บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ทั่วไป
หัวข้อสาระ


โครงสร้างแผนธุรกิจ สำหรับ SMEs
ชีวิต ความหวัง กำลังใจ (สาระการใช้ชีวิต)
ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่น
กินทุเรียนให้ปลอดภัย
อะไร ? คือ จีเอ็มโอ (GMOs)
ความลับของความหวาน
อีคิว-ความฉลาดทางอารมณ์
การเลือกซื้อปืนมือ2
Hostile Take Over
สัญญาณเตือนมะเร็ง
ความเป็นไปได้ ในการเกิดแผ่นดินไหว ในกรุงเทพ
ความรู้เรื่องไม้อัดพาร์ติเคล PARTICLE BOARD
วิธีถนอมสายตาสำหรับผู้ที่ทำงานหน้าคอม
สูตรคิดน้ำหนักร่างกายมาตรฐาน
คำศัพท์เกี่ยวกับหุ้น
รู้เรื่อง หยิน และ หยาง
ชาเขียว ความจริงที่คุณต้องรู้
การแพ้ยา
คอเคล็ดพราะตกหมอน
เคล็ดลับ .... ต่อต้านริ้วรอย
ประโยชน์จากการเข้าตลาดหลักทรัพย์
เครื่องดื่มผสมคาเฟอีน
ชาสมุนไพร ดื่มให้ดี มีประโยชน์
ประวัติการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ-หนองงูเห่า
หลักแพทย์แผนไทย การกินอาหารตามธาตุ
สารอาหารและประโยชน์ของ มะระ
การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)
กลิ่น...ใครว่าไม่สำคัญ
วิธีเลือกซื้อรองเท้า
ตู้เย็นทำงานอย่างไร
ข้อมูลบริการต่างๆ เกี่ยวกับบ้าน
สูตรกาแฟ
จะทำอย่างไรให้ฟันขาว
อยากเป็นคนเก่งต้องทำอย่างไร..." 7 Thinking method to be genius "
เบอร์โทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์
ขับปลอดภัยเมื่อฝนตก
เคล็ดลับในการรักษาสีรถให้สวยสดใส
บันทึกแด่ลูกรัก
ผลของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ บทเรียนจาก agentina
สาระและวิธีการทำ cocktail
สะพาน "โกลเด้นเกท Golden Gate"
วิธีผ่าแตงโม ให้แคะเมล็ดออกได้ง่าย
ระยะทางระหว่างจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย
คำคมจาก ขงเบ้ง
ข้อมูลที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานด้านวิศวกรรมและสถาปัตย์
นพมงคล : ๙ แนวทางสร้างความเจริญแก่ชีวิต รับปีใหม่
รวมแหล่งพัฒนาสมองและการพัฒนาการเด็ก
Risk Management เครื่องมือบริหารความเสี่ยง
พระราชดำริ 14 ข้อนักบริหารเพื่อส่วนรวม (ป๋าเปรมเน้นย้ำ)
ฟรี! โปรแกรม Free Downloads เพียบเลย..
เตือนตัวเอง ด้วยตัวเอง : คำคมและแง่คิดดีๆ
10 สถาปัตย์อัศจรรย์แดนมังกร
๖๐ ข้อคิดบันทึกไว้จากใจพ่อ
รู้จัก "แมวนางกวักโชคลาภ"
นิทาน เวตาล
ClipVDO ๙ คำพ่อสอน 20 ตอน
รวมเว็บไซท์ด้านช่าง
Download พระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน
ภาพอาหารน่ากิน
ท่าบริหารเพื่อ การเล่นcom นานๆ
ลิ้งค์น่าสนใจ
ปรัชญาจากหลอดยาสีฟัน
โยคะในที่ทำงาน บรรเทาอาการเมื่อยหลัง
ภูมิศาสตร์ ประเทศไทย
พระบรมราโชวาท
อาหารช่วยลด คอเลสเตอรอล
สูตรทำอาหาร .... น่ากิน...
ตำนานเกี่ยวกับต้นกำเนิดวันสงกรานต์
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
คู่มือเลี้ยงสัตว์
10 อันดับ รถที่แพงที่สุดในโลก
ภาพวาดน่าสนใจใน "วัดพระแก้ว"
สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน
10 ของอร่อยหากินยาก
เทศกาลไหว้พระจันทร์
เกษตรตามแนว "ทฤษฎีใหม่"
ที่สุดในโลก
สถาปัตยกรรมธรรมชาติ "ถ้ำ"
ประติมากรรมกรีก
เทพประตู หมึ่งซิ้ง - เทพมงคลจีน
ฮวงจุ้ย บ้านยากจน
ภาวะของแม่และพัฒนาการของทารกในครรภ์
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ
เทคนิคการสัมภาษณ์งาน
บริหารเวลาอย่างไร ให้มีเวลา ?
ทศชาติชาดก
โบท็อกซ์ (Botox): สวยด้วยยาพิษ
บัญญัติ 10 ประการ สู่ชีวิตยืนยาวและแข็งแรง
Good Idea ของผู้นำยุคใหม่ ...เพื่อการสร้างคน...
P+I =C สูตรเปลี่ยน "วัฒนธรรมองค์กร"
ต้องเหนือกว่าคู่แข่ง
ตามรอยพ่อ...อย่าง “พอเพียง”
ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”
การใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย
30 บาทรักษาทุกโรค
รวมคลิปของในหลวงในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ภาพหาดูยาก... ของในหลวง
คลิปโฆษณาที่อยากให้คนไทยได้ดู
มิเตอร์ไฟที่บ้านกับที่อพาร์ทเมนท์ ต่างกันตรงไหน?
แง่คิดจากผีเสื้อ
คติดีๆ...จากปู่เย็น
10 วิธีทำงานให้เจ้านายรัก
สนุกคิดคณิตศาสตร์
Cocoa Beach & Spa (Maldives)
ลดลงแต่กลับได้มากขึ้น
เปิดสมุดปกขาวค้นปมรถดับเพลิงฉาวของกทม.
เคล็ดลับฮวงจุ้ย 128 ข้อ
Autumn in Japan
น้ำพุเต้นระบำ
สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
เปิดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติบ้านจัดสรรรู้ทันข้อมูล-ไม่ลงทุนเกินตัว
เรื่องน่าหัดและ สิ่งที่น่าลอง
ขอเวลา 3 นาที่ก่อนฆ่าตัวตาย
สถาปนิก มีสาขาอะไรกันบ้าง...
การวางผังเมืองมีประโยชน์ยังงัย
แค่รถเล็กๆ ก็พอเพียง
หลัก 7 ประการในการบริหารแรงงาน
10 เคล็ดลับ เพื่อผูกใจพนักงานไว้กับองค์กร
ทำอย่างไร จึงจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร
แหล่งท่องเที่ยวรอบ"สุวรรณภูมิ"
วิธีการคิดและการกระทำของผู้นำแบบ CEO
ประเภทของการประกันภัยรถยนต์
ทำอย่างไรเมื่อรถหาย
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน...ทำอย่างไรดี
เวนคืนที่ดินตาบอด25จุดทั่วกรุง กทม.ออก"พ.ร.ฎ."-ของบฯสร้างปี"50
การจราจรใน ก.ท.ม. ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
ปาร์ติเกิลบอร์ด ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดการใช้ไม้
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
15 อันดับตึกสูง สวยๆ ของโลก
10 สิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจของประเทศจีน
สถาปนิก ต้องมีจรรยาบรรณอะไรบ้าง และแบ่งระดับชั้นกันอย่างไร?
เส้นทางเดินรถเชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิ 6 สาย
บริหารพื้นที่ออฟฟิศสไตล์โรงแรม
Bora Bora หมู่เกาะ "ไข่มุกแห่งแปซิฟิก"
38 มงคลชีวิต ยอดเยี่ยมจริงๆ
เคล็ดลับงานครัว
เทคนิคค้าปลีกที่คุณก็ทำได้
อาหารไทยในตลาดโลก
โยคะในที่ทำงาน บรรเทาอาการเมื่อยหลัง
อานิสงส์การทำบุญแบบต่างๆ
บทสวดมนต์ที่สำคัญ
ข้อบังคับจากการประปานครหลวงเกี่ยวกับมาตรวัดน้ำที่ผู้ใช้น้ำควรทราบ
รู้ทัน ลูกเล่น อู่-ช่าง-เซลส์
สภาวิศวกร : ผู้กำหนด "สเป็คส์" วิศวกรไทย
จรรยาบรรณวิศวกร ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จะพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างไรให้มีเสถียรภาพ
วันลอยกระทง
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(04/12/49)
จดหมายจาก “พ่อ” ถึง “ลูกชาย” ที่รัก
พระมหากษัตริย์ยอดนักปราชญ์ ๓๒ ปี แห่ง ... เศรษฐกิจพอเพียง
มหาราช มหาปราชญ์
ธรรมราชา ผู้ครองแผ่นดินโดยธรรม
พระราชาผู้เป็น "หนึ่งในโลก"
ฮวงจุ้ยแท้จริงคืออะไรกันแน่
เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำสุดในรอบ 5-6 ปี
ตะลึง! พบ “ทางด่วน” สมัยจิ๋นซีฮ่องเต้
วงจรชีวิต "ตลาดที่อยู่อาศัยไทย" กรณีศึกษา...ฟองสบู่ก่อตัว
เศรษฐกิจพอเพียง กับการพัฒนาคนและหนทางข้างหน้า
สี่ประเด็นปัญหา ของไทยที่ต้องพูดถึง
พรปีใหม่ 2550 จาก "ในหลวง"
เคล็ดลับการปรับฮวงจุ้ยสำหรับ ปีกุน 2550
เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ผิดเพศ
ฮวงจุ้ย...เสริมเลิฟ
ตรุษจีน : มงคลอาหารไหว้
ทำอย่างไรจึงจะเกิด "ความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร"
วิธีสร้างบุญบารมี (สมเด็จพระญาณสังวร)
ทำสปาที่บ้านด้วยตัวเอง
เมนูมงคลเทศกาลตรุษจีน
ภาวะอาหารเป็นพิษ
หลักการทรงงาน 10 ประการ ของในหลวง
ข้อเท็จจริงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับความอ้วน
หลัก 7 ข้อ ก่อนคุณจะซื้อรถยนต์
ภาษาอังกฤษที่คนไทยมักใช้ผิดๆ บางศัพท์ที่คุณไม่เคย Get
เสริมมงคล และตัวอย่างการแก้ไขฮวงจุ้ย
วิธีแก้เคล็ดเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นตามหลัก ฮวงจุ้ย
ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์
7 ท่านวดหน้าถนอมสายตา
ทำงานอย่างไรให้มีความสุข
ความรู้เกี่ยวกับ ศาลพระภูมิ
เตรียมรับมือ... น้ำท่วมโลก
เนิร์สเซอรี ที่พึ่งของพ่อแม่ยุคใหม่
จะทำอย่างไรถ้าบ้านคุณอยู่ตรงทางตัน
14 กลเม็ดง่ายๆ กู้วิกฤติโลกร้อน!
ลาวกับวิสัยทัศน์ “Battery of Asia”
วิธีการฟื้นเศรษฐกิจตกต่ำ
สัญญาณเตือนภัยที่ต้องจับตา ปี50
เปิดลายแทงเที่ยวสงกรานต์กรุงเทพมหานคร
เวียดนามลงทุน ไฮสปีดเทรนแสนล้านเสร็จใน 6 ปี
สงกรานต์ 4 ภาค...เสน่ห์แห่งความแตกต่าง
แคมเปญเช็คสาพรถต้อนรับสงกรานต์ 50
นางสงกรานต์ คำพยากรณ์...คติในตำนาน
ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์
5 เทคนิคฝึกสมองให้ฉลาด
นั่งสมาธิ..เพิ่มเนื้อที่สมอง
เริ่มต้นเป็น SMEs เขียนแผนธุรกิจแนวพอเพียง
รีสอร์ตเพื่อผู้พิการ
สามก๊กฉบับคนขายชาติ
ประวัติพระอริยสงฆ์
เครื่องดื่มสูตรเด็ดเคล็ดหุ่นสวย
ตำนาน ฮก ลก ซิ่ว
อิทธิพลศิลปะพม่า ในอาณาจักรล้านนา
น้ำมันไบโอดีเซล
น้ำมันแก๊สโซฮอล์
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
ข้อเปรียบเทียบ LPG & NGV
รูปกรุงเทพมหานครสมัยก่อน
เคล็ดการแก้ฝันบางส่วนตามตำราโบราณ
ซับไพร์มคืออะไร
คุ้มค่าหรือไม่ถ้าจะรีไฟแนนซ์บ้าน
ฟิล์มกรองแสง
15 อันดับตึกสูง สวยๆ ของโลก
สารพัดวิธีทำให้หนูน้อยอารมณ์ดี
เบอร์ดทรสำคัญเผื่อตังหายน่ะ
กฎเหล็ก 7 ประการ ในการเป็นผู้นำ
ต้นไม้เรืองแสง
กรีนบอร์ด วัสดุใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม
สถาปัตยกรรมร่วมสมัยบนเกาะบาหลี
เลือกดื่มอย่างไร ไม่ทำให้อ้วน
‘ซูเปอร์ซีเมนต์’ มิติใหม่วัสดุก่อสร้าง
ซื้อแฟรนไชส์อย่างไรไม่ให้ถูกหลอก
4โครงการลงศรีนครินทร์
เจาะลึก “คุณคะ” ยุทธวิธีแก้ภาพการบินไทย
ทิศทางการผลิตและราคาน้ำมันในอนาคต
เมื่อเกิดแผ่นดินไหว Earthquakes
30 วิธี ที่ช่วยให้ชีวิต "มีความสุข"ยิ่งขึ้น
"นาร์กิส" ธรรมชาติพิโรธ ถล่มพม่า!
มหัศจรรย์ “บุโรพุทโธ”
E85 และน้ำมันสารพัดชนิด
ชลบุรีใน อดีด พ.ศ. 2490 หรือเมื่อ 59 ปีที่ แล้ว
ที่มาของ "บะจ่าง"
ดูชัดๆ ไทยยกแผ่นดินพระวิหารให้เขมร!!
โอกาสไทยทวงคืน “ประสาทพระวิหาร” ย้อนดูคำประท้วงคำตัดสินของศาลโลก
สนพ. แนะวิธีใช้รถช่วงหน้าฝน
ตำนาน ฮก ลก ซิ่ว
พิธีการปูที่นอน
แสงอาทิตย์เปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร
คิดบวก ชีวิตบวก
“ยำเกสรชมพู่” ... เมนูเพื่อนสุขภาพ ตำรับพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ
น้ำมันไบโอดีเซล
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง
แผนที่โลกใหม่-น้ำท่วมโลกจริงหรือ?
รถพลังงานไฮโดรเจนของคนไทย
วิธีสร้างสมาธิ ในการทำงาน
2551 น้ำท่วมกรุงเทพฯ
รถบ้าน บ้านรถ
วิจัยพบ สวดมนต์ สมาธิ วิปัสสนา รักษาโรคได้
ภาพเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ภาพลาวาจากภูเขาไฟสวยๆ
MALDIVES เกาะในฝัน
ภาพข้างในปิรามิด..
รวมบทกวีปลุกพลังใจพันธมิตรฯ ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
THE PALM ISLANDS สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกอนาคตที่ดูไบ
ซานอัลฟองโซ เดล มาร์ สระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
10 อันดับ ต้นไม้มหัศจรรย์
ธนาคารที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ภัตตาคารบนต้นไม้ที่ญี่ปุ่น
ภัยจากสนามเด็กเล่น อันตรายใกล้ตัวที่ควรระวัง
วัดพระมหาแก้ว ใช้ขวดสร้าง 1.5 ล้านขวด
โบสถ์สแตนเลส แห่งเดียวในโลก
ไขปริศนาเลขบัตรประชาชนไทยทั้ง 13 หลัก
81 เรื่องของ “ในหลวง” ที่คนไทยควรรู้
ระบบกันขโมยที่เหมาะสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว
เคล็ดไม่รับการกันขโมย แบบง่าย
โครงการหมู่บ้านมี รปภ. อยู่แล้ว ควรติดสัญญาณกันขโมยหรือไม่ ?
สุดยอด...มหาวิหารชาวคริสต์
มาเพิ่มพลังสมองกันเถอะ
บ้านดิน "ถู่โหลว" ในฤดูใบไม้ผลิ
โอกาสทองในการซื้อบ้านมาหรือยัง?
เซาว์น่าอินฟราเรด
อยากรู้มั๊ย..ปั่นหุ้นเค้าทำกันอย่างไร!!
คู่มือการเลี้ยงลูกให้ได้ดี
สุดยอดสะพานสวย
เทศกาลซากุระ Sakura Festival
อีกประโยชน์หนึ่งของถุงพลาสติก
ขนมเค้กน่ารักๆ
10 อันดับเมฆที่หาดูได้ยาก‏
บ้านเคลื่อนที่ : Mobile-truck
ที่จอดรถใต้ดินแบบป็อปอัพ
แนวคิดรถบ้านเคลื่อนที่ "มินิ" สุดล้ำ "สะดวก สดใส ยืดหดได้"
พระกระแสดำรัสเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552
สุดยอด! ม.เทคโนโลยีสุรนารี สร้างเรือผ้าใบช่วยน้ำท่วม
วิธีตรวจเช็คไฟรั่วในน้ำอย่างง่าย
ขวดช่างไฟ .. เช็คไฟรั่ว ลองทำดูครับ ไม่ยากเลย

        คุ้มค่าหรือไม่ถ้าจะรีไฟแนนซ์บ้าน

หมวด : ทั่วไป    
จำนวนคนอ่าน 3120    

คุ้มค่าหรือไม่ถ้าจะรีไฟแนนซ์บ้าน

การรีไฟแนนซ์ (Refinance) คือ การกู้เงินก้อนใหม่เพื่อไปใช้คืนเงินกู้ก้อนเก่า โดยผู้กู้ได้ประโยชน์
มากกว่าจากเงินกู้ก้อนใหม่ เนื่องจากได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเดิม สามารถลดเงินต้นได้เร็วขึ้น เงินงวดต่อเดือนถูก
ลง เป็นต้น

เวลาที่คิดจะรีไฟแนนซ์นั้น ส่วนใหญ่มักจะมองไปที่เรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าแหล่งเงินกู้เดิม
เท่านั้นแต่ที่จริงยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการรีไฟแนนซ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ต้องคำนึกถึงหากต้อง
การจะรีไฟแนนซ์ ให้คุ้มค่า

หลักง่าย ๆ ในการพิจารณาว่าการรีไฟแนนซ์แต่ละครั้งจะคุ้มค่าหรือไม่ ให้พิจารณาจากการประหยัดจาก
อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง โดยเทียบจากค่างวดที่ต้องผ่อนชำระระหว่างแหล่งเงินกู้เดิมกับแหล่งเงินกู้ใหม่ และ
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์ หากเสียค่าใช้จ่ายน้อยแต่ประหยัดได้มากกว่าก็น่าจะรีไฟแนนซ์ได้

ฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจ “รีไฟแนนซ์” คุณควรจะต้องพิจารณาในประเด็นต่อไปนี้ และชั่ง
น้ำหนักให้ดีว่า “คุ้ม” หรือไม่

อัตราดอกเบี้ย
ถึงจะไม่ใช่ประเด็นเดียวที่ใช้ในการคิดคำนวณก่อนจะตัดสินใจย้ายแหล่งเงินกู้ แต่ดอกเบี้ยเป็นประเด็นที่
สำคัญที่สุดในการรีไฟแนนซ์ ถ้าเห็นดอกเบี้ยต่ำคงที่ในปีแรกๆ เพราะในปัจจุบันดอกเบี้ยคงที่ปีแรกลงมาถึง
1% 2.5% และ 3%

แต่ไม่ใช่ว่า จะดูเฉพาะดอกเบี้ยในปีแรกๆ เท่านั้น เพราะสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นสินเชื่อที่มีระยะเวลาการผ่อน
ชำระเป็นสิบปีขึ้นไป ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการรีไฟแนนซ์ การซื้อบ้านใหม่ ก็ควรจะคำนึงถึงอัตราดอกเบี้ย
หลังจากหมดระยะดอกเบี้ยคงที่ด้วย

ขณะที่บางคนอาจจะตื่นเต้นกับ “เอ็มแอลอาร์ลบ” มากกว่าเอ็มแอลอาร์โดดๆ โดยไม่สนใจว่าปกติแล้ว
ดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ หรือดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีของธนาคารนั้นอยู่ที่เท่าไร และต่างจากธนาคารอื่น
อย่างไรบ้าง

โดยปกติแล้วสถาบันการเงินขนาดเล็ก มักจะกำหนดดอกเบี้ยอ้างอิงไว้สูงกว่าสถาบันการเงินของธนาคาร
ใหญ่ เพราะฉะนั้น แม้ว่าจะลดลงจากดอกเบี้ยอ้างอิงแล้ว ก็อาจจะได้อัตราเดียวกับสถาบันการเงินขนาด
ใหญ่

ดังนั้น ทางออกอย่างเดียว คือ นอกจากจะต้องเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยระหว่างสถาบันการเงินแล้ว ยังต้อง
ดูประวัติดอกเบี้ยเงินกู้ของสถาบันการเงินนั้นๆ ด้วยว่า เป็นอย่างไร สูงหรือต่ำกว่าธนาคารที่เราใช้บริการ
อยู่

ถ้าดอกเบี้ยลดลงจากเดิม 1% นอกจากจะช่วยคุณประหยัดดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละปีลงแล้ว ค่างวดที่
ต้องผ่อนในแต่ละเดือนยังจะลดลงด้วย

แต่หากยอดหนี้เหลืออยู่ไม่มาก ก็อาจจะประหยัดดอกเบี้ยลงได้ไม่มากนัก เช่น หากคุณมีหนี้เหลือ
เพียง 500,000 บาทและดอกเบี้ยลดลง 1% เท่ากับประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้ปีละ 5,000 บาท หรือเดือนละ
416 บาท คุณจะพอใจหรือไม่หรือในกรณีที่ระยะเวลาเหลืออยู่ไม่กี่ปี และดอกเบี้ยลดลงไม่มาก ก็อาจจะ
ไม่คุ้มหากต้องไปเริ่มต้นกระบวนการสินเชื่อใหม่อีกครั้ง

ถ้ารีไฟแนนซ์ให้คุ้มค่า ดอกเบี้ยจะต้องลดลงอย่างน้อย 2-3% เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจาก
การรีไฟแนนซ์

ประวัติการผ่อนชำระ
เป็นสิ่งแรกของคนที่ต้องการรีไฟแนนซ์ว่า ตลอดเวลาอย่างน้อย 6-12 เดือนที่ผ่านมา ประวัติการ
ชำระค่างวดของคุณเป็นอย่างไร เพราะถ้าคุณเป็นประเภทขี้หลงขี้ลืม ผ่อนชำระไม่ตรงเวลาที่สถาบันการ
เงินกำหนดไว้ และอาการยิ่งหนักขึ้น ถ้าคุณไม่ชำระค่างวดติดต่อกันสัก 2 งวด แล้วล่ะก็ลืมเรื่องรีไฟแนนซ์
ไปสถาบันการเงินอื่นไปได้เลย เพราะสถาบันการเงินบางแห่งกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า คนที่ต้องการย้ายมา
จากสถาบัน การเงินอื่น มาใช้บริการของเขา จำเป็นต้องมีประวัติการผ่อนชำระที่ดีติดต่อกันเป็นเวลาอย่าง
น้อย12 เดือน ขณะที่บางแห่งอาจจะระบุไว้เพียง 2-6 เดือน

แต่ไม่ใช่ว่า คุณจะหมดหนทางเลยทีเดียว แม้ว่า ประวัติการผ่อนชำระของคุณจะติดๆ ขัดๆ อยู่บ้างก็ตาม
แต่คุณก็ยังสามารถรีไฟแนนซ์ได้เหมือนเดิม เพียงแต่เป็นการรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินเดิม ที่อาจจะ
ช่วยให้ภาระทางการเงินของคุณ “ผ่อนคลาย” ลงไปบ้าง เพราะนอกจากจะได้ดอกเบี้ยถูกลงตาม โครง
การใหม่ๆ แล้ว ค่างวดที่ต้องผ่อนจะลดลงตามไปด้วย

รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดจากการรีไฟแนนซ์จะน้อยกว่าการย้ายสถาบันการเงินค่อนข้างมาก เพราะสถาบัน
การเงินเดิมอาจจะคิดเพียงค่าธรรมเนียมเงินกู้หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีกเล็กน้อย ซึ่งไม่น่าจะเกินหลักพัน
บาท

ตรวจสัญญาสถาบันการเงินเดิม
ถ้ามั่นใจว่า ประวัติการผ่อนชำระไม่มีด่างพร้อย และได้อัตราดอกเบี้ยที่พอใจ ก็เริ่มขั้นตอนต่อไป
คือตรวจสอบสัญญาเงินกู้กับสถาบันการเงินเดิมว่า เปิดทางให้เรารีไฟแนนซ์ได้หรือไม่ และต้องเสียค่าปรับ
ในการชำระคืนเงินกู้ทั้งก้อนก่อนกำหนดหรือไม่

ธนาคารพาณิชย์เกือบทุกแห่งกำหนดระยะค่าธรรมเนียมอันนี้ไว้ในอัตราและเงื่อนไขที่ใกล้เคียงกัน คือ หาก
ชำระคืนทั้งหมดภายใน 3 ปี หลังจากทำสัญญา ผู้กู้ต้องเสียค่าปรับ 2% ซึ่งบางแห่งจะคิดยอดหนี้คงเหลือ
บางแห่งอาจจะคิดจากมูลค่าหนี้ตามสัญญา ขณะที่บางแห่งจะกำหนดระยะเวลาไว้ถึง 5 ปี และคิดค่าธรรม
เนียม 3%

นอกจากนี้ ยังมีธนาคารพาณิชย์ของรัฐแห่งหนึ่งที่กำหนดเงื่อนไขไว้มากกว่านั้น คือ หากชำระหนี้ทั้งหมด
ภายใน 3 ปี ต้องเสียค่าปรับ 2% แต่หากหลังจากปีที่ 3 ไปแล้วนำ “เงินสด”มาชำระจะไม่เสียค่าธรรมเนียม
แต่ หากเป็นการรีไฟแนนซ์โดยที่ธนาคารได้รับชำระหนี้ด้วย “แคชเชียร์เช็ค” จากสถาบันการเงินใดก็ตาม
ลูกหนี้ยังคงต้องเสียค่าปรับ 2% เช่นเดิม

ในทางปฏิบัติคุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบสัญญาก่อนที่จะดูดอกเบี้ยและประวัติการผ่อนชำระก็ได้
เพราะถ้าคุณจะต้องเสียค่าปรับจำนวนมาก บางทีคุณอาจจะล้มพับโครงการรีไฟแนนซ์ของคุณไปได้เลยก็ได้

ค่าใช้จ่าย
ถ้าเป็นไปได้อยากให้คนที่คิดจะรีไฟแนนซ์ทำเครื่องหมายดอกจันใหญ่ๆ ไว้ที่หน้าหัวข้อนี้ เพราะ
การรีไฟแนนซ์ของคุณจะคุ้มหรือไม่คุ้ม มันขึ้นกับข้อนี้เป็นสำคัญ เพราะแม้ว่า เราจะได้ดอกเบี้ยถูกลงมาก
แต่เมื่อมีค่าใช้จ่ายสูงลิบ จนกินส่วนต่างที่ควรจะประหยัดลงไปเสียหมด เราก็คงไม่ต้องรีไฟแนนซ์กันให้
เสียเวลา

ค่าใช่จ่ายที่จะเกิดจากการรีไฟแนนซ์มีอยู่ 6 รายการหลัก ซึ่งลูกค้าแต่ละรายจะเสียไม่เท่ากัน เพราะนอกจาก
สถาบันการเงินแต่ละแห่งจะกำหนดอัตราที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอีกมาก

1.ค่าปรับกรณีคืนหนี้ก่อนกำหนดของสถาบันการเงินเดิม ในกรณีที่สัญญาเงินกู้ยังไม่พ้น “ระยะต้องห้าม”
คุณจะต้องจ่ายแน่ๆ แล้ว 2-3% ของยอดหนี้คงค้างหรือยอดหนี้ตามสัญญา

2.ค่าจดจำนองใหม่กับกรมที่ดิน ยังถือเป็นโชคดีขึ้นมาอีกนิดหนึ่งสำหรับคนที่มีบ้านอยู่ในโครง
การที่ดินจัดสรรของกรมที่ดิน เพราะปีนี้และอาจจะรวมถึงปีหน้าด้วย ที่ค่าธรรมเนียมการจดจำนองเหลือ
เพียง 0.01% ของราคาประเมินที่ดินในกรณีทั่วไปยังต้องเสียในอัตรา 1%

3.ค่าประเมินราคา เป็นอัตราที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนดขึ้นมาในอัตราที่แตกต่างกัน แต่โดยเฉลี่ย
แล้วจะอยู่ประมาณ 2,500 บาท หรือ 0.24% ของราคาประเมิน ขณะที่สถาบันการเงินบางแห่งอาจจะยกเว้น
ให้ ในบางกรณี เช่น บ้านที่ทำสัญญาเงินกู้ไม่เกิน 3 ปี หรือ เป็นช่วงส่งเสริมการขายของสถาบันการเงิน
นั้นและถ้าเป็นการรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินเดิมอาจจะไม่ต้องประเมินราคาใหม่ก็ได้

4.ค่าธรรมเนียมเงินกู้กับสถาบันการเงินใหม่ ซึ่งในสถาบันการเงินแต่ละแห่ง อาจจะเรียกชื่อค่า
ธรรมเนียมนี้แตกต่างกัน และมีรายละเอียดค่าธรรมเนียมต่างกันด้วย อย่างไรก็ตาม ในบางแห่งอาจจะไม่
มีรายการนี้เลยก็ได้ ซึ่งโดยเฉลี่ยค่าธรรมเนียมเงินกู้จะอยู่ประมาณ 0.25-0.50% ของวงเงินกู้

5.ค่าประกันอัคคีภัย โดยปกติจะอยู่ประมาณ 0.1-0.2% ของวงเงินกู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม สถาบัน
การเงินบางแห่งอาจจะกำหนดอัตราที่แตกต่างจากนี้ ซึ่งจากการทำประกันอัคคีภัยบ้านจะทำเป็นรายปีเพราะ
ฉะนั้น สำหรับคนที่เพิ่งต่ออายุกรมธรรม์สามารถใช้กรมธรรม์เดิมได้ โดยไม่ต้องทำประกันใหม่

6.ค่าอากรแสตมป์ ที่ผู้กู้จะต้องจ่ายในอัตรา 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ หรือ 10,000 บาท ละ 5 บาท
ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่สูงมากนัก ฉะนั้น บางคนอาจจะลืมคิดถึงค่าใช้จ่ายตัวนี้ไปแล้ว

คุ้มหรือไม่
ในปัจจุบันคุณคงหาสถาบันการเงินให้อัตราดอกเบี้ยถูกกว่าสถาบันการเงินเดิมถึง 3-5% ได้ค่อน
ข้างยาก เพราะส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้น หากคุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ทั้ง
6 ข้อข้างต้น คุณจะต้องจ่ายระหว่าง 2.66-4.90% ซึ่งค่าใช้จ่ายหลักจะมาจากค่าปรับในการไถ่ถอนก่อน
กำหนด และค่าประเมินราคา จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่การรีไฟแนนซ์ครั้งนี้จะทำให้คุณนอนอมยิ้ม เพราะ
ประหยัดค่าใช้จ่าย

แต่หากคุณเป็นลูกหนี้ที่ปลอดระยะต้องห้าม และมีบ้านในโครงการที่จัดสรรที่ดินถูกต้อง ต้นทุนในการรี
ไฟแนนซ์ของคุณจะต่ำมาก เพราะจะเสียค่าใช้จ่ายไม่ถึง 1% เพราะฉะนั้น ก็สามารถหาสถาบันการเงินที่
ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าที่เดิมสัก 2-3% ก็เรียกได้ว่า คุ้มค่ากับการยอมเสียสละเวลา

ลูกค้าสินเชื่อบ้านในปัจจุบันส่วนใหญ่น่าจะเสียดอกเบี้ยกันประมาณ 6% ถ้าใครจ่ายเกินกว่านี้ หรือแม้แต่
คนที่จ่ายเกินกว่า 5% คงต้องเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองได้แล้วว่า ควรจะรีไฟแนนซ์เสียทีดีหรือไม่

ถ้าคุณมียอดหนี้คงเหลือ 1 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 6% ผ่อนชำระเดือนละประมาณ 10,000
บาท หากคุณรีไฟแนนซ์มาที่ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.5% คุณจะผ่อนต่อเดือนเหลือเพียง 7,500 บาท เท่ากับคุณ
ประหยัดเดือนละ 2,500 บาท ปีละ 30,000 บาท

กรณีที่เสียค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ 1% หรือ 10,000 บาท คุณคงต้องตอบคำถามนี้ได้ว่า เงิน
20,000 บาท ในระยะเวลา 1 ปี นั้น คุ้มหรือไม่กับค่าเสียเวลาในการดำเนินการ

ในกรณีที่ต้องจ่ายค่าปรับให้สถาบันการเงินเดิมอีก 2% รวมเป็น 3% หรือ 30,000 บาท ก็คงไม่จำเป็นต้อง
เหนื่อยเพราะคุณจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากการรีไฟแนนซ์ เว้นแต่เป็นเหตุผลส่วนตัว

ท้ายที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจ “ย้าย” ให้เดินเข้าไปหาสถาบันการเงินเดิม แล้วบอกเขาไปตรงๆ ว่า เราจากเขา
ไปแล้ว ต่อรองกับเขาอีกหน่อย ไม่แน่ว่า เราอาจจะได้เงื่อนไขที่ดีกว่า ถ้าเราเป็นลูกหนี้ดีมาตลอด