บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
หัวข้อสาระ


ระวัง! ผู้รับเหมาเทพื้นคอนกรีตหนาเพิ่มแถมฟรีๆ อันตรายนะ
ข้อปฏิบัติเมื่อกำลังก่อสร้างอาคาร
ทำอย่างไรเมื่อก่อสร้างเสร็จ
เอกสารที่จะต้องใช้ในการติดต่อขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
เทคโนโลยีในการผลิต “คอนกรีตมวลเบา”
คู่มือการตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
มารู้จัก วิศวกร สถาปนิก มัณฑนากร ผู้รับเหมา
คิดสร้างบ้าน หรือสิ่งก่อสร้าง ปรึกษาใคร
หาผู้รับเหมาสร้างบ้าน ไม่โกง ไม่โก่ง ไม่กด
ขั้นตอนการขออนุญาติปลูกสร้างอาคาร
ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
ใช้น้ำสกปรกผสมคอนกรีตทำให้บ้านพังได้
ฉาบอย่างไรไม่ให้บ้านร้าว
งานปูพื้นพรม
ปูนก่อและปูนฉาบ
ความรู้เกี่ยวกับ “หลังคา”
ขั้นตอนตรวจรับงานฝ้าเพดาน
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน
การใช้น้ำยากันซึมในการผสมคอนกรีต
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน
การใช้งานของปูนซีเมนต์แต่ละประเภท
สาระเรื่อง “รั้ว”
วิธีมุงกระเบื้องคอนกรีตและครอบ
รู้เรื่อง "เสาเอ็นของบ้าน"
วิธีการปูกระเบื้อง
ภาพการทำลายสิ่งปลูกสร้างโดยใช้ระเบิด
ชนิดของปูนฉาบสำเร็จรูป
การเผื่อวัสดุสูญเสีย ในการประมาณราคาก่อสร้าง
ระบบพื้นคอนกรีตอัดแรงในที่(Post-Tension)
การตรวจคุณภาพงานเหล็กเสริมคอนกรีต
การป้องกันและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในงาน ก่อสร้าง
มารู้จักส่วนประกอบของอาคารกันเถอะ
รู้เรื่อง "ถมดิน"
เคล็ด(ไม่)ลับ เลือก "คนสร้างบ้าน" ให้ถูกใจ
จะสร้างบ้านสักหลัง ต้องวางแผนก่อน
ทาสีผนัง
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นหล่อในที่
เกร็ดความรู้จาก ช่างก่อสร้าง
ข้อคิดที่สำคัญก่อนลงมือต่อเติมบ้าน
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร?
ทำไม้แบบ เขาให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนกันเท่าไร… จึงยังไม่อันตราย
มีปลั๊กฝังในเสา ต้องฝังให้ดี ….ไม่งั้นบ้านอาจพังได้
ท่อเอสล่อนแบบ สีเหลือง สีฟ้า และสีเทา ต่างกันอย่างไร?
ขัดมันใต้อ่างอาบน้ำ ช่วยกันการรั่วได้
ปลูกต้นไม้บนดาดฟ้า ต้องเตรียมการไว้ให้ดี
อย่าลืมสั่งซื้อขาวงกบห้องน้ำ ให้ยาวกว่าขาวงกบห้องธรรมดา
ไม้เต็งมาเลย์ทำวงกบได้ไหมเอ่ย ?
"ปรับปรุงบ้าน" ลดค่าไฟระยะยาว
ปัญหาการขาดความเสถียรของเข็มเจาะ (ชนิดเจาะแห้ง)
สร้างบ้านอย่างไร ? ไม่ให้งบบานปลาย
ทำหินขัดอย่างไรไม่ให้ร้าว
น้ำยากันซึมและน้ำยากันการแตกร้าว ใช้ผสมกันเลยได้หรือไม่
พื้นกระเบื้องให้อยู่ทนทานนานปี
ระบบน้ำดีภายในบ้าน ต้องมีถังพักน้ำก่อนเข้าปั๊มหรือเปล่า
ถังพักน้ำก่อนเข้าปั๊มบนดินกับใต้ดิน
ต้องใช้ถังเก็บน้ำบนดาดฟ้าหรือเปล่า
อย่าลืมท่ออากาศ
การเลือกใช้ไม้
สีทาไม้
"ระบบสุขาภิบาลในบ้าน"
บริเวณใต้อ่างอาบน้ำต้องขัดมัน
อย่าลืมรูระบายน้ำที่วงกบหน้าต่างอลูมิเนียม
ไขปัญหา..ต่อเติมบ้านแล้วมีรอยแยก-รอยร้าว
ปาเก้บ้านคุณ ขัดแล้วดูเป็นลอนน่าเกลียดหรือเปล่า
อย่าเตรียมพื้นผิวสำหรับปูหินอ่อน เท่ากับปาเก้ ….นะ
ระวังการปูวัสดุปูพื้นแตกต่างกัน มาชนกัน แล้วจบกันไม่ลง
กระจกมีกี่ชนิด แล้วจะเลือกใช้อย่างไร
Curtain Wall มีกี่อย่าง ?
ติดตั้ง Curtain Wall ต้องเตรียมการล่วงหน้า
การวางแผนติดฝ้าห้องน้ำไว้รองรับปัญหาในอนาคต
ติดมอบหรือบัวฝ้าเพดาน อย่าลืมโครงเคร่าไม้โดยรอบ
ฝ้าเพดาน (ไม้) ภายนอก เลือกอย่างไร
ห้องมีเสียงก้อง ….จะทำอย่างไรดี
ท่อส้วม ท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง เอียงได้แค่ไหน
ซื้อขาวงกบห้องน้ำ ควรให้ยาวกว่าขาวงกบห้องธรรมดา
ฝ้าเพดาน (ไม้) ภายนอก เลือกอย่างไร
คุณติดประตูบานเกล็ดที่ห้องน้ำผิดด้านหรือเปล่า
ไม้เต็งมาเลย์ทำวงกบได้ไหม?
ทำไม …ขอบวงกบประตูหน้าต่างมักจะมีรอยแตกร้าว ?
หลังคาเหล็กที่พังลงมา เกิดจากอะไร?
หลังคากระจก …. ต้องเป็น Laminated Glass เท่านั้น
เทคนิคการย้อมผิวไม้ให้งดงาม
การทำปูนสลัดเม็ดแทนการฉาบปูนตามเศรษฐกิจยุค IMF
การออกแบบแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปสำหรับสะพานโครงสร้างเหล็ก
เทคนิคการบ่มคอนกรีต...เรื่องสำคัญในงานก่อสร้าง
การทาสีบ้านด้วยปูนขาว
การแก้ปัญหาความขัดแย้งในงานก่อสร้าง
การคิดเนื้องานโครงสร้างในงานก่อสร้าง
10 ขั้นตอนตัด-ต่อท่อน้ำประปา
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นแบบหล่อในที่ แบบไหนดีกว่า
ห้องใต้หลังคา ทำอย่างไรไม่ให้เป็นเตาอบ
การมุงกระเบื้องหลังคาบนตึกสูง
ตะเฆ่สัน ตะเฆ่ราง คืออะไร ?
ซื้อหรือจ้างเขามาทำเฟอร์นิเจอร์ในครัว น่าตรวจเช็คอะไรบ้าง
อย่าประหยัดค่าพัดลมดูดอากาศในห้องครัว
โถส้วมติดตั้งได้ระดับหรือไม่ ดูอย่างไร
คู่มือการตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
การเทคอนกรีตที่มีความหนามาก ๆ ต้องทำอย่างไร
การเลือกสีควรเลือกจากแคตตาล็อก อย่าให้ผู้รับเหมาผสมเอง
ประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม ควรหนาเท่าใด
หลีกเลี่ยงการใช้ปูนพอกสันหลังคา ใช้ครอบหลังคาหรือปีกนกดีกว่า
ประตูสู่ด้านนอกอาคารจะต้องเปิดออก และวงกบวางอยู่บนพื้นนอกเสมอ
การติดตั้งถังเก็บน้ำที่เหมาะสม
ปูปาเก้ไม้แดง เผื่อช่องว่างที่ผนังไว้บ้าง
"กาบกล้วย" คืออะไร
"วัสดุกันความร้อนใยแก้ว"
ผนังโค้ง ๆ จะทำด้วยกระจกได้หรือไม่
ผนังกระจกสองแผ่นต่อกัน และกระเด้งได้ แก้ไขอย่างไร
ใช้ซิลิโคน (Silicone) ให้ถูกชนิด…..
Hard Cote กับ Soft Cote ของกระจกสะท้อนแสงต่างกันอย่างไร
โครงสร้างระบบ Post Tension ห้ามมีน้ำขังที่พื้นเด็ดขาด
ฤกษ์เสาเอกอาคารสมัยใหม่เขานับกันตรงไหน
Shop Drawing คืออะไร
สปริงเกอร์ (Sprinkler) คืออะไร ทำงานอย่างไร
"สายชำระ" ต้องอยู่ทางขวามือเสมอ
อย่าเสริมพื้นให้สูงขึ้นโดยวิธีเทคอนกรีตทับ
ขุดดินลึกแค่ไหนแพงเท่าไร
เสาเอ็นทับหลัง ต้องเทด้วยคอนกรีต ไม่ใช่ปูนทราย
อย่าเปลี่ยนพื้นห้องแถวชั้นล่างให้เป็น Slab on Beam
เสาเข็มสระว่ายน้ำ
พื้นระบบ Post Tension คืออะไร
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นแบบหล่อในที่ แบบไหนดีกว่า
ท่อ P.E. และ P.B. ต่างกันอย่างไร
มารู้จักการก่อสร้าง Diaphargm Wall กันเถอะ
การปรับปรุงคุณภาพดินโดยใช้ซีเมนต์คอลัมน์
การออกแบบรายละเอียดโครงสร้างเหล็ก
การแตกร้าวของปูนฉาบและ รอยแตกร้าวทั่วไป
การทรุดแตกร้าว อันเกิดจากธรรมชาติ-มวลดินวิบัติ และวิธีป้องกัน
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
การบ่มปูน สิ่งที่เรามักจะลืม
อิฐมวลเบา
การซ่อมแซมเสาปูนที่แตกร้าวด้วยตนเอง
วิธีหาท่อประปารั่วอย่างง่ายๆ
วิธีการป้องกันกำจัดปลวกโดยวางท่อก่อนการก่อสร้าง
การใช้น้ำยากันซึมในการผสมคอนกรีต
แนวทางพิจารณาสาเหตุ (เบื้องต้น) การทรุดตัวของอาคาร
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
The Millau Bridge สะพานรถวิ่งที่สูงที่สุดในโลก
สัมภาษณ์อ.ธเนศ วีระศิริ งานยกอาคารสุนันทาลัย
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
ทรุดแตกร้าวเต้องแก้ที่ต้นเหตุ
ปัญหาเข็มเจาะ ชนิดเจาะแห้ง(Dry proceed)
อยากให้บ้านเย็น ขังน้ำไว้ใต้ตัวบ้านจะดีไหม
กว่าจะมาเป็นหอไอเฟล
คำแนะนำการปูกระเบื้อง แกรนิโต้
ข้อมูลด้านเทคนิคของกระเบื้อง
ความรู้ทั่วไปเรื่องการก่อสร้างบ้าน
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
ปรับปรุงระบบไฟฟ้าในบ้านเก่า
ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
แก้ปัญหาฝ้า-เพดาน มีน้ำรั่วซึม
ซ่อมแซม-เปลี่ยนฝ้าเพดานใหม่
การย้อมสีเนื้อไม้ ("Wood Staining)
การทำสี เทคนิค และวิธีซ่อมแซมงานไม้
วิธีปูปาเกต์ไม้
วิธีซ่อมพื้นกระเบื้องเคลือบหรือกระเบื้องเซรามิค
ชนิดของพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่นิยมใช้ในอาคารพักอาศัย
วิธีทาสีบ้านให้สวยทนนาน
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
รอยร้าวใต้คานกับผนัง
ผนังห้องแตกเป็นลายงา
วิธีซ่อมบ้านไม้เอียง
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร
ข้อคิดในการใช้ “วัสดุยาแนว” อเนกประสงค์
อย่าออกแบบบานเกล็ดกระจกให้กว้างมากนัก
การบ่มปูน สิ่งที่เรามักจะลืม
สายดิน ประโยชน์และวิธีการติดตั้ง
วิธีปรับระดับน้ำในโถสุขภัณฑ์
การปูพื้นกระเบื้อง
วิธีการดูรายละเอียดข้างกล่องกระเบื้อง
ฟิล์มกรองแสง
ประเภท ฟิล์มกรองแสง
6 เทคนิคปรับปรุงสู่ “บ้านประหยัดพลังงาน”
เทคนิคการติดตั้ง "ลามิเนต"
การลงแป้งงานไม้
การย้อมสีไม้
เทคนิคการทำสี และวิธีซ่อมแซมงานไม้เฟอร์นิเจอร์
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอิฐมวลเบา
ตารางแปลงหน่วย
เลือกผู้รับเหมาฯ แต่งบ้าน ซ่อมบ้าน สร้างบ้าน ต้องรอบครอบ
ขั้นตอนการปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำ สปา เซาว์น่า
ขั้นตอนการปูกระเบื้องดินเผา
ขั้นตอนการปูกระเบื้องบริเวณห้องน้ำและห้องครัว
การซ่อมแซมบริเวณต่างๆ สำหรับติดตั้งระบบป้องกันการรั่วซึม
ต่อเติมอาคารใหม่ชิดอาคารเก่า …ระวังเข็มที่ตอกใหม่ ทำลายฐานรากเก่า
กระเบื้องปูพื้นที่มีผิวขรุขระ จะปูอย่างไร ไม่ให้มีน้ำขัง ? แล้วถ้าน้ำขัง จะมีตะไคร่ขึ้น

        เทคนิคการบ่มคอนกรีต...เรื่องสำคัญในงานก่อสร้าง

หมวด : ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 19424    

เทคนิคการบ่มคอนกรีต...เรื่องสำคัญในงานก่อสร้าง


บทนำ
                ในปัจจุบัน การก่อสร้างมีการพัฒนารุดหน้าไปมากในขณะที่การศึกษาเจริญก้าวหน้าสามารถนำเอาสิ่งประดิษฐ์ คิดค้นใหม่ ๆ ที่ดีกว่ามาพัฒนาใช้กับบ้านที่เป็นที่อยู่อาศัย เช่น เดิมใช้เสาไม้ซึ่งจะมีการผุร่อนได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณผิวดิน ที่ช่างก่อสร้างเรียกว่า คอดิน บริเวณคอดินดังกล่าวจะเป็นบริเวณที่มีความเปียกจากน้ำฝนในขณะฝนตก และเมื่อฝนหายตก แล้ว น้ำฝนก็จะค่อย ๆ ซึมลงไปยังพื้นดินส่วนล่างหรือไหลออกไปที่อื่น มีบางส่วนจะขังอยู่รอบ ๆ ของโคนเสาเมื่อแสง แดดสาดส่องมายังเสาจะเผาน้ำดังกล่าวให้ค่อย ๆ แห้งไปเป็นเช่นนี้เรื่อยไปหลายครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าไม้จะผุ ทำให้เสาคอดและขาดในภายหลัง
                จากปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดการพัฒนาคิดค้นหาทางแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น โดยการนำเอาคอนกรีตเข้ามาใช้ และเพิ่มเหล็ก (ใส่เหล็กเสริมภายในคอนกรีต) จึงมีชื่อเรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า คอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) เพื่อหลีกเลี่ยงการ ผุกร่อน และหลีกเลี่ยงการตัดไม้ทำลายป่า อีกทางหนึ่งซึ่งเดิมที่นิยมใช้กันแค่เพียงเสาบ้านเท่านั้นที่เป็นเสา ค.ส.ล. แต่นานวันเข้ามีการพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ คือ ส่วนล่างเป็น ค.ส.ล. และก่ออิฐฉาบปูน ผนังส่วนบนเป็นไม้ จากนั้นมีการพัฒนาต่อไปอีกเช่น บ้านชั้นเดียว ที่เป็นคอนกรีต ปูนก่อ ปูนฉาบผนังทั้งหลัง ซึ่งปลูก อยู่เหนือพื้นดินเพียงเล็กน้อยจะดูน่ารักกระทัดรัดดี ทั้งนี้ เพราะการปลูกสร้างบ้านพักอาศัยขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านการเงิน เป็นหลัก ทำให้การก่อสร้างพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเป็นคอนกรีตหมดทั้งหลัง เป็นอาคาร 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ชั้น และสูงไปกว่านั้น
การบ่มคอนกรีต... จุดเริ่มต้นของการบำรุงรักษา
                ในงานก่อสร้างอาคารที่เป็นตึก หรือจะเรียกให้โก้ ๆ หน่อยก็คือ งานก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) สิ่งที่จะขาดเสียมิได้คือ การบ่มคอนกรีต หรือ การบำรุงรักษาคอนกรีตเป็นการควบคุมและป้องกันไม่ให้น้ำที่เหลือจาก การกระทำปฏิกิริยากับปูนซีเมนต์ ระเหยออกมาจากคอนกรีตที่เทลงในแบบหล่อ และคอนกรีตแข็งตัวแล้วเร็วเกินไป เพื่อให้คอนกรีตที่แข็งตัวแล้ว มีกำลังเต็มที่สามารถรับแรงตามที่ต้องการตามที่คำนวณออกแบบไว้ได้
                ในขณะที่ทำการผสมคอนกรีตวัสดุที่ใช้ได้แก่ ปูนซีเมนต์ (ในงานคอนกรีตนิยมใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทหนึ่ง ได้แก่ ปูนซีเมนต์ตราช้าง ตราพญานาคเศียรเดียวสีเขียว ตราเพชรเม็ดเดียว) ทรายหยาบ หิน และน้ำ เมื่อนำน้ำกับปูนซีเมนต์ผสมเข้ากันตามอัตราส่วนที่ได้คำนวณเอาไว้แล้วนั้นน้ำกับปูนซีเมนต์จะทำปฏิกิริยากันเกิดเป็น ความร้อน ความร้อนที่แฝงอยู่ในเนื้อคอนกรีตนี้จะทำให้น้ำในส่วนผสมของคอนกรีตระเหยไปส่วนหนึ่ง แต่ไม่มากนัก และในขณะที่ทำการผสมคอนกรีตจะต้องทำการคลุกเคล้าซีเมนต์ทรายหิน และน้ำเข้าด้วยกันจะเกิดช่องโหว่ (ฟองอากาศ) ในเนื้อของคอนกรีตนั้น เมื่อได้ทำการผสมคอนกรีตเสร็จเรียบร้อยจะได้คอนกรีต (คอนกรีตสด) ซึ่งพร้อมที่จะนำไปเทลงใน แบบหล่อ โดยการนำคอนกรีตสดดังกล่วใส่รถเข็น ใส่กระป๋อง หรือรถที่ใช้ในการเทคอนกรีต แล้วแต่ว่างานนั้นเป็นงานเล็ก หรืองานใหญ่
                เมื่อนำคอนกรีตสดเทลงไปในแบบหล่อที่ทำแบบสำหรับหล่อคอนกรีต เช่น แบบหล่อของฐานราก แบบหล่อของคานคอดิน แบบหล่อของเสาตอม่อ แบบหล่อของพื้น ซึ่งได้ประกอบและยึดไว้แน่นหนา แข็งแรงดีแล้ว คอนกรีตสดก็จะค่อย ๆ ไหลลงไปในแบบหล่อนั้นแต่ช้ามาก จึงต้องมีการกระทุ้งด้วยท่อนเหล็ก (ท่อนเหล็กของเหล็กเส้น) หรือใช้ ไม้ในกรณีที่เป็นเสา หรือจะใช้ปลายของประแจดัดเหล็กหรือชะแลงสุดแล้วแต่ความเหมาะสมของงาน ถ้าเป็นงานใหญ่ก็ ใช้เครื่องสั่นคอนกรีต เครื่องปาดหน้าของคอนกรีต และเครื่องสั่นแบบหล่อของคอนกรีต เพื่อให้คอนกรีตดังกล่าวสามารถที่จะไหลเข้าไปในแบบหล่อ และเหล็กเสริมให้เข้าไปได้ทุกซอกทุกมุม จนกระทั่งคอนกรีตนั้นเกิดความแน่นตัวมากที่สุด
                แต่ในขณะที่เทคอนกรีตลงไปในแบบหล่อ ถ้าแบบหล่อนั้นประกอบไม่สนิทมีช่องว่าง ช่องโหว่ หรือรอยแตกร้าวของไม้แบบ จะทำให้น้ำและซีเมนต์ในส่วนผสมของคอนกรีตดังกล่าว ซึ่งมีความละเอียดมากกว่าทรายและหิน สามารถลอดช่องว่างของแบบหล่อดังกล่าวได้ ถึงแม้ว่าแบบหล่อจะดีเพียงใด หรือประกอบสนิทเรียบร้อยแค่ไหน น้ำยัง สามารถลอดออกมาจากแบบหล่อได้ไม่มากก็น้อย ฉะนั้นถ้าแบบหล่อประกอบไม่ดีและ ไม่สนิทแล้วน้ำก็จะสามารถ ไหลลอดออกมาได้มากยิ่งขึ้น
                อีกประการหนึ่งในขณะที่ทำการกระทุ้ง หรือใช้เครื่องสั่นคอนกรีตเพื่อให้คอนกรีตไหลลงสู่แบบหล่อ และแทรกไปในเหล็กเสริมทุกซอกทุกมุมนั้น น้ำและฟองอากาศจะถูกซีเมนต์ทราย หิน ช่วยกันบีบตัวให้ ฟองอากาศ และน้ำลอยขึ้นมาที่ผิวหน้าของคอนกรีต ในบางครั้งช่างปูนก็จะใช้ค้อนเคาะข้าง ๆ ของแบบหล่อ เป็นการช่วยให้ คอนกรีตไหลเข้าไปในแบบหล่อได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ค้อนเคาะข้างแบบหล่อดังกล่าวเป็นการไล่ฟองอากาศ และน้ำให้แทรกตัวลอยขึ้นมาข้าง ๆ แบบหล่อจนลอยขึ้นมาถึงผิวหน้าของคอนกรีต เนื้อของคอนกรีตก็จะเข้าไปแทนที่ใน บริเวณข้าง ๆ แบบหล่อดังกล่าว ทำให้คอนกรีตแน่นตัวมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เพื่อที่จะให้ได้คอนกรีตเสริมเหล็ก หรือคอนกรีตล้วน ในรูปแบบของแบบที่ใช้หล่อสมบูรณ์ ที่สดุ มีคุณภาพดีที่สุด มีคุณสมบัติสามารถรับแรง รับน้ำหนักบรรทุกได้ตามที่ต้องการ กล่าวคือหมายถึงตามที่ได้คำนวณเอาไว้
                ในขณะที่ปฏิบัติงานดังกล่าวน้ำจะถูกบีบตัวให้ลอยขึ้นมาที่ผิวหน้าของคอนกรีต และเมื่อช่างปูนใช้เกรียง ไม้ทำการปาดแต่งผิวหน้าของคอนกรีตดังกล่าวให้เรียบได้ขนาดตามความต้องการ (ตามแบบ) น้ำที่อยู่ในส่วนของผิวหน้า ของคอนกรีตจะถูกเกรียงไม้ ปาดให้ไหลออกไปจากแบบหล่อส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งยังคงปกคลุมอยู่เหนือผิวของ คอนกรีตแต่อาจจะน้อยมาก ระยะเวลาตั้งแต่ผสมคอนกรีตเสร็จ และนำคอนกรีตสดมาเทลงในแบบหล่อ กระทุ้งด้วยเหล็ก หรือไม้จนคอนกรีตแน่นตัวดีแล้ว จากนั้นทำการแต่งผิวหน้าของคอนกรีตด้วยเกรียงไม้ ต้องใช้เวลาให้น้อยที่สุดเท่าที่ จะทำได้ และไม่ควรให้เกินกว่า 30 นาทีแรก เพราะคอนกรีตจะเริ่มรวมตัวกันตั้งแต่ 30 นาที และค่อย ๆ จับตัวกันเป็นวุ้น จนถึง 10 ชั่วโมงสุดท้าย
                จากนั้นคอนกรีตก็จะเริ่มแข็งตัวขึ้นเรื่อย ๆ ทีละน้อย ๆ ในช่วงเวลากังกล่าวเป็นช่วงที่ต้องทิ้งคอนกรีตไว้ เฉย ๆ ห้ามมิให้มีการรบกวน หรือมีการสั่นสะเทือนใด ๆ ทั้งสิ้นจนคอนกรีตมีอายุ 24 ชั่วโมงแล้ว จะเห็นได้ว่า ในช่วง เวลาดังกล่าว คอนกรีตมีแต่จะเสียน้ำ ยิ่งตอนหลังสุด (หลัง 30 นาที) คอนกรีตถูกให้ทิ้งเอาไว้เฉย ๆ จะถูกแสงแดด ลมพัด เอาน้ำที่อยู่ที่ผิวหน้าของคอนกรีตระเหยไป เมื่ออายุของคอนกรีตถึง 24 ชั่วโมงแล้ว ต้องทำการเอาน้ำกลับมาเพื่อให้น้ำได้ ทำปฏิกิริยากับปูนซีเมนต์ ทำให้คอนกรีตเกิดการแข็งตัวขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคอนกรีตจะเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็วเกิดแรงดึงที่ผิว ที่กำลังจะแห้ง เป็นผลให้เกิดรอยร้าวที่ผิวของคอนกรีต เมื่อนำน้ำกลับมาจะทำให้ผิวหน้าของคอนกรีตไม่เกิดรอยร้าว และทำให้ คอนกรีตเกิดการแข็งตัวขึ้นเรื่อย ๆ สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ต่อไป การนำน้ำกลับมาสู่คอนกรีตนี้เรียกว่า การบ่มคอนกรีต หรือการบำรุงคอนกรีตนั่นเอง ซึ่งสามารถกล่าวโดยสรุปถึงวัตถุประสงค์ในการบ่มคอนกรีตได้ดังนี้คือ
                วัตถุประสงค์ของการบ่มคอนกรีต 5 ประการ
                1. เพื่อให้ผิวของคอนกรีตไม่เกิดการแตกร้าวอันเนื่องจากการสูญเสียน้ำในขณะปฏิบัติงาน การผสม การเทเข้าแบบ การทำให้แน่นและการแต่งผิว
                2. เพื่อให้คอนกรีตมีความแข็งแรง สามารถรับกำลังได้ตามที่ได้คำนวณออกแบบไว้
                3. เพื่อเป็นการคอยดูแลเอาใจใส่ในชิ้นส่วนต่าง ๆ ของโครงสร้างให้ถูกต้องตามแบบมากที่สุด
                4. เป็นการทำงานที่ถูกขั้นตอน ถูกหลักวิชาการ ทำให้ได้คุณภาพของงานที่ดีมีประสิทธิภาพ
                5. ก่อให้เกิดข้อคิดและรู้จักวิธีการแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ของงานแต่ละงานซึ่งไม่ค่อยเหมือนกัน
เทคนิควิธีการหลากหลาย...เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบ
                ในการบ่มคอนกรีตนั้น มีวิธีการบ่มอยู่ด้วยกันหลายวิธีทั้งนี้ และทั้งนั้นต้องคำนึงถึงวิธีการที่ถูกที่สุด และให้ผล ตอบแทนที่ได้ผลมากที่สุด รวมถึงกรรมวิธีต่าง ๆ ที่จะอำนวยความสะดวก ความรวดเร็ว ความง่าย แต่ได้ผลที่มีคุณภาพ
                ผู้เขียนขอยกตัวอย่างบ้านหลังหนึ่ง มีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยฐานราก คอนกรีตเสริมเหล็ก คานคอดินคอนกรีตเสริมเหล็ก เสาตอม่อ และเสาของอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นชั้นล่างและ ห้องน้ำชั้นบนเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นชั้นล่างและห้องน้ำชั้นบนเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังก่ออิฐ-ฉาบปูน พื้นเป็นไม้มะค่าโมงรางลิ้นอัดสนิท โครงหลังคาเป็นไม้
                เริ่มแรกต้องเริ่มต้นกันที่ฐานราก ฐานรากซึ่งเป็นฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็ก ตัวของฐานรากเป็นส่วนที่อยู่ล่าง สุดของอาคารและอยู่ในดิน ฐานรากนับว่าเป็นโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของอาคารเพราะต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของ อาคาร แล้วทำการถ่ายน้ำหนักดังกล่าวลงสู่เสาเข็ม และจากเสาเข็มก็จะถายน้ำหนักลงสู่พื้นดินอีกต่อหนึ่ง ถ้าฐานรากไม่แข็ง แรงพอ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเกิดการทรุดตัว
                เมื่อฐานรากเกิดการทรุดตัว ถ้าการทรุดตัวของฐานรากเท่า ๆ กันทุก ๆ ฐานก็ยังไม่เป็นอะไรมากนัก เพราะอาคารทุก ๆ ส่วนจะค่อย ๆ ทรุดตัวลงมาช้า ๆ ค่อนข้างเสมอกันจะไม่เกิดการแตกร้าวหรือการพังทลาย แต่ถ้าฐานราก เกิดการทรุดตัวในแต่ละฐานไม่เท่ากัน ฐานรากฐานนี้ทรุดตัวมาก ฐานรากฐานถัดไปไม่ทรุดตัวเลย ฐานรากฐานถัด ไปอีกทรุดตัวในการสร้างอาคารหลังหนึ่งต้องใช้ฐานรากหลายฐาน เมื่อเกิดการทรุดตัวของฐานรากไม่เท่ากัน สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ เกิดการดึงกันในโครงสร้าง ทำให้ชิ้นส่วนของโครงสร้างเกิดการแตกร้าว เอนโย้ ถ้าเป็นเพียง เล็กน้อยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าการทรุดตัวของฐานรากมาก ๆ ก็อาจจะถึงขั้นพังทลายได้
                ในการที่จะทำการบ่มคอนกรีตของฐานรากหลังจากที่เทคอนกรีตลงในแบบหล่อฐานราก และทำการกระทุ้งด้วยท่อนเหล็กจนกระทั่งคอนกรีตเกิดการแน่นตัวดีแล้ว (สังเกตได้จากฟองอากาศ และมีน้ำเยิ้มที่ผิวหน้าของคอนกรีต) จากนั้นก็ทำการปาดผิวหน้าของคอนกรีตให้เรียบ ทิ้งคอนกรีตไว้เช่นนั้น อย่าไปทำอะไรอีกเป็นอันขาดเพราะอาจจะทำ ให้คอนกรีตของฐานรากเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นได้ ผู้ก่อสร้างเพียงแต่คอยดูแลมิให้แสงแดดร้อนมากในเวลาเที่ยงและ บ่ายสาดส่องไปถูกผิวของคอนกรีต หรืออาจจะมีฝนตกทำให้น้ำฝนตกไปชะเอาผิวหน้าของคอนกรีตเสียหายได้ ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้ต้องจัดการแก้ไขปกป้องด้วยการใช้วัสดุมาปิดบังโดยทำเป็นแผงกั้นให้ห่างจากผิวของคอนกรีตมาก พอสมควร จะใช้ผ้าใบม่านกรองแสงแดดเป็นหลังคา (ใช้ในเรือนเพาะชำต้นไม้) ก็ได้
                ตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นเมื่อคอนกรีตเริ่มแข็งตัวบ้างแล้ว ให้นำกระสอบไปคลุมให้ทั่วผิวของคอนกรีตฐานราก ใช้น้ำจากสายยางค่อย ๆ ฉีดพรมให้ชุ่มบนกระสอบ (ต้องหมั่นฉีดน้ำพรมน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอทั้งวัน) ถ้าอากาศร้อนต้อง ฉีดน้ำ พรมน้ำในตอนเช้า กลางวัน และเย็น ในการทำฐานรากของอาคารนิยมทำฐานรากกันวันละ 2-3 ฐานเท่านั้น เพราะไม่สามารถที่จะทำได้วันละหลาย ๆ ฐาน แต่ละฐานของอาคารจะมีจำนวนมาก เช่น 9, 10, 12, 15 ฐาน เป็นต้น ก็เป็นการดีที่จะได้ทำการสร้างฐานรากไปเรื่อย ๆ ทำวันละ 2-3 ฐานทำจนครบ 9 หรือ 10 ฐาน ฐานราก ที่ทำในวันแรก 2-3 ฐาน คอนกรีตก็จะแข็งแรงพอรับกำลังได้ ก็สามารถทำการตั้งแบบหล่อของเสาตอม่อได้ เพราะคอนกรีตของฐานรากมีอายุ 3-4 วัน ซึ่งแข็งแรงพอที่จะรับกำลังได้แล้ว
                ในขณะที่ทำการตั้งแบบหล่อของเสาตอม่อ ก็ยังคงใช้กระสอบที่คลุมผิวของคอนกรีตฐานรากชุ่มด้วยน้ำ อยู่เสมอ นอกจากว่าการทำงานตั้งแบบหล่อเสาตอม่อไม่สะดวกเท่าที่ควร ให้เก็บเอากระสอบออกไป เมื่อได้ทำการตั้ง แบบหล่อของเสาตอม่อเสร็จแล้ว ก็นำน้ำมาราดลงไปในแบบก่อสร้างของเสาตอม่อดังกล่าวประมาณ 2-3 กระป๋อง เป็นการล้างแบบหล่อของเสาตอม่อให้สะอาด และหารอยรั่วของแบบหล่อเพื่อที่จะได้อุดรอยรั่วของแบบหล่อของเสา ตอม่อต่อไป น้ำที่นำมาราด 2-3 กระป๋องนี้ก็ยังมีส่วนช่วยในการบ่มคอนกรีตของฐานรากอีกด้วย เพราะน้ำดังกล่าวจะ ไหลลงไปในส่วนล่างของเสาตอม่อที่ต่อเนื่องจากฐานราก เมื่อได้ทำการเทคอนกรีตลงไปในแบบหล่อของเสาตอม่อ และกระทุ้งด้วยท่อนเหล็กเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่กำลังกระทุ้งคอนกรีตอยู่นั้น ให้ใช้ค้อนหงอนตีข้าาง ๆ แบบหล่อ เพื่อไล่ฟองอากาศที่ติดอยู่ข้างแบบหล่อให้ลอยขึ้น และให้คอนกรีตเข้าไปอยู่แทนที่ (ความสูงตามระยะที่ได้ตอกตะปูเอาไว้ที่ไม้แบบ) ทิ้งคอนกรีตในส่วนของเสาตอม่อไว้เลย
                ส่วนคอนกรีตฐานรากยังคงใช้กระสอบคลุม และใช้น้ำฉีด พ่นน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น คอนกรีตของเสาตอม่อจะเริ่มแข็งตัว ให้นำน้ำจากสายยางค่อย ๆ ใส่ลงไปยังผิวหน้าของคอนกรีต (เสาตอม่อ) ส่วนด้าน ข้างของเสาตอม่อซึ่งเป็นแบบหล่อ ยังคงทิ้งเอาไว้เช่นนั้นก่อน ส่วนฐานรากก็ยังคงใช้กระสอบคลุมเช่นเดิม เมื่ออายุงานของคอนกรีตของเสาตอม่อมีอายุ 24 ชั่วโมงแล้ว ให้ถอดแบบหล่อของเสาตอม่อออก เพื่อที่จะนำไปประกอบแบบหล่อของเสาตอม่อต้นต่อ ๆ ไป (ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนหล่อเสาตอม่อครบหมดทุกต้น) เมื่อถอด แบบหล่อของเสาตอม่อออกแล้ว ให้นำกระสอบที่อยู่ที่ฐานรากมาพันรอบของเสาตอม่อตามความสูงของเสาตอม่อ จากฐานรากถึงระยะผิวคอนกรีตของเสาตอม่อสูงสุด แล้วนำน้ำมาฉีดพรมให้กระสอบเปียกชุ่มน้ำอยู่เสมอ ส่วนฐาน รากก็ใช้วิธีสูบน้ำใส่ลงไปในหลุม เพื่อให้คอนกรีตของฐานรากได้แช่อยู่ในน้ำตลอดเวลา


รูปที่ 1 เครื่องมือ อุปกรณ์ในการบ่มคอนกรีต

รูปที่ 2 การโกยทรายเพื่อนำมาคลุมผิวคอนกรีต

รูปที่ 3 การเททรายให้กระจายทั่วผิวคอนกรีต

รูปที่ 4 ฉีดน้ำบนทรายให้ชุ่ม

รูปที่ 5 การใช้กระสอบคลุมผิวหน้าคอนกรีต

รูปที่ 6 ฉีดน้ำบนกระสอบทรายให้ชุ่ม

ระยะเวลา...สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
                การบ่มคอนกรีตเสาตอม่อและฐานรากควรจะทำการบ่มติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน ถ้าสามารถบ่ม คอนกรีตติดต่อกันได้ถึง 14 วันเพราะจะทำให้คอนกรีตมีความแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักได้เต็มที่ตามที่ด้คำนวณ ออกแบบเอาไว้ ต่อจากนั้นให้การกลบหลุมโดยค่อย ๆ ใส่ดินก้อนเล็กลงไปรอบ ๆ โคนเสาตอม่อ (ใส่รอบ ๆ โคน เสาตอม่อจนเต็มหลุม หรือจะใช้ทรายใส่แทนดินก็ได้) ห้ามใส่ดินลงในโคนเสาตอม่อเพียงด้านเดียว เพราะดิน จะดันเสาตอม่อให้เอนและเสาตอม่ออาจจะหักได้
                ต่อจากนั้น จึงปรับแต่งปริเวผิวดินที่รองรับคานคอดินใช้ทรายรองพื้นแล้วปรับแต่งให้ได้ระดับ แล้วใช้ไม้แบบรองใต้คานคอดินหรือจะเทปูนทราย 1:3 ให้หนา 1" เป็นการรองพื้นใต้คานคอดินก็ได้
                จากนั้นเป็นการผูกเหล็ก ตั้งแบบหล่อคานคอดิน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้นำน้ำมาราดใน บริเวณที่จะเทคอนกรีตลงไปในแบบเพื่อเป็นการล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่อยู่ในแบบหล่อให้หลุดออกไปนอกแบบ น้ำที่นำมาราดเพื่อล้างแบบหล่อคานคอดิน จะไหลลงไปตามเสาตอม่อ (บางส่วน) และอาจจะไหลลงไปถึงฐาน ราก เป็นการบ่มเสาตอม่อและฐานรากไปด้วยในตัวพร้อม ๆ กัน
                จากนั้นนำคอนกรีตมาเทลงในแบบหล่อ กระทุ้งด้วยท่อนเหล็ก จะเห็นว่าน้ำปูนจะไหลซึมออกมาทาง ด้านล่างของแบบหล่อ เพราะบริเวณดังกล่าวจะไม่ค่อยสนิทมากนักเหมือนอย่างแบบหล่อของเสาตอม่อ เมื่อกระทุ้ง คอนกรีตด้วยท่อนเหล็กจะเห็นฟองอากาศ และน้ำเยิ้มขึ้นมาเหนือคอนกรีต เมื่อแน่ใจว่าคอนกรีตแน่นตัวดีแล้ว (ในขณะที่กำลังกระทุ้งคอนกรีตด้วยท่อนเหล็ก ให้ใช้ค้อนหงอนตีข้าง ๆ แบบหล่อ เพื่อเป็นการไล่ฟองอากาศข้างแบบหล่อ และให้คอนกรีตไหลเข้าไปแทนที่ฟองอากาศ) ทำการแต่งผิวหน้าของคอนกรีตด้วยเกรียงไม้ เพื่อให้คานคอดิน ค.ส.ล. (คอนกรีตเสริมเหล็ก) มีความสูงอยู่ในระดับเดียวกัน (ตามแบบ)
                ถ้าอากาศร้อน และแดดจัดควรหาวัสดุ เช่น ไม้อัด ผ้าใบ วัสดุแผ่นบาง ๆ ที่พอหาได้นำมาปกคลุมเพื่อ ป้องกันแสงแดด และลมพัดเอาน้ำในคอนกรีตให้ระเหยเร็วเกินไป ในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ใช้น้ำค่อย ๆ ราดบนผิว ของคอนกรีต น้ำจะซึมลงไปข้าง ๆ ของแบบหล่อ (ด้านใน) จากนั้นก็นำกระสอบมาคลุมตลอดความยาวของคาน คอดินแล้วนำน้ำมาฉีดพรมที่กระสอบให้ชุ่มตลอดทั้งวัน เมื่ออายุของคอนกรีตคานคอดินมีอายุครบ 24 ชั่วโมงแล้ว ให้เอากระสอบที่คลุมออกให้หมด ทำการถอดแบบหล่อข้างคานคอดินออกทั้ง 2 ฝั่ง นำดินหรือทรายมากลบหลุม (ที่ตอกหมุดยึดแบบหล่อ เมื่อถอนหมุดออกจะเป็นหลุม) ให้เรียบร้อย นำกระสอบคลุมที่คานคอดินทั้ง 3 ด้าน (ด้านบน 1 ด้าน ด้านข้าง 2 ด้าน) ตลอดความยาวของคานคอดินนำน้ำมาฉีด พรมให้กระสอบเปียกชุ่มน้ำอยู่เสมอ ควรทำการบ่มติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน และถ้าสามารถทำการบ่มคอนกรีตติดต่อกันได้ 14 วัน ก็จะเป็นการดีอย่างยิ่ง
                ในขณะที่ทำการบ่มคานคอดิน ค.ส.ล. ให้ตั้ง แบบเสาเทคอนกรีตเสา และทำการบ่มคอนกรีตเสา ซึ่งใช้วิธีการบ่มคอนกรีตเช่นเดียวกันกับเสาตอม่อ จะแตกต่างกันที่เสาจะมีความสูงมากกว่าเสาตอม่อ ต้องใช้กระสอบ พันรอบเสามากกว่าเสาตอม่อ เสาจะสูงเหนือคานคอดินซึ่งลมและแสงแดดมากระทบทำให้กระสอบที่ห่อหุ้มเสานั้น แห้งได้ง่ายกว่าเสาตอม่อ จึงต้องฉีดน้ำและพรมน้ำให้กระสอบที่ห่อหุ้มเสาเปียกชุ่มอยู่เสมอ ใน 1 วันต้องฉีดน้ำหลาย ๆ ครั้งจนครบ 14 วันโดยบ่มทุกวันอย่างต่อเนื่องกัน
                เมื่ออายุของคอนกรีตเสามีอายุมากกว่า 24 ชั่วโมงไปแล้ว ให้ถอดแบบหล่อออกและติดตั้งแบบใต้ท้อง คานโดยมีค้ำยันเป็นตัวรองรับแบบใต้ท้องคานดังกล่าว แล้วจึงวางเหล็กเสริมบนแบบใต้ท้องคาน ผูกเหล็ก และ ใส่เหล็กคอม้าให้เรียบร้อยตามแบบ ประกอบแบบข้างคานทั้ง 2 ข้าง ทำการตอกยึดแบบหล่อคานให้มั่นคงแข็งแรง (ต้องทำแบบหล่อคานให้แน่นหนา ถ้าแบบหล่อโป่งอาจจะแตกได้ในขณะที่ทำการเทคอนกรีต) บริเวณใดที่เป็นพื้น ค.ส.ล. หล่อติดกับคาน ค.ส.ล. ให้ติดตั้งแบบหล่อพื้นต่อเนื่องกับคาน ค.ส.ล. ได้เลย หลังจากที่ได้ตรวจสอบ แบบหล่อ เหล็กเสริมรอยรั่ว และล้างแบบหล่อตลอดจนเก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ตกหล่นอยู่บนแบบหล่อ เช่น ตะปู เศษลวด ชานอ้อย เศษไม้ ใบหญ้าเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมือเทคอนกรีต และกระทุ้งด้วยเหล็กให้คอนกรีตแน่น ตัว ทิ้งคอนกรีตดังกล่าวไว้ข้ามคืน ในเช้าของวันรุ่งขึ้นนำน้ำมาฉีดลงบนผิวหน้าของคอนกรีตให้ชุ่ม น้ำจะไหลซึม ไปข้าง ๆ ของแบบหล่อ (ข้างใน)จากนั้นนำกระสอบมาคลุมบนผิวหน้าของคอนกรีตทั้งพื้นและคาน นำน้ำมาฉีดให้ กระสอบเปียกชุ่มน้ำอยู่เสมอ เมื่อคอนกรีตมีอายุ 24 ชั่วโมงไปแล้ว จึงถอดแบบหล่อข้างคาน (ถ้าต้องการแบบ หล่อไปใช้ที่อื่น) แต่ถ้ายังไม่ต้องการนำไปใช้ที่อื่น ก็ยังไม่ต้องถอดแบบข้างคานก็ได้รอจนกว่าจะบ่มคอนกรีตครบ 14 วัน
                ถ้าถอดแบบหล่อข้างคานออกแล้ว ให้นำกระสอบมาคลุมคาน ค.ส.ล. ทั้ง 3 ด้าน (ด้านบน 1 ด้าน ด้านข้าง 2 ด้าน) นำน้ำมาฉีดให้กระสอบเปียกชุ่มน้ำอยู่เสมอ ส่วนพื้น ค.ส.ล. จะใช้กระสอบคลุมตลอดพื้นที่ผิวของพื้น ค.ส.ล. ดังกล่าวและหุ้มรอบ ๆ ของคาน ค.ส.ล.ด้วย จากนั้นนำน้ำมาฉีดให้กระสอบเปียกชุ่มอยู่เสมอทั้ง 4 ด้าน หรือจะนำเอาดินเหนียวมาเป็นคันดินทำนบกั้นน้ำให้สูงประมาณ 2-3 นิ้วรอบ ๆ ของพื้น ค.ส.ล. ดังกล่าว (ทำคันดินเสมอริมนอกของพื้น) จากนั้นำน้ำมาใส่แช่ให้น้ำอยู่ในคันดังกล่าว สูงจากผิวของคอนกรีตพื้นประมาณ "วิธีการบ่มคอนกรีต วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง แต่ต้องคอยดูแลคันดินมิให้เกิดการเสียหายเพราะจะทำให้น้ำรั่วไหลซึมออกได้
                อีกประการหนึ่งเมื่อทำการบ่มคอนกรีตครบ 14 วันแล้วต้องเก็บดินเหนียวที่นำมาทำคันดินให้สะอาด เรียบร้อยต่อไป การใช้กระสอบคลุมบนผิวของคอนกรีตที่กว้าง ๆ เช่น พื้น ค.ส.ล. ต้องหมั่นนำน้ำมาฉีดให้กระสอบเปียกชุ่มอยู่เสมอ เพราะเท่าที่ผู้เขียนเคยพบ ปรากฏว่า เมื่อแรก ๆ ก็นำน้ำมาฉีดให้กระสอบเปียกชุ่มเสมอ แต่ 3, 4 วันต่อมาไม่ได้นำน้ำมาฉีดกระสอบก็แห้ง คนงานซึ่งสูบบุหรี่ขณะทำงานเผลโยนก้นบุหรี่ ลงบนพื้นกระสอบที่แห้ง ผลคือเกิดเพลิงไหม้ที่กระสอบ และอาจจะลุกลามไปยังสิ่งที่กำลังก่อสร้างได้ จึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ให้มาก
                ส่วนเสา ค.ส.ล. ในช่วงต่อไปก็ทำการบ่มเช่นเดียวกันกับเสาตอม่อ และเสา ค.ส.ล. ช่วงล่าง โดยการ ใช้กระสอบพันรอบเสาดังกล่าวและนำน้ำมาฉีด พรมให้กระสอบเปียกชุ่มน้ำอยู่เสมอ ส่วนพื้น ค.ส.ล. ชั้นล่างก็ทำได้ เช่นเดียวกันกับพื้นชั้นบน คือ นำดินเหนียวมาทำเป็นคันดินแบบทำนบกั้นน้ำ หรือ จะใช้กระสอบคลุมตลอดพื้นที่แล้วนำน้ำมาฉีดให้กระสอบเปียกชุ่มน้ำอยู่เสมอ
                กรณีที่เป็นพื้นถนนซึ่งอยู่นอกอาคาร จะใช้วิธีเอาทรายโรย ขี้เลื่อยชุบน้ำโรยหรือกระสอบคลุมแล้วนำ น้ำมาฉีดให้ทราย ขี้เลื่อยหรือกระสอบเปียกชุ่มน้ำอยู่เสมอก็ได้ หรือจะใช้วิธีเอาดินเหนียวมาทำเป็นคันดินทำนบแล้ว ใส่น้ำในคันดินดังกล่าวบังคับให้น้ำอยู่บนผิวของคอนกรีตพื้นที่อยู่นอกอาคารก็ได้ แต่ต้องหมั่นคอยดูแลให้คันดินคงสภาพดีอยู่เสมอ
สรุป
                การบ่มคอนกรีต หรือการบำรุงรักษาคอนกรีตเป็นการคอยควบคุมดูแลให้น้ำได้เข้ามาทำปฏิกิริยาหลังจากที่ คอนกรีตได้สูญเสียน้ำไปแล้วในช่วงเวลาที่ทำงาน เช่น การผสม การลำเลียง การเทลงในแบบ การกระทุ้งเพื่อให้คอนกรีต แน่น การแต่งผิวหน้าให้เรียบ ขั้นตอนเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่ทำให้น้ำที่ผสมในคอนกรีตได้ระเหยออกไป ทำให้คอนกรีต ขาดน้ำ เมื่อคอนกรีตเริ่มรวมตัวกันเพื่อจะแข็งตัว ก็จะเกิดการดึงที่ผิวของคอนกรีต ซึ่งจะเกิดรอยแตกร้าว รอยแยกขึ้นที่ผิว หน้าของคอนกรีต ฉะนั้นเมื่อคอนกรีตมีอายุ 24 ชั่วโมงแล้วต้องนำน้ำกลับมาเพื่อให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ คอนกรีตแข็งแรง สามารถรับกำลังได้เต็มที่ และลดการแตกร้าวซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของงานคอนกรีตที่วิศวกรก่อสร้างและ ผู้สนใจควรศึกษาไว้ เพื่อให้ได้ผลงานการก่อสร้างที่ดีต่อไป

บรรณานุกรม
วินิต  ช่อวิเชียร "คอนกรีตเทคโนโลยี" กรุงเทพฯ : ป สัมพันธ์พาณิชย์, 2521
เอกสาร "คำแนะนำในการผลิตคอนกรีตที่ดี" บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด
เอกสาร "เรื่องคอนกรีต" ของบริษัท ชลประทานซีเมนต์ จำกัด
เอกสาร "เทคนิควิทยาคอนกรีต" ของบริษัท ปูนซีเมนต์นครเหลวง จำกัด
ACI Committee 211, "Recommended Practice for Selecting Proportions for Normal Weight Concrete (ACI 211.1-70)"
    American Concrete Institute Detroit, 1970