บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ทั่วไป
หัวข้อสาระ


โครงสร้างแผนธุรกิจ สำหรับ SMEs
ชีวิต ความหวัง กำลังใจ (สาระการใช้ชีวิต)
ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่น
กินทุเรียนให้ปลอดภัย
อะไร ? คือ จีเอ็มโอ (GMOs)
ความลับของความหวาน
อีคิว-ความฉลาดทางอารมณ์
การเลือกซื้อปืนมือ2
Hostile Take Over
สัญญาณเตือนมะเร็ง
ความเป็นไปได้ ในการเกิดแผ่นดินไหว ในกรุงเทพ
ความรู้เรื่องไม้อัดพาร์ติเคล PARTICLE BOARD
วิธีถนอมสายตาสำหรับผู้ที่ทำงานหน้าคอม
สูตรคิดน้ำหนักร่างกายมาตรฐาน
คำศัพท์เกี่ยวกับหุ้น
รู้เรื่อง หยิน และ หยาง
ชาเขียว ความจริงที่คุณต้องรู้
การแพ้ยา
คอเคล็ดพราะตกหมอน
เคล็ดลับ .... ต่อต้านริ้วรอย
ประโยชน์จากการเข้าตลาดหลักทรัพย์
เครื่องดื่มผสมคาเฟอีน
ชาสมุนไพร ดื่มให้ดี มีประโยชน์
ประวัติการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ-หนองงูเห่า
หลักแพทย์แผนไทย การกินอาหารตามธาตุ
สารอาหารและประโยชน์ของ มะระ
การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)
กลิ่น...ใครว่าไม่สำคัญ
วิธีเลือกซื้อรองเท้า
ตู้เย็นทำงานอย่างไร
ข้อมูลบริการต่างๆ เกี่ยวกับบ้าน
สูตรกาแฟ
จะทำอย่างไรให้ฟันขาว
อยากเป็นคนเก่งต้องทำอย่างไร..." 7 Thinking method to be genius "
เบอร์โทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์
ขับปลอดภัยเมื่อฝนตก
เคล็ดลับในการรักษาสีรถให้สวยสดใส
บันทึกแด่ลูกรัก
ผลของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ บทเรียนจาก agentina
สาระและวิธีการทำ cocktail
สะพาน "โกลเด้นเกท Golden Gate"
วิธีผ่าแตงโม ให้แคะเมล็ดออกได้ง่าย
ระยะทางระหว่างจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย
คำคมจาก ขงเบ้ง
ข้อมูลที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานด้านวิศวกรรมและสถาปัตย์
นพมงคล : ๙ แนวทางสร้างความเจริญแก่ชีวิต รับปีใหม่
รวมแหล่งพัฒนาสมองและการพัฒนาการเด็ก
Risk Management เครื่องมือบริหารความเสี่ยง
พระราชดำริ 14 ข้อนักบริหารเพื่อส่วนรวม (ป๋าเปรมเน้นย้ำ)
ฟรี! โปรแกรม Free Downloads เพียบเลย..
เตือนตัวเอง ด้วยตัวเอง : คำคมและแง่คิดดีๆ
10 สถาปัตย์อัศจรรย์แดนมังกร
๖๐ ข้อคิดบันทึกไว้จากใจพ่อ
รู้จัก "แมวนางกวักโชคลาภ"
นิทาน เวตาล
ClipVDO ๙ คำพ่อสอน 20 ตอน
รวมเว็บไซท์ด้านช่าง
Download พระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน
ภาพอาหารน่ากิน
ท่าบริหารเพื่อ การเล่นcom นานๆ
ลิ้งค์น่าสนใจ
ปรัชญาจากหลอดยาสีฟัน
โยคะในที่ทำงาน บรรเทาอาการเมื่อยหลัง
ภูมิศาสตร์ ประเทศไทย
พระบรมราโชวาท
อาหารช่วยลด คอเลสเตอรอล
สูตรทำอาหาร .... น่ากิน...
ตำนานเกี่ยวกับต้นกำเนิดวันสงกรานต์
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
คู่มือเลี้ยงสัตว์
10 อันดับ รถที่แพงที่สุดในโลก
ภาพวาดน่าสนใจใน "วัดพระแก้ว"
สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน
10 ของอร่อยหากินยาก
เทศกาลไหว้พระจันทร์
เกษตรตามแนว "ทฤษฎีใหม่"
ที่สุดในโลก
สถาปัตยกรรมธรรมชาติ "ถ้ำ"
ประติมากรรมกรีก
เทพประตู หมึ่งซิ้ง - เทพมงคลจีน
ฮวงจุ้ย บ้านยากจน
ภาวะของแม่และพัฒนาการของทารกในครรภ์
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ
เทคนิคการสัมภาษณ์งาน
บริหารเวลาอย่างไร ให้มีเวลา ?
ทศชาติชาดก
โบท็อกซ์ (Botox): สวยด้วยยาพิษ
บัญญัติ 10 ประการ สู่ชีวิตยืนยาวและแข็งแรง
Good Idea ของผู้นำยุคใหม่ ...เพื่อการสร้างคน...
P+I =C สูตรเปลี่ยน "วัฒนธรรมองค์กร"
ต้องเหนือกว่าคู่แข่ง
ตามรอยพ่อ...อย่าง “พอเพียง”
ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”
การใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย
30 บาทรักษาทุกโรค
รวมคลิปของในหลวงในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ภาพหาดูยาก... ของในหลวง
คลิปโฆษณาที่อยากให้คนไทยได้ดู
มิเตอร์ไฟที่บ้านกับที่อพาร์ทเมนท์ ต่างกันตรงไหน?
แง่คิดจากผีเสื้อ
คติดีๆ...จากปู่เย็น
10 วิธีทำงานให้เจ้านายรัก
สนุกคิดคณิตศาสตร์
Cocoa Beach & Spa (Maldives)
ลดลงแต่กลับได้มากขึ้น
เปิดสมุดปกขาวค้นปมรถดับเพลิงฉาวของกทม.
เคล็ดลับฮวงจุ้ย 128 ข้อ
Autumn in Japan
น้ำพุเต้นระบำ
สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
เปิดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติบ้านจัดสรรรู้ทันข้อมูล-ไม่ลงทุนเกินตัว
เรื่องน่าหัดและ สิ่งที่น่าลอง
ขอเวลา 3 นาที่ก่อนฆ่าตัวตาย
สถาปนิก มีสาขาอะไรกันบ้าง...
การวางผังเมืองมีประโยชน์ยังงัย
แค่รถเล็กๆ ก็พอเพียง
หลัก 7 ประการในการบริหารแรงงาน
10 เคล็ดลับ เพื่อผูกใจพนักงานไว้กับองค์กร
ทำอย่างไร จึงจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร
แหล่งท่องเที่ยวรอบ"สุวรรณภูมิ"
วิธีการคิดและการกระทำของผู้นำแบบ CEO
ประเภทของการประกันภัยรถยนต์
ทำอย่างไรเมื่อรถหาย
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน...ทำอย่างไรดี
เวนคืนที่ดินตาบอด25จุดทั่วกรุง กทม.ออก"พ.ร.ฎ."-ของบฯสร้างปี"50
การจราจรใน ก.ท.ม. ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
ปาร์ติเกิลบอร์ด ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดการใช้ไม้
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
15 อันดับตึกสูง สวยๆ ของโลก
10 สิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจของประเทศจีน
สถาปนิก ต้องมีจรรยาบรรณอะไรบ้าง และแบ่งระดับชั้นกันอย่างไร?
เส้นทางเดินรถเชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิ 6 สาย
บริหารพื้นที่ออฟฟิศสไตล์โรงแรม
Bora Bora หมู่เกาะ "ไข่มุกแห่งแปซิฟิก"
38 มงคลชีวิต ยอดเยี่ยมจริงๆ
เคล็ดลับงานครัว
เทคนิคค้าปลีกที่คุณก็ทำได้
อาหารไทยในตลาดโลก
โยคะในที่ทำงาน บรรเทาอาการเมื่อยหลัง
อานิสงส์การทำบุญแบบต่างๆ
บทสวดมนต์ที่สำคัญ
ข้อบังคับจากการประปานครหลวงเกี่ยวกับมาตรวัดน้ำที่ผู้ใช้น้ำควรทราบ
รู้ทัน ลูกเล่น อู่-ช่าง-เซลส์
สภาวิศวกร : ผู้กำหนด "สเป็คส์" วิศวกรไทย
จรรยาบรรณวิศวกร ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จะพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างไรให้มีเสถียรภาพ
วันลอยกระทง
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(04/12/49)
จดหมายจาก “พ่อ” ถึง “ลูกชาย” ที่รัก
พระมหากษัตริย์ยอดนักปราชญ์ ๓๒ ปี แห่ง ... เศรษฐกิจพอเพียง
มหาราช มหาปราชญ์
ธรรมราชา ผู้ครองแผ่นดินโดยธรรม
พระราชาผู้เป็น "หนึ่งในโลก"
ฮวงจุ้ยแท้จริงคืออะไรกันแน่
เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำสุดในรอบ 5-6 ปี
ตะลึง! พบ “ทางด่วน” สมัยจิ๋นซีฮ่องเต้
วงจรชีวิต "ตลาดที่อยู่อาศัยไทย" กรณีศึกษา...ฟองสบู่ก่อตัว
เศรษฐกิจพอเพียง กับการพัฒนาคนและหนทางข้างหน้า
สี่ประเด็นปัญหา ของไทยที่ต้องพูดถึง
พรปีใหม่ 2550 จาก "ในหลวง"
เคล็ดลับการปรับฮวงจุ้ยสำหรับ ปีกุน 2550
เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ผิดเพศ
ฮวงจุ้ย...เสริมเลิฟ
ตรุษจีน : มงคลอาหารไหว้
ทำอย่างไรจึงจะเกิด "ความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร"
วิธีสร้างบุญบารมี (สมเด็จพระญาณสังวร)
ทำสปาที่บ้านด้วยตัวเอง
เมนูมงคลเทศกาลตรุษจีน
ภาวะอาหารเป็นพิษ
หลักการทรงงาน 10 ประการ ของในหลวง
ข้อเท็จจริงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับความอ้วน
หลัก 7 ข้อ ก่อนคุณจะซื้อรถยนต์
ภาษาอังกฤษที่คนไทยมักใช้ผิดๆ บางศัพท์ที่คุณไม่เคย Get
เสริมมงคล และตัวอย่างการแก้ไขฮวงจุ้ย
วิธีแก้เคล็ดเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นตามหลัก ฮวงจุ้ย
ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์
7 ท่านวดหน้าถนอมสายตา
ทำงานอย่างไรให้มีความสุข
ความรู้เกี่ยวกับ ศาลพระภูมิ
เตรียมรับมือ... น้ำท่วมโลก
เนิร์สเซอรี ที่พึ่งของพ่อแม่ยุคใหม่
จะทำอย่างไรถ้าบ้านคุณอยู่ตรงทางตัน
14 กลเม็ดง่ายๆ กู้วิกฤติโลกร้อน!
ลาวกับวิสัยทัศน์ “Battery of Asia”
วิธีการฟื้นเศรษฐกิจตกต่ำ
สัญญาณเตือนภัยที่ต้องจับตา ปี50
เปิดลายแทงเที่ยวสงกรานต์กรุงเทพมหานคร
เวียดนามลงทุน ไฮสปีดเทรนแสนล้านเสร็จใน 6 ปี
สงกรานต์ 4 ภาค...เสน่ห์แห่งความแตกต่าง
แคมเปญเช็คสาพรถต้อนรับสงกรานต์ 50
นางสงกรานต์ คำพยากรณ์...คติในตำนาน
ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์
5 เทคนิคฝึกสมองให้ฉลาด
นั่งสมาธิ..เพิ่มเนื้อที่สมอง
เริ่มต้นเป็น SMEs เขียนแผนธุรกิจแนวพอเพียง
รีสอร์ตเพื่อผู้พิการ
สามก๊กฉบับคนขายชาติ
ประวัติพระอริยสงฆ์
เครื่องดื่มสูตรเด็ดเคล็ดหุ่นสวย
ตำนาน ฮก ลก ซิ่ว
อิทธิพลศิลปะพม่า ในอาณาจักรล้านนา
น้ำมันไบโอดีเซล
น้ำมันแก๊สโซฮอล์
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
ข้อเปรียบเทียบ LPG & NGV
รูปกรุงเทพมหานครสมัยก่อน
เคล็ดการแก้ฝันบางส่วนตามตำราโบราณ
ซับไพร์มคืออะไร
คุ้มค่าหรือไม่ถ้าจะรีไฟแนนซ์บ้าน
ฟิล์มกรองแสง
15 อันดับตึกสูง สวยๆ ของโลก
สารพัดวิธีทำให้หนูน้อยอารมณ์ดี
เบอร์ดทรสำคัญเผื่อตังหายน่ะ
กฎเหล็ก 7 ประการ ในการเป็นผู้นำ
ต้นไม้เรืองแสง
กรีนบอร์ด วัสดุใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม
สถาปัตยกรรมร่วมสมัยบนเกาะบาหลี
เลือกดื่มอย่างไร ไม่ทำให้อ้วน
‘ซูเปอร์ซีเมนต์’ มิติใหม่วัสดุก่อสร้าง
ซื้อแฟรนไชส์อย่างไรไม่ให้ถูกหลอก
4โครงการลงศรีนครินทร์
เจาะลึก “คุณคะ” ยุทธวิธีแก้ภาพการบินไทย
ทิศทางการผลิตและราคาน้ำมันในอนาคต
เมื่อเกิดแผ่นดินไหว Earthquakes
30 วิธี ที่ช่วยให้ชีวิต "มีความสุข"ยิ่งขึ้น
"นาร์กิส" ธรรมชาติพิโรธ ถล่มพม่า!
มหัศจรรย์ “บุโรพุทโธ”
E85 และน้ำมันสารพัดชนิด
ชลบุรีใน อดีด พ.ศ. 2490 หรือเมื่อ 59 ปีที่ แล้ว
ที่มาของ "บะจ่าง"
ดูชัดๆ ไทยยกแผ่นดินพระวิหารให้เขมร!!
โอกาสไทยทวงคืน “ประสาทพระวิหาร” ย้อนดูคำประท้วงคำตัดสินของศาลโลก
สนพ. แนะวิธีใช้รถช่วงหน้าฝน
ตำนาน ฮก ลก ซิ่ว
พิธีการปูที่นอน
แสงอาทิตย์เปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร
คิดบวก ชีวิตบวก
“ยำเกสรชมพู่” ... เมนูเพื่อนสุขภาพ ตำรับพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ
น้ำมันไบโอดีเซล
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง
แผนที่โลกใหม่-น้ำท่วมโลกจริงหรือ?
รถพลังงานไฮโดรเจนของคนไทย
วิธีสร้างสมาธิ ในการทำงาน
2551 น้ำท่วมกรุงเทพฯ
รถบ้าน บ้านรถ
วิจัยพบ สวดมนต์ สมาธิ วิปัสสนา รักษาโรคได้
ภาพเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ภาพลาวาจากภูเขาไฟสวยๆ
MALDIVES เกาะในฝัน
ภาพข้างในปิรามิด..
รวมบทกวีปลุกพลังใจพันธมิตรฯ ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
THE PALM ISLANDS สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกอนาคตที่ดูไบ
ซานอัลฟองโซ เดล มาร์ สระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
10 อันดับ ต้นไม้มหัศจรรย์
ธนาคารที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ภัตตาคารบนต้นไม้ที่ญี่ปุ่น
ภัยจากสนามเด็กเล่น อันตรายใกล้ตัวที่ควรระวัง
วัดพระมหาแก้ว ใช้ขวดสร้าง 1.5 ล้านขวด
โบสถ์สแตนเลส แห่งเดียวในโลก
ไขปริศนาเลขบัตรประชาชนไทยทั้ง 13 หลัก
81 เรื่องของ “ในหลวง” ที่คนไทยควรรู้
ระบบกันขโมยที่เหมาะสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว
เคล็ดไม่รับการกันขโมย แบบง่าย
โครงการหมู่บ้านมี รปภ. อยู่แล้ว ควรติดสัญญาณกันขโมยหรือไม่ ?
สุดยอด...มหาวิหารชาวคริสต์
มาเพิ่มพลังสมองกันเถอะ
บ้านดิน "ถู่โหลว" ในฤดูใบไม้ผลิ
โอกาสทองในการซื้อบ้านมาหรือยัง?
เซาว์น่าอินฟราเรด
อยากรู้มั๊ย..ปั่นหุ้นเค้าทำกันอย่างไร!!
คู่มือการเลี้ยงลูกให้ได้ดี
สุดยอดสะพานสวย
เทศกาลซากุระ Sakura Festival
อีกประโยชน์หนึ่งของถุงพลาสติก
ขนมเค้กน่ารักๆ
10 อันดับเมฆที่หาดูได้ยาก‏
บ้านเคลื่อนที่ : Mobile-truck
ที่จอดรถใต้ดินแบบป็อปอัพ
แนวคิดรถบ้านเคลื่อนที่ "มินิ" สุดล้ำ "สะดวก สดใส ยืดหดได้"
พระกระแสดำรัสเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552
สุดยอด! ม.เทคโนโลยีสุรนารี สร้างเรือผ้าใบช่วยน้ำท่วม
วิธีตรวจเช็คไฟรั่วในน้ำอย่างง่าย
ขวดช่างไฟ .. เช็คไฟรั่ว ลองทำดูครับ ไม่ยากเลย

        ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

หมวด : ทั่วไป    
จำนวนคนอ่าน 3918    

ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

          เป็นสนามบินตั้งอยู่ที่ ถนนบางนาตราด ใน จังหวัดสมุทรปราการ (โดยกำลังจะเปลี่ยนเป็น จังหวัดสุวรรณภูมิมหานคร) กำหนดเปิดใช้งานวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 และมีกำหนดการใช้งานแทนท่าอากาศยานกรุงเทพที่ดอนเมืองหลังดำเนินการระยะหนึ่ง โดยนโยบายรัฐบาลได้กำหนดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ และจะเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์


ภายในส่วนอาคารท่าเทียบเครื่องบินและส่วนพักคอย

ชื่อของสนามบินสุวรรณภูมิ มีความหมายว่า "แผ่นดินทอง" เป็นชื่อพระราชทานโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2543 และเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2545

สถาปนิกผู้ออกแบบอาคาร คือ เฮลมุต จาห์น ชาวอเมริกัน-เยอรมัน และบริษัทเมอร์ฟีจาห์นสำนักงานใหญ่ที่ชิคาโก ซึ่งแบบอาคารสนามบินได้ถูกปรับเปลี่ยน ขนาดอาคาร และวัสดุจากแบบเดิมไปในหลายส่วน เช่นเพิ่มการประดับยักษ์ และสถาปัตยกรรมไทยเพิ่มเข้าไปโดยสถาปนิกชาวไทย

          ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นท่าอากาศยานนานาชาติขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาความเจริญด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว และด้านอื่นๆ ของประเทศเป็นอย่างมาก รัฐบาลจึงกำหนดให้การก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นวาระแห่งชาติ โดยเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ และเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

วาระแห่งชาติ
          ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เป็นท่าอากาศยานนานาชาติขนาดใหญ่ ที่มีความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาความเจริญด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว และด้านอื่นของประเทศเป็นอย่างมาก รัฐบาลจึงกำหนดให้ (การก่อสร้าง) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องร่วมกันดำเนินการแบบบูรณาการ เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย

ได้มีการเปิดทดลองใช้สนามบิน ในเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 มีผู้โดยสารจากสายการบินภายในประเทศ 6 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ โอเรียนไทย นกแอร์ ไทยแอร์เอเชีย และพีบี.แอร์ โดยมีจำนวนผู้โดยสาร 4,800 คน จาก 24 เที่ยวบิน โดยรักษาการณ์นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางจากสนามบินดอนเมืองมายังสนามบินสุวรรณภูมินี้

นอกจากนี้ได้มีกิจกรรม รวมทั้งการแจกประกาศนียบัตรและบัตรโดยสารที่ระลึกแก่ผู้ร่วมเที่ยวบิน จัดให้มีการนำผู้สนใจเข้าทัวร์ในบริเวณสนามบิน โดยมัคคุเทศก์อาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยต่างร่วมกับการท่าอากาศยานและรถรถโดยสาร ขสมก. ได้มีเส้นทางพิเศษเพื่อเข้าชมสนามบินและสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง

นอกจากนี้รัฐบาลคาดว่าจะได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางอากาศ ภายใต้มาตรฐานนานาชาติที่ออกโดย องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และ องค์การการบินพลเรือนสากล เพื่อเปิดใช้ในทางพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 28 กันยายน 2549 นี้ (เริ่มย้ายและให้บินขึ้นลงได้ตั้งแต่ 15 กันยายน) และกำหนดให้วันที่ 1 กันยายน เป็นวันแรกของการทดลองบินของสายการบินจากต่างประเทศ

การคมนาคม
          แผนที่แสดงเส้นทางเข้าถึงสนามบิน การเข้าถึงสนามบินสุวรรณภูมิสามารถเข้าถึงได้โดยทางรถยนต์ รถโดยสารประจำทาง ของ ขสมก. 6 สาย ในอนาคตมีแผนก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าจากบริเวณสถานีมักกะสันมายังสนามบินในชื่อ แอร์พอร์ตเรลลิงก์ (Airport Rail Link) ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ท่าอากาศยานมีทางเข้าออกทั้งหมด 6 เส้นทางคือ


แผนที่แสดงเส้นทางเข้าถึง
สนามบิน

          ๐ ทิศเหนือ เป็นถนนยกระดับขนาด 8 ช่องจราจร จากถนนกรุงเทพ-ชลบุรีสายใหม่ เข้าสู่อาคารผู้โดยสาร
          ๐ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นถนนขนาด 6 ช่อง เชื่อมกับทางยกระดับจากถนนร่มเกล้าและถนนกิ่งแก้ว
          ๐ ทิศใต้ เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร เชื่อมกับถนนบางนา-ตราด และทางด่วนบูรพาวิถี
          ๐ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร เชื่อมกับถนนอ่อนนุช
          ๐ ทิศตะวันตก เป็นถนนขนาด 4 ช่องทางจราจร เชื่อกับถนนกิ่งแก้ว

(กำลังก่อสร้าง) รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายพญาไท – มักกะสัน – สุวรรณภูมิ วิ่งเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร มีสถานีรถไฟฟ้าใต้อาคารผู้โดยสาร
สำหรับที่จอดรถ ในบริเวณใกล้ส่วนอาคารผู้โดยสาร จะเป็นเพียงอาคารที่จอดรถระยะสั้น 2 อาคาร จุได้ 5000 คัน บริหารงานโดยบริษัทที่ได้รับสัมปทานในการจัดเก็บค่าจอดรถในราคาต่อชั่วโมง ส่วนบริเวณจอดรถระยะยาว จะเป็นลานกว้างอยู่ห่างออกไป ใกล้กับบริเวณที่จอดรถบัส และที่จอดรถแท็กซี่สาธารณะ (402 คัน) บริเวณให้บริการเช่ารถยนต์ (408 คัน) ผู้โดยสารในบริเวณนี้สามารถเดินทางเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร โดยรถบริการภายในสนามบินผ่านทางชัตเติลบัสอีกทอดหนึ่ง

ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ มีพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ประมาณถนนบางนาตราดกิโลเมตรที่ 15 อยู่ในเขตตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงเทพมหานคร 25 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยส่วนหลัก ได้แก่

ระบบทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยาน
ทางวิ่ง มี 2 เส้น กว้างเส้นละ 60 เมตร ยาว 3,700 เมตร และ 4,000 เมตร ห่างกัน 2,200 เมตร มีทางขับขนานกับทางวิ่งทั้ง 2 เส้น ให้บริการขึ้น-ลง ของอากาศยานได้พร้อมกัน และเมื่อพัฒนาจนสมบูรณ์แล้ว จะมีทางวิ่งทั้งหมด 4 เส้น เป็นทางวิ่งข้างละ 2 เส้นขนานกัน และมีหลุมจอดอากาศยาน มีจำนวน 120 หลุมจอด (จอดประชิดอาคาร 51 หลุมจอด และจอดระยะไกลอีก 69 หลุมจอด) รวมถึงหลุมจอดอากาศยานขนาดใหญ่ไว้ด้วย จำนวน 5 หลุมจอด

อาคารผู้โดยสาร
อาคารผู้โดยสารเป็นอาคารเดี่ยว ช่วงกว้าง ไม่มีเสากลางอาคาร มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 563,000 ตร.ม. มี 8 ชั้น รวมชั้นใต้ดิน อยู่ทางทิศเหนือของท่าอากาศยาน รองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคนต่อปี ภายในอาคารมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น จุดตรวจบัตรโดยสาร 360 จุด จุดตรวจหนังสือเดินทาง ขาเข้า 124 จุด / ขาออก 72 จุด โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยแบบ 100% Hold Baggage In-line Screening System นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอยู่ใต้อาคาร

ทางวิ่งและอาคารผู้โดยสาร

อาคารท่าเทียบเครื่องบิน
อาคารท่าเทียบเครื่องบิน หรือคอนคอร์ส มีท่าเทียบ 51 จุด 5 จุดสามารถรอรับเครื่องบินขนาดใหญ่ เช่น Airbus A-380 ได้ ลักษณะสถาปัตยกรรมทันสมัย หลังคารูปโค้งกรุผ้าใบสลับกระจกโค้ง นอกจากการจอดเทียบท่าแล้วสามารถจอดที่ท่ากลางลานได้ รวมแล้วสามารถรองรับเครื่องบินได้ราว 120 ลำ

งานศิลปะภายในสนามบิน
ได้มีการติดตั้งผลงานศิลปะไทย ทั้งจิตรกรรมและประติมากรรม ประดับหลายชิ้นภายในและภายนอกอาคารของสนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่ารวมกันทั้งสิ้นกว่า 100 ล้านบาท เช่น ประติกรรมจำลองยักษ์จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จำนวน 12 ชิ้น ประติมากรรมนารายณ์กวนเกษียรสมุทร มูลค่า 48 ล้านบาท ภาพจิตรกรรมฝาผนังจำลอง ของศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทย

งานภูมิทัศน์
งานออกแบบภูมิทัศน์โดยรอบสนามบิน และภายในส่วนเปิดโล่งของสนามบิน นั้นมีลักษณะเป็นไทย เดิมออกแบบโดย ปีเตอร์ วอล์คเกอร์ (Peter Walker) ภูมิสถาปนิกชาวอเมริกัน นับเป็นงานภูมิสถาปัตยกรรมภายในสนามบินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แบบเดิมนั้นมีแนวความคิดหลักสองแนวคิด คือสวน "เมือง" (city) เป็นสวนน้ำพุ ประดับด้วยกระเบื้อง ประติมากรรมรูปทรงเจดีย์ และน้ำพุ และสวน "ชนบท" (country) ใช้หญ้าท้องถิ่น และต้นไม้ตัดแต่ง (topiary) รูปฝูงช้าง ต่อมาเพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบใหม่ และให้ภูมิสถาปนิกไทยปรับแบบ แต่ยังคงแนวคิดเมืองและชนบทอยู่

อาคารจอดรถ
อาคารจอดรถมี 2 อาคาร แต่ละอาคารสูง 5 ชั้น เชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสาร สามารถรองรับรถยนต์ได้ถึง 5,000 คัน นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถบริเวณอื่นๆ รวมทั้งหมดกว่า 15,677 คัน


ระบบสาธารณูปโภค
ระบบป้องกันน้ำท่วม มีการสร้างเขื่อนดินสูง 3.5 เมตร กว้าง 70 เมตร โดยรอบพื้นที่ท่าอากาศยาน และมีอ่างเก็บน้ำภายใน 6 แห่ง ซึ่งสามารถรองรับน้ำได้ 3.2 ล้านลูกบาศก์เมตร
ระบบน้ำประปา เชื่อมต่อกับระบบประปาของการประปานครหลวง และมีถังน้ำประปาสำรองขนาด 40,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งสามารถสำรองน้ำประปาไว้ใช้ได้ 2 วัน
สถานีแปลงไฟฟ้าย่อย เป็นสถานีแปลงไฟฟ้าเพื่อลดแรงดันไฟฟ้าจาก 115 กิโลโวลต์ ให้เหลือ 24 กิโลโวลต์ มีจำนวน 2 สถานี เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้แก่ทุกระบบภายในท่าอากาศยาน
ระบบบำบัดน้ำเสีย สามารถบำบัดน้ำเสียได้ 16,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ระบบจัดเก็บกากของเสีย สามารถกำจัดกากของเสียได้ประมาณ 100 ตันต่อวัน

ระบบบริการคลังสินค้า
คลังสินค้ามีพื้นที่ให้บริการประมาณ 568,000 ตารางเมตร และมีการให้บริการแบบเขตปลอดพิธีการศุลกากร (Free Zone) ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งรองรับสินค้าได้ 3 ล้านตันต่อปี


บรรยากาศส่วนรับรองภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ระบบอื่นๆ
ระบบโภชนาการ - ระบบโภชนาการสามารถผลิตอาหาร ให้แก่สายการบินต่างๆ ได้ 100,000 ชุดต่อวัน
โรงซ่อมบำรุงอากาศยาน - โรงซ่อมบำรุงอากาศยานมีจำนวน 2 โรง สามารถจอดอากาศยานขนาดใหญ่ เช่น แอร์บัส เอ 380 ได้
ศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศ - ศูนย์ควบคุมฯ มีหอบังคับการบินที่สูงที่สุดในโลก (132.2 เมตร) ที่พร้อมไปด้วยระบบวิทยุสื่อสารการบิน ระบบติดตามอากาศยานเขตประชิดสนามบินและระบบติดตามอากาศยานภาคพื้นดิน รวมทั้งระบบนำร่องอากาศยานที่ทันสมัย
โรงแรมและบริการ - โรงแรมตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร ในระยะแรกมีจำนวน 600 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
นอกจากนี้ภายในท่าอากาศยาน จะมีการบริการต่างๆ มากมาย เช่น ศูนย์บริการรถเช่า ร้านค้า ภัตตาคาร สถานีเติมน้ำมัน ฯลฯ


ความเป็นที่สุดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
1.อาคารผู้โดยสาร (MAIN TERMINAL) ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือมีพื้นที่ประมาณ 563,000 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าสนามบินของฮ่องกง ประมาณ 10,000 ตารางเมตร
2.หอวิทยุการบินที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูงถึง 132 เมตร ซึ่งสูงกว่าหอวิทยุการบินของมาเลเซียถึง 10 เมตร
3.โรงแรมที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของสนามบิน ที่มีห้องพักถึง 600 ห้อง ซึ่งบริเวณล็อบบี้ของโรงแรมถือว่าใหญ่ที่สุดในโลกเลย เนื่องจากด้านล่างของล็อบบี้โรงแรม เป็นสถานีรถไฟ Airport Link

ข้อมูลโครงสร้างและสถาปัตยกรรม
          อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิเป็นอาคารขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 583,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยอาคารพักผู้โดยสาร 7 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน มีพื้นที่ใช้สอย 182,000 ตารางเมตร และอาคารเทียบเครื่องบินสูง 4 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน มีพื้นที่ใช้สอย 381,000 ตารางเมตร อาคารประกอบด้วยผนัง 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นผนังอลูมิเนียม จากพื้นชั้นล่าง
ถึงพื้นชั้นสอง (เฉพาะบางส่วนของอาคาร) นอกเหนือจากนั้นจากพื้นชั้นสองถึงหลังคา และบางส่วนจากพื้นชั้นล่างถึงหลังคา
จะเป็นผนังกระจกติดตั้งโดยระบบ Cable Stayed เรียกว่า Cable Stayed facade

แนวคิดการออกแบบ
          ผนังชนิดอลูมิเนียมประกอบ (Composite Aluminum Panel) ประกอบด้วยโครงเหล็กยึดติดกับผนัง
คอนกรีตบล็อกกับ แผ่นอลูมิเนียมเคลือบสารชนิดพิเศษที่เรียกว่า Fluorocarbon ซึ่งทนทานต่อสภาพอากาศ สารเคมี และอุณหภูมิสูงได้อย่างดีเยี่ยม
ส่วนผนักกระจก (Cable Stayed Facade) ประกอบด้วยกระจกกรองแสงนิรภัยชนิดซ้อนทับ (Laminatec) หนา 21.52 มิลลิเมตร ขนาดโดยทั่วไปกว้าง 2.25 เมตร สูง 2.45 เมตร ติดตั้งบนโครงเหล็กที่มีส่วนประกอบของเหล็ก
รูปพรรณกลมกลวง เหล็กหล่อ ณ จุดรองรับและสายเคเบิลเหล็กกล้าและสายเคเบิลเหล็กไร้สนิม (Stainless Steel Cable) ผนังกระจกชนิด Cable Stayed Facade ถูกออกแบบให้เป็นระบบอิสระ มีการแอ่นตัวในแนวระนาบ อันเนื่องจาก แรงลม และเนื่องจากช่วงคานของโครงหลังคาห่างกันมาก ประกอบกับโครงหลังคาเป็นโครงเหล็ก
ที่มีขนาดใหญ่มาก จึงทำให้ มีการเคลื่อนตัวทั้งในแนวนอนและแนวดิ่งอันเนื่องมาจากแรงลม และการเปลี่ยนแปลง
ของอุณหภูมิ โดยการเคลื่อนตัวในแนวดิ่ง การที่มีการเคลื่อนตัวของหลังคาอยู่ตลอดเวลาทำให้ผนังของอาคารไม่สามารถ
ยึดเกาะกับโครงหลังคาโดยตรงได้ จึงต้องมีผนัง อลูมิเนียมชนิด ยืด-หด ได้ นำไปติดตั้งระหว่างกระจกแผ่นสุดท้าย
กับโครงหลังคา เพื่อรองรับการเคลื่อนตัวของโครงหลังคา

โครงสร้างมีลักษณะเป็นเสาเหล็กติดตั้งบนพื้นคอนกรีตด้วยสลักเหล็ก สามารถหมุนรอบจุดรองรับได้ใน แนวตั้งฉาก กับผนังกระจก ปลายบนของเสา ยึดจับกับโครงหลังคาด้วยชิ้นส่วนที่เชื่อมโยงในแนวนอน (Linkage) ที่ปลายบนของเสาเหล็ก (VT) จะมีคานเหล็ก (CT) ติดตั้งไว้ในแนวนอนต่อเนื่องกันไปจนถึง VT ตัวสุดท้ายที่มุมของอาคารหรือที่จุดต่อของอาคาร (Movement Joint) บน CT จะมี Finger ติดตั้งอยู่ จำนวน 4 ตัว ต่อ CT 1 ตัว โดย Finger จะทำการส่งผ่านน้ำหนัก ของกระจกที่แขวนอยู่บนเหล็กเส้นไร้สนิม (stainless steel rod : Tension rod) ซึ่งยึดติดที่ปลาย finger มายัง CT จากนั้น CT ก็จะส่งถ่ายน้ำหนักไปยัง VT ต่อไป

ผนังกระจกสูง 26 เมตร ติดตั้งโดยปราศจากคานบน (Top Ring Beam) การสร้างครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกที่เป็น การก่อสร้างในประเทศไทย ดังนั้นการติดตั้งใช้
ความระมัดระวังอย่างมากและความตั้งใจในการทำงานสูง และก่อสร้างด้วยความระวังเป็นพิเศษ ส่วนการตั้งให้ตรงและการจัดวางสายเคเบิลให้ดึงอย่างถูกต้อง นับว่าเป็นความภูมิใจที่การติดตั้งสำเร็จสมบูรณ์ ตรงตามแนวคิดการออกแบบและจุดประสงค์ในการสร้าง

Statement on Design for the new Bangkok International airport
การออกแบบสนามบินสุวรรณภูมิ
          สถาปัตยกรรมได้ถูกออกแบบขึ้น โดย Helmut Jahn สถาปนิกชาวเยอรมัน เจ้าของบริษัท Murphy/Jahn ผู้ซึ่งออกแบบสนามบินชิคาโก และตึกโซนี่เซ็นเตอร์ ที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งถือเป็นวิศวกรรมโดยเน้นแก่นแท้เพื่อประสิทธิแห่งการใช้สอยเป็นสำคัญ และเพื่อสัญลักษณ์การเป็นสนามบินที่ยิ่งใหญ่ของไทย


เทคโนโลยีของการก่อสร้างถูกนำมารวบรวมไว้ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพของอาการแห่งอนาคต วัสดุหลักคือกระจกก็เลือก
มาใช้ผสมผสาน คุณสมบัติให้ได้อย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ทั้งภายนอกและระบบนิเวศน์ภายในอาคารเอง
ทั้งกระจกและแสงได้ถูกออกแบบให้เกิดมิติ และประสบการณ์ใหม่ อันหลากหลายแก่ผู้ใช้อาคาร

ระบบนิเวศน์ภายในอาคารก็ได้ถูกออกแบบไว้เพื่อประสิทธิภาพ ซึ่งหมายถึงประหยัดพลังงานเป็นสำคัญ
มีการนำระบบพื้น หล่อเย็นมาใช้ซึ่งทำให้ประหยัดพลังงาน ในระบบปรับอากาศอย่างยิ่งยวดเป็นต้น

สะท้อนความเป็นไทยผ่านงานศิลปกรรมของศิลปินไทย ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรมไทย
ทั้งร่วมสมัย และแบบดั่งเดิม อันประกอบด้วยบุษบก 2 หลัง ศาลาไทย 2 หลัง ยักษ์ 12 ตน ภาพเขียนของ
จิตรกรอาวุโสนับร้อยกว่าชิ้น เป็นต้น รูปแบบอาคารได้ถูกสะท้อนผ่านกระบวนการออกแบบโดยผสมผสาน
วิศวกรรมสาขาต่างๆ ออกมาอย่างง่ายๆ ตรงไปตรงมา จึงมีความโดดเด่น และประกาศความเป็นหนึ่งเดียวของสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม

ข้อมูลเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ
          ตัวอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบิน คือ ระยะห่างระหว่างเสาแต่ละต้นของตัวอาคารผู้โดยสาร คือ 9 เมตร โดยเสาหลักหรือเสาไพลอนที่ค้ำซูเปอร์ทรัส
หรือคานหลักรั้น มี 2 ตัวต่อ 1 คาน รวมกันเป็น 1 ชุด (เสา 2 ตัวที่ค้ำคานนี้จะห่างกัน 81 เมตร เลข 8 และ 1 บวกกันได้เลข 9)

ชุดเสาที่อยู่ทางทิศตะวันออกจะห่างจากชุดเสาทางด้านทิศตะวันตก 126 เมตร (เลข 3 ตัว บวกกันได้ 9) และหลังคาผ้าใยสังเคราะห์ที่ติดตั้งกับอาคารเทียบเครื่องบินมี
ทั้งหมด 108 bays ซึ่งสามารถหารด้วยเลข 9 ลงตัว

สำหรับทางเลื่อนระนาบผิวเฉพาะในอาคารเทียบเครื่องบินมีทั้งหมด 95 ชุด โดยมีความยาวตั้งแต่ 27 เมตร และ 108 เมตร (2+7 เท่ากับ 9 หรือ 1+0+8 ก็เท่ากับ 9) ความเร็วของทางเลื่อนในอาคารรวมทั้งทางเลื่อนลาดเอียง มีความเร็ว 45 เมตรต่อนาที เอาเลข 4 บวก 5 เท่ากับ 9

ประติมากรรมรูปยักษ์ (GIANT SCULPTURES)

ประติมากรรมรูปยักษ์
          สืบเนื่องจากขนบธรรมเนียม ความเชื่อและเรื่องเล่าขานมาว่าการปั้นยักษ์ทั้ง 12 ตนทำขึ้นเพื่อปกป้องรักษา
วัดพระศรีรัตนศาสดารามและปกปักษ์รักษาบริเวณนี้ให้ปลอดภัยจากภูตผีปีศาจร้าย ยักษ์เหล่านี้เป็นตัวละครเอกในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ที่ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่และความงดงามของประติมากรรมไทย ซึ่งปั้นขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3

รูปปั้นยักษ์มีทั้งหมดหกคู่ติดตั้งยืนตระหง่านที่บริเวณประตูทางเข้าที่เป็นทางสู่ภายในวัดฯ รูปปั้นยักษ์หันหน้าเข้าอุโบสถ สื่อความหมายว่ายักษ์เหล่านี้เฝ้าปกปักษ์รักษาพระแก้วจากภูติผีปีศาจร้าย

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิติดตั้งรูปหล่อยักษ์ทั้ง 12 ตน ที่บริเวณชั้น 2 ของอาคารเทียบเครื่องบิน ยักษ์เหล่านี้แสดงถึงความ
ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม เหมือนดั้งผู้คุมให้กับประเทศ แต่ดูเป็นการเชื้อเชิญและดึงดูดสายตาผู้มาเยือน อีกทั้งเป็นการนำเสนอ
เรื่องรามเกียรติ์อย่างคร่าวๆ และเชิญชวนให้ผู้พบเห็นไปเยี่ยมชมรูปปั้นยักษ์แม่แบบที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

รูปปั้นยักษ์ 12 ตน จะตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 2 อาคารเทียบเครื่องบิน โดยมีชื่อดังนี้
          ทศกัณฐ์ สหัสเดชะ อัศกันมารา จักรวัต อินทรชิต มังกรกัณฐ์ ไมยราพ สุรยะภพ ทศคีรีจันท์ ทศคีรีธร วิรุณจำบัง วิรุณหก

ภาพพิมพ์เหมือน/ภาพพิมพ์ซ้ำ
          การออกแบบโครงสร้างภายนอกของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประกอบด้วยลายเส้นแบบไทยที่สวยงามสร้างสรรค์และ
ดึงดูดสายตา แม้การก่อสร้างจะใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อให้บริการอย่างทันสมัยและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดีการตกแต่งภายในมี
แนวทางการนำเสนอรูปแบบหลากหลายด้าน ทางศิลปะท้องถิ่นการนำภาพวาดของศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกัน
อย่างแพร่หลายรวมทั้งภาพหายากมาพิมพ์ซ้ำและจัดแสดงภายในท่าอากาศยานให้ผู้โดยสารได้ชื่นชมความงามของศิลปวัฒนธรรมไทย และได้สัมผัสถึงศิลปะในวงกว้าง เรื่องราวในภาพได้นำเสนอวิถีชีวิตความเป็นไทย รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีให้กับผู้เยี่ยมชมจากต่างชาติและคนไทยยุคใหม่

ภาพพิมพ์ซ้ำที่นำมาแสดงภายใน
ท่าอากาศยาน

แนวคิดออกแบบ
          เนื่องจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเป็นท่าอากาศยานหลักสำหรับคนต่างชาติที่เข้าออกประเทศไทย จึงมีแนวคิด
ในการนำศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของไทยจัดแสดงเพื่อให้เห็นถึงศิลปะขนบธรรมเนียมไทยชั้นเลิศผนังแสดงภาพมีจำนวน
ทั้งสิ้น 66 ผนังแต่ละแผงมีขนาด กว้าง 8.20 เมตร สูง 2.80 เมตร แสดงภาพรวม 94 ภาพ อยู่บริเวณทางเดินภายใน
อาคารเทียบเครื่องบิน ศิลปินผู้เขียนภาพและผู้ครอบครองภาพหลายองค์กร อาทิ มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงเทพ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะของรัชกาลที่ 9 อนุญาตให้นำภาพเหล่านี้มาแสดงเป็นกรณีพิเศษ

ในการจัดทำภาพพิมพ์ต้องมีความละเอียดอ่อนในการคงลักษณะเดิมทางศิลปะทั้งหมดของภาพเขียนต้นฉบับ หากแต่
ลักษณะพิเศษหลายอย่างอาจไม่สามารถทำให้เหมือนเดิมทุกประการได้ จึงต้องทดแทนโดยการนำเอาเทคนิคการผลิตภาพขั้นสูง
มาใช้เพื่อให้ได้ภาพเหมือนจริงต้นฉบับ ภาพเก่าที่มีคุณค่ามหาศาลได้รับการพิมพ์ซ้ำและเสนอสู่สายตาผู้คนทั่วโลกและ
คนไทยรุ่นใหม่ ด้วยการลงทุนที่สมราคา

ประติมากรรม "เทวตำนานการกวนเกษียรสมุทร"
Scene of the Churning of the Milk Ocean
(ที่มา : บริษัทคิง พาวเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด)

ประติมากรรม
"เทวตำนานการกวนเกษียรสมุทร"

ตำนาน
          ตามเทวตำนานการกวนเกษียรสมุทรนั้น พระวิษณุได้เสด็จมาเป็นองค์ประธาน แล้วตรัสให้เหล่าเทวาอสูรช่วยกัน
ถอนภูเขามันทรคีรี อันเป็นแหล่งกำเนิดแห่งมณีนพรัตน์ มาตั้งลงในท่ามกลางทะเลน้ำนมที่สถิตอยู่ในไวกูณฑ์สวรรค์ แล้วให้
ช่วยกัน เก็บหาสมุนไพรนานาชนิดมาผสมลงในเกษียรสมุทร และมอบหมายให้จอมนาควาสุกิมาเป็นเชือกพันรอบ
มันทรคีรีต่างสายชักโยง โดยออกอุบายยกยอให้เกียรติอสูร ว่าพวกใดมีกำลังเข้มแข็งที่สุดในสามโลกให้มาชักทางฝั่งเศียรนาค เหล่าอสูรหลงกลรีบตรง เข้ายึด ชักทางเศียรพญานาควาสุกิทันที ฝ่ายเทวดาก็มาชักทางหาง ทั้งเทวดาและอสูร
ช่วยกันชักดึงมันทรคีรีกันอย่างเต็มกำลัง ให้ภูเขานั้นหมุนเพื่อกวนสมุนไพรให้เข้ากับน้ำนมในทะเล ระหว่างนั้น พญาวาสุกินาคราชซึ่งเจ็บและเหนื่อยล้าจากการที่ร่างกาย ถูกเสียดสีจากการพันรอบภูเขาตลอดเวลา ก็อ้าปากคายพิษเป็น
ไฟกรดออกมาทีละน้อย ยังผลให้เหล่าอสูรอ่อนแรงไปตามๆ กัน ตรงข้ามกับเหล่าเทวดาที่ไม่โดนไอร้อน เพราะฉุด
ทางฝั่งหาง ซ้ำยังมีพระลักษมีปติช่วยบันดาลฝนให้โปรยปรายชุ่มชื่นตลอดเวลา

          ระหว่างการกวนเกษียรสมุทร มันทรคีรีซึ่งได้ใช้การมานานก็เริ่มเอียงคลอน  พระนารายณ์ทราบความจึงรีบ
อวตารไปเป็น เต่ากูรมาวตาร เพื่อหนุนต้นภูเขาบันทรให้ตั้งตรงขึ้นดังเดิมอีกครั้ง พิธีระหว่างเทวดาและอสูรนี้กินเวลา
ยานนานนับพันๆ ปี การกวนเกษียรสมุทรทำให้เกิดของทิพย์วิเศษสุด 14 อย่างทยอยกันผุดขึ้นมาตามลำดับ
สิ่งที่ 13 และ 14 ที่ผุดขึ้นมาพร้อมๆ กัน คือ ธันวันตริ ผู้เป็นแพทย์สวรรค์ ผุดขึ้นมาทูนหม้อน้ำทิพย์อมฤต ในขณะที่เหล่าเทวดาและอสูรต่างแย่งชิง ของวิเศษ 12 อย่าง ที่ผุดขึ้นมาก่อนหน้านี้ พระนารายณ์ก็ทรงแบ่งอวตารพระกาย
เป็นสตรีรูปงามราวกับพระศรีลักษมี นามว่า "โมหิณี" ตรงมายั่วยวน เหล่าอสูร และออกอุบายให้เหล่าเทวดาได้ดื่ม
น้ำยมฤตหนึ่งในสี่ส่วนก่อน แล้วที่เหลืออีกสามในสี่ส่วน จะให้เหล่าอสูรได้ดื่มกินต่อจากนั้น

          แต่อสุรินทร์ราหูได้แปลงกายปะปนเข้าไปในหมู่เทวดา เพื่อรับการปันน้ำอมฤต เมื่อพระนารายณ์ทรงทราบ จึงขว้างจักรสุทรรศน์ออกไปตัดร่างราหูออกเป็นสองท่อน ในขณะที่กำลังดื่มกินน้ำอมฤตอยู่ แต่ราหูก็ไม่เสียชีวิตด้วยได้ดื่มน้ำอมฤตเป็นอมตะไปแล้ว พระนารายณ์จึงมอบหม้อน้ำ
อมฤตที่ยังเหลืออยู่ให้แก่พระอินทร์ เพื่อนำไปเก็บรักษายังสวรรค์ห้ามผู้ใดแตะต้องอีก สุดท้ายฝ่ายเทวดาซึ่งได้ดื่มน้ำอมฤตเรียบร้อยแล้ว ก็ขับไล่ฝ่ายอสูรทั้งหมดลงจากสวรรค์ไป


                                   ของทิพย์วิเศษสุด 14 อย่าง
          1.ดวงจันทร์ พระศิวะหยิบมาปักไว้บนเกศ
          2.เพชรเกาสตุภะ
          3.ดอกบัวลอยขึ้นมาพร้อมพระลักษมี
          4.วารุณี เทวีแห่งสุรา
          5.ช้างเผือกเอราวัณ
          6.ม้าอุจฉัยศรพ
          7.ต้นปาริชาติ
          8.โคสุรภี พร้อมของหอม
          9.หริธนู
          10.สังข์
          11.ปวงเทพีอัปสรสวรรค์
          12.พิษร้าย ฝูงนาคและงูสูบพิษไว้
          13.ธันวันตริ แพทย์สวรรค์
          14.หม้อน้ำทิพย์อมฤต

ความหมายของการกวนเกษียรสมุทร
          หลังการกวนเกษียรสมุทร ได้บังเกิดของทิพย์วิเศษสิ่งสุดท้าย คือ น้ำอมฤต ซึ่งมีความหมายว่าไม่ตาย ดังนั้น สถานที่ซึ่งเป็นที่สถิตย์ของน้ำอมฤตย่อมเป็นสถานที่อมตะ มั่นคง ยืนยงสถาพร ดุจดั่งคุณสมบัติของน้ำอมฤตอันเป็นที่ปรารถนาของเหล่าเทวดาและอสูร เช่นเดียวกับสุวรรณภูมิ อันเป็นแผ่นดินทอง
ความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง มั่นคง เป็นอมตะตลอดกาล

ชื่อประติมากรรม เทวตำนานการกวนเกษียรสมุทร
ความหมาย ความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ออกแบบและควบคุมการจัดสร้าง กรมศิลปากร
รูปแบบ ประติมากรรมโลหะปิดทองประดับกระจก
ขนาด กว้าง 3 เมตร ยาว 21 เมตร สูง 5.50 เมตร
งบประมาณการก่อสร้าง 48 ล้านบาท
สถานที่ตั้ง โถงผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของท่าอากาศยานแห่งใหม่ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทันทีที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
ผู้ออกแบบ นายนิคม พลเยี่ยม นายช่างศิลปกรรม 6 กรมศิลปากร
ผลงานของผู้ออกแบบ
          ๐ ออกแบบเขียนแบบตราเครื่องหมายของกระทรวงแรงงาน
          ๐ เขียนภาพจิตรกรรมไทยถวายสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธแห่งเดนมาร์ก
          ๐ ออกแบบเขียนแบบพระธรรมจักรทองคำ ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 72 พรรษา
          ๐ ออกแบบเขียนแบบลวดลายเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณในรัชกาลที่ 9
          ๐ ออกแบบเขียนแบบพระคฑาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ (พระคฑาจอมพลหญิง)
          ๐ ออกแบบเขียนแบบพระคฑาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร
          ๐ งานประติมากรรม ชิ้นสำเร็จ หล่อด้วยโลหะ ปิดทอง ประดับกระจก เขียนสี


แนวคิดการออกแบบ

          สร้างสรรค์ประติมากรรมที่สื่อความหมายเชื่อมโยงถึงผลสัมฤทธิ์ในด้านความเป็นอมตะ และความเจริญรุ่งเรือง
มั่นคง สถาพร ชั่วนิรันดร์ ให้แก่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นดุจดั่งแผ่นดินทอง อันเป็นอมตะ ตลอดกาล

องค์ประกอบของประติมากรรม
          จุดเด่นสำคัญของประติมากรรมจัดวางไว้ตรงกลาง คือ รูปองค์นารายณ์ทรงยืนประทับบนเขามันทรคีรี มีกูรมาวตารเป็นเต่าหนุนใต้ภูเขา
องค์ประกอบรอง ซ้าย-ขวา คือ เหล่าอสูรยืนท่าออกแรงกำลังฉุดชักนาคต้านเศียรของพญาวาสุกรี ส่วนเทวดาชักด้านหาง ยืนหันหน้าเข้าตรงกลางภาพ
ส่วนองค์ประกอบรองลงไป มีขึ้นเพื่อเสริมความงดงามของประติมากรรมให้มีชีวิตชีวามากขึ้น ได้แก่ คลื่นน้ำ พื้นล่างมีหอย ปู ปลา จัดวางให้เป็นธรรมชาติ ซึ่งเมื่อมองภาพรวมแล้ว จะทำให้เกิดความรู้สึกว่ามีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา และดูมีพลังเป็นพิเศษ


ศาลาไทยภายในอาคาร

ขั้นตอนการดำเนินงาน
กันยายน 2548 ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพิธีกวนเกษียรสมุทรจากตำนาน ร่างลายเส้นและระบายสี
9 มกราคม 2549 พิธีหล่อหมู่หุ่นนาฏกรรม ณ โรงหล่อพระบุญเรือน จังหวัดปทุมธานี โดยมี
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม และนายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธี
24 กุมภาพันธ์ 2549 เคลื่อนย้ายหมู่หุ่นนาฏกรรมจากโรงหล่อพระบุญเรือนสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 19.09 น. ภูมิปโลฤกษ์ ซึ่งถือเป็นฤกษ์ของกำลังแผ่นดิน ทำพิธีอัญเชิญพระวิษณุ
(พระนารายณ์) ขึ้นประดิษฐานบนยอดมันทรคีรี
2 มีนาคม 2549 เวลา 16.42 น. ถึง 17.40 น. มหัทโนฤกษ์ ซึ่งถือเป็นฤกษ์ของการค้า การเจรจา การติดต่อ
ทำพิธีนำส่วนหัวของพญานาคขึ้นประกอบกับชิ้นงานประติมากรรม
20 พฤษภาคม 2549 งานระบายสีและตกแต่งประติมากรรมแล้วเสร็จ

ศูนย์การขนส่งสาธารณะ Public Transportation Center
          ศูนย์การขนส่งสาธารณะเป็นพื้นที่ที่รองรับกิจกรรมการขนส่งประเภทต่างๆ และกิจกรรมการให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง  โดยมุ่งเน้นการลดปัญหาการแออัดและความคับคั่งของการจราจรหน้าอาคารผู้โดยสาร อีกทั้งเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและภาพลักษณ์ที่ดีของระบบขนส่งภายในท่าอากาศยาน ทั้งนี้ทอท.จะจัดรถโดยสาร
ให้บริการรับ-ส่ง (Airport Shuttle Bus) ให้บริการผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการท่าอากาศยานระหว่างศูนย์ขนส่งสาธารณะไปยังอาคารผู้โดยสารและสถานที่สำคัญใน
ท่าอากาศยาน โดยไม่คิดค่าบริการ


รถโดยสารให้บริการรับ-ส่ง
(Airport Shuttle Bus)

          การแบ่งพื้นที่ในศูนย์การขนส่งสาธารณะ ประกอบด้วย

          พื้นที่สถานที่จอดรถโดยสาร จำนวน 262 คัน
          พื้นที่รถ Limousine จำนวน 304 คัน
          พื้นที่บริการรถเช่า จำนวน 397 คัน
          พื้นที่รถแท็กซี่สาธารณะ จำนวน 396 คัน
          สถานีบริการเชื้อเพลิง มีผู้ประกอบการ 2 ราย
          ร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมเชิงพาณิชย์อื่นๆ



1.กิจกรรมให้บริการรถ Airport Bus

          Airport Bus เป็นรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ซึ่งเน้นให้บริการสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้ที่ทำงานในทสภ. และบุคคลทั่วไปโดยเป็นการให้บริการตามปกติจากศูนย์การขนส่งฯ ไปยังจุดมุ่งหมายปลายทางต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
และจังหวัดต่างๆ ดังนี้


รถโดยสารของ ขสมก.

1.1 ขสมก. เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการเส้นทางรถโดยสารประจำทางจำนวน 8 เส้นทาง ดังนี้
          1) สายทสภ.-มีนบุรี
          2) สายทสภ.-แฮปปี้แลนด์
          3) สายทสภ.-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
          4) สายทสภ.-บางนา
          5) สายทสภ.-สมุทรปราการ
          6) สายทสภ.-ท่าอากาศยานกรุงเทพ

1.2 บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ โดยกำหนดเส้นทางรถโดยสารประจำทาง จำนวน 8 เส้นทาง ดังนี้

          1) กรุงเทพ (เอกมัย) - บางคล้า
          2) กรุงเทพ (จตุจักร) - ชลบุรี
          3) กรุงเทพ (จตุจักร) - เมืองพัทยา
          4) กรุงเทพ (จตุจักร) - แหลมฉบัง
          5) กรุงเทพ (จตุจักร) - บางคล้า
          6) กรุงเทพ (จตุจักร) - เขาหิน-สระแก้ว
          7) กรุงเทพ (จตุจักร) - บ้านฉาง-ระยอง
          8) กรุงเทพ (จตุจักร) - จันทบุรี
          9) กรุงเทพ (จตุจักร) - ตราด
          10) สายทสภ.- เมืองพัทยา
          11) สายทสภ.- ตลาดโรงเกลือ
          12) สายทสภ.-หนองคาย

2.กิจกรรมให้บริการรถ Public Taxi
          ทอท.ได้จัดให้มีศูนย์รถ Taxi ภายในบริเวณศูนย์การขนส่งสาธารณะ ทสภ. ซึ่งผู้ประกอบการรถ Taxi สามารถเข้ามาให้บริการได้ อย่างเสรี โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- สภาพรถ Taxi ที่เข้ามาให้บริการต้องเป็นรถที่มีสภาพดี และมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี (นับตั้งแต่จดทะเบียนครั้งแรก)
- ผู้ขับรถ Taxi จะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ ทอท. และกรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยได้รับประกาศนียบัตรการอบรมก่อนจึงจะสามารถเข้ามาใช้บริการภายในศูนย์การขนส่งสาธารณะ ทสภ.ได้

3.กิจกรรมให้บริการรถ Car Rent
          ผู้ประกอบการรถเช่าที่ประสงค์จะประกอบกิจการ ณ ทสภ. ให้เสนอแผนธุรกิจให้ ทอท.จะพิจารณาผู้ประกอบการแยกประเภทได้ดังนี้
- ผู้ประกอบการรถเช่าประเทศ International Brand ต้องเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานระดับโลก มีบริการที่ดีเยี่ยม จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ราย
- ผู้ประกอบการประเภทรถเช่า รายย่อยจะต้องรวมกลุ่มกันเข้ามาประกอบการกิจการร่วมกัน

4.กิจกรรมให้บริการ Limousine
          ได้มีการกำหนดให้สัมปทานสิทธิบัตรกับผู้ประกอบการให้การบริการรับส่งผู้โดยสารประเภทรถ Limousine จำนวน 3 ราย
- ทอท.เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 2 ราย โดยวิธีการประมูลซึ่งผู้ประกอบการที่จะยื่นเสนอในแต่ละราย จะต้องมีรถให้
บริการ 2 ประเภท คือ Premium และ Standard โดยให้บริการในประเภท Standard โดยมีเงื่อนไขและคุณลักษณะของรถที่ให้บริการ
ในแต่ละประเภท Premium จำนวน 30-40 คัน และรถที่ให้บริการในประเภท Standard จำนวน 100-130 คัน โดยมีเงื่อนไขและคุณลักษณะของรถที่ให้บริการในแต่ละประเภท ตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด อาทิ ผู้ได้รับอนุญาตต้องจัดรถ
ให้ใช้ก๊าซ NGV อย่างน้อย ร้อยละ 50 ต้องจัดให้มีระบบติดตามรถ เช่น GPS หรือ RFID ภายในระยะเวลา 1 ปี เป็นต้น

- ให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บกท.) เป็นผู้ดำเนินการรถ Limousine รายแรก โดยกำหนดจำนวนรถที่ให้บริการไม่เกิน 100 คัน
และไม่อนุญาตให้ บกท. ไม่ว่ากรณีใดๆ ซึ่ง ทอท.จะต้องเรียกเก็บอัตราค่าตอบแทนจาก บกท.เช่นเดียวกับที่เรียกเก็บจากผู้ประกอบการเอกชน
รายอื่นตามอัตราส่วน ทั้งนี้ในกรณีที่ บกท.ไม่ดำเนินการกิจการรถ Limousine เองให้ ทอท.สรรหาผู้ประกอบการรายที่ 3 มาประกอบกิจการ หรือหากไม่ดำเนินการจัดหาผู้ประกอบการเพิ่มเติมแล้ว ก็สามารถนำจำนวนรถที่ได้จัดสรรให้กับ บกท.ในเบื้องต้นมาแบ่งสรรให้กับ
ผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย ในจำนวนที่เท่านั้น โดยคิดค่าตอบแทนตามสัดส่วนจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น

5.กิจกรรมให้บริการรถ Airport Express
          Airport Express เป็นรถโดยสารปรับอากาศสำหรับให้บริการผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบินจากอาคารผู้โดยสารไปยัง
จุดหมายปลายทางที่เป็น โรงแรมชั้นนำ
ของกรุงเทพมหานคร (ไป-กลับ) โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) หรือเอกชนทุกรายมีสิทธิในการประกอบการเท่าเทียมกัน ในกรณีที่มีผู้สนใจเข้าร่วมประกอบการหลายราย กรมการขนส่งทางบก จะพิจารณาดำเนินการเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่ง
ทางบกกลางตามที่กำหนดไว้ ในเบื้องต้นได้กำหนดเส้นทาง Airport Express ไว้ จำนวน 4 เส้นทาง ดังนี้
          1) สาย ทสภ. - มีนบุรี
          2) สาย ทสภ. - หัวลำโพง
          3) สาย ทสภ. - บางลำพู
          4) สาย ทสภ. - ถนนวิทยุ (ช่วง ทสภ. - สุขุมวิท (นานาเหนือ)

6.กิจกรรมให้บริการรถ Shuttle Bus
          ทอท.จะพิจารณาจัดจำนวนรถโดยสารบริการ รับ-ส่ง ภายในท่าอากาศยาน หรือ Airport Shuttle Bus ตามปริมาณความต้องการ
ในแต่ละช่วงเวลา กล่าวคือ จะจัดรถให้บริการชั่วโมงเร่งด่วนมากกว่าช่วงเวลาปกติ โดยในเบื้องต้นได้กำหนดเส้นทางที่จะให้บริการไว้ 3 เส้นทางดังนี้
Route A1 ระยะทาง 10.60 ก.ม.         Route A2 ระยะทาง 10.030 ก.ม.       Route P ระยะทาง 8.70 ก.ม.
Long Term Parking                           Bus Terminal                                     Bus Terminal
Thai City                                             Thai City                                             Long Term Parking
Domestic Cargo                                Domestic Cargo                                Main Terminal
Main Terminal                                    Main Terminal                                    Car Rental
Free Zone                                          Free Zone                                          Bus Terminal
Airmall Center                                    Thai Catering
Thai Catering                                     Car Rental
Car Rental                                          Bus Terminal
Bus Terminal

ระบบสายพานลำเลียง
          กระเป๋าสัมภาระเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญในการเดินทาง การอำนวยความสะดวกในการขนส่ง กระเป๋าของผู้โดยสารไปยังเครื่องบินด้วยความถูกต้อง และแม่นยำทั้งยังต้องนำกระเป๋าสัมภาระไปผ่านการตรวจวัตถุระเบิดและวัตถุอันตราย เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางด้วยความปลอดภัย ฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าจึงได้รับการจัดตั้งขึ้น ภายใต้การกำกับดูแลของสายงานปฏิบัติการท่าอากาศยาน โดยมีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติและบำรุงรักษาระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งมีความยาวรวมทั้งหมดประมาณ 22 กิโลเมตร และสามารถรองรับการขนส่งกระเป๋าของผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก ได้ทุกแบบของเครื่องบินจนถึงเครื่องบิน
ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Super Jumbo หรือ A-380

ระบบสายพานลำเลียงภายในท่าอากาศยาน

          การจัดหน่วยของฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ มีส่วนปฏิบัติการและบำรุงรักษาระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระเป็นส่วนงานหลักในการดำเนินการ อันประกอบด้วย 4 งาน ได้แก่ งานปฏิบัติการอาคารผู้โดยสาร ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในด้านการปฏิบัติการและบำรุงรักษาสายพานลำเลียงกระเป๋า
และเครื่องชั่งน้ำหนักในขั้นตอนการตรวจบัตร โดยสาร รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับกระเป๋าสัมภาระที่มีน้ำหนักหรือ
ขนาดเกินพิกัดที่กำหนด งานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระมีหน้าที่ปฏิบัติการและบำรุงรักษาสายพานลำเลียงกระเป๋า
ทั้งขาเข้าและขาออก ดำเนินการกับกระเป๋าของผู้โดยสารที่มาเช็คอินก่อนเวลา งานอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบรับผิดชอบ
ดูแลอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบ เช่นเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด CTX เครื่องอ่านบาร์โค้ด เป็นต้น

          งานศูนย์ควบคุมระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ เป็นศูนย์กลางในการควบคุมระบบทั้งหมด ซึ่งสามารถเปิด-ปิด ตลอดจนเฝ้ามองระบบว่ามีกระเป๋าติดหรือขัดข้องที่ตำแหน่งใด ทำให้แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระยังมีวิศวกรและนักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ และงานธุรการให้การสนับสนุน
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน

ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ประกอบด้วยส่วนประกอบ 2 ส่วนหลัก คือ
- ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระขาออก
- ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระขาเข้า

ภาพรวมระบบจัดการกระเป๋าสัมภาระขาออก
          ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระขาออกแบ่งเป็น 2 ชุดที่เหมือนกันคือ ชุดตะวันออกและชุดตะวันตก การออกแบบให้แยกเป็น 2 ชุดนี้ จะช่วยลดปัญหาเมื่อเกิดขัดข้องและทำให้แต่ละชุดทำงานได้อย่างอิสระและอ่อนตัวได้ ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระขาออก หมายถึง การจัดการกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารขาออก และรวมถึงกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transfer) เริ่มจากบริเวณชั้น 4 ของอาคารผู้โดยสารจะมีเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร จำนวน 10 เกาะ (Island) แต่ละเกาะแบ่งออกเป็น 2 แถว (Row) และแต่ละแถวประกอบด้วย

ระบบสายพานลำเลียงภายในท่าอากาศยาน

ดังนั้นรวมมีเช็คอินเคาน์เตอร์ทั้งหมด 460 เคาน์เตอร์ ซึ่ง 100 เคาน์เตอร์สำหรับผู้โดยสารที่ไม่มีกระเป๋าเช็คอิน เมื่อผู้โดยสารได้รับการตรวจบัตรโดยสารและนำกระเป๋าวางลงบนสายพานเครื่องชั่งน้ำหนัก และพนักงานตรวจบัตรโดยสารจะติดแผ่นป้าย Bag Tag ที่กระเป๋า กระเป๋าจะถูกส่งตามสายพานไปยังชั้น 3 ด้านสายพาน Transport conveyor หลังจากนั้นจะถูกส่งผ่านชั้น 2 ไปยังชั้น 1 ด้วยสายพานจำนวน 4 lines กระเป๋าสัมภาระขาออกจะถูกตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX ถ้าตรวจไม่ผ่านจะถูกส่งเข้าไปตรวจอีกในห้องตรวจสอบกระเป๋า เมื่อถึงเวลาที่กำหนดก็จะถูกส่งไปยัง Make up carousel ซึ่งมีทั้งหมดจำนวน ...ชุด เพื่อให้สายการบินขนส่งกระเป๋าไปยังเครื่องบินต่อไป
สำหรับกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง จะถูกขนมาเครื่องบิน แล้วนำมาวางลงสายพาน Transfer ซึ่งมีอยู่ฝั่งละ 4 lines กระเป๋าสัมภาระจะถูกส่งไปยังสายพาน เพื่อจะไปตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX หลังจากนั้นจะถูกส่งไปยัง Make up carousel เหมือนกับกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารขาออก
นอกจากนี้ยังมี Re-check-in counter ที่บริเวณชั้น 2 สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องจากเที่ยวบินระหว่างประเทศ มายังเที่ยวบินภายในประเทศ

ภาพรวมการลำเลียงกระเป๋าสัมภาระขาเข้า
          ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระขาเข้า เริ่มจากพนักงานของสายการบินขนกระเป๋าจากเครื่องบินมายังสายพานขาเข้าที่ชั้น 1 กระเป๋าสัมภาระจะถูกส่งขึ้นไปยังแท่นหมุนรับกระเป๋าขาเข้า ภายในห้องผู้โดยสารขาเข้าที่ชั้น 2 ซึ่งมีทั้งหมด 22 ชุด แบ่งออกเป็น แท่นหมุนรับกระเป๋าผู้โดยสารภายในประเทศจำนวน 5 ชุด แท่นหมุนรับกระเป๋าผู้โดยสารระหว่างประเทศ จำนวน 17 ชุด แท่นหมุนรับกระเป๋าชุดสุดท้ายมีความยาวเป็นพิเศษและมีสายพานป้อนจำนวน 2 เส้น เพื่อรองรับกระเป๋าจากเครื่องบิน A-380
ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระทั้งหมด จะอยู่ภายใต้การควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์อันทันสมัย และมีประสิทธิภาพ ซึ่งติดตั้งอยู่ในห้องควบคุมระบบที่บริเวณชั้น 1 ของอาคารผู้โดยสารสามารถควบคุมการเปิด-ปิด ตรวจสอบการทำงานของระบบว่า มีกระเป๋าติดขัดที่ใดในระบบ ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ใดขัดข้อง และสามารถพิมพ์รายงานสถานภาพของระบบ ตลอดจนบันทึกประวัติการทำงานของระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระได้

หลังคาผาใยสังเคราะห์ (FABRIC MEMBRANE ROOF)
          หลังคาใยสังเคราะห์ หรือ Fabric Membrane Roof ของอาคารเทียบเครื่องบิน ทำจากวัสดุใยสังเคราะห์โปร่งแสงคล้ายผ้าใบ ซึ่งสามารถออกแบบให้เป็นรูปทรงที่สะดุดตาได้ จะเห็นได้ว่าอาคารเทียบเครื่องบินเป็นอาคารรูปตัด อาคารมีส่นโค้งของรูปทรงไข่ไก่ ประกอบด้วยกระจกและผ้าใยสังเคราะห์ ซึ่งมีลักษณะที่สะดุดตาต่อสาธารณชนได้เป็นอย่างดี อาคารเทียบเครื่องบินมี Fabric Membrane Roof ทั้งหมด 108 Bays

แนวคิดในการออกแบบ
          การออกแบบ Fabric Membrane เพื่อที่จะให้อาคารมีเอกลักษณ์พิเศษและสอดคล้องกับโครงสร้างที่สามารถ Take Span ได้กว้างกว่าวัสดุอื่นๆ Fabric Membrane Roof มีทั้งหมด 3 ชั้น


พนักงานกำลังทำความสะอาด
บริเวญหลังคาก่อนการเปิดใช้งาน

1.ชั้นนอก (Out  Membrane) คุณสมบัติ เป็นผ้าทำจากใยสังเคราะห์ Fiber Glass ความหนาประมาณ 1 มิลลิเมตร เคลือบด้วยสาร Teflon เพื่อป้องกันแสงอาทิตย์ ฝน และบรรยากาศภายนอกอาคารรวมทั้งเสียงจากเครื่องบินโดยสาร มีความลื่นเป็นผิวมัน มีความทนทานต่อสภาพลมฟ้าอากาศภายนอกได้สูงกว่าปกติ และฝุ่นละอองไม่เกาะที่ผิวด้านนอก เนื่องจากเป็นผิวเคลือบเทฟลอน (Teflon) มีความลื่นเป็นผิวมันจึงไม่ต้องทำความสะอาด (self cleaning) โดยชั้นนอกเป็นผ้าใยแก้วพิเศษ เคลือบด้วย PTFE ทำให้หลังคาชั้นนี้มีความทนทานต่อสภาพลมฟ้าอากาศได้สูงกว่าปกติ

2.ชั้นกลาง (Middle Layer) คุณสมบัติเป็นแผ่น Polycarbonate หนา 6 มิลลิเมตร ติดตั้งบนโครงตาข่ายเหล็กปลอดสนิม (Cable Net) ซึ่งมีคุณสมบัติทนทานต่อแสง UV และป้องกันความร้อนนำและพาที่ผ่านชั้น Out Membrane ทำหน้าที่รับ Load โดยทฤษฎี Air cell System เพื่อ Out  Membrane สามารถทนทานต่อแรงลมได้ดี ส่วนชั้นกลางเป็นแผ่นพลาสติก Polycarbonate โพลีคาร์บอเนตใส ติดตั้งบนโครงตาข่ายเหล็กปลอดสนิมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12-14 มิลลิเมตร ทำหน้าที่ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก

3.ชั้นในสุด (Inner Layer) คุณสมบัติ เป็นผืนผ้าทอด้วยใยสังเคราะห์ Fiber Glass ความหนา 0.3 มิลลิเมตร ลักษณะคล้ายผ้าเคลือบด้วยสารเคลือบอลูมิเนียมและสารเคลือบ LOW-E เพื่อป้องกันเสียงและป้องกันความร้อนเข้าในภายในให้แสงสว่างและแสงธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ชั้นในสุดท้ายเป็นผ้าใยแก้วพิเศษ ที่มีเส้นใยสานกันเป็นช่องเปิดขนาดเล็กๆ เพื่อหน้าที่ดูดซับเสียง ลดการสะท้อนเคลื่อนพลังงานความร้อนภายนอกและป้องกันความเย็นภายในอาคารไม่ให้แพร่ขยายออกภายนอก