บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ทั่วไป
หัวข้อสาระ


โครงสร้างแผนธุรกิจ สำหรับ SMEs
ชีวิต ความหวัง กำลังใจ (สาระการใช้ชีวิต)
ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่น
กินทุเรียนให้ปลอดภัย
อะไร ? คือ จีเอ็มโอ (GMOs)
ความลับของความหวาน
อีคิว-ความฉลาดทางอารมณ์
การเลือกซื้อปืนมือ2
Hostile Take Over
สัญญาณเตือนมะเร็ง
ความเป็นไปได้ ในการเกิดแผ่นดินไหว ในกรุงเทพ
ความรู้เรื่องไม้อัดพาร์ติเคล PARTICLE BOARD
วิธีถนอมสายตาสำหรับผู้ที่ทำงานหน้าคอม
สูตรคิดน้ำหนักร่างกายมาตรฐาน
คำศัพท์เกี่ยวกับหุ้น
รู้เรื่อง หยิน และ หยาง
ชาเขียว ความจริงที่คุณต้องรู้
การแพ้ยา
คอเคล็ดพราะตกหมอน
เคล็ดลับ .... ต่อต้านริ้วรอย
ประโยชน์จากการเข้าตลาดหลักทรัพย์
เครื่องดื่มผสมคาเฟอีน
ชาสมุนไพร ดื่มให้ดี มีประโยชน์
ประวัติการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ-หนองงูเห่า
หลักแพทย์แผนไทย การกินอาหารตามธาตุ
สารอาหารและประโยชน์ของ มะระ
การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)
กลิ่น...ใครว่าไม่สำคัญ
วิธีเลือกซื้อรองเท้า
ตู้เย็นทำงานอย่างไร
ข้อมูลบริการต่างๆ เกี่ยวกับบ้าน
สูตรกาแฟ
จะทำอย่างไรให้ฟันขาว
อยากเป็นคนเก่งต้องทำอย่างไร..." 7 Thinking method to be genius "
เบอร์โทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์
ขับปลอดภัยเมื่อฝนตก
เคล็ดลับในการรักษาสีรถให้สวยสดใส
บันทึกแด่ลูกรัก
ผลของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ บทเรียนจาก agentina
สาระและวิธีการทำ cocktail
สะพาน "โกลเด้นเกท Golden Gate"
วิธีผ่าแตงโม ให้แคะเมล็ดออกได้ง่าย
ระยะทางระหว่างจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย
คำคมจาก ขงเบ้ง
ข้อมูลที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานด้านวิศวกรรมและสถาปัตย์
นพมงคล : ๙ แนวทางสร้างความเจริญแก่ชีวิต รับปีใหม่
รวมแหล่งพัฒนาสมองและการพัฒนาการเด็ก
Risk Management เครื่องมือบริหารความเสี่ยง
พระราชดำริ 14 ข้อนักบริหารเพื่อส่วนรวม (ป๋าเปรมเน้นย้ำ)
ฟรี! โปรแกรม Free Downloads เพียบเลย..
เตือนตัวเอง ด้วยตัวเอง : คำคมและแง่คิดดีๆ
10 สถาปัตย์อัศจรรย์แดนมังกร
๖๐ ข้อคิดบันทึกไว้จากใจพ่อ
รู้จัก "แมวนางกวักโชคลาภ"
นิทาน เวตาล
ClipVDO ๙ คำพ่อสอน 20 ตอน
รวมเว็บไซท์ด้านช่าง
Download พระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน
ภาพอาหารน่ากิน
ท่าบริหารเพื่อ การเล่นcom นานๆ
ลิ้งค์น่าสนใจ
ปรัชญาจากหลอดยาสีฟัน
โยคะในที่ทำงาน บรรเทาอาการเมื่อยหลัง
ภูมิศาสตร์ ประเทศไทย
พระบรมราโชวาท
อาหารช่วยลด คอเลสเตอรอล
สูตรทำอาหาร .... น่ากิน...
ตำนานเกี่ยวกับต้นกำเนิดวันสงกรานต์
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
คู่มือเลี้ยงสัตว์
10 อันดับ รถที่แพงที่สุดในโลก
ภาพวาดน่าสนใจใน "วัดพระแก้ว"
สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน
10 ของอร่อยหากินยาก
เทศกาลไหว้พระจันทร์
เกษตรตามแนว "ทฤษฎีใหม่"
ที่สุดในโลก
สถาปัตยกรรมธรรมชาติ "ถ้ำ"
ประติมากรรมกรีก
เทพประตู หมึ่งซิ้ง - เทพมงคลจีน
ฮวงจุ้ย บ้านยากจน
ภาวะของแม่และพัฒนาการของทารกในครรภ์
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ
เทคนิคการสัมภาษณ์งาน
บริหารเวลาอย่างไร ให้มีเวลา ?
ทศชาติชาดก
โบท็อกซ์ (Botox): สวยด้วยยาพิษ
บัญญัติ 10 ประการ สู่ชีวิตยืนยาวและแข็งแรง
Good Idea ของผู้นำยุคใหม่ ...เพื่อการสร้างคน...
P+I =C สูตรเปลี่ยน "วัฒนธรรมองค์กร"
ต้องเหนือกว่าคู่แข่ง
ตามรอยพ่อ...อย่าง “พอเพียง”
ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”
การใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย
30 บาทรักษาทุกโรค
รวมคลิปของในหลวงในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ภาพหาดูยาก... ของในหลวง
คลิปโฆษณาที่อยากให้คนไทยได้ดู
มิเตอร์ไฟที่บ้านกับที่อพาร์ทเมนท์ ต่างกันตรงไหน?
แง่คิดจากผีเสื้อ
คติดีๆ...จากปู่เย็น
10 วิธีทำงานให้เจ้านายรัก
สนุกคิดคณิตศาสตร์
Cocoa Beach & Spa (Maldives)
ลดลงแต่กลับได้มากขึ้น
เปิดสมุดปกขาวค้นปมรถดับเพลิงฉาวของกทม.
เคล็ดลับฮวงจุ้ย 128 ข้อ
Autumn in Japan
น้ำพุเต้นระบำ
สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
เปิดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติบ้านจัดสรรรู้ทันข้อมูล-ไม่ลงทุนเกินตัว
เรื่องน่าหัดและ สิ่งที่น่าลอง
ขอเวลา 3 นาที่ก่อนฆ่าตัวตาย
สถาปนิก มีสาขาอะไรกันบ้าง...
การวางผังเมืองมีประโยชน์ยังงัย
แค่รถเล็กๆ ก็พอเพียง
หลัก 7 ประการในการบริหารแรงงาน
10 เคล็ดลับ เพื่อผูกใจพนักงานไว้กับองค์กร
ทำอย่างไร จึงจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร
แหล่งท่องเที่ยวรอบ"สุวรรณภูมิ"
วิธีการคิดและการกระทำของผู้นำแบบ CEO
ประเภทของการประกันภัยรถยนต์
ทำอย่างไรเมื่อรถหาย
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน...ทำอย่างไรดี
เวนคืนที่ดินตาบอด25จุดทั่วกรุง กทม.ออก"พ.ร.ฎ."-ของบฯสร้างปี"50
การจราจรใน ก.ท.ม. ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
ปาร์ติเกิลบอร์ด ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดการใช้ไม้
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
15 อันดับตึกสูง สวยๆ ของโลก
10 สิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจของประเทศจีน
สถาปนิก ต้องมีจรรยาบรรณอะไรบ้าง และแบ่งระดับชั้นกันอย่างไร?
เส้นทางเดินรถเชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิ 6 สาย
บริหารพื้นที่ออฟฟิศสไตล์โรงแรม
Bora Bora หมู่เกาะ "ไข่มุกแห่งแปซิฟิก"
38 มงคลชีวิต ยอดเยี่ยมจริงๆ
เคล็ดลับงานครัว
เทคนิคค้าปลีกที่คุณก็ทำได้
อาหารไทยในตลาดโลก
โยคะในที่ทำงาน บรรเทาอาการเมื่อยหลัง
อานิสงส์การทำบุญแบบต่างๆ
บทสวดมนต์ที่สำคัญ
ข้อบังคับจากการประปานครหลวงเกี่ยวกับมาตรวัดน้ำที่ผู้ใช้น้ำควรทราบ
รู้ทัน ลูกเล่น อู่-ช่าง-เซลส์
สภาวิศวกร : ผู้กำหนด "สเป็คส์" วิศวกรไทย
จรรยาบรรณวิศวกร ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จะพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างไรให้มีเสถียรภาพ
วันลอยกระทง
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(04/12/49)
จดหมายจาก “พ่อ” ถึง “ลูกชาย” ที่รัก
พระมหากษัตริย์ยอดนักปราชญ์ ๓๒ ปี แห่ง ... เศรษฐกิจพอเพียง
มหาราช มหาปราชญ์
ธรรมราชา ผู้ครองแผ่นดินโดยธรรม
พระราชาผู้เป็น "หนึ่งในโลก"
ฮวงจุ้ยแท้จริงคืออะไรกันแน่
เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำสุดในรอบ 5-6 ปี
ตะลึง! พบ “ทางด่วน” สมัยจิ๋นซีฮ่องเต้
วงจรชีวิต "ตลาดที่อยู่อาศัยไทย" กรณีศึกษา...ฟองสบู่ก่อตัว
เศรษฐกิจพอเพียง กับการพัฒนาคนและหนทางข้างหน้า
สี่ประเด็นปัญหา ของไทยที่ต้องพูดถึง
พรปีใหม่ 2550 จาก "ในหลวง"
เคล็ดลับการปรับฮวงจุ้ยสำหรับ ปีกุน 2550
เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ผิดเพศ
ฮวงจุ้ย...เสริมเลิฟ
ตรุษจีน : มงคลอาหารไหว้
ทำอย่างไรจึงจะเกิด "ความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร"
วิธีสร้างบุญบารมี (สมเด็จพระญาณสังวร)
ทำสปาที่บ้านด้วยตัวเอง
เมนูมงคลเทศกาลตรุษจีน
ภาวะอาหารเป็นพิษ
หลักการทรงงาน 10 ประการ ของในหลวง
ข้อเท็จจริงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับความอ้วน
หลัก 7 ข้อ ก่อนคุณจะซื้อรถยนต์
ภาษาอังกฤษที่คนไทยมักใช้ผิดๆ บางศัพท์ที่คุณไม่เคย Get
เสริมมงคล และตัวอย่างการแก้ไขฮวงจุ้ย
วิธีแก้เคล็ดเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นตามหลัก ฮวงจุ้ย
ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์
7 ท่านวดหน้าถนอมสายตา
ทำงานอย่างไรให้มีความสุข
ความรู้เกี่ยวกับ ศาลพระภูมิ
เตรียมรับมือ... น้ำท่วมโลก
เนิร์สเซอรี ที่พึ่งของพ่อแม่ยุคใหม่
จะทำอย่างไรถ้าบ้านคุณอยู่ตรงทางตัน
14 กลเม็ดง่ายๆ กู้วิกฤติโลกร้อน!
ลาวกับวิสัยทัศน์ “Battery of Asia”
วิธีการฟื้นเศรษฐกิจตกต่ำ
สัญญาณเตือนภัยที่ต้องจับตา ปี50
เปิดลายแทงเที่ยวสงกรานต์กรุงเทพมหานคร
เวียดนามลงทุน ไฮสปีดเทรนแสนล้านเสร็จใน 6 ปี
สงกรานต์ 4 ภาค...เสน่ห์แห่งความแตกต่าง
แคมเปญเช็คสาพรถต้อนรับสงกรานต์ 50
นางสงกรานต์ คำพยากรณ์...คติในตำนาน
ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์
5 เทคนิคฝึกสมองให้ฉลาด
นั่งสมาธิ..เพิ่มเนื้อที่สมอง
เริ่มต้นเป็น SMEs เขียนแผนธุรกิจแนวพอเพียง
รีสอร์ตเพื่อผู้พิการ
สามก๊กฉบับคนขายชาติ
ประวัติพระอริยสงฆ์
เครื่องดื่มสูตรเด็ดเคล็ดหุ่นสวย
ตำนาน ฮก ลก ซิ่ว
อิทธิพลศิลปะพม่า ในอาณาจักรล้านนา
น้ำมันไบโอดีเซล
น้ำมันแก๊สโซฮอล์
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
ข้อเปรียบเทียบ LPG & NGV
รูปกรุงเทพมหานครสมัยก่อน
เคล็ดการแก้ฝันบางส่วนตามตำราโบราณ
ซับไพร์มคืออะไร
คุ้มค่าหรือไม่ถ้าจะรีไฟแนนซ์บ้าน
ฟิล์มกรองแสง
15 อันดับตึกสูง สวยๆ ของโลก
สารพัดวิธีทำให้หนูน้อยอารมณ์ดี
เบอร์ดทรสำคัญเผื่อตังหายน่ะ
กฎเหล็ก 7 ประการ ในการเป็นผู้นำ
ต้นไม้เรืองแสง
กรีนบอร์ด วัสดุใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม
สถาปัตยกรรมร่วมสมัยบนเกาะบาหลี
เลือกดื่มอย่างไร ไม่ทำให้อ้วน
‘ซูเปอร์ซีเมนต์’ มิติใหม่วัสดุก่อสร้าง
ซื้อแฟรนไชส์อย่างไรไม่ให้ถูกหลอก
4โครงการลงศรีนครินทร์
เจาะลึก “คุณคะ” ยุทธวิธีแก้ภาพการบินไทย
ทิศทางการผลิตและราคาน้ำมันในอนาคต
เมื่อเกิดแผ่นดินไหว Earthquakes
30 วิธี ที่ช่วยให้ชีวิต "มีความสุข"ยิ่งขึ้น
"นาร์กิส" ธรรมชาติพิโรธ ถล่มพม่า!
มหัศจรรย์ “บุโรพุทโธ”
E85 และน้ำมันสารพัดชนิด
ชลบุรีใน อดีด พ.ศ. 2490 หรือเมื่อ 59 ปีที่ แล้ว
ที่มาของ "บะจ่าง"
ดูชัดๆ ไทยยกแผ่นดินพระวิหารให้เขมร!!
โอกาสไทยทวงคืน “ประสาทพระวิหาร” ย้อนดูคำประท้วงคำตัดสินของศาลโลก
สนพ. แนะวิธีใช้รถช่วงหน้าฝน
ตำนาน ฮก ลก ซิ่ว
พิธีการปูที่นอน
แสงอาทิตย์เปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร
คิดบวก ชีวิตบวก
“ยำเกสรชมพู่” ... เมนูเพื่อนสุขภาพ ตำรับพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ
น้ำมันไบโอดีเซล
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง
แผนที่โลกใหม่-น้ำท่วมโลกจริงหรือ?
รถพลังงานไฮโดรเจนของคนไทย
วิธีสร้างสมาธิ ในการทำงาน
2551 น้ำท่วมกรุงเทพฯ
รถบ้าน บ้านรถ
วิจัยพบ สวดมนต์ สมาธิ วิปัสสนา รักษาโรคได้
ภาพเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ภาพลาวาจากภูเขาไฟสวยๆ
MALDIVES เกาะในฝัน
ภาพข้างในปิรามิด..
รวมบทกวีปลุกพลังใจพันธมิตรฯ ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
THE PALM ISLANDS สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกอนาคตที่ดูไบ
ซานอัลฟองโซ เดล มาร์ สระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
10 อันดับ ต้นไม้มหัศจรรย์
ธนาคารที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ภัตตาคารบนต้นไม้ที่ญี่ปุ่น
ภัยจากสนามเด็กเล่น อันตรายใกล้ตัวที่ควรระวัง
วัดพระมหาแก้ว ใช้ขวดสร้าง 1.5 ล้านขวด
โบสถ์สแตนเลส แห่งเดียวในโลก
ไขปริศนาเลขบัตรประชาชนไทยทั้ง 13 หลัก
81 เรื่องของ “ในหลวง” ที่คนไทยควรรู้
ระบบกันขโมยที่เหมาะสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว
เคล็ดไม่รับการกันขโมย แบบง่าย
โครงการหมู่บ้านมี รปภ. อยู่แล้ว ควรติดสัญญาณกันขโมยหรือไม่ ?
สุดยอด...มหาวิหารชาวคริสต์
มาเพิ่มพลังสมองกันเถอะ
บ้านดิน "ถู่โหลว" ในฤดูใบไม้ผลิ
โอกาสทองในการซื้อบ้านมาหรือยัง?
เซาว์น่าอินฟราเรด
อยากรู้มั๊ย..ปั่นหุ้นเค้าทำกันอย่างไร!!
คู่มือการเลี้ยงลูกให้ได้ดี
สุดยอดสะพานสวย
เทศกาลซากุระ Sakura Festival
อีกประโยชน์หนึ่งของถุงพลาสติก
ขนมเค้กน่ารักๆ
10 อันดับเมฆที่หาดูได้ยาก‏
บ้านเคลื่อนที่ : Mobile-truck
ที่จอดรถใต้ดินแบบป็อปอัพ
แนวคิดรถบ้านเคลื่อนที่ "มินิ" สุดล้ำ "สะดวก สดใส ยืดหดได้"
พระกระแสดำรัสเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552
สุดยอด! ม.เทคโนโลยีสุรนารี สร้างเรือผ้าใบช่วยน้ำท่วม
วิธีตรวจเช็คไฟรั่วในน้ำอย่างง่าย
ขวดช่างไฟ .. เช็คไฟรั่ว ลองทำดูครับ ไม่ยากเลย

        วิจัยพบ สวดมนต์ สมาธิ วิปัสสนา รักษาโรคได้

หมวด : ทั่วไป    
จำนวนคนอ่าน 1530    

วิจัยพบ สวดมนต์ สมาธิ วิปัสสนา รักษาโรคได้

ความเจ็บป่วยเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตอยู่ในโลกและเป็นทุกข์อย่างหนึ่งที่คนทุกคนต้องพบทางกายและทางใจมากบ้างน้อยบ้าง การที่จะไม่ให้ร่างกายเจ็บป่วยเลยนั้นเป็นสิ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะเป็นธรรมชาติของร่างกายที่อวัยวะต่างๆ จะเสื่อมลงและถูกคุกคามด้วยโรค โอกาสที่ร่างกายจะเจ็บป่วยนั้นมีอยู่เสมอในทุกช่วงของชีวิต โดยเฉพาะในวัยเด็กที่อวัยวะแต่ละส่วนยังทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ และในวัยชราที่อวัยวะเสื่อมลงทุกที พุทธศาสนาเกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นทุกข์และพบสุข คำสอนและพิธีกรรมต่างๆ มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์นี้ ถึงแม้ว่าโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พุทธศาสนาก็ถือว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เพราะจะทำให้เราสามารถปฏิบัติธรรมให้ได้รับประโยชน์เต็มที่ตามคำสอน
ในศาสนา ด้วยเหตุนี้พุทธศาสนาจึงมุ่งสอนวิธีปฏิบัติที่จะทำให้มีสุขภาพดีทั้งกายและทางใจ วิธีสำคัญที่พุทธศาสนาใช้ป้องกันและรักษาโรคคือ การสวดมนต์ การ ปฏิบัติสมาธิและวิปัสสนา วิธีเหล่านี้นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่สุขภาพแล้ว ยังนำไปสู่ความสุขสูงสุดทาง ศาสนาได้ด้วย

การสวดมนต์ ปฏิบัติสมาธิและวิปัสสนาเป็นสิ่งที่ชาวพุทธทุกคนรู้จัก และปฏิบัติเป็นส่วนมาก มากน้อย ตามวาสนา วิปัสสนาหรือที่เรียกกันทั่วไปว่ากรรมฐาน เป็นจุดเด่นที่สุดของพุทธศาสนาและเป็นสิ่งสำคัญที่ดึงดูดคนต่างศาสนาให้หันเข้าหาพุท
ธศาสนา เพราะกรรมฐานให้ประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม ในทางโลกประโยชน์ของกรรมฐานที่สนใจกันมากในบรรดาชาวต่างประเทศเป็นเรื่องของสุขภาพมา
ก กว่าอย่างอื่น ส่วนประโยชน์ทางธรรมหรือทางศาสนาได้รับความสนใจน้อยกว่า ยิ่งมีผู้นำกรรมฐานไปประยุกต์ใช้บำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่นโรคความ เครียดและความดันโลหิตสูงเป็นผลสำเร็จมากเท่าไร ยิ่งทำให้ประโยชน์ของกรรมฐานทางด้านสุขภาพเป็นที่ กล่าวถึงกันมากขึ้น

หนังสือและงานวิจัยที่เกี่ยวกับประโยชน์ทางด้านนี้ ของกรรมฐานมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ในสังคมตะวันตก ในเวลานี้ ชาวตะวันตกที่ไม่เคยได้ยินคำว่ากรรมฐานหรือเมดิเตชั่น (Meditation) ในภาษาอังกฤษแทบจะไม่มีเลย ส่วนในประเทศไทยนั้นผู้สนใจกรรมฐานมีจำนวนมากกว่าในตะวันตกโดยไม่ต้องสงสัย แต่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพและกรรมฐานยังมีอยู่น้อ
ย มีจำนวนไม่เพียงพอ ที่จะนำมาสนับสนุนความเชื่อว่ากรรมฐานรักษาโรคได้

ในหนังสือชุด กฎแก่งกรรม ที่พระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี พิมพ์เผยแพร่ทุกปี ผู้ปฏิบัติกรรมฐานหลายคนได้เขียนเล่าเกี่ยวกับผลงานของกรรมฐานที่มีต่อสุขภาพของตน ผู้เล่าคงเล่าด้วยความจริงใจตามการสังเกตของตน แต่เรื่องที่พูดที่เล่าให้ฟังนี้ยังไม่มีการทดสอบความจริง จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะใช้ยืนยันความเชื่อดังกล่าวได้ ด้วยเหตุนี้ในการกล่าวถึง ประโยชน์ในด้านสุขภาพ เราจึงจำเป็นต้องอ้างอิงเอกสารงานวิจัยของแพทย์ชาวตะวันตกเป็นสำคัญ

ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพจิตใจและโรคภัยไข้เจ็บ
ก่อนที่จะวิเคราะห์ประโยชน์ของกรรมฐานที่งานวิจัยต่างๆชี้ให้เห็น เราควรจะทราบก่อนว่า การมีสุขภาพดีไม่ได้หมายถึงการมีร่างกายแข็งแรงไม่มีโรค ภัยไข้เจ็บเท่านั้น แต่หมายรวมถึงการมีจิตใจดีงามควบคู่ไปด้วย พุทธศาสนามองดูสุขภาพในลักษณะนี้ เพราะถือว่าร่างกายและจิตใจมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากจนแทบจะแยกออกจากกันไม่ได้ การแพทย์แผนปัจจุบันยอมรับทัศนะที่กล่าวมานี้และชี้ให้เห็นว่า จิตใจมีความสำคัญต่อการเกิดโรคและการหายของโรค โรคทางกายหลายโรค เช่น ปวดศีรษะจากความเครียด โรคกระเพาะอาหาร โรคหอบหืด โรคหัวใจและโรคระบบทางเดินอาหาร เป็นผลมาจากสภาพของจิตใจที่ผิดปกติเป็นส่วนมาก

การวิจัยทางการแพทย์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สภาพของจิตใจมีอิทธิพลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่เป็นป้อมปราการธรรมชาติ สำหรับป้องกันการโจมตีของสิ่งแปลกปลอมจากนอกร่างกาย เช่น แบคทีเรีย ไวรัส เซลล์มะเร็ง เพราะสภาพของจิตใจมีความสัมพันธ์กับระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำให้เกิดผลต่างๆ ต่อร่างกายตามมา จิตใจไม่ปกติ เช่น มีความเครียด หรือความโกรธ จะไปกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้ร่างกายหลั่งสารเคมีทางปลายประสาทที่เชื่อมต่อ จากเซลล์ของภูมิคุ้มกันในไขกระดูก มีผลให้ภูมิคุ้มกันของเราลดลง ทำให้เราติดเชื้อหรือเป็นมะเร็งได้ง่าย ในทางตรงกันข้ามจิตใจที่ปกติปราศจากอารมณ์ที่เป็นพิษ เป็นภัย เช่น ความรัก ความเมตตา จะทำให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้น (Danial Goleman , Emotional Intelligence) การค้นพบความเกี่ยวข้องระหว่างสภาพจิตใจและการ เปลี่ยนแปลงในร่างกายที่มีผลต่อระบบคุ้มกัน ทำให้แพทย์หันมาสนใจค้นคว้าหาวิธีบำบัดรักษาโรคภัย ไข้เจ็บในรูปแบบใหม่ โดยไม่ต้องใช้ยาแต่โดยการสร้าง เสริมปัจจัยต่างๆ ให้ร่างกายมีภูมิต้านทานดีขึ้น ให้ร่างกายค่อยๆรักษาตัวเอง (Andrew Weil , Spontaneous Healing)

วิธีการรักษาแบบนี้ เป็นทางเลือกใหม่ของการแพทย์ เรียกกันว่าวิธีการรักษาตามธรรมชาติ แพทย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่นิยมการรักษาด้วยวิธีนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น สำหรับในประเทศไทย นายแพทย์ บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล และคณะ รวมทั้งศาสตราจารย์ ดร. สาทิส อินทรคำแหง และชุมนุมชีวจิต เป็นผู้บุกเบิก แนะนำวิธีการบำบัดนี้มาเผยแพร่ โดยเน้นการรับประทานอาหารธรรมชาติที่มีกากใย (เช่น ข้าวกล้องหรือ ข้าวซ้อมมือ ผักผลไม้) การขจัดพิษออกจากร่างกาย(เช่นด้วยวิธีอดอาหารหรือสวนทวาร) การออกกำลังกาย (เช่น การรำกระบอง การเต้นแอโรบิค) การฝึกหายใจ และการปฏิบัติสมาธิ (หรือสมถวิปัสสนา) เป็นสำคัญ

ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมสุขภาพ ได้แก่ การออกกำลังกาย การพักผ่อน อาหาร สภาพสิ่งแวดล้อมและสภาพจิตใจ ประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ (เช่น รับประทานผักและผลไม้มาก เนื้อสัตว์น้อย และงดอาหารปรุงแต่งที่มีสารเคมีเจือปน) การออกกำลังกาย (เช่น การวิ่ง การเดิน การฝึกไทเก๊ก จี้กง โยคะ) การพักผ่อนให้เพียงพอและการ อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปราศจากมลภาวะที่มีต่อสุขภาพทางกายและทางใจเป็นที่รู้กันทั่วไป
แต่ในเรื่องของสภาพจิตใจที่มีผลนั้นยังมีผู้รู้น้อย การศึกษาในการแพทย์สมัยใหม่พบว่า ถ้าหากเรามีความคิดในทางที่ดี (เช่น ไม่คิดมุ่งร้ายผู้ใดหรือไม่คิดเรื่องที่ทำให้เป็นทุกข์) และมีอารมณ์ที่ดีงาม (หรือที่เรียกกันในวงวิชาการว่า อารมณ์ในทางบวก) เช่น มีความเมตตากรุณา และความเอื้ออาทร ภูมิต้านทานจะดีขึ้น)

ดร. เดวิท แมคคลีแลนด์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาด ได้ทดลองด้วยการแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ดูภาพยนตร์เกี่ยวกับแม่ชีเทเรซาในศาสนา คริสต์ที่กำลังดูแลคนยากจนในเมืองกัลกัตตาในประเทศอินเดีย ด้วยจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา อีก กลุ่มหนึ่งให้ดูภาพยนตร์เกี่ยวกับความโหดร้ายของทหารนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่
2 ที่สังหารชาวยิวไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน

ผลปรากฏว่าอาสาสมัครกลุ่มหนึ่งมีความเมตตาสงสารเห็นอกเห็นใจคนยากจนมากขึ้น และกลุ่มที่สอง มีความโกรธ เมื่อเจาะเลือดดูปรากฏว่าอาสาสมัครใน กลุ่มแรกมีเซลล์ภูมิต้านทานชนิดที่เรียกว่า ที-เซล (ซึ่งมีหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย) เพิ่มขึ้น ในช่วงสั้นๆ และเมื่อให้อาสาสมัครแผ่เมตตา (หรือที่เรียกว่าเมตตาภาวนา) ต่อไปอีก 1 ชั่วโมง พบว่าที-เซล เพิ่มอยู่นาน แสดงให้เห็นว่าอารมณ์ที่ดีมีผลต่อสุขภาพโดยตรง ทำให้ภูมิต้านทานแข็งแกร่งขึ้น (Danial Goleman , Healing Emotions)

จิตใจที่แจ่มใสเบิกบานมีความสุขมีผลต่อการเพิ่ม ที-เซล เช่นเดียวกัน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาด พบว่า เมื่อให้อาสาสมัครดูภาพยนตร์ตลกสนุกสนานแล้วเจาะเลือดดูพบว่า เซลล์ภูมิต้านทานที-เซลเพิ่มขึ้น (Danial Goleman , Emotional Intelligence) ในทำนองเดียวกันการศึกษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมจำนวน 36 คน พบว่า 7 ปีผ่านไป ผู้ป่วยเสียชีวิตไปเพียง 24 ราย เมื่อตรวจสภาพจิตใจของพวกที่เหลืออยู่ ปรากฏว่าเป็นคนที่มีจิตใจแจ่มใสมีความสุข (Danial Goleman , Healing Emotions) นอกจากนั้น การศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาดเหมือนกันชี้ให้เห็นว่ากลุ่ม คนที่มีอารมณ์ในทางบวกที่กล่าวมาเป็นคนมีทัศนคติที่ดีต่อโลกและชีวิต ไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพหรือเป็นโรคร้ายแรงเช่นมะเร็ง งานวิจัยที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน ชี้ให้เห็นเพิ่มเติมว่าคนที่มีทัศนคติดังกล่าวส่วนมากแล้ว จะไม่มีอาการแทรกซ้อนหลังผ่าตัดและฟื้นตัวได้ดีกว่า คนที่มองโลกในแง่ร้าย (Danial Goleman , Healing Emotions)

สำหรับผลของการมีอารมณ์ในทางลบหรืออารมณ์ ที่เป็นพิษเป็นภัย เช่น อารมณ์โกรธหรือเกลียดนั้น ดร. จอห์น แบร์ฟูด แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทคาร์โลไรนา ได้ศึกษาผู้ป่วยที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคหัวใจรุนแรง โดยทดสอบสภาพจิตใจเพื่อดูว่าผู้ป่วยเป็นคนมีโทสะมากน้อยเพียงใด และเมื่อพิจารณาดูความตีบแคบของ เส้นเลือดหัวใจเปรียบเทียบกันแล้วปรากฏว่า ผู้ป่วยที่มี อารมณ์โกรธมาก จะมีเส้นเลือดตีบมากกว่าคนที่ใจเย็น (Danial Goleman , Healing Emotions)

ดร. เรดฟอร์ด วิลเลี่ยม อาจารย์แพทย์แห่งมหา-วิทยาลัยดุกซ์ในรัฐนอร์ทคาโลไรนา ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ติดตามนักศึกษาแพทย์ที่มีอารมณ์โกรธเรื้อรัง พบว่า กลุ่มที่มีอารมณ์โกรธน้อย และไม่ยาว นานเสียชีวิตไป 3 คน ในจำนวน 136 คน ส่วนกลุ่ม คนที่มีความโกรธเรื้อรัง ตายไป 16 คน ปัจจัยที่ทำให้คนเหล่านี้ตายก่อนอายุ 50 ปี คือการเป็นคนเจ้าโทสะ (Danial Goleman , Healing Emotions)

ในทำนองเดียวกัน การศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาด พบว่าความโกรธเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยโรคหัวใจมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกก่อนมาโร
งพยาบาล 2 ชั่วโมง นอกจากนั้น การศึกษาคนไข้โรคหัวใจของมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงในประเทศสหรัฐอเมริกา คือมหาวิทยาลัยเยลและสแตนฟอร์ด พบว่า เมื่อติดตาม ผู้ป่วยที่มีอาการทางหัวใจครั้งแรกไป 10 ปี ปรากฏว่า ผู้ป่วยที่เป็นคนโกรธง่าย จะมีอัตราการตายสูงกว่ากลุ่ม ผู้ไม่โกรธง่ายถึง 3 เท่า (Danial Goleman , Healing Emotions) และผู้ป่วยที่ได้รับการช่วยเหลือให้จิตใจมีอารมณ์ดีงามแทนอารมณ์ในทางลบจะมีอัตราการ
ตายลดลง 2 เท่าของผู้ป่วยที่ได้รับช่วยเหลือให้ปรับเปลี่ยนอารมณ์

นอกจากอารมณ์โกรธแล้ว อารมณ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทางใจและทางกายอีกอย่างหนึ่ง คือ อารมณ์วิตกกังวล อีมิล กู เภสัชกรชาวฝรั่งเศสพบในการวิจัยว่า คนที่มีโรคทางกาย เช่น วัณโรค ผู้ป่วยที่กำลังเสีย เลือด ผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูก จะมีอาการของโรคเลว ลง ถ้าหากผู้นั้นมีความวิตกังวลแต่เรื่องโรคภัยไข้เจ็บของตน ความวิตกกังวลมักทำให้เกิดความเครียดที่ เป็นอันตรายแก่สุขภาพและเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ รวมทั้งโรคมะเร็ง

น.พ.บรูช แมคอีแวน จิตแพทย์ของมหาวิทยาลัยเยล ได้ศึกษางานวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับผลกระทบของความเครียดต่อสุขภาพ พบว่า ความเครียดทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดต่ำลงเป็นเหตุให้เซลล์มะเร็งแพร่หลายได้เร็ว
ขึ้น และทำให้ร่างกายติดเชื้อไวรัสได้ เร็วขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ที่หัวใจ เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาเลี้ยง ทำให้โรคเบาหวานกำเริบและอาการของโรคหอบหืดเลวลง เกิดอาการลำไส้อักเสบ ความเครียดที่เกิดติดต่อกันนานๆ มีส่วนทำให้เซลล์สมองเสื่อมลง ซึ่งส่งผลให้ความจำเสื่อมลงไปด้วย (Bruce Mcevan , Eliot Stellor , Stress and the Individual of Internal Medicine , 1993)

จิตแพทย์ เซลดอน โคเฮน แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ทำงานร่วมกับหน่วยวิจัยเกี่ยวกับไข้หวัดของเมืองเซฟฟิลด์ประเทศอังกฤษ พบว่า ผู้ป่วย ที่ได้รับเชื้อหวัด ไม่ได้เป็นไข้หวัดทุกคน ถ้าหากมีภูมิต้านทานดี คนที่มีความเครียดน้อยจะติดหวัดได้ 27 % เมื่อได้รับเชื้อหวัดจะติดหวัดทันที ในขณะที่ผู้มีความ เครียดมาก จะติดหวัดเป็น 47 % นอกจากนั้น นายแพทย์ ผู้นี้ได้ทดลองด้วยการให้คู่สมรสจำนวนหนึ่งจดบันทึกไว้ติดต่อกัน 3 เดือน ปรากฏว่าคู่สมรสที่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ ราว 3-4 วัน เมื่อได้รับเชื้อหวัดจะติดหวัดทันที เพราะภูมิต้านทานต่ำมาก เนื่องจากมีความเครียดสูง

นอกจากนั้น จิตแพทย์ผู้นี้ยังพบว่าในกรณีผู้ป่วยที่มักเป็นเริมที่ริมฝีปากหรืออวัยวะเพศ เริมมักจะเกิด ขึ้นอีกในเวลามีความเครียด โดยวัดระดับแอนตี้บอดี (หรือสารภูมิต้านทาน ที่เม็ดเลือดขาวสร้างขึ้นมาเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัสหรือสารเคมีที่เข้าสู่ร่างกาย) ในเลือด ซึ่งแสดงให้เห็นภูมิต้านทานโรคต่อเชื้อไวรัสเริมและนายแพทย์โคเฮน ยังพบว่า นักศึกษาแพทย์หญิงที่เพิ่ง หย่าใหม่ๆ หรือผู้ที่ดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (อัลไซ-เมอร์) มักจะมีเริมขึ้นบ่อยๆ เพราะมีความเครียดสูง (Sheldon Cohen, et al , ‘Psychological stress and susceptibility to common cold ,’ The new England Journal of Medicine , 1991)

การทดลองต่างๆ ชี้ให้เห็นความจริงของคำสอนใน พุทธศาสนาที่ว่า สาเหตุสำคัญของโรคคือกิเลสในใจเรา ซึ่งได้แก่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เป็นผลมาจากการเป็นคนมีความโลภ และความโกรธ เช่น ความโลภทำให้รับประทานอาหารไขมันมากเพราะติดใจในรสอร่อย ทำให้เกิดความอยากที่ยับยั้งไม่ได้ ในทำนอง เดียวกัน ความโกรธหรือความเกลียด มีผลร้ายต่อสุขภาพเช่นเดียวกับความเครียด ที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ โดยเหตุที่สภาพจิตใจมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคต่างๆ ทั้งทางกายและทางใจ ดังนั้นความผ่อนคลายทั้งทางกายและใจ จึงเป็นวิธีสำคัญที่จะช่วยป้องกันและรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน โรคจิตประสาท หอบหืด รวมทั้งโรคร้ายต่างๆ เช่น มะเร็ง วิธีการผ่อนคลายที่แพทย์แผนปัจจุบันให้ความ สนใจมากเป็นพิเศษ คือ นำการปฏิบัติในพุทธศาสนา มาใช้ในการบำบัดโรค มีการสวดมนต์ การแผ่เมตตา และการปฏิบัติสมาธิวิปัสสนากรรมฐานเป็นสำคัญ

(อ่านต่อฉบับหน้า)

(จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 83 ต.ค. 50 โดย ดร.พินิจ รัตนกุล ผอ.วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล)


การสวดมนต์
สิ่งสำคัญของการเริ่มปฏิบัติกรรมฐานคือการสวดมนต์ การสวดมนต์มีผลดีต่อสุขภาพโดยไม่ต้องสงสัย การสวดมนต์นอกจากจะให้ประโยชน์ทางศาสนา คือ ทำให้จิตเป็นสมาธิแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างมากมาย ทำให้มีการผ่อนคลาย ทั้งทางกายและทางใจ นอกจากนั้นยังสามารถใช้บำบัดโรคได้ด้วย ในพระไตรปิฎกมีกล่าวไว้หลายเรื่อง เช่น เมื่อพระมหากัสสปเถระอาพาธ พระพุทธเจ้าเสด็จมาและทรงสวดโพชฌงค์ 7 พอทรงสวดจบ พระมหากัสสปก็หายอาพาธ (ปฐมคิลานสูตร สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค) ในทำนองเดียว กัน พระโมคคัลลาน์หายอาพาธ ได้เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงโพชฌงค์ 7 ให้ฟัง (ทุติยคิลานสูตรสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค) แม้แต่พระพุทธเจ้าเองเมื่อทรงอาพาธ ทรงโปรดให้พระมหาจุนทะสวดโพชฌงค์ 7 ถวาย เมื่อสวดจบพระพุทธองค์ทรงหายจากอาการประชวร (ตติยคิลานสูตร สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค)

นอกจากนั้น ในสมัยพุทธกาล อุบาสกยังนิยมนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ให้ที่บ้านเมื่อเจ็บป่วย เช่น ธรรมิกอุบาสก เมื่อใกล้จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต นิมนต์พระสงฆ์มาสวดสติปัฏฐานสูตร (อรรถกถาธรรมบท)หรือในกรณีของมานทินคหบดี หรือท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เมื่อไม่สบายก็นิมนต์พระสงฆ์มาสวดที่บ้าน เมื่อสวดมนต์จบความเจ็บป่วยหายไปได้ การสวดมนต์ใน กรณีเหล่านี้ เป็นการนำธรรมมาแสดง การได้ฟังธรรม และได้พิจารณาข้อธรรมต่างๆ ด้วยปัญญาทำให้ผู้ฟังมีความปีติ โสมนัส ชุ่มชื่นเบิกบานใจ จิตใจมีพลัง มีผลให้ความเจ็บป่วยทางกายหายไปด้วย ดังนั้น การสวดมนต์ จึงบำบัดโรคได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้มีความรู้ความเข้าใจข้อธรรมที่สวดนั้นอย่างดีและเคยปฏิบัติธรรมมาก
่อน มีใจน้อมไปทางธรรม และชอบสวดมนต์เป็นประจำ

การสวดมนต์ที่ชาวพุทธคุ้นเคยกันคือการทำวัตรเช้า-เย็น สวดมนต์แผ่เมตตา สวดคาถาพาหุงมหากาฯ และสวดพระปริตรธรรม มีการวิจัยในการแพทย์ปัจจุบันจำนวนมากที่แสดงว่า การสวดมนต์ช่วยให้เกิดความสุข ความพอใจในชีวิตที่เป็นอยู่ เช่นทำให้สุขภาพ จิตดี และช่วยแก้ไขปัญหาชีวิตได้ (Mc Collough Me Prayer and Health : Conceptual Issues ,’ Journal of psychology and Theology, 1995) ตัวอย่างเช่น นายแพทย์ลารี ดอสซี ได้วิเคราะห์ผลงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ประมาณ ๑๐๐ เรื่อง และพบว่าในงาน วิจัยต่างๆ เหล่านี้ การสวดมนต์มีผลต่อการเจริญเติบโตของเมล็ดพืช และการที่แผลหายเร็วขึ้น นอกจากนั้น ในงานวิจัยหลายรายเราพบว่า การสวดมนต์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ สมาคมวิทยาศาสตร์ทางจิตแห่งรัฐเทกซัสได้เจาะเลือด อาสาสมัคร 32 ราย เมื่อแยกเอาเม็ดเลือดแดงออกแล้ว ใส่สารละลายที่จะทำให้เมล็ดเลือดแดงบวมและแตกน้อยลง ผลคือ เม็ดเลือดแดงนั้นแตกช้าลง (Castleman M, Nature ‘s Cures)

จากการศึกษางานวิจัยดังกล่าว เราอาจสรุปได้ว่า การสวดมนต์ในรูปแบบต่างๆ ทำให้เราผ่อนคลายทั้งทางจิตใจและทางกาย ทำให้เรารู้สึกสบายใจ สภาพจิตใจ เช่นนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพทางใจและทางกายมาก ด้วยเหตุนี้จิตแพทย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวนไม่น้อย จึงนำการสวดมนต์มาใช้ในการบำบัดทางจิตร่วมกับวิธีการรักษาทางการแพทย์ (King E., Bushwick B, Beliefs and Attitudes of Hospital Inpatients about Faith Healing and Prayer) การสำรวจของ นักวิจัยหลายกลุ่มพบว่า คนอเมริกันนิยมสวดมนต์กันมากกล่าวคือ 70 % สวดมนต์ทุกวัน และ 44 % สวดมนต์เพื่อการบำบัดโรค มีงานวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า การสวดมนต์ช่วยให้ผู้ป่วยเป็นโรคร้ายแรงน้อยลง เช่น โรคหัวใจ โรคความดัน โรคเครียด และโรคซึมเศร้า เป็นต้น แม้แต่ผู้ป่วย ที่เป็นโรคมะเร็ง จะมีอัตราตายต่ำกว่าประชากรทั่วไป (Michello Ja, ‘Spiritual and Emotional Determinants of Health,’ Journal of health,1988) นอกจากนั้น การสวดมนต์เมื่อปฏิบัติร่วมกับสมาธิยังสามารถลดปัญหาการฆ่าตัวตายและการใช้ยาเสพติดไ
ด้ (Ellison E.C., ‘Religious involvement and subjective well-begin,’ Journal of Health Social Behaviors,1991)

การปฏิบัติสมาธิ
การสวดมนต์ทำให้จิตเป็นสมาธิได้ง่าย ปัจจุบันมีงานวิจัยเกี่ยวกับสมาธิและสุขภาพ มากกว่า ๒๐๐ ราย งานวิจัยต่างๆ เหล่านี้ชี้ให้เห็นผลดีของสมาธิ (หรือการมีจิตใจสงบ จิตตั้งมั่นอยู่ ในอารมณ์หนึ่งอารมณ์ใด) ต่อการรักษาโรคทางกายอย่างชัดเจน ดังนั้น แพทย์จำนวนไม่น้อยในอเมริกาจึงนำสมาธิไปใช้รักษาโรค ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้ไว้มากคือ ดร.เฮอร์เบอร์ เบนสัน ศาสตราจารย์ทางอายุรศาสตร์แห่งโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาด ศาสตราจารย์ ผู้นี้ได้ศึกษาเรื่องนี้มากว่า 30 ปี ศาสตราจารย์เบนสัน เองเคยเดินทางไปศึกษาพุทธศาสนาในอินเดียและทิเบต ในงานช่วงแรก ศาสตราจารย์เบนสันได้ให้อาสาสมัครทำสมาธิ แล้ววัดความดัน อัตราการเต้นของหัวใจคลื่นสมองคลื่นหัวใจ เจาะเลือดดูกรดแลคติก พบว่าคนที่จิตเป็นสมาธิ ความดันอัตราการหายใจลดลง หัวใจเต้นช้าลง คลื่นสมองช้าและเป็นระเบียบขึ้น การเผาผลาญอาหารในร่างกายลดลง ความตึงตัวของกล้ามเนื้อลดลง

การค้นพบของศาสตราจารย์เบนสันครั้งนี้ ทำให้แพทย์แผนปัจจุบันยอมรับว่า จิตใจและร่างกายมีความ สัมพันธ์ใกล้ชิดกันจริง พร้อมทั้งเชื่อว่า การทำสมาธิสามารถรักษาโรคได้ เพราะสมาธิทำให้จิตใจและร่างกายผ่อนคลาย ไม่เครียด ในเวลาที่เราเครียด ความดันจะสูงขึ้น การหายใจจะเร็วขึ้น ชีพจรเต้นเร็วขึ้น กล้ามเนื้อ จะตึงตัวมากขึ้น อัตราการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย มากขึ้น และร่างกายใช้ออกซิเจนมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ความเครียดจึงทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ การทำให้เกิดการผ่อนคลาย ทำให้โรคต่างๆหายได้ งานวิจัยของศาสตราจารย์เบนสันพบว่าผู้ป่วยมาพบแพทย์ 60-90 % เป็นโรคเกี่ยวกับจิตใจมากกว่าร่างกาย การทำให้เกิดการผ่อนคลายด้วยการทำสมาธิช่วยให้โรคส่วนใหญ่หายหรือดีขึ้นได้ (Benson Lt., et al Relaxation Respone, Med Clin North AM, 1977) นอกจากนั้น การปฏิบัติสมาธิยังทำให้ร่างกายหลั่งสารบีต้า แอนคอฟินด์ ซึ่งเป็นสารประเภทฝิ่นออกมาในสมอง มีผลทำให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกสดชื่น อิ่มเอิบและสุขสบาย

นายแพทย์โจน คาบัท-ซิน นักวิจัยทางการแพทย์ได้พบว่า การทำสมาธิร่วมกับการออกกำลังกาย และการควบคุมอาหารในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ความดันลดลงมาก ผู้ป่วยไม่ต้องกินยา หรือในกรณีที่ผู้ป่วยที่ใช้ยาลดความดันอยู่แล้ว การใช้ยาจะลดลงมากทั้งชนิดและขนาด งานวิจัยชิ้นหนึ่ง รายงานว่า ในจำนวนอาสาสมัคร 23 ราย ที่มีค่าไขมันโคเลสเตอรอลในเลือด 254มิลลิกรัม/เดซิลิตร สามารถลดลงได้ 30 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังการปฏิบัติได้ 11 เดือน โดยไม่ได้ควบคุมเรื่องอาหาร งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่า ความหนาของผนังเส้น เลือดหัวใจในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 60 ราย ลดลง หลังจากฝึกสมาธิราว 6-9 เดือน สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรัง อาการปวดลดลง เคลื่อนไหวได้มากขึ้น มีความเครียดและอาการซึมเศร้าน้อยลง ผู้ป่วยที่เป็นโรคนอนไม่หลับ 58 % นอนหลับดีขึ้น และหลังการปฏิบัติได้ 6 เดือน 91% ใช้ยานอนหลับลดลงหรือหยุดยาได้ ส่วนสตรีที่มีอาการก่อนประจำเดือนอาการลดลง 57% และผู้ที่มีอาการรุนแรงอาการ จะทุเลาลง ผู้ป่วยที่หัวใจเต้นไม่ปกติ การเต้นผิดปกติ ของหัวใจจะลดลง ส่วนผู้ป่วยปวดศีรษะแบบไมเกรน อาการปวดศีรษะ และความรุนแรงจะลดลง

งานวิจัยต่างๆ เหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า การทำสมาธิ มีผลให้เกิดการผ่อนคลายความเครียด สามารถรักษาโรคให้หายได้โดยไม่ต้องใช้ยาหรือใช้ยาน้อยลง (Zamarra J, et al., Usefulness of the Transcendental Meditation Program in the Treatment of Patients with Coronary Disease, AM J Cardinal, 1996) จิตที่เป็นสมาธิเป็นจิตที่มีพลัง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้ ประโยชน์ในทาง พัฒนาสุขภาพจิตและบุคลิกภาพ คือทำให้เป็นคนมีสุขภาพจิตดี สงบ หนักแน่น ใจเย็น ไม่หงุดหงิด ไม่ฟุ้งซ่าน นุ่มนวล และมีความคิดในทางสร้างสรรค์ ในทางสุขภาพ สมาธิทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงหายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้

การปฏิบัติกรรมฐาน
สมาธิที่กล่าวมา หมายถึงสิ่งที่ศาสนาพุทธเรียกว่าสมถกรรมฐาน การทำสมาธิแบบนี้ไม่ว่าในขั้นต้น (ขณิกสมาธิ) หรือขั้นกลาง (อุปจารสมาธิ) เพียงพอที่จะทำ ให้เรามีสุขภาพแข็งแรง กำลังของสมาธิที่ทำได้สามารถ กดข่มอารมณ์ หรือกิเลสต่างๆ ให้ระงับชั่วคราวได้ แต่ทำลายไม่ได้ มีลักษณะเหมือนเป็นหินทับหญ้า พอเอา หินออก หญ้าที่เฉาเมื่อได้รับน้ำฝนก็งอกขึ้นใหม่ (จำลอง ดิษยวณิช, ความเครียด ความวิตกกังวล และสุขภาพ, 2545)

การปฏิบัติอย่างหนึ่งเรียกว่า การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เป็นวิธีปฏิบัติที่เกิดจากการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า มีเฉพาะในพุทธศาสนาเท่านั้น ศาสนาอื่น มีแต่คำสอนเรื่องสมาธิประเภทแรกเท่านั้น วิปัสสนากรรมฐานเป็นการฝึกจิตให้เกิดปัญญาเห็นสภาวธรรม ต่างๆ เป็นของไม่เที่ยง เป็นอนัตตา ทำให้เราเข้าใจสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง ทำให้ถอดถอนความยึดติดในสิ่งทั้งปวง ว่าไม่ใช่ตัวเรา ของเรา เป็นเหตุให้สามารถ ขจัดกิเลสโดยเฉพาะกิเลสอย่างละเอียดหรืออนุสัยกิเลสได้ วิธีการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่หลวงพ่อนำ มาสอนคือการเจริญสติปัฏฐาน 4 ได้แก่ ใช้สติกำหนด กาย เวทนา จิต และธรรม งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แนวทางปฏิบัติแบบนี้ ช่วยให้การบำบัดโรคได้ทั้งทางกายและทางใจ ช่วยให้ จิตอยู่กับเวลาปัจจุบัน สามารถทิ้งความนึกคิด ทำให้รู้สึกเบากายและใจ การหยุดความคิดช่วยบำบัดโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคตื่นตระหนกกลัว โรควิตกกังวลว่าตัวเองเป็นโรคนั้นโรคนี้ โรคเครียด โรคกลัวอยู่คนเดียวและโรคกลัวความมืด เป็นต้น

การรู้จักคิดเป็นสิ่งที่ดี แต่การคิดมากเป็นสิ่งไม่ดี เพราะทำให้จิตใจและใบหน้ามีลักษณะเหมือน “ต้นอ้อสดที่ถูกตัดแล้ว” หม่นหมองไม่มีความสุข ดังนั้นเราจึงควรหยุดคิด (ในบางขณะ) จะได้มีความสุข การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเป็นการฝึกการหยุดคิด โดยการให้จิตใจจับอยู่ที่ลมหายใจเข้า-ออก หรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย นายแพทย์โจน คาเบตซิน ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ใช้การฝึกสติปัฏฐาน 4 ในชีวิตประจำวันในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเครียด และโรค ทางกายอื่นๆ เช่น โรคถุงลมโป่งพอง และได้จัดตั้งศูนย์ การเจริญสติทางแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแมสซาซูเซต ที่ศูนย์นี้โปรแกรมการรักษาของนายแพทย์โจนใช้เวลา 8 สัปดาห์ โดยให้ผู้ป่วยมาหาสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อเรียนรู้วิธีเจริญสติในชีวิตประจำวันและให้ผู้ป่วยกลับไปฝึกทุกวันที่บ้านวันละ
45 นาที สัปดาห์ละ 6 วัน พร้อมทั้งให้เทปคาสเสท ไป 1 ม้วน เพื่อให้เปิดฟังไปปฏิบัติไป นายแพทย์ผู้นี้สอนคนไข้ครั้งละ 30 คน โดยให้นั่งล้อมวงเป็นวงกลม เมื่อครบ 6 สัปดาห์จะมีการปฏิบัติแบบเงียบ ไม่ให้พูดติดต่อกัน 8 ชั่วโมง ให้ผู้ป่วย เจริญสติในอิริยาบถต่างๆ เช่น ท่านั่ง เดิน ยืน โดยให้ต่างคนต่างทำไม่มองไม่สนใจคนอื่น

ในครั้งแรก นายแพทย์โจนสอนการใช้สติกำหนดรู้ส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ชำนาญ โดยทำในท่านอนหรือท่านั่ง คนไข้บางคนทำในขณะนั่งรถเข็น ต่อไปสอนอานาปานสติ ให้ทำสติให้ระลึกรู้อยู่ที่ลมหายใจ หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องยุบ และเมื่อหูได้ยินเสียงก็กำหนด รู้แล้วปล่อยวาง เวลาเกิดความรู้สึกสุข ทุกข์ หรือเฉยๆ ก็กำหนดรู้ และเมื่อใจคิดก็กำหนดรู้แล้ววางเฉย เขาสอนคนไข้ให้เจริญ สติในอิริยาบถต่างๆ แต่ละขณะตลอดทั้งวัน เน้นที่อิริยาบถย่อยต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การกินอาหาร การยืนรอรถประจำทาง การเดินไปทำงาน ในช่วง 2 ปีแรกที่นายแพทย์โจนสอนคนไข้ไป 1,155 คน พบว่า อาการปวดจากโรคต่างๆ ดีขึ้น 24 % หลังจากการฝึกครบ 8 สัปดาห์ อารมณ์เครียด โกรธ ซึมเศร้าลดลง 32 % ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นมากและเมื่อติดตาม ต่อไปอีก 4 ปี พบว่าอาการต่างๆ ดีขึ้น 40-50 % โดยเฉพาะในผู้ป่วยถุงลงโป่งพอง อันเกิดจากการสูบบุหรี่ จัดและ/หรือการหายใจเอาสารพิษเข้าไป

ดังนั้น ในปัจจุบัน นายแพทย์โจน จึงสอนการเจริญ สติเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคปอด นอกจากนั้นเขาได้ศึกษาผู้ป่วยโรค เรื้อนกวาง ซึ่งเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังชนิดหนึ่ง รักษาด้วย การฉายแสงอุลตร้าไวโอเล็ต ตามผิวหนังทั่วตัวร่วมกับการกินยา โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งรักษาโดยการกินยาร่วมกับการฉายแสง อีกกลุ่มหนึ่งไม่ให้กินยา แต่ให้ฝึกวิปัสสนาร่วมกับการฉายแสง นายแพทย์ผู้นี้พบว่าในกลุ่มที่ฝึกวิปัสสนารอยโรคที่ผิวหนัง ยุบหายไปได้เร็วกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ฝึกวิปัสสนา (Danial Goleman, Healing Emotions) ปัจจุบันมีผู้ป่วย ผ่านหลักสูตร 8 สัปดาห์ของนายแพทย์โจนมากกว่า 13,000 คน หลักสูตรที่นายแพทย์ผู้นี้คิดค้นขึ้นมาได้รับการยอมรับจากศูนย์การแพทย์กว่า 240 แห่งทั่วอเมริกา รวมทั้งมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น สแตนฟอร์ด และดุกซ์ด้วย
(อ่านต่อฉบับหน้า)

(จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 84 พ.ย 50 โดยดร.พินิจ รัตนกุล ผอ. วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล)