บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ออกแบบบ้าน
หัวข้อสาระ


ห้องพระอยู่ชั้นล่างได้หรือไม่
ข้อแนะนำในการออกแบบโรงแรม
ข้อแนะนำในการออกแบบแฟลต
ค่าออกแบบเขาแบ่งกันอย่างไร (ระหว่างสถาปนิกและวิศวกร)
ความรู้เรื่องท่อและระบบประปา
ข้อกำหนดในการออกแบบโครงสร้าง
น้ำหนักหินคลุก
เสียงสะท้อนป้องกันได้อย่างไร?
ประตู-หน้าต่างกับทิศทางของลม
เมื่อคิดจะทำหลังคาสกายไลท์
ค่าออกแบบ เขาคิดกันอย่างไร
เรื่องฉนวนที่ควรรู้
โฮมออฟฟิศ สะท้อนชีวิตคนยุคใหม่
หลังคาโปร่งแสง
การเปิดช่องแสงในบ้าน
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
การเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์
ประเภทและคุณสมบัติของก๊อกน้ำ
ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป
ปฏิวัติสร้างบ้านคนแก่ รับมือผู้สูงอายุล้นเมือง ปี2020
ก่อผนัง 2 ชั้นด้วยอิฐมอญดีอย่างไร
บ้านที่มีคุณลักษณะเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน
ประเภทของฝ้ายิบซั่มและการใช้ให้ถูกที่
คอนกรีตแนวใหม่
ข้อควรพิจารณาในการลดความเสี่ยงต่ออัคคีภัยในการออกแบบอาคาร
ฮวงจุ้ย คิดก่อนเชื่อ
การกำหนดระดับส่วนประกอบอาคารต่างๆ ในบ้าน
ไม้สักเป็นไม้เนื้ออ่อนไม่เหมาะกับการทำพื้น
ทำรั้วไม้ต้องใช้ไม้เนื้อแข็ง
การเลือกใช้ไม้
อาคารอัจฉริยะ (Intelligent Building)
แนวคิดเรื่องวิธีออกแบบบ้าน
ความรู้เรื่องอิฐมวลเบา
ห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุควรมีลักษณะอย่างไร
เรือนไทย
เอาบ้านมาทำห้องสมุดได้หรือเปล่า
สิ่งที่ควรทราบในการเลือกพื้นไม้
สร้างรังรักตามหลักฮวงจุ้ย
การเลือกประเภทสีให้เหมาะกับการใช้งาน
4 ลักษณะ การวางแปลนครัว
สาระน่ารู้เรื่อง ครัว
ครัวปาร์ตี้บาร์บีคิวนอกบ้าน
การออกแบบห้องต่างๆภายในบ้าน
ข้อมูลแผ่นดินไหวในประเทศไทย
ความรู้เรื่อง ภัยแผ่นดินไหว
การออกแบบ ไฟฟ้าแสงสว่าง
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง
ระบบไฟฟ้า 3 เฟสเพื่อการประหยัดค่าไฟฟ้า
การทาสีบ้าน สไตล์ท้องถิ่นประยุกต์
"บ้าน" และ "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" กับ อ.เชี่ยว
ทิศทางของแสงแดดกับการออกแบบบ้าน
ความรู้เรื่องแบบก่อสร้าง
หน้าต่าง Bay Window
ฮวงจุ้ย บ้านยากจน
ห้องน้ำแนว Outdoor
บ้านดิน
การออกแบบครัว
ห้องน้ำผู้สูงอายุ
Urban Living
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
อย่าสุ่มสี่ สุ่มห้า เปลี่ยนพื้นสำเร็จ กับพื้นหล่อกับที่.. พังแน่นอน ?
ไฟฟ้าในครัว น่าจะวางแผนไว้อย่างไร?
อยากติดไฟ Down light อย่าลืมเว้นที่ว่างใต้ฝ้าไว้ให้เพียงพอ
หลักการออกแบบจัดวางพื้นที่ใช้สอยในบ้าน
ออกแบบตึกสูง ควรเริ่มต้นอย่างไร
จะสร้างบ้านสักหลังจะยกพื้นสูงเท่าไรดี
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
อย่าสุ่มสี่ สุ่มห้า เปลี่ยนพื้นสำเร็จ กับพื้นหล่อกับที่.. พังแน่นอน
เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร?
บ้านคุณน่าจะมีถังเก็บน้ำขนาดไหนดี?
หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
ห้องเก็บของ
กระจกมีกี่ชนิด แล้วจะเลือกใช้อย่างไร ?
ห้องคุณมีเสียงก้อง ….จะทำอย่างไรดี
หลังคากระจก ต้องเป็น Laminated Glass เท่านั้น
สร้างบ้าน"คนแก่"
ฮวงจุ้ย คิดก่อนเชื่อ
เทคโนโลยี “บ้านอัจฉริยะ”
เรียนรู้ใช้...แสงธรรมชาติ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน
ระเบียงบ้านเป็นระเบียงลม
สุขภัณฑ์...เซรามิก
ระยะความสูงของประตูหน้าต่างเท่าไหร่ดี
ขนาดช่องเปิด คู่ซี้ของการระบายอากาศ
ที่จอดรถควรมีขนาดเท่าไร
ทำรั้วรอบบ้าน อย่าลืมดูเรื่องความสูงด้วยนะ
มารู้จัก ฐานรากตีนเป็ด...
ข้อกำหนดการออกแบบชั้นลอย
เลือกสีกระเบื้องแบบคนขี้เกียจดูแลบ้าน
เทคนิคระบายความร้อนหลังคาเปิด ไม่มีฝ้า
เรือนไทย
ข้อคิดในการติดตั้งกันสาด
ความรู้เรื่องวัสดุปูพื้น
ถังเก็บน้ำที่บ้าน น่าจะซื้อถังขนาดไหน?
โถฉี่ อย่าตั้งใกล้โถส้วม!
ระวังการใช้กระจกสีชาบนตึกหลาย ๆ ชั้น
อิฐโชว์แนวนั้นสวย แต่ระวังอย่าโชว์แนวสองด้าน
ตะวันอ้อมใต้ กับผนังบ้านร้าว
การกำหนดความหนาของกระจกธรรมดา ตามขนาดของช่องเปิด-ความสูงอาคาร
อย่าออกแบบบานเกล็ดกระจกให้กว้างมากนัก !
ประตูหน้าต่าง Aluminium มีสีอะไรบ้าง และราคาเป็นอย่างไร ?
แสงไฟห้องใครว่าไม่จำเป็น
แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ
ทำหลังคาเอียงลาดบนตึกสูง ๆ อย่าลืมรางน้ำ
ไม่อยากให้บ้านทรุด-พื้นร้าว เพราะตู้หนังสือหนักๆ ลองทำดังนี้
ปลั๊ก-สวิตช์ไฟ ในห้องน่าจะสูงสักเท่าไร
การเลือกพื้นห้องครัว
ห้องครัวหรือ Pantry ควรจะมีประตู
ออกแบบประตูหน้าต่าง อย่าลืมเตรียม ม่าน-เหล็กดัด-มุ้งลวด
Glass Block ก็สามารถทำพื้นได้
อย่าใช้ Glass Block ก่อเป็นผนังใหญ่ๆ สูงๆ
จอดรถในบ้านสบาย ๆ ที่จอดต้องขนาดเท่าไร
รู้หลักธรรมชาติ สร้างบรรยากาศคลายความร้อนในบ้าน
ใช้ดาวน์ไลท์น้อยๆ แต่ใช้ฟลูออเรสเซนท์มากๆ
ห้องเก็บของ
ข้อแนะนำในการออกแบบ อาคารประเภท อยู่อาศัยรวม
ห้องนิรภัยส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง
เสียงในบ้านควรดังได้แค่ไหน
ทิศทางของแสงและสี ในงานสถาปัตยกรรม
ลมฤดูหนาวพัดมาทางไหน
สุดยอดไอเดีย ‘บ้านกันเสียง’ เพื่อชุมชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ
สะพานแขวนเชื่อมสองบ้าน
ครัวมั่งคั่ง
แต่งห้องน้ำอินเทรนด์รับร้อน
บ้าน..flinstoneบ้าน..flinstone
บ้านกระเบื้อง
หลักการออกแบบห้องน้ำ
ห้องน้ำ จัดวางอย่างไร
การวางผังห้องครัวควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง
ห้องน้ำสไตล์ไหนโดนใจคุณ
หลักการเลือกวัสดุปูพื้น สำหรับแต่ละห้อง
ประเภทและชนิดของกันสาด
จินตนาการลวดลายกับกระเบื้อง
เลือกกระเบื้องให้เข้ากับห้อง
ปัญหาอาคารทรุดในกทม.
บันไดที่ดีน่าจะกว้างเท่าไร สูงเท่าไร?
ทำบ้านใหม่ให้คนสูงวัยแฮปปี้
วางผังบ้านรับลมหลบแดด
แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำ
ปลอดภัยในห้องน้ำ
ห้องนิรภัยส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง
ห้องเก็บของ
แนวคิดเรื่องวิธีออกแบบบ้าน
วิธีเลือก “ถังเก็บน้ำ” ให้เหมาะสม
เคล็ดลับบ้านสวยช่วยลดภาวะโลกร้อน
ความปลอดภัยในห้องน้ำ
แสงธรรมชาติ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน
สุดยอดไอเดีย ‘บ้านกันเสียง’
การสร้างบ้านในเมืองกรุง
ผนังประสิทธิภาพสูงป้องกันเสียงรบกวนจากถนน
บ้านบนเรือสำราญ
Smart Home... เทคโนโลยีในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ห้องนอนแนวใหม่...เก็บเสียงสนิท
เปิด ฮวงจุ้ย ฐานบัญชาการ “เจ้าสัวเจริญ”
บ้านอยู่สบาย...ทำได้ง่ายๆ
เคล็ดลับบ้านสวยช่วยลดภาวะโลกร้อน
"บ้านลอยนํ้า"ทางเลือกใหม่...หนีนํ้าท่วม
มาตรฐานห้องน้ำเพื่อคนพิการ
โครงการบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน
ปลอดภัยในห้องน้ำ
ห้องคนรับใช้ ..อยู่หน้าบ้านหรือหลังบ้านดี..?
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสระว่ายน้ำ
ออกแบบห้องน้ำ อย่างไรให้สวย
เรือบ้าน วิมาน...ที่แคชเมียร์
พระราชวังในสมัยรัชกาลที่ ๕
ทาวน์เฮ้าส์ประหยัดพลังงาน 3 แบบ
บ้านไม้ใต้ร่ม
บ้าน Hybrid House ประหยัดพลังงาน
ถอยหนีรังสีอาทิตย์ ประหยัดพลังงานแบบบ้าน Setback
ประหยัดพลังงานแบบ Tropical
สภาพแวดล้อมส่งผลกระทบสภาพสบายในบ้านอย่างไร?
การสร้างบ้านในเมืองกรุง
เคล็ดไม่ลับ..บ้านร่มเย็น-อยู่สบาย
อารมณ์และความรู้สึกของ...สี
เลือกสีบ้าน...เสริมราศี
13 เคล็ด (ไม่) ลับคู่ห้องครัว
ออกแบบบ้านอย่างไร...อยู่แล้วมีความสุข
จัด "บ้าน" ให้ "คลายร้อน"
ขนาดห้องเซาว์น่า
เที่ยวบ้านทาร์ซาน
" ราคาอาคาร เปลี่ยนแปลงตามความสูงได้อย่างไร "
บ้านโครงเหล็กริมทะเลสาบ : Contemporary Lake House
แบบบ้านชั้นครึ่งสวยๆจากเนเธอร์แลนด์
เคล็ดไม่ลับ..บ้านร่มเย็น-อยู่สบาย
บ้านบนน้ำ ออกแบบได้เจ๋ง

        ข้อควรพิจารณาในการลดความเสี่ยงต่ออัคคีภัยในการออกแบบอาคาร

หมวด : ออกแบบบ้าน    
จำนวนคนอ่าน 3192    

ข้อควรพิจารณาในการลดความเสี่ยงต่ออัคคีภัยในการออกแบบอาคาร
จาก หนังสือ ARCH&IDEA เรียบเรียงจาก เอกสารเผยแพร่ในงานแถลงข่าว Entech 97
โดย ศาสตราจารย์ ดร. วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

   อัคคีภัย  เป็นภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามเราสามารถหลีกเลี่ยงหรือลดความ
รุนแรงลงได้ ถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้พิจารณาและให้ความสำคัญของผลจากภัยนี้ในการออกแบบสิ่งก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้น คอลัมน์
Building Material ฉบับนี้ขอเสนอบทความทางวิชาการที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการออกแบบและการใช้งาน ให้มีความเสี่ยง
ต่ออัคคีภัยต่ำ และในกรณีเกิดไฟไหม้แล้ว มีผลเสียหายเกิดขึ้นน้อยที่สุด
    ตามทฤษฎีแล้ว อัตราความเสียงต่ออัคคีภัยไม่ได้หมายถึง ความเป็นไปได้ในการจะเกิดไฟไหม้ขึ้นเท่านั้นแต่หมายถึงขนาดความ
รุนแรงของความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ด้วย ความเสียหายเหล่านี้คือ
      
      1.  การสูญเสียชีวิต
      2.  การสูญเสียทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้
      3.  การสูญเสียโอกาสในกิจการที่ต้องหยุดชะงักเนื่องจากไฟไหม้
      4.  ความสูญเสียทางจิตวิทยา จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ประสบภัยเพลิงไหม้มักเกิดความท้อถอยทางด้านจิตใจ
        
       เนื่องจากอัคคีภัยเป็นภัยที่มนุษย์ก่อขึ้นเอง จะต้องตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เป็นภัยแห่งการทำลายซึ่งเติบโตคู่มากับการเจริญเติบโตทาง ด้านสร้างสรรค์ ซึ่งประเทศกำลังพัฒนาหลายๆ ประเทศทำลังประสบอยู่ โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงงานที่ไม่มีการวางแผนอย่างรอบ
คอบด้านสวัสดิการและความปลอดภัย มุ่งเน้นแต่การลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด การสร้างโรงงานจึงต้องให้มีพื้นที่กระชับที่สุดแต่สามารถ
จุแรงงานได้มากที่สุด เพื่อประสิทธิภาพของการผลิตที่สูงสุด สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดอัตราความเสี่ยงต่ออัคคีภัยเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณทั้งสิ้น
      บทเรียนที่ประเทศกำลังพัฒนาเช่นประเทศไทยได้รับ คือสูญเสียจากภัยของสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง ด้วยโครงสร้างที่บอบ
บางต่อการกระทบกระทั่งแม้แต่การใช้งานตามปกติ เพราะการออกแบบที่ปราศจากจิตสำนึกและขาดจินตนาการต่อภัยที่อาจเกิดขึ้น เช่น กรณีการเกิดอัคคีภัยในลักษณะเดียวกันที่โรงงานเคเตอร์ถึง 3 ครั้ง โดยปราศจากการแก้ไข หรือการพังทลายของโรงแรมที่
นครราชสีมา เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า การก่อสร้างอาคารเหล่านี้ต้องรีบสร้างเพื่อให้ทันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงต้องควบด้วยประสบการณ์ที่เจ็บปวด  เพราะความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงที่เกิดจากภัยที่สามารถป้องกันได้เหล่านี้
         บทความนี้ต้องการให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงหลักเกณฑ์การออกแบบอาคารให้มีมาตรการลดความเสี่ยงต่ออัคคีภัย และเมื่อเกิดอัคคีภัย
แล้วลดความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ต่ำที่สุด โดยเริ่มต้นจะกล่าวถึงลักษณะการเกิดและการขยายตัวของเพลิงไหม้ การเลือกใช้วัสดุสำหรับ
สำหรับอาคาร และการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยต่อชีวิตจากอัคคีภัยในอาคาร
    ระยะต่างๆ ของไฟไหม้
     การพัฒนาของไฟที่ไหม้อาคารแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ (1) ระยะไฟเริ่มต้น (Outbreak ) (2) ระยะเผาไหม้อยู่ตัว (Spread) (3) ระยะไฟกำลังจะมอด (Extinction)


     สำหรับระยะที่ 1 คือ ระยะติดไฟ มักเกิดจากอุบัติเหตุหรือเกิดจากการลุกของเชื้อเพลิง ซึ่งไม่ใช่ส่วนหนึ่งของอาคารเพื่อลดความ
เสี่ยงจากเพลิงไหม้จะมีความเกี่ยวข้องกับการเผาไหม้ในระยะที่ 2 คือ เป็นระยะที่ไฟกำลังเผาไหม้อยู่ตัว โครงสร้างจะต้องยืนอยู่ได้
โดยไม่ต้องพังทลาย  เมื่อเชื้อเพลิงเริ่มน้อยลงก็จะเป็นระยะมอดของไฟ การออกแบบอาคารที่ดีจึงต้องพิจารณาให้โครงสร้างมีเสถียร
ภาพนานที่สุด และต้องจัดแบ่งพื้นที่ภายในอาคารให้มีส่วนที่ปลอดภัย โดยมีผนังกันไฟชะลอการขยายตัวของเพลิงและควันพิษให้นาน
พอ ทำให้ผู้ติดอยู่ในอาคารมีเวลารอความช่วยเหลือได้
    การลุกของไฟ
      โดยปกติการลุกของไฟต้องประกอบแหล่งความร้อนอากาศและวัสดุที่ติดไฟได้ หลักการเบื้องต้นในการป้องกันเพลิงไหม้ คือ การแยกแหล่งที่อาจก่อให้เกิดการลุกของไฟออกจากสารที่ติดไฟได้ง่าย เช่น ไม่นำสารที่ติดไฟได้ง่ายไปอยู่ใกล้แผงวงจรไฟฟ้าที่อาจ
เกิดอุบัติเหตุไฟลัดวงจรได้
         การลุกของไฟที่ก่อให้เกิดเพลิงไหม้อาคาร มักเกิดจากวัสดุเชื้อเพลิงที่อยู่ภายในอาคารมากกว่าวัสดุที่ใช้ประกอบเป็นส่วนหนึ่ง
ของอาคาร การป้องกันทำได้คือ การนำวัสดุติดไฟได้มาใช้ภายในอาคารต้องทำด้วยความระมัดระวัง ส่วนของอาคารที่สามารถติดไฟ
ได้มักเป็นวัสดุตกแต่งปกคลุมผนังและฝ้าเพดาน การเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ให้เหมาะสมกับการใช้อาคารจึงมีความสำคัญมากเช่นกัน
    การลามของไฟ
    เมื่อลุกลามแล้ว การลามของไฟอาจเกิดได้โดยการถ่ายเทความร้อน 3 วิธี คือ
    1.  โดยการนำความร้อน (Conduction)
    2.  โดยการพาความร้อน (Convection)
    3.  โดยการแผ่รังสีความร้อน (Radlation)

      เมื่อวัสดุติดได้อยู่ติดกันการลามไฟเป็นไปได้โดยการนำความร้อน แม้กระทั้งวัสดุติดไฟอยู่คนละห้อง แต่วางชิดกันผนังซึ่งนำความร้อนได้ การลุกลามของไฟจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่งก็เป็นไปได้โดยง่าย การลามไฟโดยการนำความร้อนทำได้ดดยเปลวควัน แต่มักเกิดได้ใน แนวดิ่ง และเป็นสาเหตุใหญ่ในการลามไฟในอาคารสูง ส่วนการลามโดยการแผ่รังสีความร้อน มักจะทำให้ไฟลามไปยังอาคารข้างเคียงได้
      การขยายตัวของไฟในระยะเริ่มต้น มักจะเป็นไปในแนวดิ่งมากกว่าในแนวราบ เมื่อเปลวไฟทำให้เกิดควันปกคลุมเป็นดอกเห็ดใต้เพดานหมดแล้ว ควันร้อนเหล่านี้จะเปล่งรังสีความร้อนลงมาปกคลุมทุกส่วนในห้อง ทำให้การเผาไหม้เกิดรวดเร็วขึ้น ในขณะเดียวกัน ออกซิเจนภายในห้องจะ ค่อยๆหมดไป   ทำให้การลามไฟเริ่มลดถอยลง แต่การขาดอากาศหายใจภายในห้องจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ คนที่ติดอยู่ภายในอาคาร มักจะเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ เนื่องจากสูดเอาควันพิษเข้าร่างกายและเสียชีวิตด้วยเวลาอันสั้น การลุกและการลามของไฟจนถึงจุดที่เรียกว่า FLASHHOVER จะมีผู้เสียชีวิตมากถ้าติดอยู่ภายในห้อง หลังจากถึงจุดนี้แล้วเชื่อเพลิงเริ่มขาดลงทำให้ไฟหยุดลาม หลังจากนั้นไฟจะเริ่มมอด ถ้าไม่มีเชื้อเพลิงเติม
      การลามของไฟจากห้องที่ติดไฟไปยังบริเวณอื่น มักเป็นการพาความร้อนจากช่องเปิดต่างๆ รวมทั้งช่องว่างระหว่างประตู หน้าต่าง หรือเป้นไปโดยการนำความร้อนผ่านผนังกั้นห้อง การออกแบบที่ดีสำหรับการป้องกันการขยายตัวของไฟคือ การแบ่งอาคาร (Compartmentation) ด้วยผนังกันไฟที่มีอัตรากันไฟขนาดหนึ่ง นอกจากนี้การออกแบบหลังคาให้มีการจำกัดการขยายตัวของควันไฟ หรือจัดให้มีช่องระบายควันโดยเฉพาะสำหรับโถงสูง และการเลือกใช้เพดานที่ไม่ติดไฟ ล้วนเป็นมาตรการประกอบที่ดี



รูปที่ 4 เปรียบเทียบหลังคาโรงงานที่ไม่มี และมีแผงกั้นควันและช่องระบายควัน

   อันตรายจากปล่องควัน
       บุคคลที่เสียชีวิตในเพลิงส่วนใหญ่เกิดจากการสำลักควันพิษและขาดอากาศหายใจ  ควันที่เกิดจากเพลิงมีอันตรายและเป็นอุปสรรค
อย่างใหญ่หลวงต่อการหนีไฟกล่าวคือ (1) ทำให้ทัศนวิสัยลดลง (2) ขาดอากาศหายใจ และ (3) เกิดควันพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ และ สารอื่นๆ ที่ได้จากการเผาไหม้ของวัสดุพลาสติก
       อันตรายอย่างใหญ่หลวงมักเกิดจากการที่อาคารประกอบด้วยช่องโล่งตลอดความสูงของอาคาร เมื่อเกิดไฟความร้อนจะลามไปตาม โถงนี้อย่างรวดเร็วเหมือนปล่องควันไฟเข้ามา หรือขาดช่องว่างในการระบายอากาศออกนอกอาคาร จึงเป็นบริเวณที่อันตรายที่สุด      สำหรับผู้พยายามหลบหนีตามบันไดหนี เพราะจะขาดอากาศหายใจในระยะเวลาอันสั้น กรณีนี้จะพบที่โรงงานเคเตอร์ ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วน ใหญ่จะอัดกันแน่นอยู่ในโถงบันได เพราะขาดอากาศหายใจเป็นมูลเหตุ

รูปที่ 5 การออกแบบให้มีระบบถ่ายเทควันจากโถงสูง
   การลามของไฟจากอาคารไปยังอาคารข้างเคียง
       การลามของไฟไปยังอาคารข้างเคียงมักเกิดจากการนำความร้อนผ่านผนังที่กั้นระหว่างอาคารทั้งสอง โดยการแผ่รังสีความร้อนหรือ    โดยสะเก็ดไฟกระเด็นไปถูก การเลือกใช้ผนังกันไฟระหว่างอาคารและการเลือกวัสดุบุหลังคา จึงเป็นมาตรการป้องกันไฟลุกลามจาก อาคารหนึ่งไปยังอาคารข้างเคียงได้
   ผลของความร้อนที่มีต่อโครงสร้างอาคาร
      ความร้อนสามารถเกิดได้ด้วยการพาของควันร้อนหรือการแผ่รังสี โครงสร้างอาคารแม้ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยวัสดุที่ไม่สามารถจะ ติดไฟได้ เช่น คอนกรีตและเหล็ก แต่ความร้อนสามารถทำให้วัสดุเหล่านี้ (1) เกิดการขยายตัว และ (2) เกิดการเสื่อมกำลัง                          สำหรับโครงสร้างเหล็ก การขยายตัวทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ของโครงสร้างเกิดการยึดโก่งและบิด (ในกรณีความร้อนเกิดไม่เท่ากันทั่วชิ้น ส่วน) เมื่อชิ้นส่วนพยายามยืดตัวโก่งหรือบิดตัว แต่ไม่สามารถทำได้โดยอิสระ ก็จะทำให้เกิดแรงกดและแรงดัดที่มากขึ้นกว่าปกติ ประกอบกำลังของวัสดุที่ลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุให้โครงสร้างทนแบกน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว เกิดวิบัติโดยสิ้นเชิงขึ้นได้           

เสถียรภาพของอาคาร
   เสถียรภาพของอาคารที่เกิดไฟไหม้ มีความหมายต่อชีวิตบุคคลที่ติดอยู่และกำลังหาทางหนีไฟ หรือกำลังรอความช่วยเหลือ
   อาคารสูง  
   อาคารสูงในแง่อัคคีภัยแล้วอาจนิยามได้ว่าเป็นอาคารที่สูงกว่าความสูงของบันไดช่วยชีวิตของรถดับเพลิงที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมีอยู่ สำหรับอาคารสูง เสถียรภาพของโครงสร้างอาคารมีความสำคัญมาก และโดยมากเสถียรภาพมักจะกำหนดโดยความแข็งแรงของเสา และกำแพงรับน้ำหนักบริเวณชั้นล่างๆ
   เสถียรภาพของโครงสร้างคอนกรีตมักจะไม่มีปัญหา เพราะโดยธรรมชาติไฟมักลามจากจุดเกิดเหตุขึ้นชั้นบน การลุกลามของไฟจึง ทำได้เฉพาะบริเวณปล่องลิฟท์และโถงบันได ซึ่งใช้เวลาพอสมควร ปรัชญาในการออกแบบที่ดีในอาคารสูงสำหรับอัคคีภัย คือการจัดให้มี ทางหนีไฟที่ไม่ยุ่งยาก นั่นคือ การมีบันไดหนีไฟนอกอาคารถ้าบันไดหนีไฟอยู่ภายในอาคารจะต้องมีระบบอัดอากาศเพื่อป้องกันควันไฟ เข้ามาทำให้บันไดหนีไฟกลายสภาพเป็นปล่องควันพิษไป
   เสถียรภาพจะมีปัญหามาก ถ้าเป็นโครงสร้างเหล็กที่ไม่มีวัสดุฉนวนห่อหุ้ม หรือหอหุ้มไม่พอ แม้เหล็กจะไม่ติดไฟ แต่ความร้อนจะทำ ให้เหล็กอ่อนตัว คือคุณสมบัติความยืดหยุ่นที่เรียกว่า โมดูลาสอีลาสติก จะเสื่อมอย่างรวดเร็วเมื่อมีอุณหภูมิเกิน 200 องศาเซลเซียส และเหลือเพียง 50% เมื่ออุณหภูมิอยู่ที่ 500 องศาเซลเซียส


   นอกจากการเสื่อมกำลัง การพยายามยืดตัวจะทำให้เสาเหล็กต้องแบกรับกำลังมากขึ้น และเมื่อแรงกดเพิ่มแต่กำลังกลับลด เสาก็จะโก่ง บด และหักกลาง (Buckling)

   โดยมาตรฐานสากล การออกแบบอาคารสูงที่ใช้เหล็กจะต้องมีฉนวนหุ้มเสมอเพื่อให้โครงสร้างเหล็กสามารถทนไฟได้ในเวลาพอ   สมควร เพราะฉนวนจะทำให้อุณหภูมิของเหล็กโครงสร้างภายในเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ขึ้นกับอัตราความทนไฟและความหนาของวัสดุที่หุ้ม ห่อ โครงสร้างเหล็กจึงสามารถรักษาเสถียรภาพไว้นาน เพื่อให้มีเวลาผจญไฟและหนีไฟได้ ค่าใช้จ่ายในการห่อหุ้มฉนวนสำหรับโครง สร้างเหล็ก เมื่อเทียบกับราคาของทั้งอาคารแล้วเป็นสัดส่วนที่ต่ำ คุ้มกว่าเบื้ยประกันที่ต้องเสียเพิ่มขึ้น ถ้าอาคารเหล็กไม่การหุ้มห่อด้วย วัสดุกันไฟ
    อาคารโรงงานชั้นเดียว
    สำหรับอาคารโรงงานอุตสาหกรรม การหนีไฟทำได้ในแนวราบ และมักทำได้ในระยะเวลาอันสั้นโครงสร้างจึงไม่ต้องรักษาเสถียรภาพ นานเท่ากับอาคารสูงส่วนใหญ่ แล้วถ้าอาคารสามารถทนอยู่ได้ในเวลาสัก 30 นาที ก็น่าจะเพียงพอ อาคารประเภทนี้จึงไปเน้นที่การแบ่ง กั้นห้องต่างๆ ด้วยกำแพงกันไฟ และการจัดช่องประตูต่างๆ รอบอาคารสำหรับการหนีไฟมากกว่า

รูปที่ 8 ตัวอย่างการห่อหุ้มฉนวนของเสาเหล็กรูปพรรณ

    ระบบพื้น
     พื้นของอาคาร ถือได้ว่าทำหน้าที่เป็นผนังกันไฟลามจากชั้นหนึ่งไปอีกชั้นหนึ่ง พื้นคอนกรีตหล่อกับที่จึงเป็นระบบที่ดีที่สุดในการป้อง กันการลามของไฟ แต่พื้นหล่อกับที่มักมีจุดอ่อนบริเวณรอยต่อ และมักเป็นจุดที่แตกหักง่ายพื้นมีการยืดตัว ทำให้ไฟลามผ่านไปได้
     สำหรับพื้นประเภทคอนกรีตอัดแรงด้วยลวดโดยไม่มีการยึดเกาะเส้นลวดกับเนื้อคอนกรีต (Unbonded Post - Tensioned Floored) การนำความร้อนจากไฟ อาจทำให้ลวดขยายตัวหรือเหล็กสมออาจเสื่อมสภาพทำให้ระบบพื้นไม่สามารถรับน้ำหนักตัวเองอาจ
พังทลายได้เหมือนกัน
     การออกแบบทางหนีไฟ
      โดยส่วนใหญ่ การเสียชีวิตจากอัคคีภัยมักเกิดจากการไม่มีทางหนีไฟอยู่ในอาคาร จึงต้องเผชิญกับสภาพขาดอากาศหายใจหรือ สำลักควันพิษจนเสียชีวติมากกว่าจะเสียชีวิตเพราะอาคารพังทลาย การออกแบบอาคารที่ดีจึงต้องมีการสร้างจินตนาการมากกว่าบุคคล ที่อยู่ในอาคารทั้งหมด จะมีการหนีไฟอย่างไรในกรณีเกิดไฟไหม้ สำหรับอาคารสูงการหนีไฟออกนอกอาคารอาจทำได้ยาก จึงต้องมีการ จัดบริเวณปลอดจากไฟหและควันไฟเพื่อให้ผู้ที่ติดอยู่ภายในสามารถไปรวมกันเพื่อรอความช่วยเหลือจากภายนอกต่อไป ดังนั้น การออก แบบอาคารจึงต้องพิจารณาข้อต่อไปนี้
            ระบบเตือนภัย
      ระบบเตือนภัยส่วนกลางเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับอาคารขนาดใหญ่หรืออาคารที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก ในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจจะไม่มีการเสียชีวติเลย ถ้าทุกฝ่ายไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป ระบบเตือนภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบกระจายเสียงภายในจะสามาร ช่วยให้ทราบถึงบริเวณที่เกิดไฟแล้ว และบริเวณที่ปลอดไฟที่สุด หรือบริเวณที่สามารถรอรับความช่วยเหลือได้ จากประสบการณ์ที่ โรงงานเคเตอร์ซึ่งไม่มีระบบเตือนภัย แม้จะมีไฟไหม้เกิดขึ้นคนงานภายในส่วนหนึ่งก็ยังไม่ทราบและยังคงทำงานอยู่ และไม่ทราบถึง ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีไฟไหม้ย่อยๆ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้ประมาณสถานการณ์ไม่ถูก
     ป้ายแสดงทิศทางของการหนีไฟ
      สำหรับอาคารขนาดใหญ่และมีผู้ใช้อาคารเป็นบุคคลภายนอก จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีป้ายแสดงทิศทางหนีไฟ ป้ายแสดงเหล่านี้ไม่ ควรติดอยู่สูงเกินไปนัก เพราะควันไฟจะทำให้มองไม่เห็นได้
     ระเบียงหนีไฟ
      ทางเดินและระเบียงรอบอาคาร ถ้าจะใช้หนีไฟได้ ควรกั้นด้วยผนังกันไฟจากส่วนในอาคาร ระเบียงควรปราศจากการวางสิ่งของ ต่างๆ โดยเฉพาะวัสดุติดไฟ
รูปที่ 9 การมีประตู 2 ชั้น เพื่อควันไฟเข้าไปในโถงบันได

      บันได 
       ในทุกชั้น ทุกจุดในอาคารควรมีระยะทางจากบันไดไกลสุดไม่เกิน 35 เมตร ถ้าบันไดไม่ได้อยู่ติดส่วนนอกของอาคารมีกำแพงกัน ไฟล้อมรอบ และมีประตูปิด 2 ชั้น เพื่อป้องกันควันมิให้เข้า
       อาคารสูงควรมีบันไดอย่างน้อย 2 ชุด วางอยู่คนละด้านของอาคาร โดยทุกๆ จุดบนชั้นนั้นจะทำมุมกับบันไดทั้งสองไม่ต่ำกว่า 45 องศา โดยเหตุผล คือ เพื่อมิให้เกิดการเบียดกันระหว่างผู้คนที่วิ่งไปยังบันไดทั้งสองแห่งโถงบันไดถ้าไม่มีการอัดความดันเพื่อกันควันไฟ ควรอย่างยิ่งที่จะมีช่องเปิดด้านบนเพื่อให้ควันไฟลอยผ่านออกไปได้
รูปที่ 10 ตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องและที่ถูกต้องของบันได 2 ตัวในอาคารเดียวกัน

       การแบ่งห้องเพื่อควบคุมการลามของไฟ (Fire Compartments)
       การออกแบบให้อาคารมีกำแพงกันไฟเป็นห้องๆ เพื่อควบคุมไม่ให้ไฟลามออกไปยังส่วนอื่นๆ ได้ เป็นระบบการควบคุมไฟที่ดี เป็นการประวิงเวลาให้หนีไฟได้ การจัด  Fire Compartments  อาจจัดได้ทั้งในแนวนอน คือภายในชั้นเดียวกัน หรือในแนวดิ่ง เช่น หลายๆ ชั้นอาจมีพื้นอาคารพิเศษที่ทำหน้าที่ป้องกันไฟลามได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาช่องเปิดและหน้าต่างซึ่งไฟอาจลามจากชั้นหนึ่งไปยังอีก ชั้นหนึ่งได้ ซึ่งอาจต้องมีระเบียงนอกอาคารเป็นสิ่งกีดขวางไฟได้

รูปที่ 11 การใช้ระเบียงในการชลอการลามของไฟไปยังชั้นบนถัดไป

      ระบบดับไฟในอาคาร
       การติดระบบดับเพลิงในอาคารอาจแบ่งกว้างๆ ออกเป็น  3  ประเภท คือ
         ระบบสเปรย์   ข้อดีคือ การที่น้ำถูกฉีดกระจายออกมาพร้อมๆ กันทุกๆ จุดในอาคาร ทำให้โอกาสที่จะประวิงการลามของไฟ มีมากจนกว่ารถดับเพลิงจะมาถึง แต่ข้อเสียคือ ต้องมีปริมาณน้ำสำรองไว้มาก
         ระบบสปริงเกอร์   ระบบนี้จะเป็นระบบที่ใช้กันแพร่หลายเมื่อสปริงเกอร์ตัวใดตัวหนึ่งทำงาน มักจะเปิดระบบสัญญาณเตือน ภัยด้วย ปรกติสปริงเกอร์ตัวหนึ่งจะคลุมพื้นที่ประมาณ 12 ตารางเมตร การทำงานสปริงเกอร์จะทำงานเฉพาะตัวเมื่ออุณหภูมิเกิน 70 องศาเซลเซียสโดยทั่วไป บริเวณที่มีไฟลุกมักมีสปริงเกอร์ทำงานประมาณ 5 และ ไม่เกิน 25 ตัว ความเสียหายที่เกิดจากน้ำเมื่อระดับ ไฟแล้วจึงมีไม่มาก ระบบสปริงเกอร์เป็นระบบที่มีราคาไม่แพงและมักจะคืนทุนจากส่วนลดที่ได้จากเบี้ยประกันภายในเวลาอันสั้น
         ปรัชญาของการลดภัยจากไฟไหม้   
                1. ควบคุมการลาม เพื่อให้ความรุนแรงของไฟมีน้อยที่สุด
                2. ส่งสัญญาณเตือนภัยแก่ผู้อาศัยในอาคารและหน่วยดับเพลิง
                3. การผจญไฟเบื้องต้นด้วยอุปกรณ์ดับเพลิงในอาคาร
                4. ลดปริมาณของควันพิษ ด้วยการมีระบบถ่ายเทควันที่ดีในอาคาร
                5. มีระบบทางหนีไฟที่มีประสิทธิภาพ
                6. จัดระบบไฟฟ้าฉุกเฉินสำหรับแสงสว่าง

                7. ออกแบบให้อาคารมีเสถียรภาพต่อไฟไหม้

         บทสรุป
           การออกแบบอาคารให้สามารถลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย จะต้องมีการวางแผนตั้งแต่การออกแบบ โดยวิศวกรจะต้องมีความ เข้าใจในธรรมชาติของการเกิดไฟไหม้ การเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับโครงสร้างของอาคาร การป้องกันการเสื่อมกำลังของโครงสร้างที่ เกิดจากอุณหภูมิที่เพิ่มมากขึ้น และการรักษาเสถียรภาพของโครงสร้างทั้งระบบ ถึงแม้ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งของโครงสร้างจะต้องสูญเสียไป
           การออกแบบอาคารจะต้องคำนึงถึงการจัดระบบเตือนภัย ระบบดับไฟอัตโนมัติเบื้องต้น ระบบป้องกันไฟลามภายใน การวางแผนทางหนี สำหรับผู้ติดอยู่ภายในอาคาร
           สิ่งเหล่านี้จะต้องเริ่มจากผู้ประกอบการที่มองการณ์ไกล เข้าใจภาษิตที่ว่า "เสียน้อยเสียมาก เสียมากเสียง่าย" เสียก่อน แต่จะได้ผลจริงต่อเมื่อได้เลือกผู้ร่วมงานที่มีจิตสำนึกที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารโรงงานและอาคารสาธารณะซึ่งมีผู้ใช้อาคารเป็น จำนวนมาก
           นอกจากนี้ วงการอุตสาหกรรมประกันภัยก็ควรจะมีบทบาทในการส่งเสริมให้อาคารที่ทำประกันต้องได้รับการออกแบบให้มี  ความเสี่ยงต่ออัคคีภัยน้อยลง และให้ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นมีเพียงจำกัด