บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ออกแบบบ้าน
หัวข้อสาระ


ห้องพระอยู่ชั้นล่างได้หรือไม่
ข้อแนะนำในการออกแบบโรงแรม
ข้อแนะนำในการออกแบบแฟลต
ค่าออกแบบเขาแบ่งกันอย่างไร (ระหว่างสถาปนิกและวิศวกร)
ความรู้เรื่องท่อและระบบประปา
ข้อกำหนดในการออกแบบโครงสร้าง
น้ำหนักหินคลุก
เสียงสะท้อนป้องกันได้อย่างไร?
ประตู-หน้าต่างกับทิศทางของลม
เมื่อคิดจะทำหลังคาสกายไลท์
ค่าออกแบบ เขาคิดกันอย่างไร
เรื่องฉนวนที่ควรรู้
โฮมออฟฟิศ สะท้อนชีวิตคนยุคใหม่
หลังคาโปร่งแสง
การเปิดช่องแสงในบ้าน
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
การเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำ
ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป
ปฏิวัติสร้างบ้านคนแก่ รับมือผู้สูงอายุล้นเมือง ปี2020
ก่อผนัง 2 ชั้นด้วยอิฐมอญดีอย่างไร
บ้านที่มีคุณลักษณะเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน
ประเภทของฝ้ายิบซั่มและการใช้ให้ถูกที่
คอนกรีตแนวใหม่
ข้อควรพิจารณาในการลดความเสี่ยงต่ออัคคีภัยในการออกแบบอาคาร
ฮวงจุ้ย คิดก่อนเชื่อ
การกำหนดระดับส่วนประกอบอาคารต่างๆ ในบ้าน
ไม้สักเป็นไม้เนื้ออ่อนไม่เหมาะกับการทำพื้น
ทำรั้วไม้ต้องใช้ไม้เนื้อแข็ง
การเลือกใช้ไม้
อาคารอัจฉริยะ (Intelligent Building)
แนวคิดเรื่องวิธีออกแบบบ้าน
ความรู้เรื่องอิฐมวลเบา
ห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุควรมีลักษณะอย่างไร
เรือนไทย
เอาบ้านมาทำห้องสมุดได้หรือเปล่า
สิ่งที่ควรทราบในการเลือกพื้นไม้
สร้างรังรักตามหลักฮวงจุ้ย
การเลือกประเภทสีให้เหมาะกับการใช้งาน
4 ลักษณะ การวางแปลนครัว
สาระน่ารู้เรื่อง ครัว
ครัวปาร์ตี้บาร์บีคิวนอกบ้าน
การออกแบบห้องต่างๆภายในบ้าน
ข้อมูลแผ่นดินไหวในประเทศไทย
ความรู้เรื่อง ภัยแผ่นดินไหว
การออกแบบ ไฟฟ้าแสงสว่าง
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง
ระบบไฟฟ้า 3 เฟสเพื่อการประหยัดค่าไฟฟ้า
การทาสีบ้าน สไตล์ท้องถิ่นประยุกต์
"บ้าน" และ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" กับ อ.เชี่ยว
ทิศทางของแสงแดดกับการออกแบบบ้าน
ความรู้เรื่องแบบก่อสร้าง
หน้าต่าง Bay Window
ฮวงจุ้ย บ้านยากจน
ห้องน้ำแนว Outdoor
บ้านดิน
การออกแบบครัว
ห้องน้ำผู้สูงอายุ
Urban Living
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
อย่าสุ่มสี่ สุ่มห้า เปลี่ยนพื้นสำเร็จ กับพื้นหล่อกับที่.. พังแน่นอน ?
ไฟฟ้าในครัว น่าจะวางแผนไว้อย่างไร?
อยากติดไฟ Down light อย่าลืมเว้นที่ว่างใต้ฝ้าไว้ให้เพียงพอ
หลักการออกแบบจัดวางพื้นที่ใช้สอยในบ้าน
ออกแบบตึกสูง ควรเริ่มต้นอย่างไร
จะสร้างบ้านสักหลังจะยกพื้นสูงเท่าไรดี
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
อย่าสุ่มสี่ สุ่มห้า เปลี่ยนพื้นสำเร็จ กับพื้นหล่อกับที่.. พังแน่นอน
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร?
บ้านคุณน่าจะมีถังเก็บน้ำขนาดไหนดี?
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
ห้องเก็บของ
กระจกมีกี่ชนิด แล้วจะเลือกใช้อย่างไร ?
ห้องคุณมีเสียงก้อง ….จะทำอย่างไรดี
หลังคากระจก ต้องเป็น Laminated Glass เท่านั้น
สร้างบ้าน"คนแก่"
ฮวงจุ้ย คิดก่อนเชื่อ
เทคโนโลยี “บ้านอัจฉริยะ”
เรียนรู้ใช้...แสงธรรมชาติ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน
ระเบียงบ้านเป็นระเบียงลม
สุขภัณฑ์...เซรามิก
ระยะความสูงของประตูหน้าต่างเท่าไหร่ดี
ขนาดช่องเปิด คู่ซี้ของการระบายอากาศ
ที่จอดรถควรมีขนาดเท่าไร
ทำรั้วรอบบ้าน อย่าลืมดูเรื่องความสูงด้วยนะ
มารู้จัก ฐานรากตีนเป็ด...
ข้อกำหนดการออกแบบชั้นลอย
เลือกสีกระเบื้องแบบคนขี้เกียจดูแลบ้าน
เทคนิคระบายความร้อนหลังคาเปิด ไม่มีฝ้า
เรือนไทย
ข้อคิดในการติดตั้งกันสาด
ความรู้เรื่องวัสดุปูพื้น
ถังเก็บน้ำที่บ้าน น่าจะซื้อถังขนาดไหน?
โถฉี่ อย่าตั้งใกล้โถส้วม!
ระวังการใช้กระจกสีชาบนตึกหลาย ๆ ชั้น
อิฐโชว์แนวนั้นสวย แต่ระวังอย่าโชว์แนวสองด้าน
ตะวันอ้อมใต้ กับผนังบ้านร้าว
การกำหนดความหนาของกระจกธรรมดา ตามขนาดของช่องเปิด-ความสูงอาคาร
อย่าออกแบบบานเกล็ดกระจกให้กว้างมากนัก !
ประตูหน้าต่าง Aluminium มีสีอะไรบ้าง และราคาเป็นอย่างไร ?
แสงไฟห้องใครว่าไม่จำเป็น
แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ
ทำหลังคาเอียงลาดบนตึกสูง ๆ อย่าลืมรางน้ำ
ไม่อยากให้บ้านทรุด-พื้นร้าว เพราะตู้หนังสือหนักๆ ลองทำดังนี้
ปลั๊ก-สวิตช์ไฟ ในห้องน่าจะสูงสักเท่าไร
การเลือกพื้นห้องครัว
ห้องครัวหรือ Pantry ควรจะมีประตู
ออกแบบประตูหน้าต่าง อย่าลืมเตรียม ม่าน-เหล็กดัด-มุ้งลวด
Glass Block ก็สามารถทำพื้นได้
อย่าใช้ Glass Block ก่อเป็นผนังใหญ่ๆ สูงๆ
จอดรถในบ้านสบาย ๆ ที่จอดต้องขนาดเท่าไร
รู้หลักธรรมชาติ สร้างบรรยากาศคลายความร้อนในบ้าน
ใช้ดาวน์ไลท์น้อยๆ แต่ใช้ฟลูออเรสเซนท์มากๆ
ห้องเก็บของ
ข้อแนะนำในการออกแบบ อาคารประเภท อยู่อาศัยรวม
ห้องนิรภัยส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง
เสียงในบ้านควรดังได้แค่ไหน
ทิศทางของแสงและสี ในงานสถาปัตยกรรม
ลมฤดูหนาวพัดมาทางไหน
สุดยอดไอเดีย ‘บ้านกันเสียง’ เพื่อชุมชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ
สะพานแขวนเชื่อมสองบ้าน
ครัวมั่งคั่ง
แต่งห้องน้ำอินเทรนด์รับร้อน
บ้าน..flinstoneบ้าน..flinstone
บ้านกระเบื้อง
หลักการออกแบบห้องน้ำ
ห้องน้ำ จัดวางอย่างไร
การวางผังห้องครัวควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง
ห้องน้ำสไตล์ไหนโดนใจคุณ
หลักการเลือกวัสดุปูพื้น สำหรับแต่ละห้อง
ประเภทและชนิดของกันสาด
จินตนาการลวดลายกับกระเบื้อง
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
ทำบ้านใหม่ให้คนสูงวัยแฮปปี้
วางผังบ้านรับลมหลบแดด
แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ
ปลอดภัยในห้องน้ำ
ห้องนิรภัยส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง
ห้องเก็บของ
แนวคิดเรื่องวิธีออกแบบบ้าน
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
เคล็ดลับบ้านสวยช่วยลดภาวะโลกร้อน
ความปลอดภัยในห้องน้ำ
แสงธรรมชาติ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน
สุดยอดไอเดีย ‘บ้านกันเสียง’
การสร้างบ้านในเมืองกรุง
ผนังประสิทธิภาพสูงป้องกันเสียงรบกวนจากถนน
บ้านบนเรือสำราญ
Smart Home... เทคโนโลยีในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ห้องนอนแนวใหม่...เก็บเสียงสนิท
เปิด ฮวงจุ้ย ฐานบัญชาการ “เจ้าสัวเจริญ”
บ้านอยู่สบาย...ทำได้ง่ายๆ
เคล็ดลับบ้านสวยช่วยลดภาวะโลกร้อน
"บ้านลอยนํ้า"ทางเลือกใหม่...หนีนํ้าท่วม
มาตรฐานห้องน้ำเพื่อคนพิการ
โครงการบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน
ปลอดภัยในห้องน้ำ
ห้องคนรับใช้ ..อยู่หน้าบ้านหรือหลังบ้านดี..?
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสระว่ายน้ำ
ออกแบบห้องน้ำ อย่างไรให้สวย
เรือบ้าน วิมาน...ที่แคชเมียร์
พระราชวังในสมัยรัชกาลที่ ๕
ทาวน์เฮ้าส์ประหยัดพลังงาน 3 แบบ
บ้านไม้ใต้ร่ม
บ้าน Hybrid House ประหยัดพลังงาน
ถอยหนีรังสีอาทิตย์ ประหยัดพลังงานแบบบ้าน Setback
ประหยัดพลังงานแบบ Tropical
สภาพแวดล้อมส่งผลกระทบสภาพสบายในบ้านอย่างไร?
การสร้างบ้านในเมืองกรุง
เคล็ดไม่ลับ..บ้านร่มเย็น-อยู่สบาย
อารมณ์และความรู้สึกของ...สี
เลือกสีบ้าน...เสริมราศี
13 เคล็ด (ไม่) ลับคู่ห้องครัว
ออกแบบบ้านอย่างไร...อยู่แล้วมีความสุข
จัด "บ้าน" ให้ "คลายร้อน"
ขนาดห้องเซาว์น่า
เที่ยวบ้านทาร์ซาน
" ราคาอาคาร เปลี่ยนแปลงตามความสูงได้อย่างไร "
บ้านโครงเหล็กริมทะเลสาบ : Contemporary Lake House
แบบบ้านชั้นครึ่งสวยๆจากเนเธอร์แลนด์
เคล็ดไม่ลับ..บ้านร่มเย็น-อยู่สบาย
บ้านบนน้ำ ออกแบบได้เจ๋ง

        สิ่งที่ควรทราบในการเลือกพื้นไม้

หมวด : ออกแบบบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 7827    

สิ่งที่ควรทราบในการเลือกพื้นไม้

พื้นไม้ในปัจจุบันนี้พอจำแนกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ.เพื่อง่ายต่อการพิจารณาเลือกใช้โดยเบื้องต้นดังนี้คือ

1. ประเภทไม้พื้นที่ต้องไปขัดและเคลือบผิวที่หน้างาน ซึ่งเป็นประเภทที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เนื่องจากในบ้านเรา จากอดีตที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบันเราใช้วิธีการดังกล่าวอยู่เป็นส่วนใหญ่

2. ประเภทไม้พื้นสำเร็จรูปซึ่งถือว่าเป็นประเภทที่ค่อนข้างใหม่ และเพิ่งเริ่มมีการใช้ในบ้านเราและได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ มาประมาณ 4-5 ปี โดยไม้พื้นประเภทนี้ได้ขัดหรือเคลือบสีหรือเคลือบผิวสำเร็จมาแล้วจากโรงงานเพื่อนำไปปูและติดตั้งสามารถใช้งานได้เลย

การที่จะเลือกใช้ไม้พื้นประเภทใดควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้เป็นหลัก โดยถ้าเป็นการใช้สำหรับคอนโดหรือบ้านจัดสรรของโครงการ ซึ่งเมื่อตอนรับโอนมางานสีภายในโดยเฉพาะสีผนังเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ต้องการติดตั้งพื้นไม้ หากไม่ต้องการให้เกิดความสกปรกขึ้น โดยเฉพาะฝุ่นจากการขัดไม้ในระหว่างทำงานพื้น ก็ควรจะเลือกใช้เป็นไม้พื้นสำเร็จรูป สำหรับประเภทพื้นขัดทำ-สี คนส่วนใหญ่เลือกใช้เพราะยังเชื่อมั่นว่าไม้ประเภทดังกล่าวน่าจะใช้งานได้ทนทานกว่าโดยเฉพาะถ้าต้องการขัดใหม่เมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ดังนั้นถ้าในกรณีของหน้างานเป็นบ้านปลูกเอง สามารถจัดขั้นตอนของงานปูและขัดพื้นก่อนทำสีผนังเที่ยวสุดท้ายได้ หรือในกรณีที่มีโครงการที่จะทำเฟอร์นิเจอร์แบบบิลท์-อินซึ่งส่วนใหญ่สีผนังจะต้องทำใหม่อยู่แล้วลูกค้าก็อาจจะเลือกใช้เป็นไม้พื้นประเภทขัดทำสีที่ว่านี้

ถ้าพูดถึงข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องชนิดของไม้พื้น ซึ่งถ้าแบ่งตามลักษณะการใช้งานพอจะจำแนกได้เป็น3ชนิด คือ
- ชนิดไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้มะค่า ประดู่ แดง เต็ง ฯลฯ
- ชนิดไม้กึ่งเนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ยางพารา โอ๊ค บีช เมเปิล ฯลฯ
- ชนิดไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สนบางจำพวก ก้ามปู จามจุรี บาร์ซา ฯลฯ

โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นชนิดไม้เนื้อแข็งสีจะเป็นโทนสีเข้มหรือมืด แต่ถ้าเป็นไม้กึ่งเนื้อแข็งและไม้เนื้ออ่อน โทนสีส่วนใหญ่จะเป็นสีออกปานกลางหรือสีอ่อนสว่างๆ แต่ส่วนใหญ่ไม้เนื้ออ่อนไม่ค่อยนิยมนำมาทำพื้นกันเพราะนิ่มเกินไป ดังนั้นไม้พื้นที่ใช้กันอยู่หลักๆจะเป็นชนิดไม้เนื้อแข็งหรือกึ่งเนื้อแข็ง ส่วนจะเลือกใช้ชนิดไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะเน้นเรื่องใดเป็นหลัก ถ้าต้องการในเรื่องความแข็งของหน้าไม้เป็นหลักก็ควรจะใช้เป็นไม้ชนิดเนื้อแข็ง เพราะจะสามารถกันเรื่องรอยขีดข่วนได้ดีว่าเนื่องจากเป็นเนื้อแข็งและสีเข้มทำให้ไม่ค่อยเห็นรอย แต่ถ้าหากต้องการให้บ้านออกมาดูสว่าง และต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูสีอ่อนๆหรือสีที่ดูทันสมัยก็น่าจะเลือกใช้เป็นไม้ชนิดกึ่งเนื้อแข็ง ส่วนที่จะเป็นไม้ตัวไหนหรือสีอะไร ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการว่าต้องการให้งานตกแต่งออกมาในแนวไหน ถ้าต้องการให้ออกมาดูเป็นแนวโมเดิร์นกึ่งคลาสสิค น่าจะเป็นพวกไม้โอ๊ค หรือสักทองเพราะโทนสีจะออกมาเป็นโทนน้ำตาล และมีลายไม้ค่อนข้างชัด ถ้าต้องการให้ห้องออกมาดูนุ่มๆและอบอุ่น ไม้พื้นน่าจะเป็นพวกไม้บีช ซึ่งจะมีสีออกชมพูส้มๆ ถ้าต้องการให้ห้องออกมาดูสว่างมากๆ ไม้พื้นฮาร์ด เมเปิล จะให้ความรู้สึกได้ดี เนื่องจากโทนสีจะเป็นสีขาวครีม สำหรับโทนสีของไม้ยางพารา ซึ่งออกมาเป็นสีโทนเหลือง ส่วนใหญ่ลูกค้าจะพิจารณาเลือกใช้ เนื่องจากต้องการพื้นไม้ที่สีอ่อนในงบประมาณที่ไม่สูงเกินไป

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น พอจะสรุปจุดสำคัญๆและลำดับก่อนหลังขององค์ประกอบที่ใช้ช่วยในการตัดสินใจเลือกพื้นไม้ได้ดังนี้
1. ควรคิดภาพรวมๆให้ได้ก่อนว่าอยากใช้เฟอร์นิเจอร์ออกโทนสีอะไร สไตล์ไหน ต้องการให้ห้องออกมาแนวไหนเพื่อที่จะเป็นตัวเลือกของชนิดไม้ให้แคบเข้า จนกระทั่งเหลือชนิดเดียวหรือสองชนิด

2. เมื่อได้ชนิดของไม้ที่อยากได้แล้วก็คิดถึงว่า ไม้ประเภทไหน (สำเร็จรูป หรือขัด-ทำสี) น่าจะเหมาะสมกับลักษณะของการใช้งาน การติดตั้ง และการดูแลรักษาของเรา ส่วนใหญ่ถ้าเป็นไม้ประเภท ขัด-ทำสีน่าจะหาได้สำหรับไม้ทุกชนิด แต่ถ้าเป็นประเภทสำเร็จรูปอาจจะมีการผลิตเพียงบางชนิดไม้ (เนื่องจากส่วนใหญ่ของไม้พื้นสำเร็จรูปในปัจจุบันเป็นการผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ) บางชนิดไม้ก็อาจจะไม่มีการผลิตซึ่งเราก็อาจจะต้องปรับแนวทางความต้องการให้สอดคล้องกับสินค้าที่มีในท้องตลาดด้วย

3. หาข้อมูลของไม้พื้นตัวที่เราหมายตาไว้จากบริษัทฯหรือร้านค้าที่สามารถที่จะให้ข้อมูลกับเราได้ทั้งในเรื่องของราคา ข้อมูลการติดตั้ง การเตรียมสภาพของหน้างาน เช่นปูนจะต้องทำเป็นผิวเรียบขัดมันหรือไม่ควรจะต้องลดระดับจากระดับที่ต้องการลงมาเท่าไร ฯลฯ หลังจากได้ข้อมูลต่างๆแล้วก็ลองประมวลดูว่าเป็นไปได้หรือไม่กับไม้พื้นตัวที่เราเลือกใช้

4. ถ้าเป็นไปได้ควรจะเตรียมการดังกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ3เดือนเพื่อความพร้อมของหน้างาน และเพื่อจะได้ไม้พื้นที่ตรงกับความต้องการของเราอย่างแท้จริง เนื่องจากพื้นถือเป็นองค์ประกอบหลักส่วนหนึ่งของบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่จะทำให้บ้านหรือที่อยู่อาศัยนั้นๆออกมาดูดีหรือไม่ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือพื้นเมื่อติดตั้งไปแล้วถ้าหากไม่ชอบ และอยากจะเปลี่ยนจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากดังนั้นการเตรียมข้อมูล ในการตัดสินใจให้พร้อมจะทำให้ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว

 

 

หลากหลายคำถามที่เจ้าของบ้านอยากได้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องพื้นไม้

 

ถาม -ไม้พื้นชนิดที่สีอ่อนๆเช่นพวกไม้โอ๊ค บีช เมเปิล ยางพารา สน และอื่นๆ ปลวกกินหรือไม่
ตอบ -ถ้ามีตัวปลวกขึ้นมาแสดงว่าพื้นไม้ชนิดนั้นปลวกสามารถกินได้ แต่สามารถป้องกันและกำจัดปลวกได้ โดยสามารถปรึกษากับบริษัทที่เชี่ยวชาญการกำจัดปลวก สำหรับพื้นไม้ชนิดที่เป็นไม้สัก จะมีปัญหาเรื่องปลวกน้อยกว่าไม้ชนิดอื่น

ถาม -จะต้องเตรียมพื้นผิวหรือ หน้างานอย่างไรในการปูพื้นไม้
ตอบ -โดยทั่วไปบริเวณที่จะปูพื้นไม้ควรเตรียมพื้นปูนไว้เป็นผิวเรียบขัดมัน พร้อมปรับระดับให้พื้นเรียบเสมอมากที่สุด เนื่องจากระดับพื้นมีผลต่องานที่ออกมาว่าเรียบร้อยหรือไม่ -ส่วนระยะของการลดระดับขึ้นอยู่กับประเภทของพื้นไม้ ความหนา และรอยต่อของพื้นที่ข้างเคียง ดังนั้นควรขอคำปรึกษากับนักออกแบบหรือเจ้าหน้าที่ของผลิตภัณฑ์

ถาม -ขั้นตอนของงานปูพื้นไม้ กับงานอื่นๆ ควรจัดลำดับก่อนหลังกันอย่างไร
ตอบ -ขึ้นอยู่กับประเภทของพื้นไม้ที่จะปูดังนี้ ถ้าเป็นพื้นไม้ประเภทขัด-ทำสี ควรจะปูก่อนทำการติดตั้ง เฟอร์นิเจอร์ประเภท บิลท์-อิน เพราะงานจะดูเรียบร้อยกว่าการปูหลังจากติดตั้งเฟอร์นิเจอร์แล้ว และถ้าเป็นไปได้บริเวณที่จะทำการปูไม้พื้นประเภทขัด-ทำสี ควรจะเหลือสีผนังและสีฝ้าไว้ 1 เที่ยว เนื่องจากตอนขัดพื้นจะมีฝุ่นทำให้ผนังเลอะเทอะ ถ้าเป็นพื้นไม้ประเภทสำเร็จรูป ควรจะเข้าปูและติดตั้งเกือบจะเป็นงานสุดท้ายก่อนพรมและวอลเปเปอร์(ถ้ามี) หากมีเฟอร์นิเจอร์ประเภทบิลท์-อิน ควรจะเข้าหลังจากเฟอร์นิเจอร์ เสร็จหรือเกือบเสร็จเรียบร้อย เหลือเพียงงานสีนิดหน่อยเพื่อที่พื้นจะได้ไม่เสียหาย

ถาม
–ไม้เมืองหนาวมีปัญหาเรื่องโก่งและระเบิดมากจริงหรือไม่
ตอบ -ไม่จริงเพราะปัญหาเรื่องโก่งและระเบิดไม่ใช่เพราะเป็นไม้จากเขตเมืองหนาวหรือจากเขตร้อนชื้น แต่เกิดขึ้นเพราะไม้พื้นที่นำไปใช้ผลิตมาไม่ได้มาตราฐาน และเทคนิคที่กำหนด สำหรับไม้จากเขตเมืองหนาวที่นำมาใช้ในเขตร้อนชื้น จริงอยู่ถ้าหากเทียบระหว่างไม้จากเขตร้อนชื้น เช่น ไม้สัก แดง มะค่า ประดู่ ฯลฯ มักพบปัญหาน้อยกว่าไม้จากเขตหนาว เช่น ไม้โอ๊ค แอช บีช เมเปิล ฯลฯ แต่หากไม้จากเขตร้อนชื้นไม่ได้รับการอบมาให้ได้มาตราฐาน ก็มักเจอปัญหาเรื่องไม้หดตัวอยู่บ่อยๆ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่าในกรณีที่มีความชื้นจากภายนอกที่ไม่ปรกติมากระทบเช่น น้ำท่วม น้ำซึม หรือน้ำรั่ว ไม้ที่มาจากเขตเมืองหนาวจะมีโอกาสเกิดการบิดหรือ โก่งตัวได้ง่ายกว่าและเร็วกว่าไม้จากเขตเมืองร้อนชื้น ซึ่งเราก็คงต้องยอมรับในหลักการที่ว่า " ของสวยก็ย่อมจะบอบบางกว่าและต้องการ ทนุถนอมที่สูงกว่า "

ถาม - มีข้อแนะนำอย่างไร ถ้าหากจะเลือกใช้พื้นไม้
ตอบ -อย่าตัดสินทุกอย่างที่ราคาอย่างเดียว ควรพิจารณาในรายละเอียดที่เป็นองค์ประกอบด้วยทั้งในเรื่องคุณภาพของตัวไม้เองและคุณภาพของงานบริการปูและติดตั้งเพราะบางครั้งเงินที่คิด ว่าประหยัดได้ 2-3 พันบาท อาจจะสร้างความปวดหัวหรือความหงุดหงิดให้กับเจ้าของบ้านอย่างคาดไม่ถึง

 

รายละเอียดขั้นตอนการปู ขัด และเคลือบผิวไม้พื้นประเภท ขัด-ทำสี

1.เตรียมความพร้อมของบริเวณที่จะทำการปูพร้อมเก็บกวาดทำความสะอาด ในกรณีที่จะปูรองด้วยไม้อัด จะทาด้านหลังไม้อัดด้วยน้ำยากันปลวก และเชื้อราก่อน แล้วจึงยึดกับพื้นด้วยตะปูคอนกรีต โดยการติดตั้งจะเว้นร่องห่างระหว่างแผ่นของไม้อัดสำหรับไม้อัดขยายตัว
2.ปูและติดตั้งไม้พื้นโมเสค / ปาร์เกต์ / ลิ้นรอบตัว / รางลิ้นตามแบบที่กำหนดโดยใช้กาว
3.ทิ้งระยะเวลาให้กาวแห้ง และไม้ปรับตัวประมาณ 10-15 วัน
4.ขัดเครื่องด้วยกระดาษทราย เบอร์ 24
,เบอร์ 60 และ เบอร์ 100
5.ตีแป้ง และปั่นสไลด์ด้วยลูกหมูใส่จานกระดาษทรายเบอร์ 100 เพื่อทำให้พื้นผิวของไม้เนียนขึ้น
6.ทารองพื้นด้วยแชลคชนิดใสไม่มีจำนวน1 เที่ยว
7.ทาทับหน้าด้วยโพลียูลีเทน ชนิดเงาของ
B-52 ' TOA หรือเทียบเท่าจำนวน 4 เที่ยว โดยก่อนทาทับในแต่ละเที่ยว จะทำทำการขัดลูบด้วยกระดาษทรายน้ำ เพื่อทำให้ชั้นของโพลียูรีเทน ที่ทาลงไปใหม่ยึดเกาะได้ดีขึ้น
8.ในกรณีที่มีการติดตั้งไม้บัวพื้นจะทำหลังจากการทารองพื้น

หมายเหตุ : ขั้นตอนที่ 5 และ 6 อาจจะทำสลับกันได้ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้

 

 

 

รายละเอียดขั้นตอนการปู และติดตั้งไม้พื้นประเภทสำเร็จรูป

1.เตรียมความพร้อมของบริเวณที่จะทำการปูพร้อมเก็บกวาดทำความสะอาด
2.ปูรองพื้นด้วย
EPE SHEET ความหนาประมาณ 2 ม.ม. เต็มบริเวณที่จะปูพื้นไม้
3.ปูและติดตั้งไม้พื้นปาร์เกต์สำเร็จรูปประเภทแซนวิช 3 ชั้น ในระบบลอยตัว (ไม่ได้ยึดด้านหลังของแผ่นไม้พื้นติดกับพื้นคอนกรีต) และปูเป็นรูปลายปล่อย โดยใส่กาวเฉพาะในร่องทางด้านข้างและด้านปลายของแต่ละแผ่นแล้วเคาะอัดเข้าด้วยกัน กาวที่ใช้จะเป็นกาวปาเก็ตโต้ #1 ซึ่งเป็นมาตราฐานสำหรับปูไม้พื้นปาร์เกต์สำเร็จรูปโดยเฉพาะ
4.เก็บความเรียบร้อยของงานธรณีตามจุดต่างๆ ในกรณีที่มีการติดตั้งไม้บัวพื้นจะทำการติดตั้งหลังจากที่ปูไม้พื้นเสร็จเรียบร้อย

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย : บริษัท มิสเตอร์ ฟลอร์ จำกัด 942 หมู่บ้านสินธร ซอย 8 ถ.นวมินทร์ แขวง คลองจั่น เขต บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 Tel. 375-3109 Fax.733-3513