่างไรดี
ท่อส้วม ท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง เอียงได้แค่ไหน
ซื้อขาวงกบห้องน้ำ ควรให้ยาวกว่าขาวงกบห้องธรรมดา
ฝ้าเพดาน (ไม้) ภายนอก เลือกอย่างไร
คุณติดประตูบานเกล็ดที่ห้องน้ำผิดด้านหรือเปล่า
ไม้เต็งมาเลย์ทำวงกบได้ไหม?
ทำไม …ขอบวงกบประตูหน้าต่างมักจะมีรอยแตกร้าว ?
หลังคาเหล็กที่พังลงมา เกิดจากอะไร?
หลังคากระจก …. ต้องเป็น Laminated Glass เท่านั้น
เทคนิคการย้อมผิวไม้ให้งดงาม
การทำปูนสลัดเม็ดแทนการฉาบปูนตามเศรษฐกิจยุค IMF
การออกแบบแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปสำหรับสะพานโครงสร้างเหล็ก
เทคนิคการบ่มคอนกรีต...เรื่องสำคัญในงานก่อสร้าง
การทาสีบ้านด้วยปูนขาว
การแก้ปัญหาความขัดแย้งในงานก่อสร้าง
การคิดเนื้องานโครงสร้างในงานก่อสร้าง
10 ขั้นตอนตัด-ต่อท่อน้ำประปา
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นแบบหล่อในที่ แบบไหนดีกว่า
ห้องใต้หลังคา ทำอย่างไรไม่ให้เป็นเตาอบ
การมุงกระเบื้องหลังคาบนตึกสูง
ตะเฆ่สัน ตะเฆ่ราง คืออะไร ?
ซื้อหรือจ้างเขามาทำเฟอร์นิเจอร์ในครัว น่าตรวจเช็คอะไรบ้าง
อย่าประหยัดค่าพัดลมดูดอากาศในห้องครัว
โถส้วมติดตั้งได้ระดับหรือไม่ ดูอย่างไร
คู่มือการตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
การเทคอนกรีตที่มีความหนามาก ๆ ต้องทำอย่างไร
การเลือกสีควรเลือกจากแคตตาล็อก อย่าให้ผู้รับเหมาผสมเอง
ประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม ควรหนาเท่าใด
หลีกเลี่ยงการใช้ปูนพอกสันหลังคา ใช้ครอบหลังคาหรือปีกนกดีกว่า
ประตูสู่ด้านนอกอาคารจะต้องเปิดออก และวงกบวางอยู่บนพื้นนอกเสมอ
การติดตั้งถังเก็บน้ำที่เหมาะสม
ปูปาเก้ไม้แดง เผื่อช่องว่างที่ผนังไว้บ้าง
"กาบกล้วย" คืออะไร
"วัสดุกันความร้อนใยแก้ว"
ผนังโค้ง ๆ จะทำด้วยกระจกได้หรือไม่
ผนังกระจกสองแผ่นต่อกัน และกระเด้งได้ แก้ไขอย่างไร
ใช้ซิลิโคน (Silicone) ให้ถูกชนิด…..
Hard Cote กับ Soft Cote ของกระจกสะท้อนแสงต่างกันอย่างไร
โครงสร้างระบบ Post Tension ห้ามมีน้ำขังที่พื้นเด็ดขาด
ฤกษ์เสาเอกอาคารสมัยใหม่เขานับกันตรงไหน
Shop Drawing คืออะไร
สปริงเกอร์ (Sprinkler) คืออะไร ทำงานอย่างไร
"สายชำระ" ต้องอยู่ทางขวามือเสมอ
อย่าเสริมพื้นให้สูงขึ้นโดยวิธีเทคอนกรีตทับ
ขุดดินลึกแค่ไหนแพงเท่าไร
เสาเอ็นทับหลัง ต้องเทด้วยคอนกรีต ไม่ใช่ปูนทราย
อย่าเปลี่ยนพื้นห้องแถวชั้นล่างให้เป็น Slab on Beam
เสาเข็มสระว่ายน้ำ
พื้นระบบ Post Tension คืออะไร
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นแบบหล่อในที่ แบบไหนดีกว่า
ท่อ P.E. และ P.B. ต่างกันอย่างไร
มารู้จักการก่อสร้าง Diaphargm Wall กันเถอะ
การปรับปรุงคุณภาพดินโดยใช้ซีเมนต์คอลัมน์
การออกแบบรายละเอียดโครงสร้างเหล็ก
การแตกร้าวของปูนฉาบและ รอยแตกร้าวทั่วไป
การทรุดแตกร้าว อันเกิดจากธรรมชาติ-มวลดินวิบัติ และวิธีป้องกัน
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
การบ่มปูน สิ่งที่เรามักจะลืม
อิฐมวลเบา
การซ่อมแซมเสาปูนที่แตกร้าวด้วยตนเอง
วิธีหาท่อประปารั่วอย่างง่ายๆ
วิธีการป้องกันกำจัดปลวกโดยวางท่อก่อนการก่อสร้าง
การใช้น้ำยากันซึมในการผสมคอนกรีต
แนวทางพิจารณาสาเหตุ (เบื้องต้น) การทรุดตัวของอาคาร
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
The Millau Bridge สะพานรถวิ่งที่สูงที่สุดในโลก
สัมภาษณ์อ.ธเนศ วีระศิริ งานยกอาคารสุนันทาลัย
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
ทรุดแตกร้าวเต้องแก้ที่ต้นเหตุ
ปัญหาเข็มเจาะ ชนิดเจาะแห้ง(Dry proceed)
อยากให้บ้านเย็น ขังน้ำไว้ใต้ตัวบ้านจะดีไหม
กว่าจะมาเป็นหอไอเฟล
คำแนะนำการปูกระเบื้อง แกรนิโต้
ข้อมูลด้านเทคนิคของกระเบื้อง
ความรู้ทั่วไปเรื่องการก่อสร้างบ้าน
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
ปรับปรุงระบบไฟฟ้าในบ้านเก่า
ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
แก้ปัญหาฝ้า-เพดาน มีน้ำรั่วซึม
ซ่อมแซม-เปลี่ยนฝ้าเพดานใหม่
การย้อมสีเนื้อไม้ ("Wood Staining)
การทำสี เทคนิค และวิธีซ่อมแซมงานไม้
วิธีปูปาเกต์ไม้
วิธีซ่อมพื้นกระเบื้องเคลือบหรือกระเบื้องเซรามิค
ชนิดของพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่นิยมใช้ในอาคารพักอาศัย
วิธีทาสีบ้านให้สวยทนนาน
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
รอยร้าวใต้คานกับผนัง
ผนังห้องแตกเป็นลายงา
วิธีซ่อมบ้านไม้เอียง
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร
ข้อคิดในการใช้ “วัสดุยาแนว” อเนกประสงค์
อย่าออกแบบบานเกล็ดกระจกให้กว้างมากนัก
การบ่มปูน สิ่งที่เรามักจะลืม
สายดิน ประโยชน์และวิธีการติดตั้ง
วิธีปรับระดับน้ำในโถสุขภัณฑ์
การปูพื้นกระเบื้อง
วิธีการดูรายละเอียดข้างกล่องกระเบื้อง
ฟิล์มกรองแสง
ประเภท ฟิล์มกรองแสง
6 เทคนิคปรับปรุงสู่ “บ้านประหยัดพลังงาน”
เทคนิคการติดตั้ง "ลามิเนต"
การลงแป้งงานไม้
การย้อมสีไม้
เทคนิคการทำสี และวิธีซ่อมแซมงานไม้เฟอร์นิเจอร์
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอิฐมวลเบา
ตารางแปลงหน่วย
เลือกผู้รับเหมาฯ แต่งบ้าน ซ่อมบ้าน สร้างบ้าน ต้องรอบครอบ
ขั้นตอนการปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำ สปา เซาว์น่า
ขั้นตอนการปูกระเบื้องดินเผา
ขั้นตอนการปูกระเบื้องบริเวณห้องน้ำและห้องครัว
การซ่อมแซมบริเวณต่างๆ สำหรับติดตั้งระบบป้องกันการรั่วซึม
ต่อเติมอาคารใหม่ชิดอาคารเก่า …ระวังเข็มที่ตอกใหม่ ทำลายฐานรากเก่า
กระเบื้องปูพื้นที่มีผิวขรุขระ จะปูอย่างไร ไม่ให้มีน้ำขัง ? แล้วถ้าน้ำขัง จะมีตะไคร่ขึ้น

        การทาสีบ้านด้วยปูนขาว

หมวด : ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 9356    

การทาสีบ้านด้วยปูนขาว

บทนำ
              ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศไทย กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ทุกคนจะต้องช่วยกันประหยัด โดยหันมาใช้สินค้าที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ เพื่อให้ เงินตราได้หมุนเวียนกันอยู่ภายในประเทศ แต่ความจำเป็นในชีวิตประจำวันของคนเราก็ยังมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเครื่องนุ่งห่มยารักษาโรคและ ที่อยู่อาศัยซึ่งจะต้องพิจารณาเลือกซื้อเลือกหาให้เหมาะสม กับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
                จากภาวะเศรษฐกิจดังกล่าว ทุกคนก็จะต้องพึ่ง ตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามคิดค้น ดัดแปลงสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ภายในบ้าน เอาไว้ใช้ในยามที่มีความจำเป็นจริง ๆ มีความสวยงาม ตามที่ทุกคนปรารถนา ในยุคเศรษฐกิจตกตะเก็ด เช่นนี้ ขอแนะนำการทาสีบ้านจากปูนขาว ซึ่งเป็นเทคนิควิธีที่ไม่ยากสำหรับคนรักบ้าน และเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของ รัฐบาล โดยเตรียมเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จากสิ่งที่มีอยู่แล้วภายในบ้าน แต่ไม่ได้ใช้ งานให้สามารถนำกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อไปดังต่อไปนี้ ปูนขาว ผ้าขาวบางขนาด 40 เซนติเมตร ยาว 80 เซนติเมตร ปี๊บ 2 ใบ ไม้กลม 1" ยาว 40 เซนติเมตร กระป๋องน้ำ ขนาดใหญ่ เชือกฟาง สารส้ม ฝุ่นสี นั่งร้านไม้ กระป๋องใส่สี กระป๋องปูน เหล็กโป้วสีขนาด 2" กระดาษทรายขัดไม้เบอร์ 3 ค้อนหงอน และค้อนหัวกลม ตะปูขนาด 2", 3" ไม้ยางขนาด 1 1/2" x 3" ไม้แบบขนาด 1" x 8", 1" x 6" ไม้กวาดอ่อน แปรงดอกหญ้า สายยางใสขนาด 1/2" ยาว 1.00 เมตร ตะไบแบนขนาด 12" และตะไบกลมขนาด 12" มีดอีโต้ขนาด 6" ผ้ากันเปื้อนและ ผ้าคลุมผม
การเตรียมพร้อม.....เป็นขั้นตอนของงาน
                นำปี๊บที่สะอาดสภาพดีมา 2 ใบ จัดการเปิดฝาด้านบนออกด้วย การใช้มีดอีโต้ขนาด 6" และค้อนหัวกลม นำปี๊บใบที่ 1 มาวางในที่ราบให้มั่นคง มือซ้ายกำด้ามมีดอีโต้ จรดปลายคมมีดติด กับขอบของปี๊บพอดี มือขวากำด้ามค้อน ตอกค้อนหัวลงบนสันของมีดอีโต้ด้วย ความแรงพอประมาณ ใช้มีดอีโต้เจาะฝาปี๊บ ทะลุ จากนั้นเลื่อนมีดอีโต้เข้าหาตัวทีละน้อย พร้อมทั้งใช้ค้อนหัวกลมตอกเลื่อนมีดอีโต้ 1 ครั้งก็ทำการตอกด้วยค้อนหัวกลมที่สัน ของมีดอีโต้ 1 ครั้ง ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อนพยายามกดปี๊บให้มั่นคง อย่างให้ปี๊บพลิกจะเกิดอันตรายขึ้นได้
                จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือช่วงมุมโค้ง ของปี๊บต้องค่อย ๆ ตอกในขณะที่ใช้ค้อน หัวกลมตอกบนสันของมีดอีโต้อย่าให้แรงเกิน ไปจะทำให้ปี๊บบุบได้ เมื่อเปิดฝาปี๊บออกแล้ว จะเหลือส่วนที่คมอยู่รอบๆ และที่มุมโค้งของปี๊บ ให้นำปี๊บมาวางราบลงบนโต๊ะที่มั่นคงวางปาก ของปี๊บที่เปิดแล้วพาดให้พอดีกับริมขอบโต๊ะ ยึดปี๊บให้แน่น นำตะไบแบบมาตะไบแต่งส่วน ที่คมให้เรียบร้อยทีละด้านจนครบ 4 ด้าน ตรงมุมโค้งใช้ตะไบกลมแต่งส่วนที่คมให้หมดไป
                จัดการเปิดฝาปี๊บใบที่ 2 ต่อไป จากนั้นนำปี๊บทั้ง 2 ใบ ไปล้างน้ำให้สะอาดด้วยผงซักฟอกและน้ำ ใช้วัสดุขัดถูให้สะอาดทั้งภายใน และภายนอก เช่น ฝอยขัดสก๊อตไบรท์หรือ กาบมะพร้าว ตรวจดูสภาพความเรียบร้อยอีกครั้ง เช่น ต้องไม่มีรอยรั่วและสะอาดเพียงพอ ถ้าส่วนใดบุบให้ใช้ค้อนเคาะให้เรียบร้อย ก่อนนำมาใช้งาน
การร่อน.....เป็นหัวใจที่สำคัญ
                นำปี๊บที่เปิดฝาแล้วมา 1 ใบ ใส่น้ำสะอาด ลงไปเกือบเต็มปี๊บ ตั้งในที่ ๆ เป็นพื้นราบ สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ใช้ผ้าขวาบาง ขนาดกว้าง 40 เซนติเมตร ยาว 80 เซนติเมตร และไม้กลม 1" ยาว 40 เซนติเมตร ใช้ชายของผ้าขาวบางด้าน ที่กว้าง 40 เซนติเมตรพันกับ ไม้กลม 1" ยาว 40 เซนติเมตร ใช้เชือกฟางมัดให้แน่น ทำเช่นนี้ทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้มือทั้ง 2 จับกำได ้ถนัดไม่ลื่น ต่อจากนั้นนำผ้าขาวบางส่วน กลางของผืนจุ่มลงไปในปี๊บ มือซ้ายกำ ไม้กลมทางซ้ายมือ ขวากำไม้กลมทางขวา (มือจับไม้ให้อยู่กึ่งกลางของความยาวของไม้กลม) จับกำไม้กลมให้ถนัด ให้ผู้ช่วยอีกคนหนึ่ง ตักปูนขาวประมาณ 2 กระป๋องนม หรือค่อยๆ เปิดปากถุงของปูนขาวแล้วเทปูนขาว (ประมาณ 2 กระป๋องนม) ลงตรงกลางของ ผ้าขาวบางที่แช่ลงไปในน้ำขังอยู่ในปี๊บ ร่อนปูนขาวในน้ำในปี๊บด้วยการซักผ้าขาวบาง ขึ้นลง คือมือซ้ายที่จับไม้กลมยกขึ้น มือขวาที่จับ ไม้กลมก็ต่ำลง ทำเช่นนี้สลับกันขึ้นสลับกันลงไปเรื่อยๆ
                ปูนขาวที่อยู่บนผ้าขาวบางจะกลิ้งไปกลิ้งมา ส่วนที่ละเอียดจะลอดหลุดออกจากผ้าขาวบาง ลงไปอยู่กันปี๊บ ส่วนที่หยาบจะค้างอยู่ บนผ้าขาวบาง (กาก) เทออกจากผ้าขาวบาง ใส่ลงในกระป๋องปูน ร่อนต่อไปเช่นนี้เรื่อยๆ จนน้ำในปี๊บมีความขาวและข้น การร่อนครั้งแรก จะง่ายเพราะน้ำยังใสอยู่ แต่เมื่อทำนาน ๆ ไปหลาย ๆ ครั้งน้ำในปี๊บจะข้นขึ้น จนไม่สามารถทำการร่อนได้ให้หยุดร่อน ถ้าต้องการใช้จำนวนมาก ๆ ต้องร่อนหลาย ๆ ปี๊บจากนั้นหาไม้อัดหรือกระดาษหนังสือพิมพ ์มาปิดเพื่อป้องกันสัตว์และแมลงรวมทั้งฝุ่นละออง ตกลงไปทิ้งข้ามคืนไว้เพื่อให้ปูนขาวเกิดการน่ายตัว หมายถึงอ่อนตัวโดยปรับสภาพเข้ากับน้ำ และตกตะกอน เมื่อเกิดการตกตะกอนแล้ว จะเกิดน้ำใส ๆ อยู่ด้านบน นำสายยางดูดเอาน้ำใส ออกมาใส่ภาชนะเอาไว้ เพื่อจะได้น้ำมาใช้ต่อไป ในกรณีที่สีน้ำปูนเกิดความข้นมากเกินไป ส่วนกากนำไปเทที่โคนต้นไม้เป็นปุ๋ยได้ต่อไป
น้ำสารส้ม.....ตัวประสานที่สำคัญ
                นำสารส้มประมาณ 2 กิโลกรัม ใช้ค้อนหัวกลมทุบสารส้มที่เป็นก้อน ใหญ่ ๆ ให้แตกละเอียด นำมาใส่ลง ในภาชนะ เช่น กระป๋องไมโลขนาดใหญ่ ที่สะอาด ใส่น้ำลงไปประมาณ 1 ลิตร นำสารส้มที่เป็นเม็ดละเอียดใส่ลงไป ใช้ไม้คนให้สารส้มละลาย วิธีที่ผู้เขียนเคยทำ คือใช้วิธีการชิม โดยใช้นิ้วจุ่มในน้ำสารส้มนำมาแตะที่ปลายลิ้น รสจะเปรี้ยวเติมสารส้มไปเรื่อยๆ และคนให้ละลายจนกระทั่งมีรสฝาด
                จากนั้นจึงเทผสมลงไปในปี๊บใช้ไม้คน ให้เข้ากันถ้าต้องการใช้เป็นสีรองพื้น ก็สามารถแบ่งใส่กระป๋องนำไปทารองพื้น ได้เลย และแบ่งอีกส่วนหนึ่งไว้ทาทับหน้า โดยผสมกับฝุ่นสีให้เป็นสีตามที่ต้องการ โดยตักแบ่งออกมาค่อยๆ ผสมกับฝุ่นสีทีละน้อยๆ นี้ต้องจำอัตราส่วนผสมไว้ด้วย เพราะอาจจะต้อง ทำการผสมหลาย ๆ ครั้ง สีจะได้เหมือนกัน ไม่หลอกตาภายหลัง
                การใช้สีน้ำปูนผสมกับสารส้ม จะต้องใช้กับผนัง ที่ฉาบปูนเรียบสนิทแล้ว ถ้านำเอาสีน้ำปูนไปทา กับผนังที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งยังฉาบไม่เสร็จแล้ว ทาสีน้ำปูนลงไปเมื่อกลับมาฉาบตกแต่งจะฉาบปูน ไม่ติด จึงจำเป็นจะต้องระมัดระวังในข้อนี้ด้วย
แปรงดอกหญ้า.....ต้องคู่กับสีน้ำปูน
                แปรงที่ใช้ในการทาสีน้ำปูน คือแปรงดอกหญ้า มีลักษณะคล้ายกับดอกหญ้าที่ใช้ทำไม้กวาดอ่อน ในอดีตดอกหญ้าดังกล่าวจะมีลักษณะละเอียดอ่อน มากกว่าดอกหญ้าที่ใช้ทำไม้กวาดอ่อน ในปัจจุบันจึงหันมานิยมใช้ดอกหญ้า ที่นำมาใช้ทำไม้กวาดอ่อนเพราะหาง่าย และราคาถูก การซื้อขายกันตามปกติ ในท้องตลาด ผู้ค้าจะกำแปรงดอกหญ้า เป็นกำโตๆ และกำแบบหยาบ ๆ ไม่แน่นหนา โดยใช้หวายมัดที่ด้าม เมื่อซื้อมาจึงต้องมากำใหม่ เพื่อให้ได้แปรงดอกหญ้าที่มีขนาดโต พอเหมาะกับการจับกำของฝ่ามือของแต่ละคน จึงจะช่วยให้ใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว
                ให้นำเอาแปรงดอกหญ้าที่ซื้อมาวาง ราบลงบนโต๊ะ แบมือซ้ายสอดเข้าข้างใต้ ของขนแปรงดอกหญ้า มือขวาประกบทับบนขนแปรง ดอกหญ้า (ลักษณะคล้ายกับประณมมือ ไหว้พระ แต่ทำให้ลักษณะแบนราบกับพื้นโต๊ะ) ใช้ฝ่ามือทั้ง 2 คลึงขนแปรงดอกหญ้าเพื่อ ให้ดอกหญ้า (ดอกเล็กๆ) หลุดออกจากก้าน ของแปรงดอกหญ้าทำเช่นนี้นานประมาณ 10 นาที ถ้าดอกหญ้าล่วงลงมามากให้ทำต่อไป อีกจนกว่าดอกหญ้าล่วงน้อยมากหรือไม่ล่วงเลย ก็พอ เก็บดอกหญ้าที่ล่วงไปทิ้งให้เรียบร้อย ทำความสะอาดบนพื้นโต๊ะ จากนั้นแก้มัด ของแปรงดอกหญ้าออก โดยแก้หวายที่มัด กำไว้ที่ด้ามออกช้า ๆ จะมีก้านของดอกหญ้ ากลม ๆ คล้ายหลอดกาแฟยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ที่เขาใส่เสริมเอาไว้ให้ดูกำโต หลุดออกในขณะที่แก้หวาย นำเอาก้านดังกล่าวออกทิ้งให้หมด คงเหลือแต่ดอกหญ้าที่มีก้านติดต่อกัน และหวายที่ใช้มัดเท่านั้น
                จากนั้นทำการจัดเรียงดอกหญ้าใหม่ ให้ขนอ่อนของแปรงดอกหญ้า อยู่ ณ ตำแหน่งประมาณกึ่งกลางแปรง (ความยาวของแปรงประมาณ 9 นิ้ว) ถ้าดอกหญ้าก้านใดใหญ่มีกิ่งแขนง มากก็ใช้มือฉีกกิ่งแขนงออก เพื่อลด ความยาวของกิ่งแขนงลงและจัดวาง ใหม่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพราะ ความยาวของดอกหญ้ามีความยาวไม่เท่ากัน บางก้านยาว บางก้านสั้นและใหญ่มาก มีหลายแขนงจึงต้องทำการฉีก และจัดเรียง ใหม่ให้ขนของแปรงอยู่ ณ ตำแหน่งที่เหมาะสม จะได้ซึมซับเนื้อสีได้มากๆ ในขณะที่ทำการทาสี และทำให้หน้าของแปรงทาสีมีขนแปรงมาก ทำให้ทาสีได้หน้ากว้างและผิวเรียบ
                เมื่อเรียงขนแปรงดอกหญ้า โดยกะให้มีความโต ในขนาดที่กำได้ถนัดมือ (มือใหญ่ก็กำให้แปรง ใหญ่หน่อยมือเล็กก็กำให้แปรงเล็กหน่อย) ตามความเหมาะสมของแต่ละคน จากนั้น นำเชือกฟางขนาดพอเหมาะยาว ประมาณ 80 เซนติเมตร นำปลาย ข้างหนึ่งไปผูกกับสิ่งที่มั่นคง สามารถ ต้านแรงดึงได้เป็นอย่างดีเช่น ขาโต๊ะที่เป็น เหล็กขนาด 1", 2" หรือเสาเหล็ก ผูกปลายให้มั่นคงสูง จากพื้นพอเหมาะ ในระยะที่สามารถ ทำงานได้สะดวก (ประมาณหน้าอก)
                ทำเชือกฟางให้เป็นเกลียวพอควร ใช้มือซ้ายกำดอกหญ้าที่จัดไว้ใหม่ ที่ช่วงกึ่งกลาง มือขวาจับปลายเชือกฟาง พาดบนดอกหญ้าที่จะกำ (ติดกับนิ้วชี้ของมือซ้ายพอดี) มือขวาที่จับเชือกฟางพันรอบดอกหญ้าที่จะกำ (ทวนเข็มนาฬิกา)พันทับกันในรอบที่ 1 และพันต่อไปในรอบที่ 2 เอาปลายของเชือกฟางสอดเข้าไปใน แนวเดียวกันใต้เชือกฟางในรอบที่ 1 เพื่อให้เกิดเงื่อนตะกรุดเบ็ด มือขวาจับปลายเชือกฟางพันกับมือให้ มั่นคงออกแรงดึงปลายเชือกฟางด้วยมือ ขวาเข้าหาตัวมือซ้าย ซึ่งกำดอกหญ้าอยู่ หมุนขยับทวนเข็มนาฬิกา และตามเข็มนาฬิกาเล็กน้อยไปมา ตามความกลมของกำของดอกหญ้า เพื่อให้เงื่อนตะกรุดเบ็ดแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ค่อย ๆ ออกแรงดึงจากน้อยไปหามาก อย่ากระตุก เป็นอันขาดเชือกฟางจะขาด) เมื่อเชือกฟางตึงดี แล้วแสดงว่าแน่นพอดีนั่นเอง


                นำปลายเชือกฟางจากมือขวาพันกับหางเชือกฟาง ในตำแหน่งที่ใกล้กับดอกหญ้าทำให้เกิด เงื่อนตายเพื่อป้องกันไม่ให้ปมคลาย ออกได้ ทำเช่นนี้สัก 6 ข้อ โดยให้แต่ ละข้อห่างกันประมาณ 1 นิ้ว จากข้อแรกที่เริ่มทำโดยให้ถอยลง มาทางโคนแปรง 3 ข้อ และให้ออกไป ที่ปลายแปรง 2 ข้อ (วิธีการตรวจสอบดู ว่าผูกแล้วจะแน่นหรือไม่แน่นเท่าที่ควร ให้ใช้ปลายนิ้วชี้ และปลายนิ้วโป้ง กดแต่ละข้อดู ถ้ากดแล้วยุบแสดงว่าผูก ไม่แน่นให้ทำการผูกใหม่ให้แน่น โดยการใช้เหล็กโป้วสีเอาปลายที่คม กดลงไปบนเชือกฟางที่เป็นปมที่ผูกนั้น เชือกฟางก็จะขาดออก และทำการผูกใหม่ให้แน่น)
                ส่วนทางด้านโคนแปรงที่เป็นด้ามจับใช้ หวายหรือเชือกฟางเส้นใหญ่ทำเป็นเกลียว พันรอบต่อจากข้อที่รัดแน่นลงมาถึง ปลายด้ามสุด โดยพันแบบต่อเนื่องกันตลอด และใช้วิธีผูกปลายแบบซ่อนเงื่อน โดยการใช้หวายหรือเชือกฟางวางนาบ ตามแนวของด้ามแปรงดอกหญ้าเป็น 2 ทบ โดยให้ปลายด้านบนเป็นห่วงเมื่อพัน จากโคนแปรงไปถึงกลางแปรงให้ สอดปลายของหวายหรือเชือกฟางเข้าที่ ห่วงที่ทำเอาไว้ แล้วใช้มือดึงส่วนปลาย ของแปรงให้ปมฝังลงในขดม้วนเป็น การฝังให้มิดชิดและไม่หลุด
                ต่อจากนั้นใช้ไม้ขนาด 1x1 เซนติเมตร เหลาปลายให้แหลมสอดใส่โคนแปรง โดยตอกด้วยค้อนให้แน่นเพื่อด้ามที่กำแข็งแรง และโตขยายขึ้นพอเหมาะกับการกำส่วนปลาย ของหวายหรือเชือกฟางนำมาผูกหรือใช้ตะปู เข็มตอกติดกับด้ามเป็นลักษณะห่วงเพื่อ ใช้ในการแขวนได้ ต่อจากนั้นใช้มือกำ ขนแปรง โดยกำต่อจากห่วงแรกที่มัดไว้ แล้วใช้มืออีโต้ทำการตัด โดยใช้ไม้รองเป็นเขียงทำการตัดแต่ง ปลายให้ตรง นำแปรง ดอกหญ้าที่ตัด ปลายแล้วไปฝนกับผนังปูนก่อ เพื่อให้ปลายของดอกหญ้าที่ความ สม่ำเสมอดียิ่งขึ้นและพร้อมที่จะใช้งาน
นั่งร้าน.....ต้องคู่กับช่างสี
                นำไม้ยาง 1 1/2" x 3" ยาวประมาณ 1.00 เมตร จำนวน 4 ท่อน ขนาดยาว 30 เซนติเมตร จำนวน 2 ท่อน ขนาดยาว 1.00 เมตร จำนวน 2 ท่อน นำค้อนหงอนพร้อมด้วยตะปู 2" , 3" นำมาตอกด้วยตะปู 3" เพื่อทำเป็นขาของนั่งร้านไม้รูปตัวเอ ให้ขากางออกพอควร นำไม้ยาง 1 1/2 " x 3" ยาวประมาณ 2.00 เมตร 1 ท่อน และยาว 2.50 เมตร อีก 4 ท่อน นำมาตียึดกันให้เป็นม้ายาวโดยใช้ ไม้ที่ยาว 2.00 เมตร พาดข้างบนของขาทั้ง 2 (ตั้งตะแคงขึ้น) ใช้ไม้ที่ยาว 2.50 เมตร ที่ไขว้ทะแยงมุมกันโย้ทั้ง 2 ข้าง นำไม้แบบ 1" x 8" หรือ 1" x 6" ยาวประมาณ 2.00 เมตร วางปูบนไม้ 1 1/2" x 3" ที่ตั้งตะแคงใช้ตะปูตอกยึดให้มั่นคง และเป็นนั่งร้านม้ายาว ถ้าความสูงน้อยไป ก็หาไม้มาต่อขาทั้ง 4 ขาได้ หรือจะใช้บันได รูปตัวเอ (ที่ช่างเดินสายไฟฟ้าใช้ก็ได้) โดยนำเอามาตั้ง 2 ตัวห่างกันพอประมาณ ใช้ไม้กระดานพาดเพื่อให้สามารถเลื่อน ตามความสูงต่ำได้ตามที่ต้องการ
ภาชนะใส่สี.....อุปกรณ์ช่วยงานที่สำคัญ
                นำกระป๋องนมผงสำหรับใช้เลี้ยงทารก ซึ่งเป็นกระป๋องขนาดใหญ่ ใช้มีดอีโต้ และค้อนเปิดเอาขอบของกระป๋อง ที่อยู่บนสุดของกระป๋องออก พร้อมทั้งใช้ตะไบกลมแต่งขอบเพื่อลบ ความคมให้เรียบร้อย นำมาล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ใช้ตะปู และค้อนหงอนตอกที่ ริมกระป๋องใต้ขอบเล็กน้อยให้เป็นรูเพื่อที่ จะใช้ลวดร้อยและผูกมัดเป็นหูหิ้วได้ ถ้าหากระป๋องนมดังกล่าวไม่ได้อาจ ใช้กระป๋องปูนแทนได้ แต่ต้องเป็น กระป๋องปูนที่สะอาดไม่มีคราบปูนเกาะติดหนา
การเตรียมงาน.....ก่อนการทาสี
                ขอยกตัวอย่างกำแพงอิฐฉาบปูน เรียบ 2 หน้าของรั้วบ้านขนาดความสูง 2.00 เมตร ยาว 30.00 เมตร มีเสา ค.ส.ส. (คอนกรีตเสริมเหล็ก) มีคานคอดิน ค.ส.ล. มีคานทับหลัง ค.ส.ล. กำแพงก่ออิฐ ฉาบปูน 2 หน้าอยู่กึ่งกลางของเสาพอดี เมื่อมองดูภายในและภายนอกจะเหมือนกัน เป็นกำแพงรั้วใหม่ที่ก่อสร้างเสร็จใหม่ ๆ ก่อสร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 15 วัน ก่อนอื่นต้องตรวจดูความเรียบร้อย ของกำแพง คานคอดิน เสา คานทับ หลังว่าฉาบปูนเรียบร้อยหรือไม่ โป้วสีขูดออกให้หมด กำแพงก่อ อิฐฉาบปูนแล้วมีทรายติดอยู่ตะปุ่ม ตะปั่มไม่ค่อยเรียบร้อยให้ใช้ หลักโป้วขูดแซะออก และใช้ กระดาษทรายขัดไม้เบอร์ 3 ฉีก แบ่งออกเป็น 4 ส่วน เอาด้านกระดาษ พับเข้าหากัน ให้อีก 2 ด้านเป็นทรายทั้งคู่ ใช้ฝ่ามือและหัวนิ้วโป้งคีบจับกระดาษ ทรายเบอร์ 3 ลูบไปที่ผิวของปูนฉาบ เพื่อให้เม็ดทรายที่ติดอยู่บนกำแพง ที่ฉาบปูนแล้วหลุดออก ทำให้ผิว ของกำแพงเรียบ และทำความ สะอาดตามซอก ตามมุม ทุกซอก ทุกมุมให้เรียบร้อย พร้อมกับใช้ ไม้กวาดอ่อนทำการปัดกวาดเอา ฝุ่นผงหยากไย่ออกให้หมดก่อนลงมือทาสี
                จากนั้น เก็บกวาดทำความสะอาดบริเวณรอบ ๆ ฐานของกำแพง เศษแก้ว เศษหิน เศษไม้ ตะปู เศษปูน ก่อ-ปูนฉาบ ให้เป็นระเบียบ เรียบร้อย เพื่อจะได้ไม่เดินไปสะดุดหกล้ม ในขณะทำการทาสี และสามารถตั้งนั่งร้าน ได้สะดวก งานรั้วดังกล่าวต้องทำการฉาบผิว ให้เรียบร้อยตลอด ถ้ามีส่วนหนึ่งส่วนใดยัง ไม่ฉาบให้เรียบร้อย เช่น ตรงที่ใช้เหล็ก เชื่อมติดกับบานพับของบานประตู ช่างเหล็กมักจะต้องสะกัดปูนฉาบ และคอนกรีตของเสาออกเพื่อนำ เหล็กมาเชื่อมติดกับเหล็กยึดใน เสาเพื่อติดบานพับประตู งานดังกล่าวเมื่อทำเสร็จแล้ว ช่างเหล็กที่ทำประตู มักจะไม่ทำการฉาบปูนปิด ให้เป็นที่เรียบร้อย เนื่องจาก ทำไม่เป็นบ้างหรืออ้างว่าไม่ใช่ งานของช่างเหล็กบ้าง กรณีเช่นนี้จะต้องฉาบปูนปิด ให้เรียบร้อยล่วงหน้าสัก 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะลงมือทาสีน้ำปูน
                เมื่อเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มลงมือปฏิบัติงานได้ โดยผู้ที่จะทาสี ต้องแต่งกายให้เหมาะสมรัดกุม ใช้ผ้าคลุมผมและใช้ผ้ากันเปื้อน ผูกคาดที่เอว นำนั่งร้านไม้มาตั้งห่าง จากกำแพงพอควร ตั้งนั่งร้านให้มี ความแข็งแรงเพื่อป้องกันอันตราย ต้องทาสีรองพื้นก่อน โดยใช้สีของน้ำปูนขาว (เป็นสีขาว) ที่ผสมกับสารส้มที่ละลายน้ำ เทออกมาจากปี๊บใส่ลงในกระป๋อง ที่มีหูหิ้วที่ทำเตรียมเอาไว้ เทลงมาประมาณของความสูง ของกระป๋องดังกล่าว นำแปรงดอกหญ้า ที่เตรียมไว้แล้วมาผูกมัดด้วยเชือกฟางตีเกลียวอีก 1-2 ข้อ จัดการผูกให้แน่นเพื่อป้องกัน มิให้สีย้อนเข้ามาทางด้ามแปรงด้านใน จากนั้นใช้ค้อนหงอน หรือไม้ทุบให้ส่วน ปลายของแปรงดอกหญ้ามีลักษณะ แบนเล็กน้อย โดยทุบบนข้อที่ผูกใหม่ 1-2 ข้อ ปลายของแปรงดอกหญ้าจะแผ่ออกกว้าง กว่าเดิม ซึ่งของเดิมจะเป็นวงกลม
                เริ่มทาจากส่วนบนสุดก่อนแล้วจึงไล่ ลงมาข้างล่าง เพื่อป้องกันการหยด ของสีตลอดจนสิ่งสกปรกต่างๆ จากนั่งร้านจะไปถูกสีที่ทาไว้ แล้วได้ ค่อย ๆ ขึ้นไปบนนั่งร้านไม้ เอากระป๋องสีและแปรงดอกหญ้า นำขึ้นไปด้วยยืนให้ถนัด กระป๋องสีจะตั้งบนนั่งร้านไม้ หรือจะใช้ตะขอผูกติดกับหูหิ้วใช้ แขวนตามที่เหมาะสมก็ได้ จุ่มแปรง ดอกหญ้าลงในกระป๋องสีค่อยๆ คน ยกแปรงขึ้นตบปลายแปรง ซ้าย 1 ที ขวา 1 ที ที่ขอบของกระป๋องสี เพื่อให้แปรงดอกหญ้า อมสีมากพอควรจะได้ไม่หยด เมื่อยกแปรง ดอกหญ้าออกมาจากกระป๋อง ดูความข้นเหลวให้พอเหมาะด้วย ถ้าข้นเกินไปให้เติมน้ำของปูนขาวอีกเล็กน้อย
                การจับแปรงดอกหญ้าจับได้ 2 วิธี คือจับแบบกำมือ โดยการกำตรงกลางของแปรงดอกหญ้ากำคว่ำมือ นิยมใช้ทาในส่วนที่อยู่ในแนวดิ่ง เช่น กำแพง เสา อีก วิธีหนึ่งคือการจับ แบบปากกา คือสี่นิ้วรองข้างล่างหัวนิ้วโป้ง อยู่ด้านบนใช้กับการทาในแนวราบ เริ่มทาที่ด้านบนสุดของคานทับหลังก่อน โดยการจับแปรงดอกหญ้าแบบปากกา จุ่มแปรงลงไปในกระป๋องสีให้ขนแปรง ลึกไปในสีพอควรอย่าให้ถึงข้อที่ผูก คนเล็กน้อย ยกแปรงขึ้นตบที่ขอบข้าง กระป๋อง ซ้าย-ขวาอย่างละ 1 ครั้ง นำแปรงดอกหญ้าทาบนหลังคาน ทับหลังลากแปรงยาวๆ ลากจากซ้าย ไปขวา หงายมือ และลากจากขวามาซ้าย คว่ำมือ ตาให้ดูที่สีที่ออกมาจากขนแปรง ถ้าสีจางลงให้นำแปรงจุ่มให้กระป๋องสี และตบซ้าย-ขวาทุกครั้งก่อนนำออกมา จากกระป๋องสี นำมาทาต่อไปจนทั่ว ความกว้างของคานทับหลัง การทาควรทาให้ยาว ๆ เป็นแนวไป ตลอดเป็นแถวๆ แถวที่ 1 แถวที่ 2 แถวที่ 3 แถวที่ 4 ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนทั่วความกว้างของคานทับหลัง ในขณะที่ทำการทาถ้าเกิดการย้อย ของน้ำสีให้ใช้แปรงรีบลูบซ้ำก่อน ที่สีจะแห้งแข็งเป็นก้อน
                เมื่อทาด้านบนของคานทับหลังเสร็จแล้ว จึงหาด้านข้างของคานทับหลัง โดยการจุ่มแปรงตามวิธีเดิมยกแปรงนำ มาทาด้านบนสุดของคานทับหลังก่อน (จับแปรงแบบปากกา) ลากแปรงจาก ซ้ายไปขวา และลากแปรงจากขวามาซ้าย ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนสีทั่วด้านข้าง ของคานทับหลัง การทาด้านข้าง ของคานทับหลังนี้ต้องระวังการ หยดย้อนของสี และอย่าทนหนามาก ต่อไปทาใต้ท้องคานทับหลัง ต้องนั่งยอง ๆ บนนั่งร้านไม้ จุ่มแปรงวิธีเดิม แต่ใช้วิธีการจับแปรง แบบกำมือการทาแบบนี้ต้องใช้ ความไวกว่าวิธีแรกเล็กน้อย เพราะสีจะหยดได้ง่าย และสีจะ ไหลย้อยลงมาตามด้ามของแปรงดอกหญ้า ให้ยกปลายแปรงขึ้นด้านบน เริ่มทาจากซ้ายไปขวา และกลับจาก ขวามาซ้าย ตรงซอก ตรงมุม สีจะเข้าไป ได้ยาก ให้ใช้วิธีการตบแปรง เอาขน แปรงแหย่เข้าไปในขณะที่ตบแปรง ให้ระวังสีจะกระเด็น เข้าตาหรือจะ สลับมือมาจับแบบปากกาตามถนัด
                ต่อจากนั้นทาในแนวดิ่ง โดยการนำแปรงจุ่ม ลงในกระป๋องสีคนเล็กน้อยยกขึ้นตบซ้าย-ขวา ข้างกระป๋องซ้าย 1 ที ขวา 1 ที ยกแปรงออกมาเริ่มทาจากส่วนบนดิ่ง ลงมาในส่วนล่าง ทาแต่ละครั้งให้ได้ดิ่ง เริ่มทาจากส่วนที่ยากก่อน เช่น มุมในของเสากับกำแพง ทาเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ตามแนวดิ่ง ระวังอย่าให้คดไปคดมา ดูแล้วไม่สวยไม่เป็นระเบียบ ต่อจากนั้นจึงทาส่วนที่ง่ายคือ เสาและกำแพงให้ทาจนสุดระยะ ของนั่งร้านไม้ ส่วนความสูงใน แนวดิ่งให้อยู่ในระยะสูงใกล้ๆ กับนั่งร้านไม้เล็กน้อย
                ต่อไปจัดการย้ายนั่งร้านไม้ และขึ้นไปทาแบบเดิมคือ หลังคานทับหลัง ข้างคานทับหลัง ใต้ท้องคานทับหลัง มุมเสากับกำแพง เสา กำแพงแนวดิน ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนทั่วตลอดความยาวของกำแพง
                เมื่อระดับบนเรียบร้อยแล้ว จึงยกนั่งร้านไม้ออกและยืน บนพื้นดิน ใส่สีลงในกระป๋องสี พอประมาณใช้แขนซ้ายกอดให้ ปากของกระป๋องสีเอนออกไป ข้างหน้าเล็กน้อย มือขวาจับกำด้าม แปรงดอกหญ้าจุ่มลงไปในกระป๋องสี คนเล็กน้อย ยกแปรงขึ้นมาตบซ้าย-ขวา ข้างละ 1 ที เอาแปรงมาทา ณ มุมของ กำแพงกับเสาในแนวดิน ต่อลงมาจาก แนวเดิมจนถึงคานคอดิน การทาแบบนี้จะได้งานที่เร็ว แต่ต้องระวังตอนตบสีข้างกระป๋องสี จะกระเด็นเข้าตา ผู้เขียนเคยทามาเล้ว ตอนที่เป็นนักศึกษาในระดับ ปวส. เมื่อทาในแนวดิ่งเสร็จ ก็ทาใน แนวนอนคือมุมตามช่องกำแพงกับ คานคอดิน ส่วนใดที่ปลายแปรงเข้าไป ไม่ถึงก็ใช้วิธีการตบ การทา และการจับ แปรงเช่นเดียวกันกับคานทับหลัง (ตามแนวนอน) ทำเช่นนี้เรื่อย ๆ ไปจนทั่วตลอดกำแพง เสา คานคอดิน และตามทับหลังของรั้ว ในขณะที่ทาสี สีที่อยู่ที่ขนแปรงจะย้อยลงมาที่ด้ามแปรง ให้เอาปลายแปรงขูดที่ปากของกระป๋องสี เพื่อรีดเอาสีที่อยู่รอบๆ แปรงออกไป ให้ทำบ่อย ๆ ขนแปรงรอบ ๆ จะได้สะอาด
                เมื่อทาสีเสร็จแล้ว ให้ใช้นิ้วมือรูดขนแปรง เพื่อรีดเอาสีออกจากขนของแปรงดอกหญ้า ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ใช้ปลายของเหล็ก โป้วกดที่ข้อของเชือกฟางที่ผูกเอาไว้ 2 ข้อ จากปลายของแปรง นำแปรงดอกหญ้า ไปล้างน้ำ โดยใช้มือจับปลายขนแปรงกางออก แล้วลูบที่ปลายขนแปรงจนสะอาด นำแปรง ขึ้นมาสะบัดเพื่อให้น้ำถูกสลัดออกจากปลาย ของขนแปรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้ล้างเฉพาะส่วนปลายของแปรงดอกหญ้า ที่จุ่มสีเท่านั้น นำไปตากแดดให้ส่วนปลายแห้ง สนิททั้งภายในและภายนอกโดยการคลี่ปลาย ให้แบบกางออก ถ้าตากแดดแล้วส่วนในของ แปรงไม่แห้งสนิท จะเกิดการเน่าของขนแปรง ภายในได้ ทำให้แปรงมีกลิ่นเหม็น และเสียหาย ได้ ส่วนสีที่เหลือก็เทลงปี๊บไปตามเดิม ปิดฝาด้วย แผ่นไม้เพื่อกันผง ฝุ่น แมลงตกลงไป กระป๋องส ีนำไปล้างให้สะอาดเช็ดให้แห้งคว่ำเอาไว้ใช้ต่อไป
                ในวันรุ่งขึ้นให้ตรวจดูว่าบริเวณใด ส่วนใดที่ทาสีแล้วเกิดการย้อยของสี ให้ใช้เหล็กโป้วสีขูด แซะ และใช้กระดาษ ทรายขัดไม้เบอร์ 3 ค่อย ๆ ขัดลูบเบาๆ ปัดกวาดด้วยไม้กวาดอ่อนให้เรียบร้อย ก่อนที่จะลงมือทาครั้งต่อไป ส่วนแปรงดอกหญ้าจับกำให้กลม โดยใช้เชือก ฟางตีเป็นเกลียวผูกมัด เอาไว้ 2 ข้อ ตามเดิมหลังจากที่ได้ตัด 2 ข้อออกตอนล้างแปรง เมื่อทำการผูก 2 ข้อตามเดิมให้แน่นดีแล้ว ใช้ค้อนหงอน หรือไม้ทุบให้ปลายแปรงมีลักษณะแบน เล็กน้อยตามที่กล่าวมาแล้ว
                ในการทาสีครั้งนี้เป็นการทาทับหน้า ซึ่งแล้วแต่เจ้าของบ้าน ถ้าอยากได้สีขาว ก็สามารถใช้สีน้ำปูน (ของเดิม) เอาไม้คนให้ละลาย เข้ากันได้ดีเทใส่ ในกระป๋องที่มีหูหิ้ว และนำไปทาได ้เลยตามวิธีที่กล่าวมาแล้วข้างต้น คือ ทาทับของเดิมหรือถ้าต้องการ ให้เป็นสีอื่นให้ใช้แม่สีซึ่งเป็นสีฝุ่น หรือแม่สีจากหลอดแก้วนำมาทดลอง ผสมแต่น้อย ๆ ก่อน ในขณะที่ทำการ ผสมแม่สีลงไปต้องคอยจำอัตราส่วนด้วย และเมื่อผสมแม่สีกับสีน้ำปูนแล้ว ทดลองทาจุดที่มองไม่ค่อยเห็นทา เพียงเล็กน้อยรอให้แห้ง แล้วดูว่าตรงกับสีที่ต้องการ หรือไม่ เมื่อตรงกับสีที่ต้องการแล้ว จึงผสมทีละมาก ๆ เพื่อจะได้ไว้ใช้ ทาหลาย ๆ ครั้ง ไม่ต้องผสมบ่อย เมื่อทาเสร็จให้ล้างแปรงและเก็บสิ่ง ของต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ปกติควรทา 2-3 ครั้งตามที่ต้องการ 1 ครั้งต่อวัน แล้วทิ้งเอาไว้รอจนแห้ง รุ่งขึ้นทาทับ เช่นเดิมอีกจนสีน้ำปูนที่ทากำแพงมี ความหนาและสวยตามที่ต้องการ เป็นอันเสร็จงาน
บทสรุป
                ปูนขาวเป็นวัสดุที่มีความสำคัญ ต่อชีวิตประจำวัน ใช้ในการผสม ปูนก่อ และปูนฉาบ เพื่อการก่อสร้าง อาคารใช้ผสม คลุกเคล้ากับดิน เพื่อให้ดินร่วนปลูกต้นไม้ได้เจริญ งอกงาม ใช้ทำเป็นสีน้ำปูนเพื่อทา ภายนอกของอาคารและรั้ว ก่อให้เกิดความประหยัดเพราะ สามารถทำสีน้ำปูนได้เอง เป็นการนำ เอาวัสดุอุปกรณ์บางอย่างที่เหลือใช้ หรือเลิกใช้แล้ว นำกลับมาใช้ให้ เป็นประโยชน์ก่อให้เกิดความคิด ที่จะพัฒนาตนเองและลูกหลาน ให้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็น ประโยชน์เป็นแนวทางที่จะคิดค้น สิ่งใหม่ๆ ให้ดีขึ้นต่อ ๆ ไป
                สีน้ำปูนเป็นสีที่ทาง่าย แห้งเร็ว สามารถเปลี่ยนสีได้ตามที่ต้องการ ด้วยการเอาแม่สีผสมลงไปก็จะได้สีตามที่ต้องการ มีความคงทนไม่แพ้สีที่มีจำหน่ายตามท้องตลาด ก่อให้เกิดความประหยัด ความภาคภูมิใจ เป็นการสร้างทัศนคติที่ดีต่อครอบครัว และฝึกความสามารถที่จะเป็นช่างสี จำเป็นหรือช่างสีสมัครเล่นได้ต่อไป

บรรณานุกรม


เฉลียว  โพธิพิรุฬห์. "งานปูน - ก่อสร้าง"  ธนะการพิมพ์  :กรุงเทพฯ 2526

ประวัติผู้เขียน
     ชื่อ    :               อาจารย์ดำเนิน  คงพาลา
     การศึกษา    :      คบ.อุตสาหกรรมศิลป์ (ก่อสร้าง- เครื่องปั้นดินเผา)
     การทำงาน   :       อาจารย์ประจำแผนกเทคโนโลยีโยธา วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
                             สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ