บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ทั่วไป
หัวข้อสาระ


โครงสร้างแผนธุรกิจ สำหรับ SMEs
ชีวิต ความหวัง กำลังใจ (สาระการใช้ชีวิต)
ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่น
กินทุเรียนให้ปลอดภัย
อะไร ? คือ จีเอ็มโอ (GMOs)
ความลับของความหวาน
อีคิว-ความฉลาดทางอารมณ์
การเลือกซื้อปืนมือ2
Hostile Take Over
สัญญาณเตือนมะเร็ง
ความเป็นไปได้ ในการเกิดแผ่นดินไหว ในกรุงเทพ
ความรู้เรื่องไม้อัดพาร์ติเคล PARTICLE BOARD
วิธีถนอมสายตาสำหรับผู้ที่ทำงานหน้าคอม
สูตรคิดน้ำหนักร่างกายมาตรฐาน
คำศัพท์เกี่ยวกับหุ้น
รู้เรื่อง หยิน และ หยาง
ชาเขียว ความจริงที่คุณต้องรู้
การแพ้ยา
คอเคล็ดพราะตกหมอน
เคล็ดลับ .... ต่อต้านริ้วรอย
ประโยชน์จากการเข้าตลาดหลักทรัพย์
เครื่องดื่มผสมคาเฟอีน
ชาสมุนไพร ดื่มให้ดี มีประโยชน์
ประวัติการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ-หนองงูเห่า
หลักแพทย์แผนไทย การกินอาหารตามธาตุ
สารอาหารและประโยชน์ของ มะระ
การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)
กลิ่น...ใครว่าไม่สำคัญ
วิธีเลือกซื้อรองเท้า
ตู้เย็นทำงานอย่างไร
ข้อมูลบริการต่างๆ เกี่ยวกับบ้าน
สูตรกาแฟ
จะทำอย่างไรให้ฟันขาว
อยากเป็นคนเก่งต้องทำอย่างไร..." 7 Thinking method to be genius "
เบอร์โทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์
ขับปลอดภัยเมื่อฝนตก
เคล็ดลับในการรักษาสีรถให้สวยสดใส
บันทึกแด่ลูกรัก
ผลของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ บทเรียนจาก agentina
สาระและวิธีการทำ cocktail
สะพาน "โกลเด้นเกท Golden Gate"
วิธีผ่าแตงโม ให้แคะเมล็ดออกได้ง่าย
ระยะทางระหว่างจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย
คำคมจาก ขงเบ้ง
ข้อมูลที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานด้านวิศวกรรมและสถาปัตย์
นพมงคล : ๙ แนวทางสร้างความเจริญแก่ชีวิต รับปีใหม่
รวมแหล่งพัฒนาสมองและการพัฒนาการเด็ก
Risk Management เครื่องมือบริหารความเสี่ยง
พระราชดำริ 14 ข้อนักบริหารเพื่อส่วนรวม (ป๋าเปรมเน้นย้ำ)
ฟรี! โปรแกรม Free Downloads เพียบเลย..
เตือนตัวเอง ด้วยตัวเอง : คำคมและแง่คิดดีๆ
10 สถาปัตย์อัศจรรย์แดนมังกร
๖๐ ข้อคิดบันทึกไว้จากใจพ่อ
รู้จัก "แมวนางกวักโชคลาภ"
นิทาน เวตาล
ClipVDO ๙ คำพ่อสอน 20 ตอน
รวมเว็บไซท์ด้านช่าง
Download พระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน
ภาพอาหารน่ากิน
ท่าบริหารเพื่อ การเล่นcom นานๆ
ลิ้งค์น่าสนใจ
ปรัชญาจากหลอดยาสีฟัน
โยคะในที่ทำงาน บรรเทาอาการเมื่อยหลัง
ภูมิศาสตร์ ประเทศไทย
พระบรมราโชวาท
อาหารช่วยลด คอเลสเตอรอล
สูตรทำอาหาร .... น่ากิน...
ตำนานเกี่ยวกับต้นกำเนิดวันสงกรานต์
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
คู่มือเลี้ยงสัตว์
10 อันดับ รถที่แพงที่สุดในโลก
ภาพวาดน่าสนใจใน "วัดพระแก้ว"
สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน
10 ของอร่อยหากินยาก
เทศกาลไหว้พระจันทร์
เกษตรตามแนว "ทฤษฎีใหม่"
ที่สุดในโลก
สถาปัตยกรรมธรรมชาติ "ถ้ำ"
ประติมากรรมกรีก
เทพประตู หมึ่งซิ้ง - เทพมงคลจีน
ฮวงจุ้ย บ้านยากจน
ภาวะของแม่และพัฒนาการของทารกในครรภ์
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ
เทคนิคการสัมภาษณ์งาน
บริหารเวลาอย่างไร ให้มีเวลา ?
ทศชาติชาดก
โบท็อกซ์ (Botox): สวยด้วยยาพิษ
บัญญัติ 10 ประการ สู่ชีวิตยืนยาวและแข็งแรง
Good Idea ของผู้นำยุคใหม่ ...เพื่อการสร้างคน...
P+I =C สูตรเปลี่ยน "วัฒนธรรมองค์กร"
ต้องเหนือกว่าคู่แข่ง
ตามรอยพ่อ...อย่าง “พอเพียง”
ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”
การใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย
30 บาทรักษาทุกโรค
รวมคลิปของในหลวงในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ภาพหาดูยาก... ของในหลวง
คลิปโฆษณาที่อยากให้คนไทยได้ดู
มิเตอร์ไฟที่บ้านกับที่อพาร์ทเมนท์ ต่างกันตรงไหน?
แง่คิดจากผีเสื้อ
คติดีๆ...จากปู่เย็น
10 วิธีทำงานให้เจ้านายรัก
สนุกคิดคณิตศาสตร์
Cocoa Beach & Spa (Maldives)
ลดลงแต่กลับได้มากขึ้น
เปิดสมุดปกขาวค้นปมรถดับเพลิงฉาวของกทม.
เคล็ดลับฮวงจุ้ย 128 ข้อ
Autumn in Japan
น้ำพุเต้นระบำ
สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
เปิดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติบ้านจัดสรรรู้ทันข้อมูล-ไม่ลงทุนเกินตัว
เรื่องน่าหัดและ สิ่งที่น่าลอง
ขอเวลา 3 นาที่ก่อนฆ่าตัวตาย
สถาปนิก มีสาขาอะไรกันบ้าง...
การวางผังเมืองมีประโยชน์ยังงัย
แค่รถเล็กๆ ก็พอเพียง
หลัก 7 ประการในการบริหารแรงงาน
10 เคล็ดลับ เพื่อผูกใจพนักงานไว้กับองค์กร
ทำอย่างไร จึงจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร
แหล่งท่องเที่ยวรอบ"สุวรรณภูมิ"
วิธีการคิดและการกระทำของผู้นำแบบ CEO
ประเภทของการประกันภัยรถยนต์
ทำอย่างไรเมื่อรถหาย
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน...ทำอย่างไรดี
เวนคืนที่ดินตาบอด25จุดทั่วกรุง กทม.ออก"พ.ร.ฎ."-ของบฯสร้างปี"50
การจราจรใน ก.ท.ม. ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
ปาร์ติเกิลบอร์ด ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดการใช้ไม้
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
15 อันดับตึกสูง สวยๆ ของโลก
10 สิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจของประเทศจีน
สถาปนิก ต้องมีจรรยาบรรณอะไรบ้าง และแบ่งระดับชั้นกันอย่างไร?
เส้นทางเดินรถเชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิ 6 สาย
บริหารพื้นที่ออฟฟิศสไตล์โรงแรม
Bora Bora หมู่เกาะ "ไข่มุกแห่งแปซิฟิก"
38 มงคลชีวิต ยอดเยี่ยมจริงๆ
เคล็ดลับงานครัว
เทคนิคค้าปลีกที่คุณก็ทำได้
อาหารไทยในตลาดโลก
โยคะในที่ทำงาน บรรเทาอาการเมื่อยหลัง
อานิสงส์การทำบุญแบบต่างๆ
บทสวดมนต์ที่สำคัญ
ข้อบังคับจากการประปานครหลวงเกี่ยวกับมาตรวัดน้ำที่ผู้ใช้น้ำควรทราบ
รู้ทัน ลูกเล่น อู่-ช่าง-เซลส์
สภาวิศวกร : ผู้กำหนด "สเป็คส์" วิศวกรไทย
จรรยาบรรณวิศวกร ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จะพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างไรให้มีเสถียรภาพ
วันลอยกระทง
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(04/12/49)
จดหมายจาก “พ่อ” ถึง “ลูกชาย” ที่รัก
พระมหากษัตริย์ยอดนักปราชญ์ ๓๒ ปี แห่ง ... เศรษฐกิจพอเพียง
มหาราช มหาปราชญ์
ธรรมราชา ผู้ครองแผ่นดินโดยธรรม
พระราชาผู้เป็น "หนึ่งในโลก"
ฮวงจุ้ยแท้จริงคืออะไรกันแน่
เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำสุดในรอบ 5-6 ปี
ตะลึง! พบ “ทางด่วน” สมัยจิ๋นซีฮ่องเต้
วงจรชีวิต "ตลาดที่อยู่อาศัยไทย" กรณีศึกษา...ฟองสบู่ก่อตัว
เศรษฐกิจพอเพียง กับการพัฒนาคนและหนทางข้างหน้า
สี่ประเด็นปัญหา ของไทยที่ต้องพูดถึง
พรปีใหม่ 2550 จาก "ในหลวง"
เคล็ดลับการปรับฮวงจุ้ยสำหรับ ปีกุน 2550
เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ผิดเพศ
ฮวงจุ้ย...เสริมเลิฟ
ตรุษจีน : มงคลอาหารไหว้
ทำอย่างไรจึงจะเกิด "ความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร"
วิธีสร้างบุญบารมี (สมเด็จพระญาณสังวร)
ทำสปาที่บ้านด้วยตัวเอง
เมนูมงคลเทศกาลตรุษจีน
ภาวะอาหารเป็นพิษ
หลักการทรงงาน 10 ประการ ของในหลวง
ข้อเท็จจริงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับความอ้วน
หลัก 7 ข้อ ก่อนคุณจะซื้อรถยนต์
ภาษาอังกฤษที่คนไทยมักใช้ผิดๆ บางศัพท์ที่คุณไม่เคย Get
เสริมมงคล และตัวอย่างการแก้ไขฮวงจุ้ย
วิธีแก้เคล็ดเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นตามหลัก ฮวงจุ้ย
ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์
7 ท่านวดหน้าถนอมสายตา
ทำงานอย่างไรให้มีความสุข
ความรู้เกี่ยวกับ ศาลพระภูมิ
เตรียมรับมือ... น้ำท่วมโลก
เนิร์สเซอรี ที่พึ่งของพ่อแม่ยุคใหม่
จะทำอย่างไรถ้าบ้านคุณอยู่ตรงทางตัน
14 กลเม็ดง่ายๆ กู้วิกฤติโลกร้อน!
ลาวกับวิสัยทัศน์ “Battery of Asia”
วิธีการฟื้นเศรษฐกิจตกต่ำ
สัญญาณเตือนภัยที่ต้องจับตา ปี50
เปิดลายแทงเที่ยวสงกรานต์กรุงเทพมหานคร
เวียดนามลงทุน ไฮสปีดเทรนแสนล้านเสร็จใน 6 ปี
สงกรานต์ 4 ภาค...เสน่ห์แห่งความแตกต่าง
แคมเปญเช็คสาพรถต้อนรับสงกรานต์ 50
นางสงกรานต์ คำพยากรณ์...คติในตำนาน
ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์
5 เทคนิคฝึกสมองให้ฉลาด
นั่งสมาธิ..เพิ่มเนื้อที่สมอง
เริ่มต้นเป็น SMEs เขียนแผนธุรกิจแนวพอเพียง
รีสอร์ตเพื่อผู้พิการ
สามก๊กฉบับคนขายชาติ
ประวัติพระอริยสงฆ์
เครื่องดื่มสูตรเด็ดเคล็ดหุ่นสวย
ตำนาน ฮก ลก ซิ่ว
อิทธิพลศิลปะพม่า ในอาณาจักรล้านนา
น้ำมันไบโอดีเซล
น้ำมันแก๊สโซฮอล์
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
ข้อเปรียบเทียบ LPG & NGV
รูปกรุงเทพมหานครสมัยก่อน
เคล็ดการแก้ฝันบางส่วนตามตำราโบราณ
ซับไพร์มคืออะไร
คุ้มค่าหรือไม่ถ้าจะรีไฟแนนซ์บ้าน
ฟิล์มกรองแสง
15 อันดับตึกสูง สวยๆ ของโลก
สารพัดวิธีทำให้หนูน้อยอารมณ์ดี
เบอร์ดทรสำคัญเผื่อตังหายน่ะ
กฎเหล็ก 7 ประการ ในการเป็นผู้นำ
ต้นไม้เรืองแสง
กรีนบอร์ด วัสดุใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม
สถาปัตยกรรมร่วมสมัยบนเกาะบาหลี
เลือกดื่มอย่างไร ไม่ทำให้อ้วน
‘ซูเปอร์ซีเมนต์’ มิติใหม่วัสดุก่อสร้าง
ซื้อแฟรนไชส์อย่างไรไม่ให้ถูกหลอก
4โครงการลงศรีนครินทร์
เจาะลึก “คุณคะ” ยุทธวิธีแก้ภาพการบินไทย
ทิศทางการผลิตและราคาน้ำมันในอนาคต
เมื่อเกิดแผ่นดินไหว Earthquakes
30 วิธี ที่ช่วยให้ชีวิต "มีความสุข"ยิ่งขึ้น
"นาร์กิส" ธรรมชาติพิโรธ ถล่มพม่า!
มหัศจรรย์ “บุโรพุทโธ”
E85 และน้ำมันสารพัดชนิด
ชลบุรีใน อดีด พ.ศ. 2490 หรือเมื่อ 59 ปีที่ แล้ว
ที่มาของ "บะจ่าง"
ดูชัดๆ ไทยยกแผ่นดินพระวิหารให้เขมร!!
โอกาสไทยทวงคืน “ประสาทพระวิหาร” ย้อนดูคำประท้วงคำตัดสินของศาลโลก
สนพ. แนะวิธีใช้รถช่วงหน้าฝน
ตำนาน ฮก ลก ซิ่ว
พิธีการปูที่นอน
แสงอาทิตย์เปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร
คิดบวก ชีวิตบวก
“ยำเกสรชมพู่” ... เมนูเพื่อนสุขภาพ ตำรับพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ
น้ำมันไบโอดีเซล
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง
แผนที่โลกใหม่-น้ำท่วมโลกจริงหรือ?
รถพลังงานไฮโดรเจนของคนไทย
วิธีสร้างสมาธิ ในการทำงาน
2551 น้ำท่วมกรุงเทพฯ
รถบ้าน บ้านรถ
วิจัยพบ สวดมนต์ สมาธิ วิปัสสนา รักษาโรคได้
ภาพเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ภาพลาวาจากภูเขาไฟสวยๆ
MALDIVES เกาะในฝัน
ภาพข้างในปิรามิด..
รวมบทกวีปลุกพลังใจพันธมิตรฯ ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
THE PALM ISLANDS สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกอนาคตที่ดูไบ
ซานอัลฟองโซ เดล มาร์ สระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
10 อันดับ ต้นไม้มหัศจรรย์
ธนาคารที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ภัตตาคารบนต้นไม้ที่ญี่ปุ่น
ภัยจากสนามเด็กเล่น อันตรายใกล้ตัวที่ควรระวัง
วัดพระมหาแก้ว ใช้ขวดสร้าง 1.5 ล้านขวด
โบสถ์สแตนเลส แห่งเดียวในโลก
ไขปริศนาเลขบัตรประชาชนไทยทั้ง 13 หลัก
81 เรื่องของ “ในหลวง” ที่คนไทยควรรู้
ระบบกันขโมยที่เหมาะสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว
เคล็ดไม่รับการกันขโมย แบบง่าย
โครงการหมู่บ้านมี รปภ. อยู่แล้ว ควรติดสัญญาณกันขโมยหรือไม่ ?
สุดยอด...มหาวิหารชาวคริสต์
มาเพิ่มพลังสมองกันเถอะ
บ้านดิน "ถู่โหลว" ในฤดูใบไม้ผลิ
โอกาสทองในการซื้อบ้านมาหรือยัง?
เซาว์น่าอินฟราเรด
อยากรู้มั๊ย..ปั่นหุ้นเค้าทำกันอย่างไร!!
คู่มือการเลี้ยงลูกให้ได้ดี
สุดยอดสะพานสวย
เทศกาลซากุระ Sakura Festival
อีกประโยชน์หนึ่งของถุงพลาสติก
ขนมเค้กน่ารักๆ
10 อันดับเมฆที่หาดูได้ยาก‏
บ้านเคลื่อนที่ : Mobile-truck
ที่จอดรถใต้ดินแบบป็อปอัพ
แนวคิดรถบ้านเคลื่อนที่ "มินิ" สุดล้ำ "สะดวก สดใส ยืดหดได้"
พระกระแสดำรัสเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552
สุดยอด! ม.เทคโนโลยีสุรนารี สร้างเรือผ้าใบช่วยน้ำท่วม
วิธีตรวจเช็คไฟรั่วในน้ำอย่างง่าย
ขวดช่างไฟ .. เช็คไฟรั่ว ลองทำดูครับ ไม่ยากเลย

        พระมหากษัตริย์ยอดนักปราชญ์ ๓๒ ปี แห่ง ... เศรษฐกิจพอเพียง

หมวด : ทั่วไป    
จำนวนคนอ่าน 8771    

พระมหากษัตริย์ยอดนักปราชญ์ ๓๒ ปี แห่ง ... เศรษฐกิจพอเพียง

การพัฒนาประเทศ
จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
ต้อง สร้างพื้นฐาน
คือ ความพอมีพอกิน

"...พระปรีชาสามารถในการเป็นนักคิดของใต้ฝ่า ละอองธุลีพระบาท และคุณูปการต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้ นานาประเทศตื่นตัวในการปรับรูปแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืนภาย ใต้แนวคิดใหม่ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของใต้ฝ่าละอองธุลีพระ บาทที่มีประชาราษฎร์ที่ได้พระราชทานปรัชญา "เศรษฐกิจพอ เพียง" ซึ่งชี้ถึงแนวทางการพัฒนาที่เน้นความสมดุล ความพอ ประมาณ ความมีเหตุผล สำนึกในคุณธรรม และการมีภูมิคุ้มกันใน ตัวที่ดี พอที่จะต้านทานและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ต่างๆ จากกระแสโลกาภิวัตน์ ด้วยปรัชญาดังกล่าวนี้ สหประชา ชาติจึงมุ่งเน้นเพียรพยายาม และส่งเสริมการพัฒนาคน ให้ความ สำคัญต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นเป้าหมายศูนย์กลางใน การพัฒนา..."

คำกล่าวของ"นายโคฟี่ อานัน "ที่ได้กราบบังคม ทูลพระกรุณาสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณ ในกรณีที่ "พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นาย โคฟี่ เลขาธิการสหประชาชาติ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวาย "รางวัล ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์" (the UNDP Human Development Lifetime Achievement Award) เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน

ปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" สุดยอดแห่งปรัชญา เศรษฐกิจโลก ที่ขนาด"สหประชาชาติ"ยังต้องยกย่อง

อัน "เศรษฐกิจพอเพียง "นั้น "พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรง"มีพระราชกระแสรับสั่งมามากตั้งแต่ปี๒๕๑๗ แล้วซึ่งนั้น เท่ากับพระองค์ท่านได้มีพระราชดำริเกี่ยวกับ"เศรษฐกิจพอเพียง" มาแล้วก่อนหน้านี้ ๓๒ปี

โดยกระแสพระราชดำรัสมีใจความสำคัญว่า

"การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้อง สร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่ เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูก ต้องตามหลักวิชา"

"ความพอมีพอกิน" ที่พระองค์ท่านดำรัสก็คือรากแก้ว ของปรัชญา"เศรษฐกิจพอเพียง"นั้นเอง

จากปี๒๕๑๗ เป็นต้นมา พระองค์ท่านก็พยายามสอน พลเมืองของพระองค์ให้ตระหนักถึงสภาวะการ"ความพอมีพอกิน" แต่ทว่าการรับรู้และการน้อมนำเอาไปปฎิบัติยังไม่ลึกซึ้งถึงแก่น ปรัญชา "เศรษฐกิจพอเพียง"

ต่อมาพระองค์ทรงนำเสนอ "ทฤษฎีใหม่" เป็นครั้งแรก ในปี ๒๕๓๗ เพื่อให้เกษตรกร สามารถสร้างภูมิคุ้มกัน ทางเศรษฐกิจ และปรับ เปลี่ยนการผลิต เพื่อลดทอนความเสี่ยง อันเกิดจาก ความแปรปรวนทางธรรมชาติ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ และ เพื่อให้เกษตรกรยืนอยู่บนขาของตนเอง

ทว่าคนไทยในห้วงนั้นยังไม่ซึมซับปรัชญาของพระองค์ ที่เป็นการขยายความเพิ่มเติมของปรัชญา"เศรษฐกิจพอเพียง"

ในห้วงนั้นคนไทยยังหลงไปกับระบบ"ทุนนิยม"บวกกับ กับเศรษฐกิจของประเทศไทยเฟื่องฟูสุดๆ ยิ่งในสมัย"น่าชาติ- ชาติชาย ชุญหวัข"อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เปลี่ยน"สนามรบเป็น สนามการค้า"ยิ่งทำให้เศรษฐกิจบ้านเราเติบโต แต่เป็นการเติบโต แบบฟองสบู่ ข้างในกลวง

จนในที่สุดลูกโป่งเศรษฐกิจก็ถึงคราวแตกลงในปี ๒๕๔๐ เมื่อรัฐบาล"ลอยค่าเงินบาท" ทำให้เกิดการล่มสลายของ เศรษฐกิจในภาพรวม มีผู้คนต้องประสบปัญหาอย่างหนัก เป็นหนี้ เป็นสิน บางรายหนักถึงฆ่าตัวตายหนีปัญหา

ในช่วงนั้นเองในหลวงพ่อของแผ่นดินก็รับรู้ถึงปัญหา" วิฤกตชาติ"อันหนักอึ้งของประชาชนของพระองค์ โดยระองค์ท่าน ทรงไม่นิ่งดูดาย ทรงหาหนทางที่จะช่วยเหลือบรรเทาคงวามทุกข์ ยากของราษฎร

ท่านทางมีพระราชดำรัส เรื่อง ""เศรษฐกิจพอเพียง" เมื่อวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ หลักใหญ่ใจความ มีอยู่ว่า " การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจ แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง "

ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะ ต้องผลิตอาหารของตัว จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไปแต่ ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอจะต้องมีความพอเพียงพอสมควรบาง สิ่งบางอย่างที่ผลิตได้ มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายใน ที่ไม่ห่างไกลเท่าไร ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก

อย่างนี้ท่านนักเศรษฐกิจต่างก็มาบอกว่าล้าสมัย จริง อาจจะล้าสมัยคนอื่นเขาต้องมีเศรษฐกิจที่ต้องมีการแลกเปลี่ยน เรียกว่า เศรษฐกิจการค้า ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง เลยรู้สึกว่าไม่ หรูหรา แต่เมืองไทยเป็นประเทศที่มีบุญอยู่ว่าผลิตให้พอเพียงได้

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของ "เศรษฐกิจแบบค้าขาย" ภาษาฝรั่งเขาเรียก TRADE ECONOMY ไม่ใช่ "แบบพอเพียง" ซึ่งฝรั่งเรียก SELF-SUFFICIENT ECONOMY ที่ไหนทำแบบ SELF-SUFFICIENT ECONOMY คือเศรษฐกิจแบบพอเพียงกับตัว เอง เราก็อยู่ได้ ไม่ต้องเดือดร้อน

ที่พูดกลับไปกลับมาในเรื่องการค้า การบริโภค การ ผลิต และการขายนี้ ก็นึกว่าท่านทั้งหลายกำลังกลุ้มใจ ใน วิกฤตการณ์ ตั้งแต่คนที่มีเงินน้อย จนกระทั้งคนมีเงินมาก ล้วน เดือดร้อน แต่ถ้าสามารถที่จะเปลี่ยนไป ทำให้กลับเป็นเศรษฐกิจ แบบพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมด แม้แค่ครึ่งก็ไม่ต้อง อาจจะสักเศษ หนึ่งส่วนสี่ ก็จะสามารถอยู่ได้ การแก้ไขอาจจะต้องใช้เวลา ไม่ใช่ ง่ายๆ โดยมากคน ก็ใจร้อน เพราะเดือดร้อน แต่ว่าถ้าทำตั้งแต่ เดี๋ยวนี้ก็สามารถที่จะแก้ไขได้ ที่จริงในที่นี้ก็มีนักเศรษฐกิจต่างๆ ก็ควรจะเข้าใจที่พูดไปดังนี้

วิธีแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบัน ทางหนึ่งวิธีหนึ่งสมัยนี้ เป็นสมัยที่พูดกันได้ว่า "โลกาภิวัตน์" ก็จะต้อง "ทำตาม" ประเทศอื่นด้วย เพราะว่าถ้าไม่ทำตามประเทศอื่นตามคำสัญญาที่ มีไว้เขาอาจจะไม่พอใจ ทำไมเขาจะไม่พอใจ ก็เพราะว่าเขาเองก็ มีวิกฤตการณ์เหมือนกัน การที่ประเทศใกล้เมืองไทยในภูมิภาคนี้มี วิกฤตการณ์ด้วย ก็ทำให้เรา ฟื้นจากวิกฤตการณ์นี้ยากขึ้นและไม่ ใช่เฉพาะประเทศที่อยู่ในภูมิภาคนี้ แม้แต่ประเทศที่ดูยังเจริญ รุ่งเรืองดี ก็รู้สึกว่าจะกำลังเดือดร้อนขึ้น เพราะว่าถ้าไม่แก้ไข วิกฤตการณ์ในมุมไหนของโลก ส่วนอื่นของโลกก็จะต้อง เดือด ร้อนเหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องพยายามอุ้มชูประชาชนให้ได้มีงานทำ มีรายได้ ก็จะสามารถผ่านวิกฤตการณ์

"แต่ถ้าทำแบบที่เคยมีนโยบายมา คือผลิตสิ่งของทาง อุตสาหกรรมมากเกินไป ก็จะไม่สำเร็จ โดยที่ในเมืองไทย ตลาด ยังมีน้อยลง เพราะคนมีเงินน้อยลง"

"ที่เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นมาก็เพระาว่าขยายการผลิตมาก เกินไป และไม่มีใครซื้อ เพราะไม่มีใครมีเงินพอที่จะซื้อต้องถอย หลังเข้าคลอง จะต้องอยู่อย่างระมัดระวังและต้องกลับไปทำ กิจการที่อาจจะไม่ค่อยซับซ้อนนัก คือใช้เครื่องมืออะไรที่ไม่หรูหรา มีความจำเป็นที่จะถอยหลัง เพื่อที่จะก้าวหน้าต่อไปถ้าไม่ทำอย่าง ที่ว่านี้ ก็จะแก้วิกฤตการณ์นี้ยาก"

หลังจากที่พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสแล้วมีการ ขานรับนำแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติกันหลายหน่วย งานโดยเฉพาะ"สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ "ซึ่งมีหน้าที่หลักในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ได้นำ "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" มา เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบาย วางแผน และทำแผนปฏิบัติ การในทุกระดับ อีกทั้งเพื่อให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจที่ถูกต้องและ ตรงกัน ตลอดจนเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตที่ดีของคนในชาติ เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ

แต่ทว่ายังมีหลายคนตีความไปว่า" เศรษฐกิจพอเพียง "นั้นคือการพึ่งพาตนเอง และพาลสรุปไปเป็นแนวทางการดำเนิน ชีวิตที่แยกตัวจากระบบตลาด หรือเศรษฐกิจโลกอย่างเด็ดขาดไป เลย

ในปีต่อมา(๒๕๔๑)พระองค์ท่านได้ทรงดำรัสถึง เศรษฐกิจพอเพียงอีกครั้ง ซึ่งในครานี้ กระแสพระราชดำรัสได้ช่วย ให้พสกนิกรได้มีความเข้าใจที่ดีขึ้น เห็นอย่าชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า แนวคิดของท่านนั้น หมายถึงอะไร

"..แต่ความจริงเศรษฐกิจพอเพียงนี้ กว้างขวางกว่า Self-sufficiency. คือ Self-sufficiency นั้นหมายความว่า ผลิต อะไรที่มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอซื้อคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง (พึ่ง ตนเอง)… … แต่พอเพียงนี้มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก คือคำว่าพอก็เพียงพอ เพียงนี้ก็พอดังนั้นเอง. คนเราถ้าพอใน ความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียด เบียนคนอื่นน้อย. ถ้าทุกประเทศมีความคิด - อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ - มีความคิดว่า ทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข. พอเพียงนี้อาจ จะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคน อื่น. ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็ พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง…. ถ้า (หากต้องการเบียดเบียน) อย่างนั้นก็เดือดร้อนกันแน่ เพราะว่าอึดอัด จะทำให้ทะเลาะกัน. เมื่อมีการทะเลาะกัน ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย….. จากการ ทะเลาะด้วยวาจาก็กลายเป็นการทะเลาะด้วยกาย ซึ่งในที่สุดก็นำ มาสู่ความเสียหาย เสียหายแก่ผู้ที่เป็นตัวละครทั้งสองคน. ถ้าเป็น หมู่ก็เลยเป็นการตีกันอย่างรุนแรงได้ ซึ่งจะทำให้คนอื่นอีกมาก เดือดร้อน…. ฉะนั้น ความพอเพียงนี้ก็แปลว่า ความพอประมาณ และความมีเหตุผล"

ทั้งนี้เมื่อพิเคราะห์ดูให้ดีขะพบว่า "เศรษฐกิจพอเพียง "จะเป็นปรัชญาธรรมอย่างแท้จริง เป็นธรรมของพระพุทธเจ้า องค์ ธรรมหนึ่งของ" ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์" คือ" สมชีวิตา" แปลว่า " มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม"

คือ รู้จักกำหนดรายได้และรายจ่ายเลี้ยงชีวิตแต่พอดี มีรายได้มากใช้น้อย มีรายได้น้อยใช้น้อย ต้องมีรายได้สูงกว่าราย จ่ายเสมอ (ไม่เป็นหนี้สิน) รายรับส่วนที่เหลือให้เก็บรวบรวมสะสม ไว้ให้มากยิ่งๆ ขึ้นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ภายหน้า ยึดหลักการ ดำเนินชีวิตตามทางสายกลาง คือ" มัตถยัสถ์ "ไม่เอียงไปในทาง ส่วนสุดข้างหนึ่งข้างใด คือ ตระหนี่ หรือ ฟุ่มเฟือย มาประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสม ทั้งให้หมั่นพัฒนาตนเองให้เกิดปัญญารู้จักทรัพยากร ธรรมชาติที่เกี่ยวข้องในการดำเนินชีวิตประจำวันของตน

"เศรษฐกิจพอเพียง "นั้น เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการ ดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบ ครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหาร ประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง

โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลก ยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมี เหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอ สมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้ง ภายนอกและภายใน

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทรงตรัสว่า คำว่า "พอ เพียง" ในที่นี้หมายถึง "พอมีพอกิน" และ "พอมีพอกิน" ก็หมาย ความว่า เศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง ถ้าแต่ละคนมีพอมีพอกินก็ใช้ได้ ยิ่งถ้าทั้งประเทศพอมีพอกินก็ยิ่งดี ประเทศไทยสมัยก่อนพอมีพอ กิน มาสมัยนี้อิสระ ไม่มีพอมีพอกิน จึงจะต้องเป็นนโยบายที่จะทำ เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อที่จะให้ทุกคนพอเพียงได้ พอเพียงนี้ก็ หมายความว่า มีกิน มีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ

ทั้งยังทรงเปรียบเทียบคำว่า พอเพียง กับคำว่า "Self- Sufficiency" ที่หมายความว่า ผลิตอะไร มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไป ขอยืมคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง หรือเรียกว่ายืนบนขาของตัวเอง คนเราถ้าพอใจในความต้องการมันก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความ โลภน้อยก็เบียดเบียนผู้อื่นน้อย ถ้าประเทศใดมีความคิดอันนี้ มี ความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ซื่อ ตรง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข

ฉะนั้น ความพอเพียงก็แปลว่าความพอประมาณและ ความมีเหตุผล เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูก ตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้ สิ่งก่อสร้างจะอยู่มั่นคงได้ก็อยู่ที่ เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็ม และลืมเสาเข็มเสีย ด้วยซ้ำไป

"เศรษฐกิจพอเพียง"เป็นเศรษฐกิจของทุกคนทุกอาชีพ ทั้งที่อยู่ในเมืองและอยู่ในชนบท เช่น ผู้ที่เป็นเจ้าของโรงงาน อุตสาหกรรมและบริษัท ถ้าจะต้องขยายกิจการเพราะความเจริญ เติบโตจากเนื้อของงาน โดยอาศัยการขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อย ไป หรือหากจะกู้ยืมก็กระทำตามความเหมาะสม ไม่ใช่กู้มาลงทุน จนเกินตัวจนไม่เหลือที่มั่นให้ยืนอยู่ได้

เมื่อภาวะของเงินผันผวน ประชาชนก็จะต้องไม่ใช้จ่าย ฟุ่มเฟือยเกินตัว สำหรับเกษตรกรนั้นก็ทำไร่ทำนา ปลูกพืชแบบ ผสมผสานในที่แห้งแล้งตามแนว "ทฤษฎีใหม่" ได้สำเร็จ หากไม่ มีความพอประมาณในใจตน นึกแต่จะซื้อรถปิคอัพคันใหม่ หรือ เครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ อยู่ร่ำไป ก็ย่อมไม่ถือว่าประพฤติ ตนอยู่ในระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ

เศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นพระราชดำรัสที่พระราชทาน ให้ประชาชนดำเนินตามวิถีแห่งการดำรงชีพที่สมบูรณ์ เป็น วิถีชีวิต ไทยที่ยึดเส้นทางสายกลางของความพอดี คือ

ความพอดีด้านจิตใจ : ต้องเข้มแข็ง สามารถพึ่งตน เองได้ มีจิตสำนึกที่ดี เอื้ออาทร ประณีประนอม นึกถึงผล ประโยชน์ส่วนรวม

ความพอดีด้านสังคม : ต้องมีความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน รู้จักผนึกกำลัง และที่สำคัญมี กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากฐานรากที่มั่นคงและแข็งแรง

ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สูงสุด และที่สำคัญใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อพัฒนา ประเทศให้มั่นคงอยู่เป็นขั้นเป็นตอนไป

ความพอดีด้านเทคโนโลยี : รู้จักใช้เทคโนโลยีที่ เหมาะสมให้สอดคล้องกับความต้องการ และควรพัฒนา เทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชาวบ้านของเราเอง และสอดคล้องเป็น ประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมของเราเอง

ความพอดีด้านเศรษฐกิจ : เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิตอย่างพอควร พออยู่ พอกิน สมควรตามอัตตภาพ และ ฐานะของตน

สำหรับในภาคอุตสาหกรรม พระองค์ทรงตรัสว่า ก็ สามารถนำ "เศรษฐกิจพอเพียง" มาประยุกต์ใช้ได้เหมือนกันคือ เน้นการผลิตด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง และไม่ควรทำ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่เกินไป เพราะหากทำอุตสาหกรรมขนาด ใหญ่ ก็จะต้องพึ่งพิงสินค้าวัตถุดิบและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อนำมาผลิตสินค้า เราต้องคำนึงถึงสิ่งที่มีอยู่ในประเทศก่อน จึง จะทำให้ประเทศไม่ต้องพึ่งพิงต่างชาติอย่างเช่นปัจจุบัน ดังนั้น เราจะต้องช่วยเหลือประเทศให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นการช่วย ลด ปัญหาการนำเข้าวัตถุดิบ และชิ้นส่วนที่เรานำมาใช้ในการผลิต ให้เป็นลักษณะพึ่งพา ซึ่งมีมาแล้วเกือบ ๒๐ ปี แต่ทุกคนมองข้าม ประเด็นนี้ไป ตลอดจนได้รับผลจากภายนอกประเทศทำให้ ประชาชนหลงลืม และมึนเมาอยู่กับการเป็นนักบริโภคนิยม รับเอา ของต่างชาติเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว และรวดเร็วจนทำให้เศรษฐกิจ ของไทยตกต่ำ

"ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา"ผู้อำนวยการสำนัก งานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เคยปาฐกถาพิเศษ เรื่อง " ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง" ไว้ว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับสั่งเกี่ยวกับปรัชญานี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ แต่ประชาชน เริ่มมาสนใจมากขึ้นหลังจากเกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจในปี พ.ศ.๒๕๔๐ คือในช่วงแรก ๒๐ กว่าปีนั้น ความสนใจก็มีการรับรู้ แต่ว่าความสนใจนั้นอาจจะไม่มากนัก จนกระทั่งเกิดวิกฤตใน เศรษฐกิจในปี ๒๕๔๐ เมื่อนั้นความสนใจก็มีมากขึ้น จนกระทั่ง ทางสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผมขอ อนุญาตเรียนสั้นๆ ว่าสภาพัฒน์ฯ ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการวาง แผนประเทศ ก็ได้อัญเชิญปรัชญามาเป็นหลักกำหนดทิศทางการ พัฒนาสำหรับตั้งแต่แผน ๙ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๒ ในการที่อัญเชิญ ปรัชญามาเป็นหลัก "

ในที่สุดก็มีการขอพระราชทานคำนิยามของปรัชญามา คือเป็นปัญหาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มีอยู่ว่า คนเข้าใจคำว่าปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงต่างๆ กัน พอจะมาพูดคุยว่าจะเอาไปประยุกต์ ใช้อย่างไร บางทีต้องใช้เวลากันทั้งวันถกเถียงกันว่า ความหมาย แปลว่าอะไร ในที่สุดทางสภาพัฒน์ฯ ได้ดำเนินการขอพระราช ทานคำนิยามออกมาประกอบด้วย ๓ หลักกับ ๒ เงื่อนไข

หลักที่ ๑ คือหลักของการเดินสายกลาง ไม่สุดโต่ง หลักที่ ๒ คือใช้ความรู้และเหตุผลในการตัดสินใจ คือแทนที่จะใช้ อารมณ์หรือตัดสินใจปัจจุบันทันด่วน อาศัยความรู้ และเหตุผลใน การตัดสินใจ นี่คือหลักที่ ๒ ส่วนหลักที่ ๓ คือการมีภูมิคุ้มกันจาก การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ โดยเฉพาะจากปัจจัยที่มีการเปลี่ยนแปลง ที่อยู่นอกเหนืออิทธิพลของเรา การมีภูมิคุ้มกันจากการเปลี่ยน แปลงต่าง ๆ ตรงนี้ สรุปสั้น ๆ คืออย่างเสี่ยงเกินไป อย่าเล็งผลเลิศ เกินไป อย่าโลภเกินไป เพราะว่าถ้าทำอะไรไปโดยหวังว่า ทุกอย่างมันจะดีหมด บางทีเหตุการณ์ข้างนอก ซึ่งอยู่เหนือ อิทธิพลของเรา อาจจะทำให้ผิดพลาดได้ และผลกระทบที่เกิดกับ เรา อาจจะทำให้ถึงกับล้มไปก็ได้ ฉะนั้นทำอะไรไปขอให้นึกถึงว่า เหตุการณ์บางอย่างอาจจะไม่ดี ถึงแม้มีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น เราก็ยังพออยู่รอดได้ ก็เป็นเรื่อง ๓ หลักด้วยกัน ที่ใช้ควบคู่กันไป ต้องใช้พร้อมๆ กันไป ๓ หลัก

ส่วน ๒ เงื่อนไข ได้แก่ เงื่อนไขที่ ๑ คือคุณธรรม ผู้ที่ ปฎิบัติหรือผู้ที่ตัดสินใจนั้นควรจะตัดสินใจด้วยคุณธรรม เช่น ความซื่อสัตย์ ความเพียร ความอดทน พูดง่ายๆ คืออย่าไปนั่งงอ มือ งอเท้า แล้วหวังว่าทุกอย่างมันจะเกิดขึ้นมาอย่างดี หลายๆ อย่างนั้น ไม่ใช่เกิดขึ้นมาจากการทำอะไรง่าย ๆ เป็นเรื่องที่ต้อง อาศัยความเพียร แต่มีความซื่อสัตย์ เรียกว่าไม่ทำอะไรแบบอยาก ได้ผลเร็ว ๆ เขาเรียกว่า ตัดมุม หรือ Cut corner ขอให้ทำอะไร ด้วยความซื่อสัตย์ คนเขาเห็นความซื่อสัตย์ ตัวเองก็จะได้รับผล จากการที่มีคนเชื่อถือ

เงื่อนไขที่ ๒ อันนี้อาจจะดูแปลกสักนิด แต่ว่าคิดแล้ว เป็นเรื่องที่ดี คือ ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง ไม่ใช่เป็นความรู้จากตำราเฉย ๆ แต่เป็นความรู้ที่ได้มาจากการ อาจจะมีประสบการณ์ อาจจะอาศัยความรอบคอบ ระมัดระวัง พร้อม ๆ กันไปด้วย

การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรฐกิจพอเพียงนั้น ไม่ใช่ สูตรสำเร็จ ไม่สามารถเอามาใช้ได้เป็นสูตรสำเร็จทุกแห่งไปหมด แต่แท้ที่จริงนั้นต้องเอาไปใช้ภายใต้สภาวการณ์ ที่มีความหลาก หลายเป็นอย่างยิ่ง คำที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ใช้ก็คือ "ภูมิสังคม" แต่ละพื้นที่ แต่ละสังคม อยู่ในสถานะที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น ไปประยุกต์ใช้ ต้องคำนึงถึงภูมิสังคมด้วย

บางทีเราอาจจะได้ยินเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รับสั่งถึงทฤษฎีใหม่ของท่านว่า เป็นเรื่องของการไปแบ่งนา ออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งปลูกข้าว อีกส่วนหนึ่งสร้างบ้านเรือน อีกส่วนหนึ่งทำนาผสมผสาน แต่ว่าอาจจะน้อยคนที่ไปอ่านจริงๆ ว่า ใน text หรือในสิ่งที่ท่านได้เขียนออกมา ท่านบอกว่าคุณภาพชีวิต หรือเรียกว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยความรู้ และการศึกษา การสาธารณสุขด้วย

ยังมีอีก ๒ พระราชดำรัส ที่สามารถใช้ควบคู่ไปกับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

"คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อ มีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด ว่าทำอะไรต้องพอเพียงหมายความว่าพอประมาณไม่สุดโต่ง ไม่ โลภอย่างมาก คนเราก็จะอยู่เป็นสุข"

"เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเสมือนรากฐานของชีวิต ราก ฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็ม ที่ถูกตอกรอง รับบ้านเรือนอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมาก มองไม่เห็นเสาเข็ม และลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป"

...นับจากปี๒๕๑๗มาจวบจบปี๒๕๔๙....๓๒ปีที่"เศรษฐกิจ พอเพียง"ของพระองค์ อยู่คุ่กับสังคมไทยมาโดยตลอด และไม่ เพียงที่"เศรษฐกิจพอเพียง"จะใช้นำมาปฎิบัติเฉพาะประเทศไทย เท่านั้น

แนวทางนี้เป็น"ทางออก"ของ "เศรษฐกิจโลก " ด้วย..."แฮร์รี ชัท (Harry Shutt) "ผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ ปัญหาของเศรษฐกิจโลก กล่าวอย่างขัดเจนเมื่อปี๒๕๔๒ว่า "ทุน นิยม" ที่เน้นแต่มุ่งผลกำไรมากที่สุด ได้ถึงทางตันแล้ว จำเป็น ต้องแสวงหาวิถีทางใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาของเศรษฐกิจโลก

นั้นแปลว่า"เศรษฐกิจแบบทุนนิยม"ที่ปักธงมุ่งแสวง หากำไรอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้น เหมือนเป็นก่ารส่งเสริม กิเลส- ความโลภของมนุษย์ ต้องยึดถือ "ความโลภ" เป็นสรณะนั้นกำลัง เดินทางมาสุดทางแล้ว

แม้ว่า "ทุนนิยม"จะแลกมาด้วย"ความร่ำรวย" แต่ทว่า ที่ผ่านมาพบว่า"ความมั่งคั่ง"กระจุกตัวอยู่ในบรรดาอภิมหาเศรษฐี ไม่กี่ครอบครัวส่วนคนชั้นล่าง พลเมืองขั่นสองก็ยังรักษาระดัย" ความจน"ๆได้อย่างหนาแน่น เป็นวงจร"รวยกระจุก-จนกระจาย"

ซึ่ง"วิถีทางใหม่ "นั้นก็คือ"วีถีทางเศรษฐกิจพอเพียง" ที่มีกลไกในการรักษาเยียวยาเศรษฐกิจโลกได้

ในภาพรวมของประเทศไทยนั้นเป็นที่ทราบกันว่า " คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ"ได้ชูประเด็น " เศรษฐกิจพอเพียง" ตามแนวปรัชญา ของ"พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว"เพื่อเป็นแนวทางหลักของการพัฒนาประเท ในแผน พัฒนาฉบับที่ ๑๐ ซึ่งก็น่าจะทำให้ประเทศเดินถูกทางขึ้น

การที่ปรัชญาแนวคิด"เศรษฐกิจพอเพียง"ของ พระองค์นั้นจะกลายเป็นแนวคิดปร้ชญา"เศรษฐกิจโลก " เป็น" ทฤษฎีใหม่ของโลก" เป็น"ทางออกของโลก"นั้นบ่งบอกถึงพระ อัจฉริยพภาพและความมีพระมหากรถณาธิคุณต่อชีวิตพสกนิกร คนไทยทั้งแผ่นดิน รวมไปถึงข้าแผ่นดินทุกคนพร้อมใจกันถวาย การเชิดชูสดุดีพระเกียรติ์ของพระองค์เป็นอย่างสูง

นอกจากนี้เมื่อถึงครั้งที่ประเทศเกิด"วิฤกตการณ์"อะไร ก็ตาม ไม่ส่าจะเป็นวิฤกตการเมือง วิฤกตเศรษฐกิจ พระองค์จะ ทรงเป็นห่วงเป็นใยออกมาให้ข้อคิด เตือนสติ เสนอแนะ ทำให้คลี่ คลายสถานการณ์ให้ลุล่วงไปได้ทุกครั้ง

..จะเห็นได้ว่าตลอด๖๐ปีแห่งการครองราชย์ของจอม ราชันนั้นได้รู้ซึ่งถึงปัญหาต่างๆของประเทศและของโลกได้เป็น อย่างดี และด้วยความเป็น๓๒ปี แห่งการก่อกำเนิด"เศรษฐกิจพอ เพียง" ปรัชญาหรือทฤษฎีใหม่ของโลกที่ได้รับการยอมรับทั้งใน ประเทศไทยและสากระดับ"องค์กรสหประชาฃาติ"ยังประกาศสดุดี เฉลิมพระเกียรติคุณถวายแด่พระองค์ท่าน

จึงมิควรอย่างยิ่งที่จะให้พระเกียรติ์ต้องถูกหมิ่น หรือ ทำให้ถูกเข้าใจผิดด้วยถ้อยคำ หรือการถูกกล่าวอ้าง พาดพิงใน ทำนองว่า"สถาบันพระมหากษิตริย์" เกี่ยวข้องกับการเมืองใดๆ หรือการปฎิวิติยึดอำนาจเมื่อ ๑๙ ก.ย. ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา

ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้!!

เพราะผู้ที่จะสามารถที่จะค้นคิดปรัชญาแบบ" เศรษฐกิจพอเพียง" ที่ถือว่าเป็น"ทางออก"ของโลกได้นั้น มีแต่ ปราชญ์หรือ"มหาปราชญ์"ที่เป็นเอกอัคตะทุกเรื่องเท่านั้นที่ สามารถทำได้

และผู้ที่เป็น"จอมปราชญ์"ย่อมจะไม่คิดอะไรสั้นๆ หรือแก้ปัญหาอะไรให้เสร็จแบบรวบรัด ง่ายๆ โดยไม่คิดคำนึงถึง ความเป็นไปของสังคม ประเทศชาติและของโลกอย่างแน่นอน

"พระมหากษัตริย์ยอดนักปราชญ์"...ขอทรงพระเจริญ

ประมวลพระบรมราโชวาท-พระราชดำรัส ที่เกี่ยวข้องกับ"เศรษฐกิจพอเพียง"

จากพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระองค์ นับตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ เป็นต้นมา จะพบว่าพระองค์ท่านได้ทรงเน้นย้ำ แนวทางการพัฒนาที่อยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง ความพอมี พอกิน พอมีพอใช้ การรู้จักความพอประมาณ การคำนึงถึงความมี เหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว และทรงเตือนสติประชาชน คนไทยไม่ให้ประมาท ตระหนักถึงการพัฒนาตามลำดับขั้นตอนที่ ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตลอดจนมีคุณธรรมเป็นกรอบในการ ดำรงชีวิตซึ่งทั้งหมดนี้เป็นที่รู้กันภายใต้ชื่อว่า" เศรษฐกิจพอเพียง "

ปี ๒๕๑๗.."…ในการพัฒนาประเทศนั้นจำเป็นต้องทำ ตามลำดับขั้น เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของ ประชาชนก่อน ด้วยวิธีการที่ประหยัดระมัดระวัง แต่ถูกต้องตาม หลักวิชา เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว จึงค่อยสร้างเสริม ความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป การถือหลักที่จะส่งเสริม ความเจริญ ให้ค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับ...ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และประหยัดนั้น ก็เพื่อป้องกันความผิดพลาดล้มเหลว และเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จได้แน่นอนบริบูรณ์" (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๗

"…ทั้งนี้ คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทย ล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งที่สมัยใหม่ แต่เรา อยู่พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทย พออยู่พอกิน มีความสงบ และทำงานตั้งจิตอธิษฐาน ตั้งปณิธาน ในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยอยู่ แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะ รุ่งเรืองอย่างยอด แต่มีความพออยู่พอกิน มีความสงบ เปรียบ เทียบกับประเทศ อื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็ จะยอดยิ่งยวดได้ ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้กำลังตก กำลังแย่ กำลังยุ่ง เพราะแสวงหาความยิ่งยวด ทั้งในอำนาจ ทั้งในความ ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ทางอุตสาหกรรม ทางลัทธิ ฉะนั้นถ้าทุก ท่านซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความคิด และมีอิทธิพล มีพลังที่จะทำให้ผู้ อื่นซึ่งมีความคิดเหมือนกัน ช่วยกันรักษาส่วนรวมให้อยู่ดีกินดีพอ สมควร ขอย้ำ พอควร พออยู่พอกิน มีความสงบ ไม่ให้คนอื่นมา แย่คุณสมบัตินี้จากเราไปได้ ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวรที่จะมี คุณค่าอยู่ตลอดกาล…" (พระราชดำรัส เมื่อ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๗ )

ปี๒๕๑๘..."ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมิได้หมายถึง ระบบเศรษฐกิจปิด ที่ไม่เกี่ยวข้องกับใคร ไม่ค้าขาย ไม่ส่งออก ไม่ผลิตเพื่อคนอื่น แต่เป็นแนวคิดที่เน้นการพัฒนาอย่างเป็นขั้น ตอนบนรากฐานที่เข้มแข็งโดยชี้ให้ใช้หลักการตนเป็นที่พึ่งของตน เองให้ได้ก่อน จากนั้นจึงพัฒนาตนเองเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถเป็นที่พึ่งแก่ผู้อื่นได้ และนำไปสู่สังคมที่มีการเกื้อกูลซึ่ง กันและกันได้ในที่สุด พอมีพอกินเป็นขั้นที่หนี่ง ขั้นต่อไปให้มี เกียรติยืนด้วยตนเอง ขั้นที่สามให้นึกถึงผู้อื่น" (พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่สมาชิกสหกรณ์การเกษตรหุบ กระพง ๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๘)

ปี๒๕๒๒..."วิถีทางดำเนินของบ้านเมืองและของ ประชาชนทั่วไป มีความเปลี่ยนแปลงมาตลอดเนื่องมาจากความ วิปริตผันแปรของวิถีแห่งเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและอื่นๆของ โลก ยากยิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้ จึงต้องระมัดระวัง ประคับ ประคองตัวเรามากขึ้นโดยเฉพะเรื่องการเป็นอยู่โดยประหยัด เพื่อ ที่จะอยู่ให้รอดและก้าวหน้าต่อไปโดยสวัสดี" (พระบรมราโชวาท พระราชทานโอกาสขึ้นปีใหม่ ๒๕๒๒)

ปี๒๕๒๓..."การจะพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างให้เจริญนั้นจะ ต้องสร้างและเสริมขึ้นจากพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ก่อนทั้งสิ้น ถ้าพื้น ฐานไม่ดีหรือคลอนแคลนบกพร่องแล้ว ที่จะเพิ่มเติมเสริมต่อให้ เจริญขึ้นไปอีกนั้น ยากนักที่จะทำได้ จึงควรจะเข้าใจให้แจ้งชัดว่า นอกจากจะมุ่งสร้างความเจริญแล้ว ยังต้องพยายามรักษาพื้นฐาน ให้มั่นคง ไม่บกพร่อง พร้อมๆกันไปด้วย" (พระบรมราโชวาท ๑๐ ก.ค.๒๕๒๓)

ปี๒๕๓๗..."ทฤษฏีใหม่ หลักมีว่าแบ่งที่ดินเป็นสามส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นที่สำหรับปลูกข้าวอีกส่วนหนึ่งสำหรับปลูกพืชไร่ พืชสวน และก็มีที่สำหรับขุดสระน้ำ ดำเนินการไปแล้วทำอย่าง ธรรมดาอย่างชาวบ้านในที่สุดก็ได้ข้าวได้ผักขาย " (พระราชดำรัสเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๗)

ปี ๒๕๔๐ "... ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุก ครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้น มันมากเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้าน หรือในอำเภอ จะต้องมีความพอ เพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการ ก็ขายได้ แต่ในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก...

"...มีเงินเดือนเท่าไร จะต้องใช้ภายในเงินเดือน... การทำแชร์นี้เท่ากับเป็นการกู้เงิน การกู้เงินนี้นำมาใช้ในสิ่งที่ไม่ทำ รายได้นั้นไม่ดี อันนี้เป็นข้อสำคัญ เพราะว่าถ้ากู้เงิน และทำให้มี รายได้ ก็เท่ากับจะใช้หนี้ได้ ไม่ต้องติดหนี้ ไม่ต้องเดือนร้อน ไม่ ต้องเสียเกียรติ... กู้เงินนั้น เงินจะต้องให้เกิดประโยชน์ มิใช่กู้สำหรับไปเล่น ไปทำ อะไรที่ไม่เกิดประโยชน์..." (พระราชดำรัสในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ )

ปี ๒๕๔๑ "สมัยก่อนนี้พอมีพอกิน สมัยนี้ชักจะไม่พอมี พอกิน จึงต้องมีนโยบายที่จะทำเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่จะให้ ทุกคนมีความพอเพียงได้ ให้พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ" (พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑ )

ปี ๒๕๔๒ เศรษฐกิจพอเพียง กับการแก้ปัญหาวิกฤต เศรษฐกิจ ในช่วงไทยต้องประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ อันเป็น ผลมาจากการลอยตัวค่าเงินบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระดำรัสเกี่ยวกับการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ในการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ดังนี้

"…เศรษฐกิจพอเพียง แปลว่า "Sufficiency Economy" ...ไม่มีอยู่ในตำราเศรษฐกิจ จะมีได้อย่างไร เพราะว่า เป็นทฤษฎีใหม่ เป็นตำราใหม่ ถ้ามีอยู่ในตำรา ก็หมายความว่าเรา ก๊อบปี้มา เราลอกเขามา เราไม่ได้ลอก ไม่อยู่ในตำราเศรษฐกิจ...

Sufficiency Economy นั้นไม่มีในตำรา การที่พูดว่า ไม่มีในตำรานี่ ที่ว่าเป็นเกียรตินั้น ก็หมายความว่าเรามีความคิดใหม่ และโดยที่ผ่านผู้เชี่ยวชาญสนใจ ก็หมายความว่าเราก็สามารถที่จะ คิดอะไรได้จะถูกจะผิดก็ช่าง แต่ว่าเขาสนใจ เขาก็สามารถที่จะไป ปรับปรุง หรือไปใช้หลักการเพื่อที่จะให้เศรษฐกิจของประเทศและ ของโลกพัฒนาดีขึ้น..."

"...เมืองไทยไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียงนี้ ไม่ตำหนิ ไม่ เคยพูด...นี่เพิ่งพูดวันนี้ พูดเวลานี้ ประเทศไทยไม่ใช้เศรษฐกิจพอ เพียงค่อนข้างจะแย่ เพราะว่าจะทำให้ล่มจม...เศรษฐกิจพอเพียง ในที่หมายถึงนี้ คือคนที่ทำธุรกิจก็ย่อมต้องไปกู้เงิน เพราะว่า ธุรกิจหรือกิจการอุตสาหกรรมสมัยใหม่ คนเดียวไม่สามารถที่จะ รวบรวมทุนมาสร้างกิจกรรมที่ใหญ่ เช่นเรื่องเขื่อนป่าสักทำคน เดียวไม่ได้ หรือแม้หน่วยราชการหน่วยเดียวทำไม่ได้...เหล่านี้ไม่ ได้อยู่ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน แต่ว่าเป็น เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า เพราะมีคนเกี่ยวข้องกับกิจการนี้ มากมาย แต่ว่าทำให้ส่วนรวมได้รับประโยชน์และจะทำให้เจริญ...

...เศรษฐกิจพอเพียงอีกอย่างหนึ่งไม่ค่อยอยากพูด เช่น การแลกเปลี่ยนเงิน ค่าแลกเปลี่ยนเงิน ค่าแลกเปลี่ยน นี่ได้ พูดมา ๒ ปี บอกว่าขอให้เงิน ค่าของเงินจะสูงจะต่ำเท่าไหร่ ก็ไม่ ค่อยขัดข้อง แต่ว่าถ้าไม่สมดุลมันไม่ดี" (พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๒ )

ปี ๒๕๔๓ "เศรษฐกิจพอเพียง...เป็นการทั้งเศรษฐกิจ หรือความประพฤติ ที่ทำอะไรเพื่อให้เกิดผลโดยมีเหตุและผล คือ เกิดผลมันมาจากเหตุ ถ้าทำเหตุที่ดี ถ้าคิดให้ดีให้ผลที่ออกมา คือสิ่งที่ติดตามเหตุ การกระทำ ก็จะเป็นการกระทำที่ดี และผล ของการกระทำนั้น ก็จะเป็นการกระทำที่ดี ดีแปลว่ามีประสิทธิผล ดีแปลว่ามีประโยชน์ ดีแปลว่าทำให้มีความสุข….

ทั้งหมดนี้พูดอย่างนี้ ก็คือเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเอง ภาษาอังกฤษว่า Sufficiency Economy ใครต่อใครก็ต่อว่า...ว่า ไม่มี จะว่าเป็นคำใหม่ของเราก็ได้ ก็หมายความว่าประหยัด แต่ไม่ ใช่ขี้เหนียว ทำอะไรด้วยความอะลุ้มอล่วยกัน ทำอะไรด้วยเหตุ และผล จะเป็นเศรษฐกิจพอเพียงแล้วทุกคนจะมีความสุขแต่พอ เพียง…"

(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๓ )

ปี ๒๕๔๔ เศรษฐกิจพอเพียงกับภาคธุรกิจ เศรษฐกิจพอ เพียง เริ่มมีการนำไปประยุกต์ใช้กับ "ภาคธุรกิจ" ได้เช่นกัน โดย หัวใจอยู่ที่ การครองตนของภาคธุรกิจในทางสายกลาง คือ พอ ประมาณ มีเหตุผล สร้างภูมิคุ้มกัน และมีบทบาทในการช่วย พัฒนาประเทศ

"...การอยู่พอมีพอกิน ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีความ ก้าวหน้า มันจะมีความก้าวหน้าแค่พอประมาณ ถ้าก้าวหน้าเร็วเกิน ไป ไปถึงขึ้นเขายังไม่ถึงยอดเขา หัวใจวาย แล้วก็หล่นจากเขา ถ้าบุคคลหล่นจากเขา ก็ไม่เป็นไร ช่างหัวเขา แต่ว่าถ้าคนๆ เดียว ขึ้นไปวิ่งบนเขา แล้วหล่นลงมา บางทีทับคนอื่น ทำให้คนอื่นต้อง หล่นไปด้วย อันนี้เดือดร้อน..." (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๔ )

ปี ๒๕๔๕ "...เมืองไทยเนี่ยมีทรัพยากรดีๆ ไม่ทำไม่ใช้ เดี๋ยวต้องไปกู้เงินอะไรที่ไหนมา มาพัฒนาประเทศ จริงๆ สุนัข ฝรั่งก็ต้องซื้อมา ต้องมี แต่ว่าเรามีของมีทรัพยากรที่ดี เราต้องใช้ ไม่ใช่สุนัขเท่านั้น อื่นๆ ของอื่นหลายอย่าง แล้วที่นายกฯ พูดถึง ทฤษฎีใหม่ พูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง ไอ้เนี่ยเราไม่ได้ซื้อจากต่าง ประเทศ แต่ว่าเป็นของพื้นเมืองแล้วก็ไม่ได้ อาจจะอ้างว่าเป็น ความคิดพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ทำมานานแล้ว ทั้งราชการ ทำราชการ ทั้งพลเรือน ทั้งทหาร ทั้งตำรวจ ได้ใช้เศรษฐกิจพอเพียงมานาน แล้ว…" (พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๕ )

ปี ๒๕๔๖ ..."...ความสะดวกจะสามารถสร้างอะไรได้มาก นี่คือเศรษฐกิจพอเพียง สำคัญว่าต้องรู้จักขั้นตอน ถ้านึกจะทำ อะไรให้เร็วเกินไป ไม่พอเพียง ถ้าไม่เร็ว ช้าไป ก็ไม่พอเพียง ต้อง ให้รู้จักก้าวหน้า โดยไม่ทำให้คนเดือดร้อน อันนี้เศรษฐกิจพอ เพียงคงได้ศึกษามานานแล้ว เราพูดมาแล้ว ๑๐ ปีต้องปฏิบัติด้วย…" (พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๖ )

ปี ๒๕๔๘ "...ท่านรองนายกฯ ทั้งหลายอาจไม่ทำ เพราะว่าเคยชินกับเศรษฐกิจที่ต้องใช้เงินมาก ไม่ใช่เศรษฐกิจพอ เพียง ไม่พอเพียง นายกฯ และคุณหญิง อาจจะให้เพื่อนนายกฯ รองนายกฯต่างๆ ทำเศรษฐกิจพอเพียงสักนิดหน่อย ก็จะทำให้อีก ๔๐ ปีประเทศชาติไปได้ แต่นี่ก็มีแต่นายกฯ รองนายกฯ จัดการ รวมทั้งคู่สมรส ทำเศรษฐกิจพอเพียงก็เชื่อว่าประเทศจะมีความ ประหยัดได้เยอะเหมือนกัน คือ ถ้าไม่ประหยัด ประเทศไปไม่ได้ คนอื่นไม่ประหยัด สำหรับคณะรัฐมนตรีประหยัด คณะรองนายกฯ ประหยัด จะทำให้ไปได้ดีขึ้นเยอะ"
(พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗)

ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดี ที่ได้มาร่วมในพิธีมอบปริญญา บัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกวาระหนึ่ง และได้ทราบ รายงานว่ากิจการของมหาวิทยาลัยดำเนินมาด้วยดี มีผู้สำเร็จการ ศึกษาเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ

วิชาการที่จัดสอนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวโดยส่วน รวมทั้งหมดเป็นวิชาการสำหรับพัฒนาส่งเสริมการประกอบอาชีพ ความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจทั่วไปโดยตรง บัณฑิต ของมหาวิทยาลัยนี้ จึงเป็นความหวังของประเทศและของ ประชาชนทุกคน ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ความมั่น คงและเศรษฐกิจของชาติ ท่านทั้งหลายจึงควรจะได้ทราบ ตระหนักถึงข้อนี้ และควรที่จะสำนึกเป็นหน้าที่ที่จะทำตนทำงานให้ เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมโดยสมบูรณ์

การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้น ก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลัก วิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อย สร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดย ลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้น ให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับ สภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิด ความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้ม เหลวได้ในที่สุด ดังเห็นได้ที่อารยประเทศหลายประเทศกำลัง ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอยู่ในเวลานี้

บัณฑิตทั้งปวงจึงควรจะได้คิดพิจารณาอย่างละเอียดถ่องแท้และ หนักแน่นให้เห็นถึงหลักการและวิธีการอันถูกอันควรที่จะปฏิบัติ งานของตน ในเบื้องหน้าเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของชาติและการ ครองชีพของประชาชนดำเนินไปด้วยดี

ขออวยพรแก่ทุก ๆ คน ให้เป็นผู้มีกำลังกายกำลังใจอันเข้มแข็ง มี ความคิดความเห็นถูกต้องมีปัญญาฉลาดรอบรู้ในเหตุ ในผล ในวิธี ปฏิบัติ สามารถประกอบกิจของตนของชาติให้บรรลุผลเลิศ และ ให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตจงทั่วกัน (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ณ หอประชุมมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์วันศุกร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม)

ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดี ที่ได้มาร่วมในพิธี มอบปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกวาระหนึ่งเมื่อ วันวาน ข้าพเจ้าได้กล่าวแก่บัณฑิตในที่ประชุมนี้ว่า ในการพัฒนา ประเทศนั้นจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อนด้วยวิธีการที่ประหยัดระมัด ระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป หากมุ่ง แต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการ เดียว โดยมิได้คำนึงถึงความสมดุลและความสัมพันธ์อันสอด คล้องในองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างเพียงพอ อาจทำให้เศรษฐกิจ ของประเทศล้มเหลวได้ จึงขอให้บัณฑิตช่วยกันคิดอ่านโดยถี่ถ้วน ให้ทราบชัดถึงวิถีทางที่จะปฏิบัติงานพัฒนาประเทศ

ในโอกาสนี้ ขอกล่าวเสริมแก่ท่านทั้งหลายว่า การช่วย เหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว ให้มี ความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่าง ยิ่งยวด เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง ย่อม สามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน ส่วนการถือหลักที่จะส่งเสริมความเจริญให้ค่อยเป็นไปตามลำดับ ด้วยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้น ก็เพื่อป้องกันความ ผิดพลาดล้มเหลว และเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จได้แน่นอนบริบูรณ์ เพราะหากไม่กระทำด้วยความระมัดระวัง ย่อมจะหวังผลเต็มเม็ด เต็มหน่วยได้โดยยาก ยกตัวอย่างเช่นการปราบศัตรูพืชถ้าทุ่มเท ทำไปโดยไม่มีจังหวะที่ถูกต้อง และโดยมิได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้กระจ่างชัดอย่างทั่วถึงอาจสิ้นเปลืองแรงงาน ทุนทรัพย์ วัสดุ อุปกรณ์ ที่ล้วนมีราคาไปโดยได้รับผลไม่คุ้มค่า ยิ่งกว่านั้นการ ทำลายศัตรูพืช ยังอาจทำลายศัตรูของพืชที่มีอยู่บ้างแล้วตาม ธรรมชาติ และทำอันตรายแก่ชีวิตคนชีวิตสัตว์เลี้ยงอีกด้วย การ พัฒนาอย่างถูกต้อง ซึ่งหวังผลอันยั่งยืนไพศาล จึงต้องวางแผน งานเป็นลำดับขั้นอย่างถี่ถ้วนทั่วถึง ให้องค์ประกอบของแผนงาน ทุกส่วนสัมพันธ์และสมดุลกันโดยสอดคล้อง

ข้าพเจ้าขอมอบข้อปฏิบัตินี้ไว้ สำหรับบัณฑิตได้ วินิจฉัยในการที่จะออกไปร่วมงานของบ้านเมืองในวันหน้า และ ขออวยพรให้บัณฑิตทุกคนมีกำลังกายกำลังใจอันเข้มแข็งมีความ คิดความเห็นถูกต้อง มีปัญญาฉลาดรอบรู้ในเหตุในผลในวิธีปฏิบัติ สามารถประกอบกิจของตนเองของชาติให้บรรลุผลเลิศ ทั้ง ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตจงทั่วกัน