บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
หัวข้อสาระ


ระวัง! ผู้รับเหมาเทพื้นคอนกรีตหนาเพิ่มแถมฟรีๆ อันตรายนะ
ข้อปฏิบัติเมื่อกำลังก่อสร้างอาคาร
ทำอย่างไรเมื่อก่อสร้างเสร็จ
เอกสารที่จะต้องใช้ในการติดต่อขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
เทคโนโลยีในการผลิต “คอนกรีตมวลเบา”
คู่มือการตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
มารู้จัก วิศวกร สถาปนิก มัณฑนากร ผู้รับเหมา
คิดสร้างบ้าน หรือสิ่งก่อสร้าง ปรึกษาใคร
หาผู้รับเหมาสร้างบ้าน ไม่โกง ไม่โก่ง ไม่กด
ขั้นตอนการขออนุญาติปลูกสร้างอาคาร
ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
ใช้น้ำสกปรกผสมคอนกรีตทำให้บ้านพังได้
ฉาบอย่างไรไม่ให้บ้านร้าว
งานปูพื้นพรม
ปูนก่อและปูนฉาบ
ความรู้เกี่ยวกับ “หลังคา”
ขั้นตอนตรวจรับงานฝ้าเพดาน
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน
การใช้น้ำยากันซึมในการผสมคอนกรีต
องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน
การใช้งานของปูนซีเมนต์แต่ละประเภท
สาระเรื่อง “รั้ว”
วิธีมุงกระเบื้องคอนกรีตและครอบ
รู้เรื่อง "เสาเอ็นของบ้าน"
วิธีการปูกระเบื้อง
ภาพการทำลายสิ่งปลูกสร้างโดยใช้ระเบิด
ชนิดของปูนฉาบสำเร็จรูป
การเผื่อวัสดุสูญเสีย ในการประมาณราคาก่อสร้าง
ระบบพื้นคอนกรีตอัดแรงในที่(Post-Tension)
การตรวจคุณภาพงานเหล็กเสริมคอนกรีต
การป้องกันและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในงาน ก่อสร้าง
มารู้จักส่วนประกอบของอาคารกันเถอะ
รู้เรื่อง "ถมดิน"
เคล็ด(ไม่)ลับ เลือก "คนสร้างบ้าน" ให้ถูกใจ
จะสร้างบ้านสักหลัง ต้องวางแผนก่อน
ทาสีผนัง
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นหล่อในที่
เกร็ดความรู้จาก ช่างก่อสร้าง
ข้อคิดที่สำคัญก่อนลงมือต่อเติมบ้าน
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร?
ทำไม้แบบ เขาให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนกันเท่าไร… จึงยังไม่อันตราย
มีปลั๊กฝังในเสา ต้องฝังให้ดี ….ไม่งั้นบ้านอาจพังได้
ท่อเอสล่อนแบบ สีเหลือง สีฟ้า และสีเทา ต่างกันอย่างไร?
ขัดมันใต้อ่างอาบน้ำ ช่วยกันการรั่วได้
ปลูกต้นไม้บนดาดฟ้า ต้องเตรียมการไว้ให้ดี
อย่าลืมสั่งซื้อขาวงกบห้องน้ำ ให้ยาวกว่าขาวงกบห้องธรรมดา
ไม้เต็งมาเลย์ทำวงกบได้ไหมเอ่ย ?
"ปรับปรุงบ้าน" ลดค่าไฟระยะยาว
ปัญหาการขาดความเสถียรของเข็มเจาะ (ชนิดเจาะแห้ง)
สร้างบ้านอย่างไร ? ไม่ให้งบบานปลาย
ทำหินขัดอย่างไรไม่ให้ร้าว
น้ำยากันซึมและน้ำยากันการแตกร้าว ใช้ผสมกันเลยได้หรือไม่
พื้นกระเบื้องให้อยู่ทนทานนานปี
ระบบน้ำดีภายในบ้าน ต้องมีถังพักน้ำก่อนเข้าปั๊มหรือเปล่า
ถังพักน้ำก่อนเข้าปั๊มบนดินกับใต้ดิน
ต้องใช้ถังเก็บน้ำบนดาดฟ้าหรือเปล่า
อย่าลืมท่ออากาศ
การเลือกใช้ไม้
สีทาไม้
"ระบบสุขาภิบาลในบ้าน"
บริเวณใต้อ่างอาบน้ำต้องขัดมัน
อย่าลืมรูระบายน้ำที่วงกบหน้าต่างอลูมิเนียม
ไขปัญหา..ต่อเติมบ้านแล้วมีรอยแยก-รอยร้าว
ปาเก้บ้านคุณ ขัดแล้วดูเป็นลอนน่าเกลียดหรือเปล่า
อย่าเตรียมพื้นผิวสำหรับปูหินอ่อน เท่ากับปาเก้ ….นะ
ระวังการปูวัสดุปูพื้นแตกต่างกัน มาชนกัน แล้วจบกันไม่ลง
กระจกมีกี่ชนิด แล้วจะเลือกใช้อย่างไร
Curtain Wall มีกี่อย่าง ?
ติดตั้ง Curtain Wall ต้องเตรียมการล่วงหน้า
การวางแผนติดฝ้าห้องน้ำไว้รองรับปัญหาในอนาคต
ติดมอบหรือบัวฝ้าเพดาน อย่าลืมโครงเคร่าไม้โดยรอบ
ฝ้าเพดาน (ไม้) ภายนอก เลือกอย่างไร
ห้องมีเสียงก้อง ….จะทำอย่างไรดี
ท่อส้วม ท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง เอียงได้แค่ไหน
ซื้อขาวงกบห้องน้ำ ควรให้ยาวกว่าขาวงกบห้องธรรมดา
ฝ้าเพดาน (ไม้) ภายนอก เลือกอย่างไร
คุณติดประตูบานเกล็ดที่ห้องน้ำผิดด้านหรือเปล่า
ไม้เต็งมาเลย์ทำวงกบได้ไหม?
ทำไม …ขอบวงกบประตูหน้าต่างมักจะมีรอยแตกร้าว ?
หลังคาเหล็กที่พังลงมา เกิดจากอะไร?
หลังคากระจก …. ต้องเป็น Laminated Glass เท่านั้น
เทคนิคการย้อมผิวไม้ให้งดงาม
การทำปูนสลัดเม็ดแทนการฉาบปูนตามเศรษฐกิจยุค IMF
การออกแบบแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปสำหรับสะพานโครงสร้างเหล็ก
เทคนิคการบ่มคอนกรีต...เรื่องสำคัญในงานก่อสร้าง
การทาสีบ้านด้วยปูนขาว
การแก้ปัญหาความขัดแย้งในงานก่อสร้าง
การคิดเนื้องานโครงสร้างในงานก่อสร้าง
10 ขั้นตอนตัด-ต่อท่อน้ำประปา
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นแบบหล่อในที่ แบบไหนดีกว่า
ห้องใต้หลังคา ทำอย่างไรไม่ให้เป็นเตาอบ
การมุงกระเบื้องหลังคาบนตึกสูง
ตะเฆ่สัน ตะเฆ่ราง คืออะไร ?
ซื้อหรือจ้างเขามาทำเฟอร์นิเจอร์ในครัว น่าตรวจเช็คอะไรบ้าง
อย่าประหยัดค่าพัดลมดูดอากาศในห้องครัว
โถส้วมติดตั้งได้ระดับหรือไม่ ดูอย่างไร
คู่มือการตรวจสอบเอกสารและแบบแปลนประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
การเทคอนกรีตที่มีความหนามาก ๆ ต้องทำอย่างไร
การเลือกสีควรเลือกจากแคตตาล็อก อย่าให้ผู้รับเหมาผสมเอง
ประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม ควรหนาเท่าใด
หลีกเลี่ยงการใช้ปูนพอกสันหลังคา ใช้ครอบหลังคาหรือปีกนกดีกว่า
ประตูสู่ด้านนอกอาคารจะต้องเปิดออก และวงกบวางอยู่บนพื้นนอกเสมอ
การติดตั้งถังเก็บน้ำที่เหมาะสม
ปูปาเก้ไม้แดง เผื่อช่องว่างที่ผนังไว้บ้าง
"กาบกล้วย" คืออะไร
"วัสดุกันความร้อนใยแก้ว"
ผนังโค้ง ๆ จะทำด้วยกระจกได้หรือไม่
ผนังกระจกสองแผ่นต่อกัน และกระเด้งได้ แก้ไขอย่างไร
ใช้ซิลิโคน (Silicone) ให้ถูกชนิด…..
Hard Cote กับ Soft Cote ของกระจกสะท้อนแสงต่างกันอย่างไร
โครงสร้างระบบ Post Tension ห้ามมีน้ำขังที่พื้นเด็ดขาด
ฤกษ์เสาเอกอาคารสมัยใหม่เขานับกันตรงไหน
Shop Drawing คืออะไร
สปริงเกอร์ (Sprinkler) คืออะไร ทำงานอย่างไร
"สายชำระ" ต้องอยู่ทางขวามือเสมอ
อย่าเสริมพื้นให้สูงขึ้นโดยวิธีเทคอนกรีตทับ
ขุดดินลึกแค่ไหนแพงเท่าไร
เสาเอ็นทับหลัง ต้องเทด้วยคอนกรีต ไม่ใช่ปูนทราย
อย่าเปลี่ยนพื้นห้องแถวชั้นล่างให้เป็น Slab on Beam
เสาเข็มสระว่ายน้ำ
พื้นระบบ Post Tension คืออะไร
พื้นสำเร็จรูปกับพื้นแบบหล่อในที่ แบบไหนดีกว่า
ท่อ P.E. และ P.B. ต่างกันอย่างไร
มารู้จักการก่อสร้าง Diaphargm Wall กันเถอะ
การปรับปรุงคุณภาพดินโดยใช้ซีเมนต์คอลัมน์
การออกแบบรายละเอียดโครงสร้างเหล็ก
การแตกร้าวของปูนฉาบและ รอยแตกร้าวทั่วไป
การทรุดแตกร้าว อันเกิดจากธรรมชาติ-มวลดินวิบัติ และวิธีป้องกัน
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
การบ่มปูน สิ่งที่เรามักจะลืม
อิฐมวลเบา
การซ่อมแซมเสาปูนที่แตกร้าวด้วยตนเอง
วิธีหาท่อประปารั่วอย่างง่ายๆ
วิธีการป้องกันกำจัดปลวกโดยวางท่อก่อนการก่อสร้าง
การใช้น้ำยากันซึมในการผสมคอนกรีต
แนวทางพิจารณาสาเหตุ (เบื้องต้น) การทรุดตัวของอาคาร
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
The Millau Bridge สะพานรถวิ่งที่สูงที่สุดในโลก
สัมภาษณ์อ.ธเนศ วีระศิริ งานยกอาคารสุนันทาลัย
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
ทรุดแตกร้าวเต้องแก้ที่ต้นเหตุ
ปัญหาเข็มเจาะ ชนิดเจาะแห้ง(Dry proceed)
อยากให้บ้านเย็น ขังน้ำไว้ใต้ตัวบ้านจะดีไหม
กว่าจะมาเป็นหอไอเฟล
คำแนะนำการปูกระเบื้อง แกรนิโต้
ข้อมูลด้านเทคนิคของกระเบื้อง
ความรู้ทั่วไปเรื่องการก่อสร้างบ้าน
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
ปรับปรุงระบบไฟฟ้าในบ้านเก่า
ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
แก้ปัญหาฝ้า-เพดาน มีน้ำรั่วซึม
ซ่อมแซม-เปลี่ยนฝ้าเพดานใหม่
การย้อมสีเนื้อไม้ ("Wood Staining)
การทำสี เทคนิค และวิธีซ่อมแซมงานไม้
วิธีปูปาเกต์ไม้
วิธีซ่อมพื้นกระเบื้องเคลือบหรือกระเบื้องเซรามิค
ชนิดของพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่นิยมใช้ในอาคารพักอาศัย
วิธีทาสีบ้านให้สวยทนนาน
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำที่มีคุณภาพ
เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
รอยร้าวใต้คานกับผนัง
ผนังห้องแตกเป็นลายงา
วิธีซ่อมบ้านไม้เอียง
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร
ข้อคิดในการใช้ “วัสดุยาแนว” อเนกประสงค์
อย่าออกแบบบานเกล็ดกระจกให้กว้างมากนัก
การบ่มปูน สิ่งที่เรามักจะลืม
สายดิน ประโยชน์และวิธีการติดตั้ง
วิธีปรับระดับน้ำในโถสุขภัณฑ์
การปูพื้นกระเบื้อง
วิธีการดูรายละเอียดข้างกล่องกระเบื้อง
ฟิล์มกรองแสง
ประเภท ฟิล์มกรองแสง
6 เทคนิคปรับปรุงสู่ “บ้านประหยัดพลังงาน”
เทคนิคการติดตั้ง "ลามิเนต"
การลงแป้งงานไม้
การย้อมสีไม้
เทคนิคการทำสี และวิธีซ่อมแซมงานไม้เฟอร์นิเจอร์
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอิฐมวลเบา
ตารางแปลงหน่วย
เลือกผู้รับเหมาฯ แต่งบ้าน ซ่อมบ้าน สร้างบ้าน ต้องรอบครอบ
ขั้นตอนการปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำ สปา เซาว์น่า
ขั้นตอนการปูกระเบื้องดินเผา
ขั้นตอนการปูกระเบื้องบริเวณห้องน้ำและห้องครัว
การซ่อมแซมบริเวณต่างๆ สำหรับติดตั้งระบบป้องกันการรั่วซึม
ต่อเติมอาคารใหม่ชิดอาคารเก่า …ระวังเข็มที่ตอกใหม่ ทำลายฐานรากเก่า
กระเบื้องปูพื้นที่มีผิวขรุขระ จะปูอย่างไร ไม่ให้มีน้ำขัง ? แล้วถ้าน้ำขัง จะมีตะไคร่ขึ้น

        เทคนิคการย้อมผิวไม้ให้งดงาม

หมวด : ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 18145    

เทคนิคการย้อมผิวไม้ให้งดงาม

บทนำ

ในงานช่างไม้เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งต้องใช้ไม้ที่มีคุณภาพดี มีความตรงได้ฉากไม้มุม ไม่บิด ไม่งอ ไม่แตกร้าว ไม่มีกระพี้ติดและไม่มีตำหนิ มีสีของไม้เป็นสีเดียวกันตลอด เสี้ยนตรง ลายไม้สวย เมื่อนำ ไม้ที่มีคุณภาพดีมาไสกบตกแต่ง เจาะรู บากเดือย บังใบหรือเซาะร่อง ก็สามารถจะทำได้ง่าย สะดวกและรวดเร็วเมื่อนำมาประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์และทำการตกแต่งเคลือบผิวแล้วก็จะ ได้เฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพดี แข็งแรงทนทาน ดูสวยสดงดงาม เหมาะสมที่จะนำไปประดับ ในอาคารบ้านเรือน แต่ในปัจจุบันการที่จะหาไม้ที่มีคุณภาพดีนั่นค่อนข้างจะหายาก จะมีบ้างก็มีราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะความต้องการในการใช้ไมัในงานช่างไม้เฟอร์นิเจอร์ และก่อสร้างมีความต้องการมาก ประกอบกับมีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าเพื่อ ประโยชน์ของกลุ่มคนบางคนโดยไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าเมื่อเป็นเช่นนี้ ไม้ที่มีคุณภาพดีต้นใหญ่ๆ ก็ถูกตัดมาทำงานกันหมด ทำให้เหลือแต่ไม้ที่มีขนาดต้นไม่โตเท่าที่ควร เมื่อนำมาแปรรูปแล้วก็จะได้ไม้ที่มีคุณภาพไม่ดี มีรอยแตกร้าว มีตำหนิ มีตา มีรู มีกระพี้ติด ลวดลายตลอดจนสีของไม้มีความแตกต่างกันดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกี่ยวกับคุณภาพของ ไม้ สีของไม้ที่ไม่เหมือนกัน มีตำหนิ มีตา มีรู มีรอยแตกร้าวต่างๆ จึงหันมาทำการย้อมผิวไม้ เพื่อให้ผิว ไม้มีสีเป็นสีเดียยวกันหรือมีสีที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด และยังช่วยแก้ไขรอยตำหนิต่างๆ บนผิวไม้ให้หมด ไปการย้อมผิวไม้มีอยู่ด้วยกันหลายวิธีและหลายสี แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงการย้อมผิวไม้ด้วยการใช้วานิชดำและ วิธีการย้อมด้วยการทา เพื่อให้ผิวไม้สีค่อนข้างดำ (สีโอ๊คแก่) เห็นลายของไม้บ้าง ทำให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นมีความงามน่าใช้ น่าจับต้อง ดูแล้วมีราคาเหมาะที่จะนำไปใช้ตกแต่งภายในอาคารได้อย่างเหมาะสม

เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการย้อมผิวไม้

วานิชดำ เป็นน้ำยาที่มีสีดำและมีความเข้มข้นมีกลิ่นเล็กน้อย ปกติจะบรรจุอยู่ในแกลลอน โลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีฝาปิดมิดชิด 2 ชั้น ฝาภายนอกเป็นฝาโลหะมีเกลียว ฝาภายในเป็นฝา แบบปิดสนิทอัดแน่นเมื่อจะนำมาใช้งานต้องทำการผสมด้วยน้ำมันสน ตามอัตราส่วนที่พอเหมาะเพื่อให้สีดำและ ความเข้มข้นลดลงสีของวานิชดำจะมีสีจางมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของน้ำมันสนกับวานิชดำ ถ้าผสมน้ำมันสนมากก็จะทำให้เป็นสีน้ำตาลอ่อน ถ้าผสมน้ำมันสนน้อยก็จะเป็นสีโอ๊คแก่ ในการใช้วานิชดำ มีข้อควรระวังคือห้ามสูดดมเพราะจะทำให้เกิดอันตราย ต่อร่างกายได้ควรปิดฝาแกลอนให้สนิทหลังจากเลิกใช้งานแล้ว ควรเก็บไว้ให้ห่างจากความร้อนและเปลวไฟ ควรเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสมพ้นจากมือเด็ก การซื้อวานิช ดำ ควรซื้อจากร้านที่จำหน่ายสีและเครื่องก่อสร้างซึ่ง เป็นร้านที่อยู่ในย่านการค้า จะได้วานิชดำที่ค่อนข้างใหม่ไม่เก่าเก็บ ได้วานิชดำคุณภาพดี
น้ำมันสน เป็นน้ำมันที่มีลักษณะใส ไม่มีสีมีกลิ่นฉุนเล็กน้อย ผลิตมาจากการกลั่นจาก ผงขี้เลื่อยและจากตอไม้ โดยใช้ไอน้ำเป็นตัวช่วยในการกลั่น ใช้ในการผสมกับวานิชดำ เป็นตัวทำให้ วานิชดำมีความเข้มข้นลดลง สีดำจางลงตามที่ต้องการ ปกติจะบรรจุอยู่ในแกลลอนโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า(ทางตั้ง) หรือปี๊บมีฝาปิดมิดชิด 2 ชั้น ฝาภายนอกเป็นฝาโลหะมีเกลียว ฝาภายในเป็นฝาแบบปิดสนิทอัดแน่น เมื่อนำมาใช้งานต้องระวังอย่าให้กระเด็นถูกผิวหนังจะเกิดการระคายเคืองได้ นอกจากนี้ ยังสามารถติด ไฟง่ายระเหยเร็วแต่ช้ากว่าทินเนอร์ และแอลกอฮอล์ในขณะที่ทำงานจึงไม่ควรสูบบุหรี่ เมื่อเลิกใช้งานแล้วควรเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสม ห่างจากความร้อน เปลวไฟและควรเก็บให้พ้นจากมือเด็ก
กระดาษทรายขัดไม้ (กระดาษทรายแห้ง) มีเบอร์ 0, 1, 2, 3 และ 4 เบอร์ 0 จะมีความละเอียดมากที่สุด เบอร์ 1 มีความละเอียดปานกลาง เบอร์ 2 มีความละเอียดและความหยาบปานกลาง เบอร์ 3 มีความหยาบและเบอร์ 4 มีความหยาบมากที่สุด ถ้าใช้งานมากควรซื้อเป็นโหล ถ้าใช้งานน้อยซื้อครึ่ง โหลหรือเป็นแผ่น

กระดาษทรายน้ำเบอร์ 300 หรือ 320 เป็นเบอร์ที่มีความละเอียดมาก
ดินสอพอง เป็นดินสอพองที่ใช้กับงานโป้วอุดโดยเฉพาะ มีลักษณะเป็นก้อน ซื้อขายกันเป็นกิโลกรัมนำมาบดให้ละเอียดผสมกับวานิชดำ ใช้ในการโป้วอุดแต่งผิวของงานที่มี ตำหนิให้เรียบร้อยหรือจะใช้ฝุ่นผงจากการขัดไม้ด้วยกระดาษทราย แล้วเก็บฝุ่นผงมารวมกันไว้ นำมาผสมกับกาวลาเท็กซ์แล้วนำมาโป้วอุดบริเวณของชิ้นงานที่มีตำหนิก็ได้
เหล็กโป้วสีขนาด 2" เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการโป้วอุดแต่งผิวของชิ้นงาน ให้เรียบร้อยไม่มีตำหนิและยังใช้ขูดดินสอพองที่เป็นก้อนๆ ให้ออกมาเป็นขุยแล้วใช้เหล็กโป้วบดให้ละเอียด ใช้เหล็กโป้วสีทำการผสมคลุกเคล้าดินสอพองกับวานิชดำหรือจะใช้ฝุ่นขัดไม้ผสมกับกาวลาเท็กซ์ก็ใช้เหล็ก โป้วสีทำการผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน

สิ่วปากบางขนาด 1" หรือ 1 1/4" ใช้แต่งตามซอกตามมุมที่กระดาษทรายไม่สามารถทำการขัด ได้โดยใช้ส่วนที่คมขูดที่ผิวของไม้ในส่วนที่ขรุขระ ไม่เรียบร้อย ตามซอกตามมุมที่กบผิวไม่สามารถจะทำการไสตกแต่งได้
ผ้ากันฝุ่นหรือหน้ากากกันฝุ่นและสิ่งมีพิษจากสารระเหย ใช้เป็นเครื่องมือป้องกันอันตรายหรือจมูกจะสูดดมเอาสารระเหยและฝุ่นละอองเข้าไปในร่างกายในขณะที่ทำการขัด ได้ ปัดฝุ่นและในขณะที่ทำการทาวานิชดำเพื่อการย้อมไม้ ในขณะที่ทำงานควรยืนอยู่เหนือทิศทางลม เพื่อจะช่วยให้ได้ อากาศที่บริสุทธิ์ในการหายใจ
แกลลอนรูปทรงกระบอก เป็นพลาสติกชนิดเหนียว ตกไม่แตก ไม่ละลายเมื่อถูกทินเนอร์ แอลกอฮอล์ น้ำมันสนและน้ำมันอื่นๆ อาจใช้แกลลอนของน้ำยาทำความสะอาดพื้นห้องน้ำหรือแกลลอนของ น้ำยาปรับผ้านุ่ม นำมาดัดแปลงใช้ได้
ตะไบหยาบขนาด 12" หรือบุ้งถูไม้ขนาด 12" (ละเอียด) ใช้ถูลบมุมของชิ้นงานให้มีความ โค้งมนตามที่ต้องการ
กบล้างกลาง ใช้ในการไสตกแต่งในส่วนที่ต้องการจะไสให้กินเนื้อไม้มากพอควร เช่น ไสลบมุมของพื้นโต๊ะ ไสปรับแต่งในส่วนที่เข้าเดือยแล้วมีส่วนที่เหลื่อมกันมาก ถ้าใช้กบผิวสั้นจะต้องทำการ ไสเป็นเวลานาน
กบผิวสั้น ใช้ไสผิวชิ้นงานให้เรียบ ก่อนที่จะใช้กระดาษทรายขัดเพื่อช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลา ในการขัดกระดาษทรายมากและทำให้ผิวของชิ้นงานเรียบดีกว่าใช้กระดาษทรายขัด
เลื่อยรอขนาด 12" ใช้เลื่อยไม้ตรงหัวมุมเมื่อต้องการจะลบมุมให้โค้งกลม
ไม้ขนาด 1"X 2" ยาว 9" และขนาด 1"X 2" ยาว 5" ไสผิวเรียบได้ฉากได้มุม ใช้กระดาษทรายพันรอบไม้แล้วใช้ไม้ขัดให้ชิ้นงานมีผิวเรียบ
แปรงปัดฝุ่น,แปรงทาสีน้ำมันขนาด 2" ไม้กวาดอ่อน ผ้าแห้ง ในกรณีที่ปัดฝุ่นตามซอกตามมุมให้ใช้แปรงทาสีน้ำมันขนาด 2" แต่ถ้าเป็นบริเวณกว้างหรือส่วนของชิ้น งานที่อยู่ด้านนอก ควรใช้แปรงปัดผุฝุ่นหรือไม้กวาดอ่อน จากนั้นจึงใช้ผ้าแห้งเช็ดถูอีกครั้ง
ยูท ใช้ในการทาย้อมผิวไม้แทนการใช้แปรงเพื่อสามารถปรับความชุ่มได้ตามที่ต้องการ โดยการจุ่มยูทลงในวานิชดำที่ผสมแล้วใช้มือบีบให้มีความชุ่มพอเหมาะ นำยูทไปทาลงบนผิวของชิ้นงาน (ยูทที่ใช้ควรเป็นยูทเส้น จะได้ไม่มีขุยของยูทติดที่ชิ้นงาน)
ถุงมือยาง สวมถุงมือยางในขณะที่ปฏิบัติงานเพื่อป้องกันมิให้มือสกปรก หรือเกิดการ ระคายเคืองเป็นผื่นแดง

วิธีเตรียมชิ้นงาน

ขอยกตัวอย่างโต๊ะอาหารขนาด 0.90 X 1.80 ม. สูง 0.75 ม. เป็นโต๊ะอาหารที่มีพื้น 2 ชั้นวาง ซ้อนกันอยู่พื้นชั้นบนเป็นแผ่นพื้นแผ่นเดียวขนาด 0.90 X 1.80 ม. พื้นชั้นล่างเป็นแผ่นพื้น 3 แผ่น แผ่นที่ 1 มีขนาด 0.90 X 0.60 ม. แผ่นที่ 2 มีขนาด 0.90 X 0.40 ม.และแผ่นที่ 3 มีขนาด 0.90 X 0.60 ม. แผ่นพื้นทั้งสามแผ่นนี้จะเรียงติดต่อกัน แผ่นที่สอง (แผ่นกลาง) เป็นตัวรองรับพื้นชั้นบน แผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 3 สามารถจะดึงออกมาเพื่อต่อกับหัวและท้ายของพื้นชั้นบนให้มีความยาวออกไปได้ฝั่งละ 0.60 มก (60 เซนติเมตร) เมื่อทำการดึงแผ่นพื้นจากชั้นล่างไปต่อกับพื้นชั้นบนแล้ว โต๊ะอาหารตัวนี้จะมีความยาวเป็น 3.00 ม. ส่วนความกว้างยังคงเท่าเดิม คือ 0.90 ม. โต๊ะอาหารตัวนี้สามารถทำการถอดออกเป็นส่วนๆได้ คือ พื้นโต๊ะชั้นบน 1 แผ่น พื้นโต๊ะชั้นล่าง 3 แผ่นและโครงขากับผนัง พื้นโต๊ะทั้ง 4 แผ่น ใช้โครงภายในเป็น ไม้เนื้ออ่อนกรุปิดบนล่างด้วย ไม้อัดสักและปิดขอบทั้ง 4 ด้าน ด้วยไม้สัก ขาโต๊ะและพนังทำด้วยไม้ตะเคียนทอง นำชิ้นส่วนของโต๊ะอาหารตัวนี้ทั้งหมด วางให้สูงจากพื้นพอเหมาะ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างสะดวก ไม่สูงหรือต่ำเกินไป จะวางบนโต๊ะตัวอื่นก็ ได้ ตรวจจุดผิวของชิ้นงานทั้งหมดทั้ง 2 หน้า บริเวณใดของชิ้นงานที่ผิวไม่เรียบ ก็ใช้กบผิวไสแต่งให้เรียบทำการ ไสปรับแต่งให้ผิวเรียบทีละแผ่นตามซอกตามมุม จะมีกาวที่แห้งติดอยู่ก็ใช้สิ่วปากบางทำการแซะ ขูดออกให้เรียบร้อย ตรงมุมของพื้นโต๊ะทุกแผ่นถ้าต้องการจะลบมุมโค้ง ก็ใช้ฝาของกระป๋องวานิชดำ(ฝานอก) นำมาทำเป็นแบบ โดยเอามาวางตรงมุมใช้ดินสอดำหรือตะปูขีดเป็นเส้นโค้งของทุกๆมุม ทั้งด้านบนและด้านล่าง นำเลื่อยรอมาตัดส่วน ที่เกินจากส่วนโค้งออกไป ทำการเลื่อยตัดหลายๆ ครั้ง เพื่อให้ได้ใกล้เคียงกับส่วนโค้งที่ขีดเส้นเอาไว้มากที่สุด นำตะไบหยาบและบุ้งถูไม้ (ละเอียด) มาทำการตกแต่งตรงหัวมุมให้มีความโค้งมนพอดีกับเส้นที่ขีดเอาไว้ จากนั้นใช้กระดาษทราย ขัดไม้เบอร์ 4 แบ่งครึ่งแผนพันกับไม้ขนาด 1"X 2" ยาว 5" ทำการขัดให้ตรงส่วนโค้งมนมีความเรียบ และโค้งมน ดียิ่งขึ้น ก็ทำการเปลี่ยนกระดาษทรายจากเบอร์ 4 มาเป็นเบอร์ 3 ทำการขัดต่อไปเรื่อยๆ อีกจนบริเวณ โค้งมนเริ่มมีผิวเรียบดียิ่งขึ้น แต่ยังไม่เป็นมันลื่นก็ทำการเปลี่ยนกระดาษทรายจากเบอร์ 3 มาเป็นเบอร์ 2 และก็ทำการขัดต่อไปอีกเรื่อย ๆ จนผิวตรงส่วนโค้งมนมีความเรียบและเริ่มมีความเป็นมันก็ทำการเปลี่ยน กระดาษทรายจากเบอร์ 2 มาเป็นเบอร์ 1 ทำการขัดต่อไปอีกจนบริเวณส่วนโค้งมนมีความโค้งและลื่นเมื่อให้มือสัมผัส ทำการขีดเส้นโค้ง ใช้เลื่อยรอตัด ใช้ตะไบหยาบและบุ้งถูไม้ละเอียด ตลอดจนขั้นตอนของการขัด ด้วยกระดาษทรายทุกๆ มุมของพื้นโต๊ะ ต้องค่อยๆ ทำ จะรีบร้อนไม่ได้ กระดาษทรายขัดไม้ที่จะใช้งานควรนำไปตากแดดให้แห้งก่อนจะทำให้ขัด ไม้ได้สะดวกและเร็วยิ่งขึ้น ส่วนบริเวณขอบรอบของโต๊ะทั้ง 4 ด้าน ต้องทำ การลบมุมเช่นเดียวกันโดยการใช้กบล้าง กลางทำการไสตรงขอบรอบๆ พื้นโต๊ะทั้ง 4 ด้าน (ทั้งขอบบนและขอบล่าง) ให้บริเวณส่วนของรอบพื้นโต๊ะมีลักษณะเป็น ครึ่งวงกลมหรือใกล้เคียง การไสด้วยกบล้างกลาง ให้ทำการไสจากมุม

หนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่ง แต่ไม่ให้ถึงมุม (ป้องกันการฉีกแตกของไม้ตรงหัวมุม) ให้กลับตัวกบล้างกลางแล้ว ไสกลับจากมุมหนึ่งมายังอีกมุมหนึ่งแต่ไม่ให้ถึงมุม (เริ่มต้นไสจากมุมไปข้างหน้าเป็นระยะทางประมาณ 3/4 ของความยาวด้านนั้น) ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนครบทุกขอบรอบของพื้นโต๊ะ

จากนั้นใช้กระดาษทรายขัดตามกรรมวิธีดังที่กล่าวมาแล้ว ด้วยกระดาษทรายเบอร์ 4 จนกระทั่ง เบอร์ 1 จนขอบรอบๆ ของพื้นโต๊ะมีความเรียบโค้งและมันลื่นตามต้องการ ในการขัดแต่ละครั้งก่อนที่จะ ทำการเปลี่ยนกระดาษทราย ควรใช้แปรงปัดฝุ่นทำการปัดฝุ่นออกให้หมดและอย่าลืมใช้ผ้ากันฝุ่นปิดจมูก ในขณะปฏิบัติงานด้วย เมื่อขัดพื้นโต๊ะทั้ง 4 แผ่นเรียบร้อยแล้ว ก็หันมาดูโครงขากับพนัง ส่วนที่เป็นซอกเป็นมุมก็ ใช้สิ่วปากบางขูด แซะเอากาวที่แห้งติดอยู่ออก ใช้สิ่วปากบางขูดผิวไม้ให้เรียบแทนการใช้กบผิว เพราะตามซอกตามมุม ไม่สามารถใช้กบผิวไสได้ ใช้กบผิวทำการไสในบริเวณที่เป็นเคลื่อนทั้งขาและพนัง โดยเฉพาะ ภายนอกซึ่งเป็นส่วนที่มองเห็นได้ชัดเจน ต้องไสให้เรียบร้อยมากที่สุด ใต้พนังและมุมของขา โต๊ะจะเป็นมุมที่คมต้องใช้ตะไบหยาบและบุ้งถูไม้(ละเอียด) ทำการลบมุมตามที่ต้องการและ ใช้กระดาษทรายขัดไม้ทำการขัดโดยเริ่มจากเบอร์ 4, 3, 2 และ 1 ตามลำดับในกรณีที่เป็นซอกเป็นมุมก็ ใช้แปรงทาสีน้ำมันขนาด 2" ทำการปัดฝุ่นออกให้หมด ตรวจดูชิ้นงานทั้งหมดหากมีส่วนใดที่เป็นตำหนิเช่น มีตา มีรู มีรอยแตก มีรอยตะปู ตลอดจนรอยต่อของไม้ที่ไม่สนิท ให้ใช้ดินสอพองบดให้ละเอียดผสมกับวานิชดำ และน้ำมันสน ผสมบนเศษไม้อัดขนาด 6"X 6"ใช้เหล็กโป้วสีคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วโป้วตามรอยตำหนิและรอยต่อของ ไม้ ใช้เหล็กโป้วอัดให้แน่นตามจุดที่ทำการโป้ว ให้นูนกว่าไม้เล็กน้อย เพราะเมื่อแห้งแล้วดินสอพองจะยุบตัวหรือจะ ใช้ฝุ่นที่ขัดกระดาษทรายนำมารวมกันผสมกับกาวลาเท็กซ์ ทำการผสมบนเศษไม้อัดขนาด 6"X 6" แทนก็ได้ แต่วิธีนี้ต้อง ทิ้งไว้อย่างน้อย 12 ชั่วโมง เพื่อให้กาวลาเท็กซ์แห้งสนิท เมื่อรอยโป้วที่ทำการโป้วเอาไว้แห้งสนิท ให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 3 แบ่งออกเป็น 4 ส่วน พับหลังกระดาษทรายเข้าหากัน ก็จะเป็นทรายทั้ง 2 หน้า เพื่อไม่ให้ลื่นมือในขณะที่ใช้มือขัดค่อยๆ ทำการขัด ณ จุดที่ได้ทำการโป้วเอาไว้ เมื่อระดับของดิน สอพองที่ถูกขัดใกล้จะเสมอกับผิวไม้ ให้เปลี่ยนกระดาษทรายเป็นเบอร์ 1 แบ่ง ขัดต่อให้ระดับของดิน สอพองเสมอกับผิวของไม้ เป็นอันเสร็จสิ้นทำการขัดเช่นนี้ทุกๆ จุดที่ทำการโป้วเอาไว้
ต่อไปเป็นการขัดละเอียดด้วยกระดาษทรายขัดไม้เบอร์ 0 นำกระดาษทรายเบอร์ 0 ทั้งแผ่น (ตากแดดให้แห้งดีเสียก่อน) และไม้ขนาด 1"X 2" ยาว 9" ที่ทำร่องไว้แล้ว นำปลายของกระดาษทรายข้างหนึ่งสอดลง ไปในช่องแล้วพันรอบไปโดยดึงให้ตึง กระดาษทรายก็จะราบติดกับไม้ท่อนนั้น นำไปขัดบนพื้นโต๊ะทั้งด้าน ล่างและด้านบนให้ครบทั้ง 4 แผ่น ทำการขัดทีละหน้าเมื่อขัดหน้าแรกเสร็จก็ทำการเปลี่ยนกระดาษทรายแผ่นใหม่ (เบอร์ 0 เช่นเดิม) ขัดเช่นนี้เรื่อยไปจนครบทั้ง 8 หน้า ส่วนขอบข้างของพื้นโต๊ะ ให้ใช้กระดาษทรายขัดไม้เบอร์ 0 นำมาแบ่งเป็น 4 ส่วนนำมา 1 ส่วน พับหลังของกระดาษเข้าหากันก็จะเป็นทรายทั้ง 2 หน้า เพื่อไม่ให้ลื่นมือ ในขณะทำการขัดนำไม้ขัดของข้างของพื้นโต๊ะโดยใช้ ฝ่ามือประคองกระดาษทรายลูบไปมาจนผิวเรียบและเป็นมันก็พอ เปลี่ยนกระดาษทรายเบอร์ 0 แผ่นใหม่ (1/4 แผ่น) ขัดขอบข้างของพื้นโต๊ะด้านต่อๆไป จนครบ 16 ด้าน ส่วนโครงขาและพนังก็ทำการขัดด้วยกระดาษทรายขัด ไม้เบอร์ 0 เช่นเดียวกัน ส่วนใดที่เป็นพื้นราบก็ใช้กระดาษทรายเบอร์ 0 พันรอบไม้ขนาด 1"X 2"ยาว 5"ขัดตามความยาว ของไม้กระดานนั่นเอง ส่วนใดที่เป็นซอกเป็นมุมก็ใช้กระดาษทรายเบอร์ 0 ที่แบ่ง 4 ส่วนพับหลังเข้าหากัน จะเป็นทรายทั้ง 2 หน้า นำไปขัดด้วยมือ ตามซอก ตามมุม และทำการลบมุมให้เรียบร้อยจากนั้นใช้แปรงปัดฝุ่นปัด ทำความสะอาดให้ทั่ว (กระดาษทรายทั้งหมดที่ใช้งานในการขัดแล้ว ควรเก็บเอาไว้เพราะสามารถใช้งานได้อีก)
เมื่อทำการปัดฝุ่นจนสะอาดเรียบร้อยดีแล้ว ควรตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง บริเวณใดส่วนใดที่ยังไม่เรียบ หรือเรียบแต่ยังไม่ดีเท่าที่ควรก็ใช้กระดาษทรายน้ำเบอร์ 300 หรือ 320 ทำการขัดแห้งให้มีความเรียบและลื่นดียิ่งขึ้น ทำความสะอาดชิ้นงาน แล้วย้ายชิ้นงานทั้งหมดออก กวาดพื้นให้สะอาด

(ฝุ่นจากการขัดไม้ควรเก็บใส่ถุงพลาสติกเพื่อนำไปใช้งานในโอกาสต่อไปได้) ชิ้นงานที่จะย้อมผิวไม้จะต้อง เป็นชิ้นงานที่ใหม่ ปราศจากสี กาแฟ น้ำมัน ดิน โคลน ไขมัน ติดอยู่ที่ผิวของชิ้นงาน

ก่อนเริ่มทำการย้อมผิวไม้ด้วยวานิชดำ ต้องติดต่อสอบถามไปยังกรมอุตุนิยมวิทยาเสียก่อนว่าวันนี้ อากาศเป็นอย่างไร ปลอดโปร่ง หรือฝนตก ฟ้าคะนองหรือไม่ ถ้ากรมอุตุตนิยมวิทยารายงานมาว่า วันนี้อากาศปลอดโปร่งก็สบายใจได้ เพราะการย้อมผิวไม้ด้วยวานิชดำ ต้องการอากาศโปร่ง แดดดี ลมพัดอ่อนๆ จึงจะทำให้วานิชดำแห้งอย่างสม่ำเสมอ สีของเนื้อไม้จะเข้มข้นและสามารถทาได้วันละ 1 - 2 ครั้ง ก่อนทำการย้อม ต้องวางชิ้นงานในที่เหมาะสม บนสิ่งรองรับที่มั่นคง มีความสูงพอเหมาะกับการทำงาน โครงขากับพื้นทั้ง 4 แผ่น ต้องอยู่ใกล้ๆ กัน เว้นช่องทางเดินพอประมาณ เพื่อจะได้ทำงานได้สะดวกแบบต่อเนื่องจากชิ้นงานชิ้นแรก จนกระทั่งชิ้นสุดท้าย ปกติผู้เขียนจะทำการย้อมผิวไปทุกส่วนของชิ้นงานเพื่อให้เป็นสีโอ๊ค แก่ทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดการหลอกกัน เริ่มจากใต้พื้นทั้ง 4 แผ่น โดยเอาพื้นโต๊ะทั้ง 4 แผ่น หงายขึ้นโครงขาโต๊ะก็หงายขึ้น ชิ้นงานควรอยู่ใต้ทิศทางลมเพื่อสะดวกในการทา
เตรียมวานิชดำ น้ำมันสน ไขควง ถุงมือยาง ยูท แกลลอน รูปทรงกระบอก และผ้ากันฝุ่นหรือ หน้ากากกันสิ่งมีพิษจากสารระเหยก่อนเปิดฝาแกลลอนวานิชดำต้องทำการเขย่าแกลลอนก่อนหลายๆ ครั้งแก้การตกตะกอน ทำการเปิดฝาแกลลอน (ฝานอก)โดยการค่อย ๆ หมุนเกลียวออก ใช้ปลายไขควงค่อยๆงัดฝา ในออกทีละน้อย เมื่อเปิดฝาในได้แล้ว ค่อยๆ เทวานิชดำลงในแกลลอนทรงกระบอก เทออกมาประมาณ 1/2 กระป๋องนม จากนั้นทำการเปิดฝาแกลลอนน้ำมันสน ซึ่งมีฝา 2 ชั้น เช่นเดียวกัน เมื่อเปิดฝาแล้วค่อย ๆ เทน้ำมันสนลง ไปผสมกับวานิชดำในแกลลอนรูปทรงกระบอกประมาณ 1/4 ของแกลลอนรูปทรงกระบอก นำยูท ใส่ลง ในแกลลอนรูปทรงกระบอกนั้นควรเป็นยูทเส้นมีความยาวประมาณ 1 คืบ ขดรวมกัน 1 กำมือ ใช้มือที่สวมถุงมือยางจับยูท คนให้วานิชดำกับน้ำมันสนเข้ากันได้ดี กำยูทยกขึ้นและค่อยๆ บีบเพื่อให้ยูทดูดซับวานิชดำ ไว้อย่างพอเหมาะ นำไปทาบนชิ้นงาน ลูบเบาๆ ไปตามความยาวของไม้ ลูบไปลูบมาช้าๆ ยาวๆ (จุ่ม คน บีบ ทา)ทำเช่นนี้เรื่อยไป พยายามเกลี่ยให้วานิชดำมีความสม่ำเสมอกัน (การทาครั้งแรกควรจะผสม ให้วานิชดำมีความใสมากๆ เพื่อให้น้ำมันสนพาวานิชดำแทรกเข้าไปในเสี้ยนไม้ได้อย่างทั่วถึง) ทำการทาพื้นโต๊ะแผ่นที่ 1 จนทั่วจากนั้นทาต่อไปจนถึงแผ่นที่ 4 จากนั้นทาส่วนในของพนังและขาทั้ง 4 ขาจนครบ รอให้แห้งหมาดๆ ปกติน้ำมันสน จะทำให้แห้งช้าต้องใช้เวลา (ในขณะที่ทำงานห้ามสูบบุหรี่ และชิ้นงานห้ามอยู่ใกล้เปลวไฟ) นำยูท แช่ไว้ในแกลลอน รูปทรงกระบอกที่มีวานิชดำปิดด้วยฝาไม้อัดขนาด 6"X 6" เพื่อป้องกันมิให้น้ำมันสนระเหย ถอดถุงมือออกวางไว้ใน ที่ที่เหมาะสมออกไปให้ห่างชิ้นงาน เพื่อจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ วางชิ้นงานไว้เช่นนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง กลับมาตรวจ ดูที่ชิ้นงานแผ่นแรกว่าค่อนข้างที่จะแห้งหรือยัง ถ้าค่อนข้างที่จะแห้ง (หมาด) ก็ยกพลิกสลับด้าน เอาด้านที่ยังไม่ ได้ทาขึ้นข้างบน ด้านที่ทาแล้วลงข้างล่าง วางให้มั่นคงและสูงจากพื้นเท่าเดิม ก่อนที่จะลงมือทาต้องตรวจดู ความข้นเหลวของวานิชดำที่อยู่ในแกลลอนรูปทรงกระบอกเสียก่อน ถ้ามีความข้นหรือมีปริมาณน้อยเกินไป ก็ควรผสมเพิ่มอีก ซึ่งอาจจะให้มีความใสมากกว่าการผสมครั้งแรกก็ได้ ก่อนทา ใช้ผ้าแห้งถูพื้นที่จะทาให้สะอาดอีกครั้ง แล้วทำการทาตามกรรมวิธีเดิม จนทั่วทั้งแผ่นและทำการทาขอบรอบๆ แผ่นพื้นโต๊ะด้วย จนกระทั่งครบทั้ง 4 แผ่น โครงขาและพนังก็พลิกตั้งขึ้น ใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดทำการทาขาและพนังด้านนอกและด้านบนให้ทั่ว (ทำการทาด้วยความประณีต เกลี่ยวานิชดำให้มีความสม่ำเสมอกันและพยายามแก้ไขส่วนที่ย้อยโดยเฉพาะบริเวณขอบล่าง) เมื่อทำการทาเสร็จแล้วก็เก็บสิ่งของต่างๆ เข้าห้องให้เรียบร้อย ฝาของวานิชดำและน้ำมันสนปิดให้สนิท แกลลอน รูปทรงกระบอกที่บรรจุวานิชดำที่ผสมแล้วนำยูทแช่ไว้ในแกลลอนดังกล่าว ปิดฝาด้วยไม้อัด วางไว้ในที่ที่เหมาะสม ห่างจากมือเด็กและเปลวไฟตลอดจนความร้อน

ในวันรุ่งขึ้นก็ทำการตรวจดูชิ้นงานทั้งหมดว่า มีเศษยูท หรือผงปลิวมาติดหรือไม่ ตำหนิของเนื้อไม้ร้อยที่ โป้วอุดเอาไว้บกพร่องหรือไม่ ถ้ามีรอยที่โป้วอุดไม่เรียบร้อยก็ทำการโป้วอุดเพิ่มเติมให้เรียบร้อย ต่อจากนั้นใช้กระดาษ ทรายน้ำหรือกระดาษทรายขัดไม้เบอร์ 0 ที่ใช้แล้วทำการขัดเบาๆ ให้ทั่วทุกแผ่นของชิ้นงานเพื่อให้ผง เศษยูทที่ติดอยู่บน ชิ้นงานหลุดออก ผิวของชิ้นงานจะเรียบ แล้วใช้ไม้กวาด แปรงปัดฝุ่นและแปรงทาสีขนาด 2" ปัดกวาดทำความสะอาดทุก ซอกทุกมุมใช้ผ้าแห้งถูอีกครั้งเพื่อความเรียบร้อย กวาดพื้นให้สะอาด เพื่อมิให้ฝุ่นละอองปลิวมาติดที่ชิ้นงาน นำชิ้นงาน ทั้งหมดวางหงายขึ้นในที่ที่เหมาะสม บนสิ่งรองรับที่มั่นคง มีความสูงพอเหมาะกับการทำงาน เพื่อทาวานิชซ้ำอีกครั้ง ทุกชิ้นงานด้วยขั้นตอน และกรรมวิธีเดิม (การทาในครั้งนี้เป็นการทาที่สมบูรณ์ ฉะนั้นต้องทำการทาให้ดีที่สุด มีความประณีตมากที่สุด) เมื่อทาเสร็จเรียบร้อย ให้เก็บเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ปิดฝาวานิชดำและน้ำมันสนให้แน่นสนิท วานิชดำที่ผสมแล้วเหลือนำใส่ไว้ในขวดหรือกระป๋องเปล่าที่มีฝาปิดสนิท เช่น กระป๋องนมของเด็กทารก กระป๋องเครื่องดื่ม เป็นต้น เก็บในที่ที่ห่างจากมือเด็ก ความร้อนและเปลวไฟ ส่วนชิ้นงานก็หาที่ว่างให้เหมาะสม ไม่มีอะไรมารบกวนทิ้งไว้ให้แห้งสนิทในวันรุ่งขึ้น เมื่อชิ้นงานที่ย้อมผิวไม้แห้งดีแล้ว ก็ทำการทาวัสดุเคลือบผิวหน้าต่อไป

ประโยชน์ของการย้อมผิวไม้ด้วยการทาวานิชดำ

1. เป็นการเปลี่ยนสีของเนื้อไม้ให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้เฟอร์นิเจอร์นั้นๆ
2. เพื่อให้เกิดความสวยงาม น่าใช้ มีคุณค่าและมีราคา
3. เป็นการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ โดยการคิดค้น ดัดแปลง ให้ดียิ่งขึ้น
4. เป็นการรองพื้นก่อนที่จะทาสิ่งอื่นต่อไป
5. ช่วยให้เฟอร์นิเจอร์มีความคงทนใช้งานได้นานหลายปี
6. เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและเงินตรา
7. ก่อให้เกิดเศรษฐกิจในทางที่ดีต่ออาชีพช่างไม้เฟอร์นิเจอร์

สรุป

การย้อมผิวไม้ด้วยการทาวานิชดำเป็นงานชิ้นหนึ่งของงานช่างหรือช่างจำเป็น เหมาะกับชิ้นงานที่อยู่ในร่มและ ไม่ถูกน้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดความคงทนถาวรงานประเภทนี้เป็นงานที่มีความละเอียดมาก ต้องใช้ความอดทนรีบร้อนไม่ได้ หลักสำคัญอยู่ที่ว่า ชิ้นงานจะต้องเป็นชิ้นงานที่ใหม่ ไม่มีคราบน้ำมัน กาว กาแฟ รอยด่าง สี ผิวของชิ้นงานต้องแห้งและเกลี้ยง เมื่อย้อมสีแล้วจึงจะได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ...

ประวัติผู้เขียน
ชื่อ : อาจารย์ดำเนิน คงพาลา
การศึกษา : ค.บ.(อุตสาหกรรมศิลป์ ก่อสร้าง-เครื่องปั้นดินเผา)
การทำงาน : แผนกเทคโนโลยีโยธา วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สจพ.