บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ออกแบบบ้าน
หัวข้อสาระ


ห้องพระอยู่ชั้นล่างได้หรือไม่
ข้อแนะนำในการออกแบบโรงแรม
ข้อแนะนำในการออกแบบแฟลต
ค่าออกแบบเขาแบ่งกันอย่างไร (ระหว่างสถาปนิกและวิศวกร)
ความรู้เรื่องท่อและระบบประปา
ข้อกำหนดในการออกแบบโครงสร้าง
น้ำหนักหินคลุก
เสียงสะท้อนป้องกันได้อย่างไร?
ประตู-หน้าต่างกับทิศทางของลม
เมื่อคิดจะทำหลังคาสกายไลท์
ค่าออกแบบ เขาคิดกันอย่างไร
เรื่องฉนวนที่ควรรู้
โฮมออฟฟิศ สะท้อนชีวิตคนยุคใหม่
หลังคาโปร่งแสง
การเปิดช่องแสงในบ้าน
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
การเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำ
ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป
ปฏิวัติสร้างบ้านคนแก่ รับมือผู้สูงอายุล้นเมือง ปี2020
ก่อผนัง 2 ชั้นด้วยอิฐมอญดีอย่างไร
บ้านที่มีคุณลักษณะเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน
ประเภทของฝ้ายิบซั่มและการใช้ให้ถูกที่
คอนกรีตแนวใหม่
ข้อควรพิจารณาในการลดความเสี่ยงต่ออัคคีภัยในการออกแบบอาคาร
ฮวงจุ้ย คิดก่อนเชื่อ
การกำหนดระดับส่วนประกอบอาคารต่างๆ ในบ้าน
ไม้สักเป็นไม้เนื้ออ่อนไม่เหมาะกับการทำพื้น
ทำรั้วไม้ต้องใช้ไม้เนื้อแข็ง
การเลือกใช้ไม้
อาคารอัจฉริยะ (Intelligent Building)
แนวคิดเรื่องวิธีออกแบบบ้าน
ความรู้เรื่องอิฐมวลเบา
ห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุควรมีลักษณะอย่างไร
เรือนไทย
เอาบ้านมาทำห้องสมุดได้หรือเปล่า
สิ่งที่ควรทราบในการเลือกพื้นไม้
สร้างรังรักตามหลักฮวงจุ้ย
การเลือกประเภทสีให้เหมาะกับการใช้งาน
4 ลักษณะ การวางแปลนครัว
สาระน่ารู้เรื่อง ครัว
ครัวปาร์ตี้บาร์บีคิวนอกบ้าน
การออกแบบห้องต่างๆภายในบ้าน
ข้อมูลแผ่นดินไหวในประเทศไทย
ความรู้เรื่อง ภัยแผ่นดินไหว
การออกแบบ ไฟฟ้าแสงสว่าง
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง
ระบบไฟฟ้า 3 เฟสเพื่อการประหยัดค่าไฟฟ้า
การทาสีบ้าน สไตล์ท้องถิ่นประยุกต์
"บ้าน" และ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" กับ อ.เชี่ยว
ทิศทางของแสงแดดกับการออกแบบบ้าน
ความรู้เรื่องแบบก่อสร้าง
หน้าต่าง Bay Window
ฮวงจุ้ย บ้านยากจน
ห้องน้ำแนว Outdoor
บ้านดิน
การออกแบบครัว
ห้องน้ำผู้สูงอายุ
Urban Living
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
อย่าสุ่มสี่ สุ่มห้า เปลี่ยนพื้นสำเร็จ กับพื้นหล่อกับที่.. พังแน่นอน ?
ไฟฟ้าในครัว น่าจะวางแผนไว้อย่างไร?
อยากติดไฟ Down light อย่าลืมเว้นที่ว่างใต้ฝ้าไว้ให้เพียงพอ
หลักการออกแบบจัดวางพื้นที่ใช้สอยในบ้าน
ออกแบบตึกสูง ควรเริ่มต้นอย่างไร
จะสร้างบ้านสักหลังจะยกพื้นสูงเท่าไรดี
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
อย่าสุ่มสี่ สุ่มห้า เปลี่ยนพื้นสำเร็จ กับพื้นหล่อกับที่.. พังแน่นอน
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร?
บ้านคุณน่าจะมีถังเก็บน้ำขนาดไหนดี?
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
ห้องเก็บของ
กระจกมีกี่ชนิด แล้วจะเลือกใช้อย่างไร ?
ห้องคุณมีเสียงก้อง ….จะทำอย่างไรดี
หลังคากระจก ต้องเป็น Laminated Glass เท่านั้น
สร้างบ้าน"คนแก่"
ฮวงจุ้ย คิดก่อนเชื่อ
เทคโนโลยี “บ้านอัจฉริยะ”
เรียนรู้ใช้...แสงธรรมชาติ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน
ระเบียงบ้านเป็นระเบียงลม
สุขภัณฑ์...เซรามิก
ระยะความสูงของประตูหน้าต่างเท่าไหร่ดี
ขนาดช่องเปิด คู่ซี้ของการระบายอากาศ
ที่จอดรถควรมีขนาดเท่าไร
ทำรั้วรอบบ้าน อย่าลืมดูเรื่องความสูงด้วยนะ
มารู้จัก ฐานรากตีนเป็ด...
ข้อกำหนดการออกแบบชั้นลอย
เลือกสีกระเบื้องแบบคนขี้เกียจดูแลบ้าน
เทคนิคระบายความร้อนหลังคาเปิด ไม่มีฝ้า
เรือนไทย
ข้อคิดในการติดตั้งกันสาด
ความรู้เรื่องวัสดุปูพื้น
ถังเก็บน้ำที่บ้าน น่าจะซื้อถังขนาดไหน?
โถฉี่ อย่าตั้งใกล้โถส้วม!
ระวังการใช้กระจกสีชาบนตึกหลาย ๆ ชั้น
อิฐโชว์แนวนั้นสวย แต่ระวังอย่าโชว์แนวสองด้าน
ตะวันอ้อมใต้ กับผนังบ้านร้าว
การกำหนดความหนาของกระจกธรรมดา ตามขนาดของช่องเปิด-ความสูงอาคาร
อย่าออกแบบบานเกล็ดกระจกให้กว้างมากนัก !
ประตูหน้าต่าง Aluminium มีสีอะไรบ้าง และราคาเป็นอย่างไร ?
แสงไฟห้องใครว่าไม่จำเป็น
แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ
ทำหลังคาเอียงลาดบนตึกสูง ๆ อย่าลืมรางน้ำ
ไม่อยากให้บ้านทรุด-พื้นร้าว เพราะตู้หนังสือหนักๆ ลองทำดังนี้
ปลั๊ก-สวิตช์ไฟ ในห้องน่าจะสูงสักเท่าไร
การเลือกพื้นห้องครัว
ห้องครัวหรือ Pantry ควรจะมีประตู
ออกแบบประตูหน้าต่าง อย่าลืมเตรียม ม่าน-เหล็กดัด-มุ้งลวด
Glass Block ก็สามารถทำพื้นได้
อย่าใช้ Glass Block ก่อเป็นผนังใหญ่ๆ สูงๆ
จอดรถในบ้านสบาย ๆ ที่จอดต้องขนาดเท่าไร
รู้หลักธรรมชาติ สร้างบรรยากาศคลายความร้อนในบ้าน
ใช้ดาวน์ไลท์น้อยๆ แต่ใช้ฟลูออเรสเซนท์มากๆ
ห้องเก็บของ
ข้อแนะนำในการออกแบบ อาคารประเภท อยู่อาศัยรวม
ห้องนิรภัยส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง
เสียงในบ้านควรดังได้แค่ไหน
ทิศทางของแสงและสี ในงานสถาปัตยกรรม
ลมฤดูหนาวพัดมาทางไหน
สุดยอดไอเดีย ‘บ้านกันเสียง’ เพื่อชุมชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ
สะพานแขวนเชื่อมสองบ้าน
ครัวมั่งคั่ง
แต่งห้องน้ำอินเทรนด์รับร้อน
บ้าน..flinstoneบ้าน..flinstone
บ้านกระเบื้อง
หลักการออกแบบห้องน้ำ
ห้องน้ำ จัดวางอย่างไร
การวางผังห้องครัวควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง
ห้องน้ำสไตล์ไหนโดนใจคุณ
หลักการเลือกวัสดุปูพื้น สำหรับแต่ละห้อง
ประเภทและชนิดของกันสาด
จินตนาการลวดลายกับกระเบื้อง
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
ทำบ้านใหม่ให้คนสูงวัยแฮปปี้
วางผังบ้านรับลมหลบแดด
แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ
ปลอดภัยในห้องน้ำ
ห้องนิรภัยส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง
ห้องเก็บของ
แนวคิดเรื่องวิธีออกแบบบ้าน
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
เคล็ดลับบ้านสวยช่วยลดภาวะโลกร้อน
ความปลอดภัยในห้องน้ำ
แสงธรรมชาติ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน
สุดยอดไอเดีย ‘บ้านกันเสียง’
การสร้างบ้านในเมืองกรุง
ผนังประสิทธิภาพสูงป้องกันเสียงรบกวนจากถนน
บ้านบนเรือสำราญ
Smart Home... เทคโนโลยีในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ห้องนอนแนวใหม่...เก็บเสียงสนิท
เปิด ฮวงจุ้ย ฐานบัญชาการ “เจ้าสัวเจริญ”
บ้านอยู่สบาย...ทำได้ง่ายๆ
เคล็ดลับบ้านสวยช่วยลดภาวะโลกร้อน
"บ้านลอยนํ้า"ทางเลือกใหม่...หนีนํ้าท่วม
มาตรฐานห้องน้ำเพื่อคนพิการ
โครงการบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน
ปลอดภัยในห้องน้ำ
ห้องคนรับใช้ ..อยู่หน้าบ้านหรือหลังบ้านดี..?
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสระว่ายน้ำ
ออกแบบห้องน้ำ อย่างไรให้สวย
เรือบ้าน วิมาน...ที่แคชเมียร์
พระราชวังในสมัยรัชกาลที่ ๕
ทาวน์เฮ้าส์ประหยัดพลังงาน 3 แบบ
บ้านไม้ใต้ร่ม
บ้าน Hybrid House ประหยัดพลังงาน
ถอยหนีรังสีอาทิตย์ ประหยัดพลังงานแบบบ้าน Setback
ประหยัดพลังงานแบบ Tropical
สภาพแวดล้อมส่งผลกระทบสภาพสบายในบ้านอย่างไร?
การสร้างบ้านในเมืองกรุง
เคล็ดไม่ลับ..บ้านร่มเย็น-อยู่สบาย
อารมณ์และความรู้สึกของ...สี
เลือกสีบ้าน...เสริมราศี
13 เคล็ด (ไม่) ลับคู่ห้องครัว
ออกแบบบ้านอย่างไร...อยู่แล้วมีความสุข
จัด "บ้าน" ให้ "คลายร้อน"
ขนาดห้องเซาว์น่า
เที่ยวบ้านทาร์ซาน
" ราคาอาคาร เปลี่ยนแปลงตามความสูงได้อย่างไร "
บ้านโครงเหล็กริมทะเลสาบ : Contemporary Lake House
แบบบ้านชั้นครึ่งสวยๆจากเนเธอร์แลนด์
เคล็ดไม่ลับ..บ้านร่มเย็น-อยู่สบาย
บ้านบนน้ำ ออกแบบได้เจ๋ง

        ข้อมูลแผ่นดินไหวในประเทศไทย

หมวด : ออกแบบบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 28304    

ข้อมูลแผ่นดินไหวในประเทศไทย

จาก : หนังสือโยธาสาร ปี 2538
โดย : สุมาลี ประจวบ
กรมอุตุนิยมวิทยา

 บทนำ

 แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล  จากประวัติการเกิดแผ่นดินไหวในอดีตที่ผ่านมา  มีผู้เสียชีวิตนับแสนคนในประเทศที่อยู่ในเขตแผ่นดินไหว  เช่น  จีน  และญี่ปุ่น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินครั้งล่าสุดที่เมืองโกเบ ประเทศญึ่ปุ่นได้เกิดความเสียหายรุนแรงต่ออาคารบ้านเรือนทางด่วนและระบบสาธารณูปโภคมากกว่าที่คาดไว้ แม้ว่าจะได้ออกแบบก่อสร้าง ให้เผื่อแรงแผ่นดินไหวตามกฎหมายที่บังคับไว้แล้วก็ตาม  ประเทศไทยถึงจะไม่ได้อยู่ในบริเวณแผ่นดินไหวใหญ่ของโลก  แต่จากการเกิดแผ่นดินไหวขึ้นหลายครั้งโดยมีศูนย์กลางทั้งในและนอกประเทศบางครั้งส่งแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้โดยทั่วไป และเกิดความเสียหายเล็กน้อยแก่อาคาร เช่น แผ่นดินไหวเมื่อวันที่  17  กุมภาพันธ์  2518  ขนาด  5.6  ริคเตอร์  ที่จังหวัดตาก  เมื่อวันที่  22  เมษายน  2526  ขนาด  5.9  ริคเตอร์  ที่จังหวัดกาญจนบุรี  และครั้งล่าสุดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่  11  กันยายน  2537  ขนาด  5.1  ริคเตอร์  ที่จังหวัดเชียงราย  ได้ทำให้อาคารโรงพยาบาลพานเสียหายหนักถึงขึ้นระงับการใช้อาคาร  โรงเรียนและวัดหลายแห่งเสียหายเล็กน้อย จนถึงเสียหายปานกลางปัจจุบันประเทศไทย ได้มีการก่อสร้างอาคารสูงและสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่มากมายตลอดจนมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และจำนวนประชากรของประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ทำให้ประเทศไทยมีอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดภัยจากแผ่นดินไหวสูงขึ้น

ด้วยเหตุนี้การศึกษาข้อมูลแผ่นดินไหวในประเทศไทย  จะทำให้ทราบถึงภูมิหลังและลักษณะของการเกิดแผ่นดินไหว  ตลอดจนสาเหตุของแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนต่างๆ  ที่คาดว่าเป็นแหล่งกำเนิดของแผ่นดินไหว  นอกจากนั้นการศึกษาความรุนแรงของแผ่นดิน
ไหว  นอกจากนั้นการศึกษาความรุนแรงของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในอดีต  จะเป็นแนวทางในการจัดทำแผนที่แบ่งเขตแผ่นดินไหวและแผนที่นี้จะเป็นตัวกำหนดค่าความเสี่ยงของภัยจากแผ่นดินไหวในพื้นที่ต่างๆ  ของประเทศ  สำหรับที่จะนำไปใช้ในการออก
กฎกระทรวงว่าด้วยแรงแผ่นดินไหว  เพื่อควบคุมการก่อสร้างต่างๆ  ให้สามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหวได้อย่างเหมาะสม


สาเหตุของแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากแรงเครียดภายในโลก  ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิที่ต่างกันอย่างมากระหว่างเปลือกโลก  และหินหลอมภายในโลกเมื่อแรงนี้กระทำต่อหินแข็งภายในโลกจะทำให้หินแตกออกเป็นแนว  เรียกว่า  แนวรอยเลื่อน(Fault)  เมื่อรอยเลื่อนนี้ขยับตัวก็จะปล่อยพลังงานออกมาอยู่ในรูปของการสั่นไหว  ซึ่งก็คือแผ่นดินไหวนั่นเอง  โดยปรกติรอยเลื่อนจะอยู่ลึกลงไปใต้ผิวโลกไม่ปรากฎให้เห็นที่ผิวดิน  แต่มีเหมือนกันที่ปรากฎให้เห็นชัดเจน  เช่น  รอยเลื่อนชานแอนเดรสที่แคลิฟอร์เนีย
บริเวณรอยเลื่อนเคลื่อนตัวนี้  จะเป็นที่รวมของศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากมาย  ในประเทศไทยมีรอยเลื่อนที่คาดว่ายังมีการเคลื่อนตัวอยู่ในภาคตะวันตกและภาคเหนือของประเทศ  เช่น  รอยเลื่อนเมย - อุทัยธานี  รอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์  รอยเลื่อนแม่ทา  และ รอยเลื่อนเหล่านี้จำเป็นต้องมีการศึกษาลักษณะการเคลื่อนตัว  ตลอดจนโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวซ้ำอีก  และขนาดแผ่นดินไหวสูงสุดที่ควรจะเกิดในแต่ละรอยเลื่อน  เพื่อการวางแผนป้องกันภัยอันอาจจะเกิดขึ้น ในบริเวณที่มีอัตราเสื่ยงต่อแผ่นดินไหวสูง
    เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นพื้นดินจะถูกรบกวน  และเคลื่อนออกจากจุดกำเนิดในรูปของคลื่นความสั่นสะเทือน  เหมือนกับการโยน
กรวดลงในน้ำ  พื้นน้ำจะถูกคลื่นพัดพาไปเป็นระลอกจนกระทบฝั่ง  คลื่นแผ่นดินไหวก็เช่นเดียวกัน  จะคลื่นที่ไปจนกระทั่งพลังงานหมด
ไป  ฉะนั้นถ้าเรามีเครื่องมือที่มีความไวพอ  ก็สามารถตรวจจับแผ่นดินไหวในระยะห่างไกลได้  เครื่องตรวจแผ่นดินไหวนี้จะมีประโยชน์
ในการหาตำแหน่ง  ขนาด  และความลึกของแผ่นดินไหวในแต่ละครั้งได้  หากมีสถานีตรวจเกินสามแห่งขึ้นไป  ปัจจุบันกรมอุตุนิยม
วิทยามีสถานีตรวจแผ่นดินไหว 12  แห่ง  คือ  สถานีเชียวใหม่, สถานีเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก, สถานีนครสวรรค์, สถานีปากช่อง จังหวัด,
นครราชสีมา, สถานีอุบลราชธานี, สถานีเลย, สถานีเขื่อนเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี, สถานีหนองพลับ ประจวบคีรีขันธ์, สถานีสงขลา,
สถานีภูเก็ต และสถานีน่าน
    นอกจากนั้นยังมีเครื่องมืออีกชนิดหนึ่งที่ตรวจวัดอัตราเร่งของพื้นดิน  เรียกว่า  Strong Motion Accelerograph  (SMA)  ติดตั้ง
ตามเขื่อนใหญ่ๆ อาคารสูงใน กทม. และเชียงใหม่

ขนาดและความรุนแรงแผ่นดินไหว
    
ขนาดแผ่นดินไหวคือ  การวัดจำนวนหรือพลังงาน  ซึ่งปลดปล่อยออกมาที่ศูนย์กลางแผ่นดินไหว  หาได้โดยการวัดความสูงของคลื่น
แผ่นดินไหวที่บันทึกได้ด้วยเครื่องตรวจแผ่นดินไหว  แล้วคำนวณในสูตรการหาขนาด  ซึ่งคิดค้นโดยนักแผ่นดินไหวชาวเยอรมันชื่อ  
นายซีเอฟ  ริคเตอร์ (C.F. Richter)  เราจึงใช้หน่วยของขนาดแผ่นดินไหวว่า  "มาตราริคเตอร์"
    สูตรเบื้องต้นในการคำนวณขนาดคือ  M = Log A - Log Ao  ซึ่งอยู่ในรูปของพลคณิต  ฉะนั้นขนาดแผ่นดินไหวต่างกัน 1 ชั้น  จะ
มีค่าต่างกัน 10 เท่า  นั่นคือแผ่นดินไหวขนาด  8  ริคเตอร์  มีค่าเป็น  10  เท่าของขนาด  7  ริคเตอร์  และ 100  เท่าของขนาด 6
ริคเตอร์  เป็นต้น  แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สุด  วัดได้  8.9  ริคเตอร์  ที่ประเทศญี่ปุ่น  เมื่อปี ค.ศ. 1933
    ขนาดแผ่นดินไหว  (Magntude)  มิได้หมายถึง  ความรุนแรงแผ่นดินไหว  (Intensity)  ไปด้วย  เช่น  แผ่นดินไหวปี ค.ศ.1933
มีขนาด  8.9  ริคเตอร์  แต่มีผู้เสียชีวิตเพียง  3,000  คน  เท่านั้น  เปรียบเทียบกับปี  ค.ศ.1976  แผ่นดินไหวที่จีนมีขนาดเล็กลงมา
คือ  8.2  ริคเตอร์  แต่เสียชีวิตถึง  250,000 คน  ที่เป็นเช่นนี้เพราะขนาดแผ่นดินไหวจะคงที่ในแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง  แต่ความรุน
แรงจะแตกต่างไปตามระยะทาง  สภาพทางธรณีวิทยา  และมาตรฐานการก่อสร้าง
    "ความรุนแรงแผ่นดินไหว"  วัดได้โดยใช้ความรู้สึกว่ามีการสั่นสะเทือนมากน้อยเพียงใด  ดูความเสียหายต่ออาคารและสิ่งก่อสร้าง
ต่างๆ และเปรียบเทียบกับมาตราวัดอันดับความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว  เช่น  เมื่อวันที  22  เมษายน  2526  วัดขนาดแผ่นดินไหว
ได้  5.9  ริคเตอร์  ซึ่งมีขนาดเดียว  แต่ความรุนแรงในแต่ละแห่งจะไม่เท่ากัน  เช่นที่กรุงเทพฯ  ความรุนแรงอยู่ในอันดับ 5 ตาม
"มาตราเมอร์แคลลี"  หมายความว่า  ชาวกรุงเทพฯ รู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหวกันได้เกือบทุกคน  หลายคนตื่นตระหนก  ถ้วยชามแตก  น้ำ
กระฉอกออกจากแก้วหรือภาชนะ  ซึ่งแน่นอนย่อมมีความรุนแรงต่างออกไปจากบริเวณที่อยู่ศูนย์กลาง  หรือบริเวณที่อยู่ห่างไกลออกไปจาก
บริเวณที่อยู่ศูนย์กลาง  หรือบริเวณที่อยู่ห่างไกลออกไป

------> แผนที่แสดงศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ในประเทศไทย <------


    ที่เรียกว่า  "มาตราเมอร์แคลลี"  นั้นคือ  การใช้มาตราวัดอันดับความสั่นสะเทือนของเมอร์แคลลีตามแบบของสหรัฐอเมริกาที่มีอยู่  12
อันดับ  นอกจากนั้นยังมีมาตราของรอสซี - ฟอเรล  มี  10  อันดับ  และมาตราของญี่ปุ่นมี  7  อันดับ  


เปรียบเทียบขนาดกับความรุนแรงแผ่นดินไหว

ขนาดแผ่นดินไหว
(ริคเตอร์)
ความรุนแรง
(เมอร์แคลลี)
ระยะทาง
(กิโลเมตร)
3.0  -  3.9
II  -  III
24
4.0  -  4.9
IV  -  V
48
5.0  -  5.9
VI  -  VII
112
6.0  -  6.9
VII  -  VIII
200
7.0  -  7.9
IX  -  X
400
8.0  -  8.9
X  -  XI
720


     (จากหนังสือ  Eathquake Information Bulletin Voi. 13, No. 14)


เปรียบเทียบความรุนแรงกับอัตราเร่งของพื้นดิน

ความรุนแรง
(เมอร์แคลลี)
ความเร็วเฉลี่ย
(ชม./วินาที)
อัตราการเร่งเฉลี่ย
(g = 980 ชม./วินาที)
I  -  III
-
-
IV
1  -  2
0.015g - 0.05g
V
2  -  5
0.03g - 0.04g
VI
5 - 8
0.06g - 0.07g
VII
8 - 12
0.10g - 0.15g
VIII
20 - 30
0.25g - 0.30g
IX
45 - 55
0.50g - 0.55g
X - XIII
60
0.60g


       (จากหนังสือ  Earthquake A Primer ของ A Bolt หน้า 202 - 204)

สำหรับวิศวกรหากต้องการทราบว่าควรใช้อัตราเร่งเท่าไรในการคำนวณออกแบบก่อสร้าง  ควรพิจารณาขนาดแผ่นดินไหวระยะทางจาก
ศูนย์กลาง เพื่อประเมินค่าความรุนแรงในจุดที่ทำการก่อสร้าง  จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับตารางความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงกับอัตรา
เร่งเฉลี่ย  เช่น  แผ่นดินไหวขนาด  5  ริคเตอร์  ในรัศมี  50  กม.  มีความรุนแรงอยู่ในอันดับ  V  จะต้องใช้อัตราเร่งเท่ากับ  
.03  -  .04  g.
  หรือ  30   -  40  gal  ค่าอัตราเร่งจากตารางนี้จะแตกต่างกันตามสภาพทางธรณีวิทยาในแต่ละท้องถิ่น  เช่น  บริเวณดิน
อ่อนจะมีค่าอัตราเร่งของพื้นดินสูงกว่าบริเวณดินแข็ง  แต่วิธีที่ดีที่สุดในการหาอัตราเร่งคือ  ค่าที่ได้จากเครื่อง  SMA

ข้อมูลแผ่นดินไหวในประเทศไทย

    จากข้อมูลแผ่นดินไหวที่ปรากฎในอดีตที่ผ่านมา  แนวของศูนย์กลางแผ่นดินไหวส่วนใหญ่จะอยู่นอกประเทศ  เช่น  บริเวณตอนใต้ของ
ประเทศจีน  พรมแดนไทย - พม่า  สหภาพพม่า  สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ทะเลอันดามันและตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา
ซึ่งบริเวณเหล่านี้มักเกิดแผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่อยู่เป็นประจำ  เพราะอยู่ในแนวแผ่นดินไหวของโลก  (Alpine Himalaya)  แม้ว่าจุดศูนย์
กลางแผ่นดินไหวจะค่อนข้างไกล  แต่เนื่องจากมีขนาดใหญ่จึงส่งแรงสั่นสะเทือนเป็นบริเวณกว้าง  และส่งผลกระทบมายังประเทศไทย  เช่น
แผ่นดินไหว  เช่น  แผ่นดินไหว ขนาด 7.3  ริคเตอร์  เมื่อวันที่  5  พฤษภาคม  2473  ที่สหภาพพม่า เป็นต้น
    จากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นนอกประเทศแล้ว  ยังมีแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเนื่องจากรอยเลื่อนในประเทศที่ยังเคลื่อนตัวอยู่  รอยเลื่อนเหล่านี้
ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศตัวอย่างเช่น  แผ่นดินไหวขนาด  5.9  ริคเตอร์  เมื่อวันที่  22  เมษายน
2526  ที่  อ.ศรสวัสดิ์  จ.กาญจนบุรี  เกิดจากรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์แผ่นดินไหวขนาด  5.6  ริคเตอร์  เมื่อวันที่  17  กุมภาพันธ์  2518  ที่
อ.ท่าสองยาง  จ.ตาก  เกิดจากรอยเลื่อนเมย - อุทัยธานี  แผ่นดินไหวขนาด  5.3  ริคเตอร์  เมื่อวันที่  1  ตุลาคม  2532  ที่พรมแดน
ไทย - พม่า  เกิดจากรอยเลื่อนเชียงแสน  และแผ่นดินไหว  ขนาด  5.1  ริคเตอร์  เมื่อวันที่  11  กันยายน  2537  ที่  อ.พาน  
จ.เชียงราย  เกิดจากรอยเลื่อนใน  จ.เชียงราย   เป็นต้น
    แผ่นดินไหวที่กล่าวมาข้างต้นนี้  เป็นแผ่นดินไหวที่มีขนาดเกินกว่า  5  ริคเตอร์  ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่อาคารในบริเวณใกล้เคียง
กับศูนย์กลางแผ่นดินไหว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด  เมื่อวันที่  11  กันยายน  2537  ทำให้อาคารโรงพยาบาลพานเสียหาย
ถึงขั้นระงับการใช้อาคาร  วัดและโรงเรียนหลายแห่งเสียหายเล็กน้อยถึงปานกลาง  นับเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ทำความเสียหายแก่สิ่งก่อ
สร้างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยปรากฎ  สำหรับขนาดแผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางในประเทศ  ระดับ  5 - 6  ริคเตอร์  จะเกิดขึ้นประมาณ  6 - 8  ปี
ต่อครั้ง แต่แผ่นดินไหวระดับ  3 - 5  ริคเตอร์  จะรู้สึกได้โดยทั่วไปสำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลาง  แต่ไม่ทำความเสียหายให้แก่อาคาร
    (แผนที่แสดงศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่มีผลกระทบต่อประเทศ  พ.ศ. 2500  -  2538)

มาตราการป้องกันและบรรเทาภัยแผ่นดินไหว

    เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทย  ทำให้รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของผลกระทบและภัยแผ่นดินไหวจึงได้ก่อตั้ง
คณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติขึ้น เมื่อวันที่  10  กันยายน  2528  โดยมีกรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ  และผู้แทน

กฎหมายน่ารู้

    ขนาดที่จอดรถนั่งส่วนบุคคล ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า
    2.40 x 5.00  เมตร     เมื่อจอดรถตั้งฉากกับแนวทางเดินรถ
    2.40 x 5.50  เมตร     เมื่อจอดรถทำมากกว่า  30  องศา  กับแนวทางเดินรถ
    2.40 x 6.00  เมตร     เมื่อจอดรถขนานกับแนวทางเดินรถหรือทำมุมน้อยกว่า  30  องศา
    
     กรณีที่จอดรถด้วยเครื่องจักรกล ขนาดที่จอดรถให้เป็นไปตามระบบเครื่องจักรกล
    (กฎหมายฉบับที่  41 พ.ศ. 2537  แก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 7  พ.ศ. 2517  ซึ่งกำหนดให้ที่จอดรถมีขนาดไม่เล็กกว่า  2.50 x 6.00
เมตร)

กฎหมายน่ารู้

    อาคารจอดรถ  ซึ่งมีระบบเคลื่อนย้ายรถจอดรถด้วยเครื่องจักรกล  ไม่ต้องมีระบบระบายอากาศ  ระบบไฟฟ้า  ระบบป้องกันเพลิงไหม้  
ระบบบำบัดน้ำเสีย  ระบบระบายน้ำทิ้ง  ระบบประปา  ระบบกำจัดขยะและระบบลิฟต์  ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงฉบับที่  33  พ.ศ. 2535
เหมือนอาคารสูงหรืออาคารใหญ่พิเศษทั่วๆ ไป  (กฎกระทรวงฉบับที่  41 พ.ศ. 2537)  จากหน่วยงานต่างๆ  เช่น  กรมอุตุนิยมวิทยา  กรม
ทรัพยากรธรณี  กรมโยธาธิการ  กรมการปกครอง  เป็นต้น  รวม  19  คน  และมีอำนาจหน้าที่  5  ข้อคือ

    1.  ติดต่อประสานงานกับสมาคม องค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านแผ่นดินไหวทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้
ข้อคิดเห็นและข้อมูล เช่น จัดให้มีการประชุมสัมมนาอภิปรายด้านแผ่นดินไหว
    2.  ส่งเสริมการศึกษาและวิจัยด้านแผ่นดินไหวและด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
    3.  เผยแพร่ความรู้เรื่องแผ่นดินไหวให้สาธารณชนทราบ
    4.  เสนอแนะมาตราการและแนวทางการป้องกัน การเตือนภัย และการบรรเทาภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหว
    5.  แต่งตั้งอนุกรรมการได้ตามความจำเป็น
   
    คณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติ  ได้จัดทำแผนงานต่างๆ  เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ในการเสนอแนะ  หามาตรการป้องกันและ
บรรเทาภัยแผ่นดินไหวมี  6  แผนงาน  คือ

     1.  แผนการจัดทำ  Seismic Zoning Map และ  Seismic Risk Map
     2.  แผนงานการศึกษา  Site Amplification and Study of Dynamic Response of Structures
     3.  แผนงานการติดตั้งเครื่องวัดอัตราเร่งของพื้นดินใน  กทม.  และเชียงใหม่
     4.  แผนงานการประชาสัมพันธ์  และการประชุมเกี่ยวกับแผ่นดินไหว
     5.  แผนงานมาตราการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติเนื่องจากแผ่นดินไหว
     6.  แผนงานการศึกษา  Active Fauit  ในประเทศไทย

    สำหรับมาตราการป้องกันและบรรเทาภัยแผ่นดินไหวนั้นสามารถกระทำได้หลายวิธี  วิธีหนึ่งคือการก่อสร้างอาคารให้แข็งแรงปลอดภัยจาก
แผ่นดินไหว  ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยการออกกฎกระทรวงสำหรับควบคุมการก่อสร้างอาคารต่างๆ  ในประเทศไทย  ให้
สามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหวได้  อีกวิธีหนึ่งคือ

กฎหมายน่ารู้

ตึกแถวหรือบ้านแฝด  ที่มีความสูงไม่เกิน  2  ชั้น  ต้องมี

  • ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ อย่างน้อย 1 เครื่อง ทุกคูหา
  •  เครื่องดับเพลิงชนิดมือถือ อย่างน้อย 1 เครื่อง ทุกคูหา

 อาคารสาธารณะ  อาคารหอพัก  และอาคารที่มีความสูง 3 ชั้นขึ้นไปต้องมี

  • ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ อย่างน้อย 1 จุด ทุกชั้นและทุกคูหา
  •  เครื่องดับเพลิงอย่างน้อย 1 เครื่องต่อพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร ทุกระยะไม่เกิน 45 เมตร แต่ไม่น้อยกว่าชั้นละ 1 เครื่อง

อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ  (ความสูงเกิน 23 เมตร  หรือพื้นที่มากกว่า  10,000  ตารางเมตร  จะต้องมีระบบเตือนเพลิงไหม้
และระบบดับเพลิงอย่างเต็มที่ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 พ.ศ. 2535  (กฎกระทรวงฉบับที่ 39 พ.ศ.2537)

การประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว  การแนะนำการปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว  ซึ่งจะเป็นการลดภัยจากแผ่นดินไหว
อีกทางหนึ่งด้วย  นอกจากนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องมีแผนการเตรียมพร้อม จัดระบบการประสานงานของหน่วยงานต่างๆ  ทั้งภาครัฐ
และเอกชนเมื่อเกิดภัยขึ้น  ให้การฝึกอบรมและฝึกซ้อมแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอยู่เป็นประจำ จัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือหนักในการช่วยเหลือ

ผู้ประสบภัย เป็นต้น