บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ออกแบบบ้าน
หัวข้อสาระ


ห้องพระอยู่ชั้นล่างได้หรือไม่
ข้อแนะนำในการออกแบบโรงแรม
ข้อแนะนำในการออกแบบแฟลต
ค่าออกแบบเขาแบ่งกันอย่างไร (ระหว่างสถาปนิกและวิศวกร)
ความรู้เรื่องท่อและระบบประปา
ข้อกำหนดในการออกแบบโครงสร้าง
น้ำหนักหินคลุก
เสียงสะท้อนป้องกันได้อย่างไร?
ประตู-หน้าต่างกับทิศทางของลม
เมื่อคิดจะทำหลังคาสกายไลท์
ค่าออกแบบ เขาคิดกันอย่างไร
เรื่องฉนวนที่ควรรู้
โฮมออฟฟิศ สะท้อนชีวิตคนยุคใหม่
หลังคาโปร่งแสง
การเปิดช่องแสงในบ้าน
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
การเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำ
ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป
ปฏิวัติสร้างบ้านคนแก่ รับมือผู้สูงอายุล้นเมือง ปี2020
ก่อผนัง 2 ชั้นด้วยอิฐมอญดีอย่างไร
บ้านที่มีคุณลักษณะเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน
ประเภทของฝ้ายิบซั่มและการใช้ให้ถูกที่
คอนกรีตแนวใหม่
ข้อควรพิจารณาในการลดความเสี่ยงต่ออัคคีภัยในการออกแบบอาคาร
ฮวงจุ้ย คิดก่อนเชื่อ
การกำหนดระดับส่วนประกอบอาคารต่างๆ ในบ้าน
ไม้สักเป็นไม้เนื้ออ่อนไม่เหมาะกับการทำพื้น
ทำรั้วไม้ต้องใช้ไม้เนื้อแข็ง
การเลือกใช้ไม้
อาคารอัจฉริยะ (Intelligent Building)
แนวคิดเรื่องวิธีออกแบบบ้าน
ความรู้เรื่องอิฐมวลเบา
ห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุควรมีลักษณะอย่างไร
เรือนไทย
เอาบ้านมาทำห้องสมุดได้หรือเปล่า
สิ่งที่ควรทราบในการเลือกพื้นไม้
สร้างรังรักตามหลักฮวงจุ้ย
การเลือกประเภทสีให้เหมาะกับการใช้งาน
4 ลักษณะ การวางแปลนครัว
สาระน่ารู้เรื่อง ครัว
ครัวปาร์ตี้บาร์บีคิวนอกบ้าน
การออกแบบห้องต่างๆภายในบ้าน
ข้อมูลแผ่นดินไหวในประเทศไทย
ความรู้เรื่อง ภัยแผ่นดินไหว
การออกแบบ ไฟฟ้าแสงสว่าง
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง
ระบบไฟฟ้า 3 เฟสเพื่อการประหยัดค่าไฟฟ้า
การทาสีบ้าน สไตล์ท้องถิ่นประยุกต์
"บ้าน" และ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" กับ อ.เชี่ยว
ทิศทางของแสงแดดกับการออกแบบบ้าน
ความรู้เรื่องแบบก่อสร้าง
หน้าต่าง Bay Window
ฮวงจุ้ย บ้านยากจน
ห้องน้ำแนว Outdoor
บ้านดิน
การออกแบบครัว
ห้องน้ำผู้สูงอายุ
Urban Living
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
อย่าสุ่มสี่ สุ่มห้า เปลี่ยนพื้นสำเร็จ กับพื้นหล่อกับที่.. พังแน่นอน ?
ไฟฟ้าในครัว น่าจะวางแผนไว้อย่างไร?
อยากติดไฟ Down light อย่าลืมเว้นที่ว่างใต้ฝ้าไว้ให้เพียงพอ
หลักการออกแบบจัดวางพื้นที่ใช้สอยในบ้าน
ออกแบบตึกสูง ควรเริ่มต้นอย่างไร
จะสร้างบ้านสักหลังจะยกพื้นสูงเท่าไรดี
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
อย่าสุ่มสี่ สุ่มห้า เปลี่ยนพื้นสำเร็จ กับพื้นหล่อกับที่.. พังแน่นอน
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร?
บ้านคุณน่าจะมีถังเก็บน้ำขนาดไหนดี?
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
ห้องเก็บของ
กระจกมีกี่ชนิด แล้วจะเลือกใช้อย่างไร ?
ห้องคุณมีเสียงก้อง ….จะทำอย่างไรดี
หลังคากระจก ต้องเป็น Laminated Glass เท่านั้น
สร้างบ้าน"คนแก่"
ฮวงจุ้ย คิดก่อนเชื่อ
เทคโนโลยี “บ้านอัจฉริยะ”
เรียนรู้ใช้...แสงธรรมชาติ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน
ระเบียงบ้านเป็นระเบียงลม
สุขภัณฑ์...เซรามิก
ระยะความสูงของประตูหน้าต่างเท่าไหร่ดี
ขนาดช่องเปิด คู่ซี้ของการระบายอากาศ
ที่จอดรถควรมีขนาดเท่าไร
ทำรั้วรอบบ้าน อย่าลืมดูเรื่องความสูงด้วยนะ
มารู้จัก ฐานรากตีนเป็ด...
ข้อกำหนดการออกแบบชั้นลอย
เลือกสีกระเบื้องแบบคนขี้เกียจดูแลบ้าน
เทคนิคระบายความร้อนหลังคาเปิด ไม่มีฝ้า
เรือนไทย
ข้อคิดในการติดตั้งกันสาด
ความรู้เรื่องวัสดุปูพื้น
ถังเก็บน้ำที่บ้าน น่าจะซื้อถังขนาดไหน?
โถฉี่ อย่าตั้งใกล้โถส้วม!
ระวังการใช้กระจกสีชาบนตึกหลาย ๆ ชั้น
อิฐโชว์แนวนั้นสวย แต่ระวังอย่าโชว์แนวสองด้าน
ตะวันอ้อมใต้ กับผนังบ้านร้าว
การกำหนดความหนาของกระจกธรรมดา ตามขนาดของช่องเปิด-ความสูงอาคาร
อย่าออกแบบบานเกล็ดกระจกให้กว้างมากนัก !
ประตูหน้าต่าง Aluminium มีสีอะไรบ้าง และราคาเป็นอย่างไร ?
แสงไฟห้องใครว่าไม่จำเป็น
แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ
ทำหลังคาเอียงลาดบนตึกสูง ๆ อย่าลืมรางน้ำ
ไม่อยากให้บ้านทรุด-พื้นร้าว เพราะตู้หนังสือหนักๆ ลองทำดังนี้
ปลั๊ก-สวิตช์ไฟ ในห้องน่าจะสูงสักเท่าไร
การเลือกพื้นห้องครัว
ห้องครัวหรือ Pantry ควรจะมีประตู
ออกแบบประตูหน้าต่าง อย่าลืมเตรียม ม่าน-เหล็กดัด-มุ้งลวด
Glass Block ก็สามารถทำพื้นได้
อย่าใช้ Glass Block ก่อเป็นผนังใหญ่ๆ สูงๆ
จอดรถในบ้านสบาย ๆ ที่จอดต้องขนาดเท่าไร
รู้หลักธรรมชาติ สร้างบรรยากาศคลายความร้อนในบ้าน
ใช้ดาวน์ไลท์น้อยๆ แต่ใช้ฟลูออเรสเซนท์มากๆ
ห้องเก็บของ
ข้อแนะนำในการออกแบบ อาคารประเภท อยู่อาศัยรวม
ห้องนิรภัยส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง
เสียงในบ้านควรดังได้แค่ไหน
ทิศทางของแสงและสี ในงานสถาปัตยกรรม
ลมฤดูหนาวพัดมาทางไหน
สุดยอดไอเดีย ‘บ้านกันเสียง’ เพื่อชุมชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ
สะพานแขวนเชื่อมสองบ้าน
ครัวมั่งคั่ง
แต่งห้องน้ำอินเทรนด์รับร้อน
บ้าน..flinstoneบ้าน..flinstone
บ้านกระเบื้อง
หลักการออกแบบห้องน้ำ
ห้องน้ำ จัดวางอย่างไร
การวางผังห้องครัวควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง
ห้องน้ำสไตล์ไหนโดนใจคุณ
หลักการเลือกวัสดุปูพื้น สำหรับแต่ละห้อง
ประเภทและชนิดของกันสาด
จินตนาการลวดลายกับกระเบื้อง
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
ทำบ้านใหม่ให้คนสูงวัยแฮปปี้
วางผังบ้านรับลมหลบแดด
แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ
ปลอดภัยในห้องน้ำ
ห้องนิรภัยส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง
ห้องเก็บของ
แนวคิดเรื่องวิธีออกแบบบ้าน
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
เคล็ดลับบ้านสวยช่วยลดภาวะโลกร้อน
ความปลอดภัยในห้องน้ำ
แสงธรรมชาติ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน
สุดยอดไอเดีย ‘บ้านกันเสียง’
การสร้างบ้านในเมืองกรุง
ผนังประสิทธิภาพสูงป้องกันเสียงรบกวนจากถนน
บ้านบนเรือสำราญ
Smart Home... เทคโนโลยีในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ห้องนอนแนวใหม่...เก็บเสียงสนิท
เปิด ฮวงจุ้ย ฐานบัญชาการ “เจ้าสัวเจริญ”
บ้านอยู่สบาย...ทำได้ง่ายๆ
เคล็ดลับบ้านสวยช่วยลดภาวะโลกร้อน
"บ้านลอยนํ้า"ทางเลือกใหม่...หนีนํ้าท่วม
มาตรฐานห้องน้ำเพื่อคนพิการ
โครงการบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน
ปลอดภัยในห้องน้ำ
ห้องคนรับใช้ ..อยู่หน้าบ้านหรือหลังบ้านดี..?
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสระว่ายน้ำ
ออกแบบห้องน้ำ อย่างไรให้สวย
เรือบ้าน วิมาน...ที่แคชเมียร์
พระราชวังในสมัยรัชกาลที่ ๕
ทาวน์เฮ้าส์ประหยัดพลังงาน 3 แบบ
บ้านไม้ใต้ร่ม
บ้าน Hybrid House ประหยัดพลังงาน
ถอยหนีรังสีอาทิตย์ ประหยัดพลังงานแบบบ้าน Setback
ประหยัดพลังงานแบบ Tropical
สภาพแวดล้อมส่งผลกระทบสภาพสบายในบ้านอย่างไร?
การสร้างบ้านในเมืองกรุง
เคล็ดไม่ลับ..บ้านร่มเย็น-อยู่สบาย
อารมณ์และความรู้สึกของ...สี
เลือกสีบ้าน...เสริมราศี
13 เคล็ด (ไม่) ลับคู่ห้องครัว
ออกแบบบ้านอย่างไร...อยู่แล้วมีความสุข
จัด "บ้าน" ให้ "คลายร้อน"
ขนาดห้องเซาว์น่า
เที่ยวบ้านทาร์ซาน
" ราคาอาคาร เปลี่ยนแปลงตามความสูงได้อย่างไร "
บ้านโครงเหล็กริมทะเลสาบ : Contemporary Lake House
แบบบ้านชั้นครึ่งสวยๆจากเนเธอร์แลนด์
เคล็ดไม่ลับ..บ้านร่มเย็น-อยู่สบาย
บ้านบนน้ำ ออกแบบได้เจ๋ง

        ทิศทางของแสงแดดกับการออกแบบบ้าน

หมวด : ออกแบบบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 13089    

ทิศทางของแสงแดดกับการออกแบบบ้าน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าอิทธิพลของแสงแดดที่มีต่อตัวบ้านจะมาจากทิศทางทิศตะวันออกและ ทิศตะวันตกเท่านั้น เพราะเป็นทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้าและตกในช่วงเย็นฉะนั้นการออกแบบ บ้านจึงต้องคำนึงถึงแสงแดดที่ส่องมาจากสองทิศนี้เท่านั้น แต่โดยความเป็นจริงแล้วความร้อนที่เกิด ขึ้นในบ้านโดยได้รับอิทธิพลของแสงแดดที่ส่องมาจากทางทิศเหนือและทิศใต้นั้นก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ในกรณีของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรหรือค่อนมาทางซีกโลกเหนือ จะได้รับอิทธิพลของแสงแดดที่ส่องมาจากทางทิศใต้มากกว่าแสงแดดที่ส่องมาจากทางทิศเหนือเพราะแสงแดด จะทำมุมเฉียงมาจากทิศทางใต้มากกว่า ทั้งนี้ แสงแดดที่ส่องมาจากทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก จะเป็นผลมาจากการที่โลกหมุนรอบตัวเองในแต่ละวัน ส่วนแสงแดดที่ส่องมาจากทางทิศเหนือและทิศใต้ จะเป็นผลมาจากการที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในแต่ละปี ซึ่งในกรณีนี้ทิศทางของแสงแดดจะเปลี่ยน แปลงตามฤดูกาล การทำความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางของแสงแดดจะต้องอาศัยความรู้พื้นฐานทางด้านภูมิศาสตร์บ้าง โดยอาจสรุปประเด็นที่เกี่ยวข้องออกเป็นข้อๆได้ดังนี้

1.
โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบกินเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งมีผลทำให้เกิดปรากฏการณ์กลาง วันและกลางคืน ทำให้เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกในตอนเช้าและตกทางทิศตะวันตกในตอนเย็น
2.
โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบกินเวลา 1 ปีหรือ 365 วัน โดยแนวแกนที่ โลกหมุนรอบตัวเองทำมุมเอียงประมาณ 23.5 องศากับแนวแกนของโคจรที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่ง มีผลทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ
3.
ประมาณวันที่ 21 มีนาคมของทุกปีจะเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรของ โลกมากที่สุด ดวงอาทิตย์จะอยู่เหนือขึ้นไปในแนวดิ่งพอดีกับพื้นที่ที่อยู่ตรงบริเวณแนวเส้นศูนย์สูตร ในช่วงเวลานี้ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้จะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เท่ากัน และจะเป็นช่วงเวลาที่กลางวัน ยาวเท่ากับกลางคืนในทุกๆ ประเทศ มีชื่อเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า วิษุวัต หรือ equinox ( หมายถึง equal night ) โดยในช่วงเวลานี้จะเป็น วสันตวิษุวัต หรือ vernal equinox คือ เป็นช่วงเวลาที่ประเทศต่างๆ ทางซีกโลกเหนืออย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
4.
ประมาณวันที่ 21 มิถุนายนของทุกปีบริเวณขั้วโลกเหนือจะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์มากที่สุด ขณะที่แนวเส้นศูนย์สูตรของโลกจะอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ในเวลานี้จะเป็นช่วงฤดูร้อนของประเทศทางซีกโลกเหนือ และจะเป็นช่วงฤดูหนาวของประเทศทางซีกโลกใต้ มีชื่อเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า summer solstice โดยในช่วงเวลานี้เองจะเกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนขึ้นกับบางประเทศที่อยู่ ใกล้กับขั้วโลกเหนือ เช่น ประเทศนอร์เวย์ เป็นต้น
5.
ประมาณวันที่ 21 กันยายนของทุกปีจะเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ของโลกมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ดวงอาทิตย์จะอยู่เหนือขึ้นไปในแนวดิ่งพอดีกับพื้นที่ที่อยู่ตรงบริเวณแนว เส้นศูนย์สูตร ในช่วงเวลานี้ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้จะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เท่ากัน และจะเป็น ช่วงเวลาที่กลางวันยาวเท่ากับกลางคืนเช่นเดียวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 21 มีนาคม แต่ ในช่วงเวลานี้จะเป็น ศารทวิษุวัต หรือ autumnal equinox คือเป็นช่วงเวลาที่ต่างประเทศต่างๆ ทางซีกโลกเหนืออย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง
6. ประมาณวันที่ 21 ธันวาคมของทุกปีบริเวณ ขั้วโลกใต้จะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์มาก ที่สุด ขณะที่แนวเส้นศูนย์สูตรของโลกจะอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ในเวลานี้จะ เป็นช่วงฤดูร้อนของประเทศทางซีกโลกใต้ และจะเป็นช่วงฤดูหนาวของประเทศทางซีกโลกเหนือ โดยในช่วงเวลานี้จะใกล้เทศกาลคริสต์มาสซึ่งประเทศที่อยู่บริเวณตอนบนของซีกโลกเหนือจะมีหิมะตก ค่อนข้างมาก มีชื่อเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า winter solstice

จากข้อมูลทางภูมิศาสตร์ข้างต้น
เมื่อดูจากตำแหน่งทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย แล้ว เราสามารถสรุปประเด็นเกี่ยวกับทิศทางของแสงแดดที่มีอิทธิพลต่อบ้านเราในช่วงฤดูกาลต่างๆ ได้เป็นข้อๆ ดังนี้

1.
เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ทิศทางของแสงแดดตามฤดู กาลจะส่องเฉียงมาจากทางทิศใต้มากกว่าทางทิศเหนือ
2.
ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรของขั้วโลกมากที่สุดคืออยู่เหนือขึ้นไปในแนวดิ่ง พอดีกับพื้นที่ที่อยู่ตรงบริเวณแนวเส้นศูนย์สูตร ประมาณวันที่ 21-23 มีนาคม และวันที่ 21-23 กันยายนของทุกปี สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ค่อนมาทางซีกโลกเหนือแล้ว ในช่วงเวลาดังกล่าวจะ ได้รับอิทธิพลจากดวงอาทิตย์โดยแสงแดดจะส่องเฉียงมาจากทางทิศใต้ทำมุมยอด 14 องศาในตอนเที่ยง
3.
ช่วงเวลาที่แสงแดดส่องมาจากทางทิศเหนือจะอยู่ระหว่างช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม ของทุกปี เดือนที่แสงแดดส่องเฉียงมาจากทางทิศเหนือมากที่สุดจะเป็นช่วงเดือนมิถุนายน ประมาณวัน ที่ 21-23 โดยจะทำมุมยอด 9.5 องศาในตอนเที่ยง
4.
ช่วงเวลาที่แสงแดดส่องมาทางทิศใต้จะอยู่ระหว่างช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนเมษายนของปีถัด ไปทุกปี เดือนที่แสงแดดส่องเฉียงมาจากทางทิศใต้มากที่สุดจะเป็นช่วงเดือนธันวาคม ประมาณวันที่ 21-23 โดยจะทำมุมยอด 37.5 องศาในตอนเที่ยง
จากข้อสรุปข้างต้นจะเห็นได้ว่าสำหรับบ้านเรานั้นแสงแดดที่ส่องมาจากทางทิศเหนือและทิศใต้มี อิทธิพลต่อการออกแบบบ้านอยู่มิใช่น้อย เพราะจะมีผลต่อความร้อนที่เกิดขึ้นในแต่ละห้องของบ้านใน ฤดูกาลต่างๆ โดยเฉพาะแสงแดดที่ส่องมาจากทางทิศใต้จะทำมุมค่อนข้างต่ำและส่องอยู่เป็นระยะเวลา นาน ฉะนั้นการออกแบบบ้านโดยคำนึงถึงแสงแดดที่ส่องมาจากทิศทางดังกล่าว นอกเหนือไปจาก แสงแดดที่ส่องมาจากทางทิศตะวันออกในช่วงเช้าและทิศตะวันตกในช่วงเย็นแล้วจะช่วยให้สามารถออก แบบบ้านเพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดดที่ส่องมาจากทุกๆ ทิศทางได้อย่างเหมาะสม ซึ่งหมายถึง จะช่วยให้บ้านอยู่สุขสบายขึ้น ลดการใช้พลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ
เมื่อเราทราบถึงอิทธิพลของแสงแดดโดยสัมพันธ์กับทิศทางและช่วงเวลาทั้งช่วงเวลาระหว่าง วันและช่วงเวลาตามฤดูกาลแล้ว เราสามารถออกแบบบ้านและจัดวางตำแหน่งของห้องต่างๆ ให้เหมาะ สมกับภาวะเงื่อนไขที่เกิดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอยที่ต้องการ โดยเน้นด้านการอยู่อาศัย ที่สุขสบาย ลดความร้อนที่เกิดขึ้น ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายอันเป็น ผลมาจากการลดการใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทำความเย็นต่างๆ

ในด้านของการออกแบบนั้น
ผู้เขียนใคร่ขอเสนอแนะหลักการจัดวางห้องต่างๆ ให้เหมาะสม กับทิศทางของแสงแดดในบ้านเรา ซึ่งจะได้ผลมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้ สอยและข้อจำกัดของแบบบ้าน ตลอดจนสิ่งแวดล้อมและข้อจำกัดอื่นๆ ด้วย โดยจะกล่าวถึงการวาง ตำแหน่งของห้องต่างๆ ตามลักษณะของการใช้งานดังนี้

ห้องนอน

บ้านอยู่อาศัยส่วนใหญ่มักจะเป็นบ้านแบบ 2 ชั้น โดยทั่วไปห้องนอนมักถูกจัดวาง ไว้ชั้นบนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำให้ห้องนอนมีโอกาสได้รับความร้อนจากแสงแดดค่อนข้างมาก โดยผ่านทั้งทางด้านบนจากหลังคา ทางด้านข้างจากผนังด้านนอกของตัวบ้าน และจากทางหน้า ต่างของห้อง และเนื่องจากห้องนอนเป็นห้องที่มีลักษณะการใช้งานที่ใช้เวลาค่อนข้างต่อเนื่องยาว นานและต้องการความสบายเป็นพิเศษเพื่อการพักผ่อน ห้องนอนจึงเป็นห้องที่ควรให้ความสำคัญเป็น อันดับแรกเพื่อให้ได้ความร้อนจากแสงแดดน้อยที่สุด การวางตำแหน่งของห้องนอนถ้าเป็นไปได้ควร วางอยู่ในทิศตะวันออกเพื่อให้ได้รับแสงแดดในตอนเช้า แต่จะไม่ร้อนมากในช่วงบ่ายและกลางคืน หรือไปทางทิศเหนือเพราะแสงแดดตามฤดูกาลจะส่องมาน้อยกว่าทางทิศใต้

ห้องรับแขก
ห้องรับแขกเป็นอีกห้องหนึ่งซึ่งควรให้ความสำคัญในอันดับต้นๆ เนื่องจากทุกบ้านมักจะ ต้องมีห้องนี้เพื่อการต้อนรับแขก และถึงแม้ในช่วงเวลาที่ไม่มีแขกมาเยี่ยมเยียนคนในบ้านก็มักจะใช้ ห้องนี้เป็นห้องอเนกประสงค์เพื่อการนั่งพักผ่อนหรือนั่งชมโทรทัศน์ ห้องนี้จึงเป็นห้องที่มีการใช้งาน ค่อนข้างมากทั้งในช่วงกลางวันและตอนค่ำ สำหรับบ้านแบบ 2 ชั้นโดยทั่วไปห้องรับแขกมักจะ อยู่ชั้นล่างและอยู่ทางด้านหน้าบ้าน การเลือกวางตำแหน่งของห้องรับแขกว่าจะให้อยู่ทางด้านไหน ของบ้านหรือหันไปทางทิศไหนจึงอาจมีข้อจำกัด เพราะโดยปกติแล้วการวางตำแหน่งด้านหน้าของตัว บ้านมักจะต้องยึดตามแนวถนนหรือซอยซึ่งค่อนข้างจะตายตัวอยู่แล้ว ทางเลือกอาจมีเพียงแค่จะวาง ตำแหน่งไว้ทางด้านซ้ายหรือด้านขวาของตัวบ้าน ถ้าเลือกได้การวางตำแหน่งของห้องรับแขกก็คล้าย คลึงกับการวางตำแหน่งของห้องนอน คือวางอยู่ทางทิศตะวันออกเพื่อให้ได้รับแสงแดดในตอนเช้าซึ่ง ไม่ร้อนจัดหลีกเลี่ยงการรับแสงแดดในตอนบ่ายซึ่งร้อนกว่า หรือพยายามให้หันไปทางด้านทิศเหนือ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะได้รับแสงแดดน้อยกว่าทางทิศใต้

ห้องอาหาร
หลักการเลือกวางตำแหน่งหรือทิศทางของห้องอาหารก็จะคล้ายคลึงกับห้องรับแขก แต่อาจมีข้อยืดหยุ่นได้มากกว่าเนื่องจากห้องอาหารเป็นห้องที่มีการใช้งานแค่บางช่วงและไม่ต่อเนื่อง ยาวนานมากนัก บางท่านอาจแทบไม่มีโอกาสได้ใช้ห้องอาหารเลยเพราะใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเสียเป็น ส่วนใหญ่ ห้องอาหารมักจะอยู่ชั้นล่างเพื่อความสะดวกในการใช้สอย ซึ่งส่วนใหญ่จะติดกันหรือ ต่อเนื่องกับห้องรับแขก ถ้าเลือกได้การจัดวางตำแหน่งของห้องอาหารควรวางอยู่ในทิศตะวันออก เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดในตอนบ่ายซึ่งร้อนกว่า และเนื่องจากการที่ห้องอาหารมักจะต้องอยู่ติดกันหรือ ต่อเนื่องกับห้องรับแขกนี่เอง บางครั้งถ้าจำเป็นอาจจะต้องยอมให้วางตำแหน่งของห้องอาหารอยู่ทาง ทิศตะวันตกเพื่อหลบหลีกให้ห้องรับแขกอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า ทั้งนี้ ควรดูลักษณะการใช้งานของ แต่ละครอบครัวเป็นต้น สำหรับการวางตำแหน่งของห้องในทิศเหนือหรือทิศใต้นั้นก็ใช้หลักการพิจารณา เดียวกัน

ห้องทำงาน
บ้านที่มีขนาดใหญ่อาจมีห้องทำงานแยกเป็นสัดส่วนต่างหาก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะจัดให้ อยู่ชั้นล่างโดยอยู่ติดกับห้องรับแขกหรือห้องอาหาร การออกแบบมักจะออกแบบให้ห้องรับรับแขก อยู่ด้านหน้าของตัวบ้าน ห้องอาหารอยู่ถัดเข้ามาทางด้านใน ขณะที่ห้องทำงานจะอยู่ข้างใดข้าง หนึ่งของตัวบ้าน โดยอาจจะค่อนไปทางด้านหน้าหรือด้านหลังของตัวบ้านก็ได้ สำหรับบ้านที่มี การใช้ห้องทำงานบ่อยและใช้ต่อเนื่องเป็นช่วงเวลายาวนาน ควรเลือกตำแหน่งให้ห้องทำงานอยู่ทาง ทิศตะวันออกเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนจากแสงแดดในตอนบ่ายและค่ำ หรือหันไปทางทิศเหนือซึ่งจะ ได้รับแสงแดดน้อยกว่าทางทิศใต้ แต่สำหรับบ้านที่มีการใช้ห้องทำงานไม่มากนักก็อาจจะวางตำแหน่ง ให้อยู่ทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้เพื่อหลบหลีกให้ห้องอื่นอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า ทั้งนี้ โดยพิจารณาจากลักษณะการใช้สอยเป็นสำคัญ

ห้องครัว
ห้องครัวในที่นี้จะเน้นกล่าวถึงครัวแบบตะวันตก เพราะจะมีการแยกเป็นห้องหรือพื้น ที่อย่างเป็นสัดส่วนอยู่ภายในตัวบ้าน บ้านขนาดกลางขึ้นไปมักจะมีห้องครัวแยกต่างหากเพื่อป้อง กันกลิ่นรบกวน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะอยู่ต่อเนื่องหรือติดกับห้องอาหารเพื่อให้เกิดความสะดวก ช่วง เวลาที่ใช้ห้องครัวส่วนใหญ่มักจะเป็นช่วงเวลาเย็นหรือค่ำเพราะเป็นมื้ออาหารหลักของครอบครัว การวางตำแหน่งสำหรับห้องครัวนั้นถ้าหลีกเลี่ยงความร้อนในช่วงบ่ายถึงค่ำได้ก็จะดี แต่ถ้าหลีกเลี่ยง ไม่ได้จะให้ห้องครัวอยู่ในทิศทางที่ต้องรับความร้อนจากแสงแดดในตอนบ่ายหรือค่ำเพื่อหลบหลีกให้ ห้องอื่นอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าก็ไม่น่าจะมีปัญหามาก เพราะส่วนใหญ่การใช้งานห้องครัวมักจะไม่ ต่อเนื่องหรือยาวนานมากนัก

ห้องน้ำ
ถ้ามองถึงความจำเป็นที่ต้องหลีกเลี่ยงความร้อนที่มาจากแสงแดด ห้องน้ำดูจะมีปัญหา น้อยที่สุด เพราะการใช้ห้องน้ำเป็นการใช้งานแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเป็นระยะเวลาสั้นๆ ยิ่งถ้าใช้เพื่อ การอาบน้ำแล้วความอบอุ่นในห้องน้ำน่าจะเป็นผลดีเสียด้วยซ้ำ ห้องน้ำจึงอาจจัดวางอยู่ในตำแหน่ง ใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการใช้สอยหรือเข้าถึงมากกว่า อันที่จริงแล้วอาจจะพยายามออกแบบ โดยวางตำแหน่งของห้องน้ำให้อยู่ในทิศที่ได้รับแสงแดดมากเสียด้วยซ้ำ เพื่อเป็นการบังแดดให้แก่ ห้องอื่นซึ่งต้องการหลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ห้องนอนหรือห้องรับแขก
จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าถ้าเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติบางอย่าง และสามารถประยุกต์วิธีการ ขั้นตอน หรือการดำเนินการต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ธรรม ชาตินั้นก็จะได้รับประโยชน์ไม่น้อย สำหรับในกรณีนี้เมื่อเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ทางธรรม ชาติของแสงแดดและสามารถออกแบบบ้านและจัดวางตำแหน่งของห้องต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับ สภาวะทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น เราก็จะได้บ้านที่สามารถอยู่อาศัยได้สุขสบายขึ้น และถ้าต้องการปรับ ปรุงให้ดีขึ้นโดยการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด การใช้วัสดุ ป้องกันความร้อน การใช้วัสดุสะท้อนรังสีความร้อน ตลอดจนการใช้เครื่องปรับอากาศเพื่อลดความ ร้อนที่เกิดขึ้นก็สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถลดการใช้พลังงานและค่าใช้ จ่ายลงได้ ดังนั้นผู้ที่กำลังออกแบบบ้าน หรือกำลังจะปลูกบ้าน หรืออยู่ในข่ายที่สามารถนำความรู้ ข้างต้นไปใช้ประโยชน์ได้ก็อย่าได้มองข้ามข้อนี้ไป