บอกต่อเพื่อน เก็บบันทึก ตั้งเป็นหน้าแรก
| หน้าแรก | สาระ |

รายชื่อหมวด

  ทั่วไป
  ออกแบบบ้าน
  ขั้นตอนการปลูกสร้างบ้าน
  ก่อนจะซื้อบ้าน
  ตกแต่งบ้าน
  ดูแลรักษาบ้าน
  ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน
  ออกแบบจัดสวน
  การขายบ้านหลังเก่า
  การย้ายบ้าน
  กฏหมายน่ารู้
  สินค้าราคาพิเศษ



    หมวด
ทั่วไป
หัวข้อสาระ


โครงสร้างแผนธุรกิจ สำหรับ SMEs
ชีวิต ความหวัง กำลังใจ (สาระการใช้ชีวิต)
ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่น
กินทุเรียนให้ปลอดภัย
อะไร ? คือ จีเอ็มโอ (GMOs)
ความลับของความหวาน
อีคิว-ความฉลาดทางอารมณ์
การเลือกซื้อปืนมือ2
Hostile Take Over
สัญญาณเตือนมะเร็ง
ความเป็นไปได้ ในการเกิดแผ่นดินไหว ในกรุงเทพ
ความรู้เรื่องไม้อัดพาร์ติเคล PARTICLE BOARD
วิธีถนอมสายตาสำหรับผู้ที่ทำงานหน้าคอม
สูตรคิดน้ำหนักร่างกายมาตรฐาน
คำศัพท์เกี่ยวกับหุ้น
รู้เรื่อง หยิน และ หยาง
ชาเขียว ความจริงที่คุณต้องรู้
การแพ้ยา
คอเคล็ดพราะตกหมอน
เคล็ดลับ .... ต่อต้านริ้วรอย
ประโยชน์จากการเข้าตลาดหลักทรัพย์
เครื่องดื่มผสมคาเฟอีน
ชาสมุนไพร ดื่มให้ดี มีประโยชน์
ประวัติการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ-หนองงูเห่า
หลักแพทย์แผนไทย การกินอาหารตามธาตุ
สารอาหารและประโยชน์ของ มะระ
การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)
กลิ่น...ใครว่าไม่สำคัญ
วิธีเลือกซื้อรองเท้า
ตู้เย็นทำงานอย่างไร
ข้อมูลบริการต่างๆ เกี่ยวกับบ้าน
สูตรกาแฟ
จะทำอย่างไรให้ฟันขาว
อยากเป็นคนเก่งต้องทำอย่างไร..." 7 Thinking method to be genius "
เบอร์โทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์
ขับปลอดภัยเมื่อฝนตก
เคล็ดลับในการรักษาสีรถให้สวยสดใส
บันทึกแด่ลูกรัก
ผลของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ บทเรียนจาก agentina
สาระและวิธีการทำ cocktail
สะพาน "โกลเด้นเกท Golden Gate"
วิธีผ่าแตงโม ให้แคะเมล็ดออกได้ง่าย
ระยะทางระหว่างจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย
คำคมจาก ขงเบ้ง
ข้อมูลที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานด้านวิศวกรรมและสถาปัตย์
นพมงคล : ๙ แนวทางสร้างความเจริญแก่ชีวิต รับปีใหม่
รวมแหล่งพัฒนาสมองและการพัฒนาการเด็ก
Risk Management เครื่องมือบริหารความเสี่ยง
พระราชดำริ 14 ข้อนักบริหารเพื่อส่วนรวม (ป๋าเปรมเน้นย้ำ)
ฟรี! โปรแกรม Free Downloads เพียบเลย..
เตือนตัวเอง ด้วยตัวเอง : คำคมและแง่คิดดีๆ
10 สถาปัตย์อัศจรรย์แดนมังกร
๖๐ ข้อคิดบันทึกไว้จากใจพ่อ
รู้จัก "แมวนางกวักโชคลาภ"
นิทาน เวตาล
ClipVDO ๙ คำพ่อสอน 20 ตอน
รวมเว็บไซท์ด้านช่าง
Download พระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน
ภาพอาหารน่ากิน
ท่าบริหารเพื่อ การเล่นcom นานๆ
ลิ้งค์น่าสนใจ
ปรัชญาจากหลอดยาสีฟัน
โยคะในที่ทำงาน บรรเทาอาการเมื่อยหลัง
ภูมิศาสตร์ ประเทศไทย
พระบรมราโชวาท
อาหารช่วยลด คอเลสเตอรอล
สูตรทำอาหาร .... น่ากิน...
ตำนานเกี่ยวกับต้นกำเนิดวันสงกรานต์
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
คู่มือเลี้ยงสัตว์
10 อันดับ รถที่แพงที่สุดในโลก
ภาพวาดน่าสนใจใน "วัดพระแก้ว"
สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน
10 ของอร่อยหากินยาก
เทศกาลไหว้พระจันทร์
เกษตรตามแนว "ทฤษฎีใหม่"
ที่สุดในโลก
สถาปัตยกรรมธรรมชาติ "ถ้ำ"
ประติมากรรมกรีก
เทพประตู หมึ่งซิ้ง - เทพมงคลจีน
ฮวงจุ้ย บ้านยากจน
ภาวะของแม่และพัฒนาการของทารกในครรภ์
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ
เทคนิคการสัมภาษณ์งาน
บริหารเวลาอย่างไร ให้มีเวลา ?
ทศชาติชาดก
โบท็อกซ์ (Botox): สวยด้วยยาพิษ
บัญญัติ 10 ประการ สู่ชีวิตยืนยาวและแข็งแรง
Good Idea ของผู้นำยุคใหม่ ...เพื่อการสร้างคน...
P+I =C สูตรเปลี่ยน "วัฒนธรรมองค์กร"
ต้องเหนือกว่าคู่แข่ง
ตามรอยพ่อ...อย่าง “พอเพียง”
ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”
การใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย
30 บาทรักษาทุกโรค
รวมคลิปของในหลวงในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ภาพหาดูยาก... ของในหลวง
คลิปโฆษณาที่อยากให้คนไทยได้ดู
มิเตอร์ไฟที่บ้านกับที่อพาร์ทเมนท์ ต่างกันตรงไหน?
แง่คิดจากผีเสื้อ
คติดีๆ...จากปู่เย็น
10 วิธีทำงานให้เจ้านายรัก
สนุกคิดคณิตศาสตร์
Cocoa Beach & Spa (Maldives)
ลดลงแต่กลับได้มากขึ้น
เปิดสมุดปกขาวค้นปมรถดับเพลิงฉาวของกทม.
เคล็ดลับฮวงจุ้ย 128 ข้อ
Autumn in Japan
น้ำพุเต้นระบำ
สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
เปิดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติบ้านจัดสรรรู้ทันข้อมูล-ไม่ลงทุนเกินตัว
เรื่องน่าหัดและ สิ่งที่น่าลอง
ขอเวลา 3 นาที่ก่อนฆ่าตัวตาย
สถาปนิก มีสาขาอะไรกันบ้าง...
การวางผังเมืองมีประโยชน์ยังงัย
แค่รถเล็กๆ ก็พอเพียง
หลัก 7 ประการในการบริหารแรงงาน
10 เคล็ดลับ เพื่อผูกใจพนักงานไว้กับองค์กร
ทำอย่างไร จึงจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร
แหล่งท่องเที่ยวรอบ"สุวรรณภูมิ"
วิธีการคิดและการกระทำของผู้นำแบบ CEO
ประเภทของการประกันภัยรถยนต์
ทำอย่างไรเมื่อรถหาย
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน...ทำอย่างไรดี
เวนคืนที่ดินตาบอด25จุดทั่วกรุง กทม.ออก"พ.ร.ฎ."-ของบฯสร้างปี"50
การจราจรใน ก.ท.ม. ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
ปาร์ติเกิลบอร์ด ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดการใช้ไม้
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
15 อันดับตึกสูง สวยๆ ของโลก
10 สิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจของประเทศจีน
สถาปนิก ต้องมีจรรยาบรรณอะไรบ้าง และแบ่งระดับชั้นกันอย่างไร?
เส้นทางเดินรถเชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิ 6 สาย
บริหารพื้นที่ออฟฟิศสไตล์โรงแรม
Bora Bora หมู่เกาะ "ไข่มุกแห่งแปซิฟิก"
38 มงคลชีวิต ยอดเยี่ยมจริงๆ
เคล็ดลับงานครัว
เทคนิคค้าปลีกที่คุณก็ทำได้
อาหารไทยในตลาดโลก
โยคะในที่ทำงาน บรรเทาอาการเมื่อยหลัง
อานิสงส์การทำบุญแบบต่างๆ
บทสวดมนต์ที่สำคัญ
ข้อบังคับจากการประปานครหลวงเกี่ยวกับมาตรวัดน้ำที่ผู้ใช้น้ำควรทราบ
รู้ทัน ลูกเล่น อู่-ช่าง-เซลส์
สภาวิศวกร : ผู้กำหนด "สเป็คส์" วิศวกรไทย
จรรยาบรรณวิศวกร ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จะพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างไรให้มีเสถียรภาพ
วันลอยกระทง
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(04/12/49)
จดหมายจาก “พ่อ” ถึง “ลูกชาย” ที่รัก
พระมหากษัตริย์ยอดนักปราชญ์ ๓๒ ปี แห่ง ... เศรษฐกิจพอเพียง
มหาราช มหาปราชญ์
ธรรมราชา ผู้ครองแผ่นดินโดยธรรม
พระราชาผู้เป็น "หนึ่งในโลก"
ฮวงจุ้ยแท้จริงคืออะไรกันแน่
เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำสุดในรอบ 5-6 ปี
ตะลึง! พบ “ทางด่วน” สมัยจิ๋นซีฮ่องเต้
วงจรชีวิต "ตลาดที่อยู่อาศัยไทย" กรณีศึกษา...ฟองสบู่ก่อตัว
เศรษฐกิจพอเพียง กับการพัฒนาคนและหนทางข้างหน้า
สี่ประเด็นปัญหา ของไทยที่ต้องพูดถึง
พรปีใหม่ 2550 จาก "ในหลวง"
เคล็ดลับการปรับฮวงจุ้ยสำหรับ ปีกุน 2550
เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ผิดเพศ
ฮวงจุ้ย...เสริมเลิฟ
ตรุษจีน : มงคลอาหารไหว้
ทำอย่างไรจึงจะเกิด "ความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร"
วิธีสร้างบุญบารมี (สมเด็จพระญาณสังวร)
ทำสปาที่บ้านด้วยตัวเอง
เมนูมงคลเทศกาลตรุษจีน
ภาวะอาหารเป็นพิษ
หลักการทรงงาน 10 ประการ ของในหลวง
ข้อเท็จจริงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับความอ้วน
หลัก 7 ข้อ ก่อนคุณจะซื้อรถยนต์
ภาษาอังกฤษที่คนไทยมักใช้ผิดๆ บางศัพท์ที่คุณไม่เคย Get
เสริมมงคล และตัวอย่างการแก้ไขฮวงจุ้ย
วิธีแก้เคล็ดเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นตามหลัก ฮวงจุ้ย
ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์
7 ท่านวดหน้าถนอมสายตา
ทำงานอย่างไรให้มีความสุข
ความรู้เกี่ยวกับ ศาลพระภูมิ
เตรียมรับมือ... น้ำท่วมโลก
เนิร์สเซอรี ที่พึ่งของพ่อแม่ยุคใหม่
จะทำอย่างไรถ้าบ้านคุณอยู่ตรงทางตัน
14 กลเม็ดง่ายๆ กู้วิกฤติโลกร้อน!
ลาวกับวิสัยทัศน์ “Battery of Asia”
วิธีการฟื้นเศรษฐกิจตกต่ำ
สัญญาณเตือนภัยที่ต้องจับตา ปี50
เปิดลายแทงเที่ยวสงกรานต์กรุงเทพมหานคร
เวียดนามลงทุน ไฮสปีดเทรนแสนล้านเสร็จใน 6 ปี
สงกรานต์ 4 ภาค...เสน่ห์แห่งความแตกต่าง
แคมเปญเช็คสาพรถต้อนรับสงกรานต์ 50
นางสงกรานต์ คำพยากรณ์...คติในตำนาน
ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์
5 เทคนิคฝึกสมองให้ฉลาด
นั่งสมาธิ..เพิ่มเนื้อที่สมอง
เริ่มต้นเป็น SMEs เขียนแผนธุรกิจแนวพอเพียง
รีสอร์ตเพื่อผู้พิการ
สามก๊กฉบับคนขายชาติ
ประวัติพระอริยสงฆ์
เครื่องดื่มสูตรเด็ดเคล็ดหุ่นสวย
ตำนาน ฮก ลก ซิ่ว
อิทธิพลศิลปะพม่า ในอาณาจักรล้านนา
น้ำมันไบโอดีเซล
น้ำมันแก๊สโซฮอล์
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
ข้อเปรียบเทียบ LPG & NGV
รูปกรุงเทพมหานครสมัยก่อน
เคล็ดการแก้ฝันบางส่วนตามตำราโบราณ
ซับไพร์มคืออะไร
คุ้มค่าหรือไม่ถ้าจะรีไฟแนนซ์บ้าน
ฟิล์มกรองแสง
15 อันดับตึกสูง สวยๆ ของโลก
สารพัดวิธีทำให้หนูน้อยอารมณ์ดี
เบอร์ดทรสำคัญเผื่อตังหายน่ะ
กฎเหล็ก 7 ประการ ในการเป็นผู้นำ
ต้นไม้เรืองแสง
กรีนบอร์ด วัสดุใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม
สถาปัตยกรรมร่วมสมัยบนเกาะบาหลี
เลือกดื่มอย่างไร ไม่ทำให้อ้วน
‘ซูเปอร์ซีเมนต์’ มิติใหม่วัสดุก่อสร้าง
ซื้อแฟรนไชส์อย่างไรไม่ให้ถูกหลอก
4โครงการลงศรีนครินทร์
เจาะลึก “คุณคะ” ยุทธวิธีแก้ภาพการบินไทย
ทิศทางการผลิตและราคาน้ำมันในอนาคต
เมื่อเกิดแผ่นดินไหว Earthquakes
30 วิธี ที่ช่วยให้ชีวิต "มีความสุข"ยิ่งขึ้น
"นาร์กิส" ธรรมชาติพิโรธ ถล่มพม่า!
มหัศจรรย์ “บุโรพุทโธ”
E85 และน้ำมันสารพัดชนิด
ชลบุรีใน อดีด พ.ศ. 2490 หรือเมื่อ 59 ปีที่ แล้ว
ที่มาของ "บะจ่าง"
ดูชัดๆ ไทยยกแผ่นดินพระวิหารให้เขมร!!
โอกาสไทยทวงคืน “ประสาทพระวิหาร” ย้อนดูคำประท้วงคำตัดสินของศาลโลก
สนพ. แนะวิธีใช้รถช่วงหน้าฝน
ตำนาน ฮก ลก ซิ่ว
พิธีการปูที่นอน
แสงอาทิตย์เปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร
คิดบวก ชีวิตบวก
“ยำเกสรชมพู่” ... เมนูเพื่อนสุขภาพ ตำรับพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ
น้ำมันไบโอดีเซล
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง
แผนที่โลกใหม่-น้ำท่วมโลกจริงหรือ?
รถพลังงานไฮโดรเจนของคนไทย
วิธีสร้างสมาธิ ในการทำงาน
2551 น้ำท่วมกรุงเทพฯ
รถบ้าน บ้านรถ
วิจัยพบ สวดมนต์ สมาธิ วิปัสสนา รักษาโรคได้
ภาพเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ภาพลาวาจากภูเขาไฟสวยๆ
MALDIVES เกาะในฝัน
ภาพข้างในปิรามิด..
รวมบทกวีปลุกพลังใจพันธมิตรฯ ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
THE PALM ISLANDS สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกอนาคตที่ดูไบ
ซานอัลฟองโซ เดล มาร์ สระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
10 อันดับ ต้นไม้มหัศจรรย์
ธนาคารที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ภัตตาคารบนต้นไม้ที่ญี่ปุ่น
ภัยจากสนามเด็กเล่น อันตรายใกล้ตัวที่ควรระวัง
วัดพระมหาแก้ว ใช้ขวดสร้าง 1.5 ล้านขวด
โบสถ์สแตนเลส แห่งเดียวในโลก
ไขปริศนาเลขบัตรประชาชนไทยทั้ง 13 หลัก
81 เรื่องของ “ในหลวง” ที่คนไทยควรรู้
ระบบกันขโมยที่เหมาะสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว
เคล็ดไม่รับการกันขโมย แบบง่าย
โครงการหมู่บ้านมี รปภ. อยู่แล้ว ควรติดสัญญาณกันขโมยหรือไม่ ?
สุดยอด...มหาวิหารชาวคริสต์
มาเพิ่มพลังสมองกันเถอะ
บ้านดิน "ถู่โหลว" ในฤดูใบไม้ผลิ
โอกาสทองในการซื้อบ้านมาหรือยัง?
เซาว์น่าอินฟราเรด
อยากรู้มั๊ย..ปั่นหุ้นเค้าทำกันอย่างไร!!
คู่มือการเลี้ยงลูกให้ได้ดี
สุดยอดสะพานสวย
เทศกาลซากุระ Sakura Festival
อีกประโยชน์หนึ่งของถุงพลาสติก
ขนมเค้กน่ารักๆ
10 อันดับเมฆที่หาดูได้ยาก‏
บ้านเคลื่อนที่ : Mobile-truck
ที่จอดรถใต้ดินแบบป็อปอัพ
แนวคิดรถบ้านเคลื่อนที่ "มินิ" สุดล้ำ "สะดวก สดใส ยืดหดได้"
พระกระแสดำรัสเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552
สุดยอด! ม.เทคโนโลยีสุรนารี สร้างเรือผ้าใบช่วยน้ำท่วม
วิธีตรวจเช็คไฟรั่วในน้ำอย่างง่าย
ขวดช่างไฟ .. เช็คไฟรั่ว ลองทำดูครับ ไม่ยากเลย

        ความรู้เกี่ยวกับ ศาลพระภูมิ

หมวด : ทั่วไป    
จำนวนคนอ่าน 2948    

ความรู้เกี่ยวกับ ศาลพระภูมิ

พระภูมิ สื่อ...รำลึกในบุญคุณและกตัญญูต่อผืนแผ่นดิน


ขั้นตอนการตั้งศาลพระภูมิ
พระพรหม พราหมณ์ขจร นาคะเวทิน จากกองพระราชพิธี่ สำนักพระราชวัง กล่าวถึงวิธีการตั้งศาลว่า การตั้งศาลพระภูมิกับพระพรหมมีขั้นตอนเหมือนกัน แต่จะมีข้อแตกต่างที่สำคัญประการเดียวคือ บทสวด เนื่องจากพระพรหมเป็นเทพชั้นสูงกว่าพระภูมิ บทสวดต้องเป็นบทพระเวทย์สวดทั้ง 4 ทิศ ส่วนพระภูมิใช้บทสวดแบบบวงสรวงข้างศาลด้านเดียว ซึ่งขั้นต้อนการตั้งศาลดังกว่ามี 5 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนแรก จุดธูปบวงสรวงบูชาฤกษ์ เพื่อขอที่ประดิษฐาน

ชั้นที่ 2 เมื่อได้เวลาฤกษ์ จึงอัญเชิญพระภูมิหรือพระพรหมขึ้นประดิษฐาน

ชั้นที่ 3 ถวายข้าทาสบริวาร ดอกไม้ แจกัน เชิงเทียน ปิดทอง ผูกผ้า และบวงสรวง เพื่อขออำนาจบารมีจาก ท่าน พิทักษ์รักษากิจการการค้า

ชั้นที่ 4 เจ้าภาพจุดธูปอธิษฐานขอพรอีกครั้ง

ชั้นที่ 5 พราหมณ์โปรยข้าตอกดอกไม้เป็นอันเสร็จพิธื

"ในพิธีกรรมการตั้งศาล โดยเฉพาะศาลพระพรหม ควรจะกระทำพิธีให้ครบสูตร อาทิ มีของคาวสำหรับเจ้าที่ เจ้าป่า เจ้าเขา ตามสภาพแวดล้อมในพิธีกรรมนั้น เพื่อให้เจ้าที่ เจ้าป่า รายรอบบริเวณสถานที่ตั้งศาลนั้น เข้าร่วมชุมนุม และอัญเชิญพระพรหมมาสถิตภายในศาลให้บารมีของท่านคุ้มครอง"

พระภูมิกับคนไทย
หากจะพูดถึงคนไทยเราแล้วมีหลายสิ่งหลายอย่างที่แสดงออกให้เห็นถึงความเป็นคนไทยแท้ ชนิดที่เรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ร้อยไปเซ็ง ดังคำที่มาพูดเล่นกันอย่างสนุกสนานให้ขบขันนะ แต่ถ้าจะมองกันลงไปในคำพูดที่ชอบนำมาล้อเล่นนี้ ก็จะเห็นว่าคนไทยเป็นคนอารมณ์ดี ขี้เล่น ซึ่งก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นไทยแท้เช่นกัน จนบางอย่างคนไทยก็ถือว่าเป็น เรื่องเล่น ๆ สนุกไปเสีย แขกไป ไทยมา เรื่องสนุกหรือไม่สนุก รู้จักหรือไม่รู้จัก คนไทยเราก็ยิ้มรับได้ ตลอดเวลาละ ยิ้มกันเข้าไว้ก่อน จนกระทั่งได้สมญานามว่า สยามเมืองยิ้ม มาเป็นเวลาช้านานมาแล้ว... ก็ด้วยเหตุผลเหล่านี้

พอมาถึงทุกวันนี้รÍยยิ้มที่กว้างขวางก็ชักจะเริ่มแคบลงจากยิ้มที่เบิกบานก็กลายเป็นเหี่ยวแห้งลงทุกวัน. คิ้งที่โก่งดังดันศรของพระรามก็หันเข้าชนอยู่ชิดติดกันจนมองดูว่ามีลูกศรตรงกลางคัน ที่พร้อมจะยิงออกไปทุกเมื่อ นี่แหละคนไทยในวันนี้ นั่นก็อาจจะเป็นด้วยสาเหตุว่า มีความใหม่ ที่หลากหลายและหลั่งไหล ทะลักทะลวงจากโลกตะวันตกเข้ามายังแดนสยามกระมัง

ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวและกับตัวเราเองจึงได้บังเกิดขึ้น พฤติกรรม บางอย่างของเราก็เริ่มหมุนไปกับความใหม่ โยนความเก่าบางอย่างที่บรรพบุรุษใช้เวลาทั้งชีวิตสะสมเอาไว้ให้ทิ้งไปอย่างไม่นึกเสียดายหากบรรพบุรุษท่านสามารถลุกขึ้นมาพูดได้ในตอนนี้ท่านก็คงจะพูดว่า

"น่าเสียดายจริง สิ่งที่มีคุณค่าของปู่ย่า ตายาย ที่สู้อุตส่าห์ค้นคว้า สืบเสาะมาเป็นแนวทางของชิวิต เป็นหลักยึดเกาะยามต้องการ ให้มันเตือนใจบ้าง บัดนี้มันก็ต้องมาตายลงไปพร้อม ๆ กัน แต่มันก็ไม่แตกต่างกันมากนัก... เรามันรุ่นเก่าล้าสมัยก็ต้องทำใจ แต่ทำไมลูกหลานไม่นึกบ้างหนอว่า

"เก่าลายครามที่เพียบพร้อมด้วยคุณค่าแก่การทะนุทนอม เพื่อให้เหลือตกทอดถึงรุ่นลูกหลานเหลนโหลนในภายหน้า..."

มันคงยากพอควร หากจะกลับไปเป็นอย่างเดิม เพราะคนเรานิยมของใหม่กันมากกว่าของเก่า แต่ใช่ว่าจะไม่ใช่เรื่องดี แต่มีบางอย่างที่เกี่ยวพันกับตัวเราที่มันเสื่อมลงไปทุกขณะของลมหายใจเราเลยทีเดียว

อย่างประเพณีวัฒนธรรมนี่แหละดูกันได้ง่าย ๆ เนื่องมาจากยุคของใหม่ จะไม่ยจอมหันหลังกลับไปทำสิ่งที่ถูกมองจากชาวต่างชาติว่าล้าหลังอีกเด็ดขาด ต้องตามให้ทันยุคใหม่ อย่างเขา (ไม่ยักมีใครตามเงินบาทที่ลอยตัวทันซักคนแฮะ !) บางอย่างที่น่าสืบสานให้เกิดคุณค่าต่อจากบรรพบุรุษหรือบุพการีทั้งหลายได้ค่อย ๆ เลือนหายไปไร้คนถามถึงและเหลียวแล


หากแต่ภายใต้ความใหม่นที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของเทคโนโลยีนี้ ยังคงมีบางสิ่งที่ยังพอมองเห็นค่อนข้างชัดเจน ประกอบกับการดำรงชีวิตประจำวันของคนไทยเลยก็ว่าได้ เพราะคนไทยไม่ว่าจะกระทำสิ่งใด ๆ นั้นก็มักจะมีวิธีการที่แปลก ไม่เหมือนใครเสมอมาอยู่แล้วนับแต่โบราณกาล และก่อนที่จะลงมือทำก็ต้องมีการหาฤกษ์หายามหาทิศหาทางกันให้ดีเสียก่อนเมื่อเห็ฯว่าดีแล้ว ถูกต้องตามฤกษ์ทีหามาจึงถือว่าเป็นการถูกโฉลก แล้วลงมือทำได้ จนกลายเป็นเรื่องที่จะต้องเรียนรู้นับถือต่อ ๆ กันมา

เป็นประเพณีที่จะต้องกระทำกันอย่างมีขั้นตอนตามแบบตามแผนจนถึงปัจจุบัน ไม่ต้องไปนึกให้ไกลจากตัวเรานักหรอกเอากันใกล้ ๆ เรื่องที่ยังเป็นมาและยังคงเป็นไปอย่างสม่ำเสมออยู่ตลอดเวลา เรารู้จักกันโดยทั่วถ้วนหน้า ก็การสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยนี่ล่ะ เมื่อเราจะสร้างบ้านก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนอย่างดี เคยมีมาเมื่อก่อนเก่า เริ่มจากการมองหาพื้นที่สำหรับปลูกบ้าน ลงเสาเรือนจะต้องผ่านการตรวจตราจากผู้ที่รู้เชี่ยวชาญ โดยท่าจะเป็นผู้บอกว่า ที่ดินตรงนี้มันเหมาะที่จะตั้งบ้านหรือไม่


ถ้าเป็นดินเย็นก็ตั้งได้เลยจะได้ร่มเย็นกัน ท่านว่าอย่างนั้น แต่ ถ้าเป็นดินร้อนท่านก็จะต้องหาทางแก้เคล็ดกันเสียก่อน

จะให้เป็นพื้นที่ร่มเย็นจึงจะตั้งได้ แล้วพอมาถึงขั้นตั้ง (ลง) เสาก็ต้องมีวิธีตั้งอย่างถูกต้องตามตำราอีกเริ่มลงเสาแรกที่เรียกว่า เสาเอก ซึ่งก็จะมีพิธีการของท่านไปตามที่ท่านเรียนมา เพื่อปัดเป่าให้ลูกหลาน ที่ว่ากันไปเพื่อความสุขทางใจและกายของคนอื่นที่อยู่อาศัยในบ้าน แล้วถ้าหากต้องการความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นก็ต้องทำพิธีให้ครบทุกขั้นตอน ของการปลูกบ้านละ

หลักการที่ว่านี้ก็คือ ทำตั้งแต่ขั้นต้นจนมาถึงขั้นสุดท้ายของการสร้างบ้านเสร็จโดยไม่ข้ามขั้นใดขั้นหนึ่งไปจึงจะเรียกว่าถูกต้องทุกกระบวนการ แล้วเมื่อสร้างบ้านเสร็จก็ต้องมีการ ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ แต่ก่อนที่จะมีการทำบุญขึ้นนั้น จะต้องมีการทำพิธี "ยกศาลพระภูมิ" เสียก่อนถึงจะเรียกว่ามาถึงขั้นตอนสัดท้ายอย่างครบถ้วนทุกกระบวน หรือจะจัดตั้งไปพร้อม ๆ กับการทำพิธิทำบุญขึ้นบ้านใหม่ก็ได้เช่นกัน

เนื่องจากว่าคนไทยเรานั้นมีความเชื่อกันว่า

ศาลพระภูมิ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิประจำบ้นเป็นสิ่งที่อยู่ของท่านเทพารักษ์ ผู้ซึ่งคอยปกปักรักษาคนภายในบ้านให้พ้นจากภัยพิบัตินานาประการ ให้ได้รับแต่ความสงบสุขสมบูรณ์ คอยกำจัดภูติผีปีศาจตนอื่นที่จะมาเบียดเบียนทั้งยังช่วยให้เจ้าของบ้านมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไปในภายภาคหน้าขึ้นเรื่อย ๆ แล้วยังเชื่ออีกว่า

หากเจ้าของบ้านทำถูกวิธีในการจัดถวายเครื่องสังเวย ก็จะยิ่งดียิ่งมีความเจริญ มีโชค มีลาภยศชื่อเสียง เข้ามาสู่เจ้าของบ้านขึ้นไปอีก

ด้วยเหตุนี้เองประชาชนคนไทยแต่โบราณกาล จึงให้ความเคารพนับถือสักการะนบน้อมบูชา พระภูมิทุกวัน ด้วยหวังความสวัสดีมีชัย จำเริญสุขสถาพรแก่ชีวิต ครอบครัวบ้านหรือหมู่บ้าน

แต่สำหรับ... คนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างยุคร็อค ยุคแร็บ ที่มีเครื่องดื่มรสชาติใหม่ ๆ มาแทนน้ำเปล่าที่ใสสะอาดอย่างทุกวันนี้ มีบ้างใหมสังกี่คนที่จะสนใจมองและรับรู้ถึงสิ่งเก่า ๆ ของคนรุ่นเก่า ซึ่งให้ความสำคัญและเต็มไปด้วยแรงศรัทธา ที่ยังคงเหลือมาให้เห็นจวบจนถึงยุคปัจจุบันนี้ และเมื่อมองเห็น... เคยบ้างไหมที่คนรุ่นใหม่ จะตั้งคำถามกับตัวเอง หรือคนรอบข้างว่า

ศาล คืออะไร ?
พระภูมิ...เจ้าที่คือใคร ?
พระภูมิมาจากไหน ?
ทำไมต้องมีการตั้งศาล ตั้งให้ใคร ?
จำเป็นหรือที่เราต้องการบไหว้ศาล เล็ก ๆ ร้าง ๆ ที่ไม่เห็นใคร และอะไร ?
พระภูมิ มีชิวิตและตัวตนหรือไม่ ?
ศาล มีความสำคัญอย่างไร แค่ไหน ?
ใคร คือผู้ให้คำตอบได้... ?


ในขณะเดียวกัน เนื้อหาเรื่องราวที่นำมาเสนอ ก็อาจจะเป็นคำตอบให้ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย และยังเป็นเนื้อหาที่ควรศึกษาประดับภูมิปัญญาอย่างยิ่ง เพราะเป็นเนื้อหาที่หลากหลาย ทั้งที่ตามพื้นที่ของแผ่นดินไทย และต่างประเทศ ซึ่งผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้าจากตำราและจากท่านผู้รู้ และจากการศึกษาด้วยตัวเอง โดยออกเดินทางสู่สถานที่จริงในหลายหมู่บ้าน และหลาย จังหวัดของประเทศไทยมาเพื่อคุณ ๆ ผู้ผ่านโดยเฉพาะเชียวแหละ

เนื้อหาดังกว่ามีทั้งที่เป็นสาระและให้ความบันเทิงไปด้วยไม่ต้องเครียด เมื่อคุณเปิดอ่าน จะพบกับเรื่องราวแปลก ๆ พิลึกพิลั่น เร้าใจตื่นเต้นไปด้วยโดยเฉพาะคุณผู้อ่านที่สนใจศึกษาเรื่องประเพณี วัฒนธรรม และเรื่องของไสยศาสตร์ ขนานแท้ที่ไม่แต่งเติมเช่นดั่งละครดัง ที่ดึงดูดใจคนดูอยู่ขณะนี้

ซึ่งว่ากันด้วยเรื่องผีปอป, ผีฟ้า, ผีบ้าน , ผีเจ้าที่ , ผีกระสือ , ผีกระหัง , ผีเปรต ฯลฯ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องดึงดูดความสนใจของคนไทยได้เป็นอย่างดี แม้ว่ายุคนี้เป็นยุคเจริญกระทั่งเงินบาทมันลอยโด่งแค่ไหนก็เถอะ แต่คนไทยก็ยังต้องการอยากจะทราบเรื่องราวที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์นี้เป็นมาก หากแต่เรื่องที่นำมาเสนอนั้น อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงเพียง 50% เท่านั้น ส่วนอีก 50% ก็เป็นสีสันที่แต่งเติมลงไปว่างั้นเถอะ

แต่สำหรับเรื่องรายต่อไปนี้จะว่าด้วยเรื่อง "ผีเจ้าที่" แบบแท้ ๆ และดั้งเดิม รวมไปถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเพณีบูชา, บูชา, บวงสรวง, อีกทั้งการเข้ามาเกี่ยวข้องกับ "มนุษย์ได้อย่างไร" เจาะกันลืกเลยทีเดียวจึงไม่น่าจะพลาดอ่านแม้แต่ตอนเดียว... เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก

กำเนิดพระภูมิ...เจ้าที่
ตามตำนานในคำภีร์พรมจุติได้กล่าวไว้ว่า...

ได้มีจอมกษัตริย์นามว่า "ท้าวทศราช" บ้างทีก็เรียกว่า "ท้าวโสกราช" ส่วนทางภาคอีสานนั้นมักจะเรียกว่า "ท้าวสกราช" ซึ่งก็คงจะเพี้ยนคำมาจากโสกราช อีกนานหนึ่งก็เรียกว่า "ท้าวการทัตต์" (ผู้ซึ่งเป็นกษัตริย์ครอง กรุงพาลี หรือกรุงพลีก็เรียก ตามแต่ความเป็นมาของความเชื่อในแต่ละภาค ซึ่งก็อาจจะมีย่อยออกไปบ้าง หากแต่ใจความก็ละม้ายคลายกันทั้งนั้น เนื่องมาจากตำราฉบับเดียวกัน เพียงเพี้ยนออกไปตามประเพณีพื้นบ้าน ซึ่งหากจะเป็นพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวใน "นารายณ์สิบปาง" ก็จะกล่าวถึงพระภูมิ ผู้เป็นเจ้าของพระภูมิ ผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินเอาไว้ว่า...

ท้าวทศราชเจ้ากรุงพาลี หรือเรียกกันว่า ท้าวพลีก็เรียก เป็นปางที่ 5 ของนารายณ์สิบปาง มีใจความโดยย่อดังต่อไปนี้

"มียักษ์ตนหนึ่งชื่อ "พลี" ถูกเทวดาฆ่าตายใจสงครามกวนน้ำทิพย์พวกพ้องจึงนำศพไปให้พราหมณ์ "ภาร์ควะ" ชุบชีวิตให้กลับฟื้นคืนมาใหม่ แล้วตบะกิจทำพิธืจนเรืองฤทธิ์ จากนั้นก็ได้ยกทัพไปแก้แค้นพระอินทร์ ผู้เป็นหัวหน้าเทพทั้งหลาย จนท้าวพลีได้รับชัยชนะเป็นผู้เข้าครองโลกทั้ง 3 คือ สวรรค์ มนุษย์ และบาดาล อยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งเทวดาพากันไปอัญเชิญพระนารายณ์ มาปราบจึงได้แผ่นดินคืนมา ส่วนท้าวพลีก็ได้ถูกลงโทษให้ไปอยู่ในโลกบาดาล ท้าวพลีจึงได้ทูลอ้อนวอนขอประทานอภัยโทษจากพระนารายณ์ พระองค์จึงโปรดยกโทษ และประทานให้ไปครองแดน "สตุล" คือภาคสูงสุดของเมืองบาดาล

ดังตอนหนึ่งในโคลง 4 ในพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 ว่า
ขุนมารจงย้าย อยู่พลัน
ไปอยู่แดนสตุล เขตแคว้น
เจ้าจงครอบครองขัณฑ์ ทรงราชย์
เป็นสุขสนุกแม้น แดนสรวง


แล้วองค์พระนารายณ์ก็ยังทรงโปรดประทานพรแก่ท้าวพลีที่จะไปครองเมื่องสุตลด้วยว่า ยามดีจะมอมให้ ครองสรวง
เป็นที่พระอินทร์เอก ขะคร้าว
เสพทัพยะสุธปวง สมปรารถนาแฮ
เป็นใหญ่โนภพด้าว สามแดน


จากโครงบาทท้าย "เป็นใหญ่ในภพด้าวสามแนดน" นั้น

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในอภิธานประกอบเรื่องนารายณ์สิบปางให้ความหมายว่า อาศัยเหตุที่ท้าวพลีได้เคยครองไตรโลกมาแล้วครั้งหนึ่งและได้รับพระวิษณุเป็นเจ้าไว้ว่าจะได้ครองอีกครั้งหนึ่งในอนาคต จึงจะเห็นได้ว่า เมื่อเวลาที่โหรทำการบูชาพระภูมิมักจะกล่าวว่า

"โอมพระภูมิ พระธรณี กรุงพลีเรืองฤทธิ์"

ก็เพราะเหตุนี้ดังนี้เอง... ความเชื่อนี้ก็สืบต่อกันมานานในศาสนาพราหมณ์ จะเพี้ยนกันออกไปบ้างก็เพียงเล็กน้อย ดั่งพรนามที่เรียกว่า ท้าวพลี นี้ ก็คงมาจากที่พระองค์ทรงเป็นเจ้าครองกรุงพาลี หรือกรุงพลี จึงทรงได้รับการขนานนามเช่นนี้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะต่างก็มาจากตำนานเดียวกันอย่างที่บอกข้างต้นแล้ว ทีนี้ก็วกกลับมาที่ท้าวพลีหรือท้าวทศราชอีก

ท้าวทศราช (ท้าวพลี) มีพระมเหสีทรงพระนามว่า พระนางมันทาทุกาธิบดี ทั้งสองพระองค์มีโอรสด้วยกัน 9 องค์ และเมื่อโอรสทั้ง 9 องค์ทรงเจริญวัย ก็ล้วนแล้วแต่มีพระปรีชาสามารถกันทุกองค์ ดังนั้นท่านท้าวทศราชแห่งกรุงพาลี จึงได้ส่งโอรสแต่ละองค์ไปดูแลรักษาพื้นแผ่นดิน ถิ่นฐานต่าง ๆ ที่เป็นดินแดนอยู่ภายใต้การปกครองของพระองค์


โดยพระโอรสแต่ละองค์จะแยกย้ายกันออกไปดูแลตามแต่ความสามารถและความถนัดของตนดังนี้

องค์ที่แรก นามพระชัยมงคล ไปรักษาเคหะสถาน และบันได
องค์ที่สอง นามพระนครราช ไปรักษาค่ายทหาร ทวาร บันได
องค์ที่สาม นามพระเทวเถร ไปรักษาคอกสัตว์ต่าง ๆ (บ้างก็เรียกพระเกเพน หรือเกวเภร)
องค์ที่สี่ นามพระชัยสพ ไปรักษายุ้งฉางข้าว และเสบียงคลังต่าง ๆ (บางฉบับก็เรียกว่าพระชัยโภศพณ์)
องค์ที่ห้า นามพระคนธรรพ์ รักษาโรงพิธีอาวาห์และวิวาห์ เรือนหอบ่าวสาว
องค์ที่หก นามพระธรรมโหรา หรือพระเยาวแผ้วให้ไปรักษาที่นา ทุ่งลาน และป่าเขา (ทางภาคอีสารเรียกว่าผีตาแฮก รักษานา ไร่)
องค์ที่เจ็ด นามพระวัยทัตบ้างก็เรียกว่าพระสุธาจะ หรือพระศรัทธาให้ไปรักษาอารามวิหารและปูชนียวัตถุสถานต่าง ๆ องค์ที่แปด นามพระธรรมิกราช หรือธรรมมิกฤช ไปรักษาอุทยานสวนผลไม้และพืชพันธุ์ต่าง ๆ
องค์ที่เก้า นามพระธาตุธารา ไปรักษาห้วยหนองคลองคู บึงและแม่น้ำต่าง ๆ

จากที่กล่าวมาข้างต้นนี้บางคนถึงกับร้อง "อ๋อ" นึกออกแล้ว ที่เข้ากราบไหว้กันเป็นเพราะอย่างนี้นี่เองอย่างที่เราเคยเห็นมีเรือนหลังเล็ก ๆ ตั้งเอาไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ นั้นก็คงจะเป็นที่อยู่ของโอรสทั้ง 9 องค์ซึ่งรุ่นเก่าต่างก็ทราบกันดี และจะเรียกบ้านที่เห็นนี้เป็นบ้านของผู้ที่ฐานะเป็น "พระภูมิ" หรือ "พระภูมิเจ้าที่"

พระภูมิ
ก็คือ ผู้ที่เป็ฯเจ้าของแผ่นดิน หรือเทวาประจำพื้นที่ อาคารสถานที่แห่งนั้น
พระภูมิเจ้าที่
คือ เทวดาผู้ที่ทำหน้าที่รักษาอาณาเขตที่ดิน ที่เจ้าของที่ดินอัญเชิญสิงสถิตบนศาลที่เตรียมไว้

ชาวบ้านมักจะเรียกกันจนติดปากตามภาษาพื้นบ้านให้เป็ฯที่รู้และเข้าใจกันคือ
พระภูมิเฮือน(เรือน)
พระภูมิประตูและหัวกระได(ทวารบาน หรือ เชียวกาง)
พระภูมิเรือนหอ
พระภูมิวัว-ควาย
พระภูมิยุ้งฉางข้าว
พระภูมินา
พระภูมิสวน
พระภูมิลาน
พระภูมิวัด ฯลฯ

ทั้งหมดที่เรียกมานี้... ที่แท้จริงแล้วหากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือ หมดสูตร (ผู้รู้ ที่อาจจะพราหมณ์ และฆราวาส) ก็จะเรียกกันเอาอย่างง่าย ๆ นี้เพราะแทบจะไม่มีใครรู้จักนามจริงของพระภูมิเท่าใดนัก อาจจะเป็นด้วยเหตุว่าชื่อเรียกยาก และยาวเกินไป จึงหันมาเรียกเอาสถานที่ที่พระภูมิสิงสถิตอยู่เป็นหลักในการจำก็เป็นอันว่ารู้กัน รวมถึงการตระเตรียมเครื่องสังเวย ก็จะแยกออกไปตามแต่ละองค์ ได้อย่างถูกต้อง และง่ายขึ้นด้วย

แล้วคุณผู้อ่านเคยสงสัยบ้างหรือเปล่าว่า ทำไมพระภูมิ ที่บอกว่าเป็นเจ้าของแผ่นดินนั้น จึงต้องระเห็จมาอยู่บนศาล แทนที่จะเป็นบ้าน หรือวัง ที่โอ่อ่าตามฐานะของตน ในมื่อเป็นถึงเจ้ากรุง เจ้าเมือง สงสัยมั้ย ?

ทำไม "พระภูมิ" ต้องอยู่ศาล...ไม่อยู่บ้าน

จากคำถามที่ว่า ทำไม "พระภูมิ" ต้องอยู่ศาล...ไม่อยู่บ้าน แล้วที่เรากราบไหว้นั้น... ทำไมเราไม่เรียกว่า บ้านพระภูมิเจ้าที่แต่กลับเรียกว่าศาล ? คำถามยังมีอีกมากมายที่ผู้เขียนยกมากล่าวในที่นี้ได้ไม่หมด.. และเชื่อว่าคุณผู้อ่านเองก็มีคำถามของตัวเองเอาไว้แล้วแต่ละท่าน ตั้งคำถามและคำบอกเล่าที่เห็นตำนานและคัมภีร์พรหมจุติ ก็ได้กล่าวถึงสาเหตุที่พระภูมิอยู่ศาลเอาไว้ว่า

เมื่อท้าวทศราชแห่งกรุงพาลีได้ส่งโอรสทั้ง 9 องค์ ออกไปปกครองแผ่นดินตามสถานที่ต่าง ๆดังแต่พระองค์ถนัดแล้ว ตัวของท้าวทศราชเจ้ากรุงพาลีเองก็ให้สบายอกสบายใจอิ่มเอมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่ต้องทำอะไรต่อมิอะไรมากมายดังเมื่อก่อนมา ให้รู้สึกเมื่อยอกเมื่อใจอีกแล้ว นอกจากการแสดงออกถึงการมีอำนาจที่มีมากขึ้นกว่าเดิม เพราะได้บารมีของพระโอรสทั้ง 9 องค์ มาช่วยเสริมให้กล้าแกร่ง และแผ่กระจายวงกว้างยิ่งขึ้น

จากนั้น ท้าวทศราชก็เริ่มแสดงถึงอำนาจที่ตนให้รุกคืบออกไปทุกทิศทุกทางตามแต่ตนต้องการโดยบางอย่างก็ต้องอาศัยแรงจากความพระปรีชาสามารถของโอรส อย่างเช่นเมื่อพระองค์ต้องการสิ่งใดในเขตของโอรสองค์ใด ท้าวทศราชก็จะต้องให้โอรสองค์ที่ปกตรองอยู่ที่นั้นเป็นผู้ออกคำสั่งอีกต่อหนุ่งโดยให้ชาวบ้านเมืองในแถบพื้นที่นั้นนำข้าวของและท้าวทศราชการมาถวายกับพระภูมิ (พระโอรส) แล้วพระภูมิเองก็จะนำขึ้นถวายพระบิดาอีกคราหนุ่ง บอกอย่างนี้บางท่านอาจจะนึกภาพไม่ค่อยจะออก ลักษณะที่ท้าวทศราชดึงอำนาจเข้าสู่ตนเองแม้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็คือ...

เมื่อเจ้ากรุงพาลีอยากเสวยปลาก็ต้องออกคำสั่งไปที่ พระธาตุธารา(บางตำราจะเขียนว่า ธาษ) ผู้ปกครองแถบคลอง หนองบึง ให้รับคำสั่งไปสั่งต่ออีกทอดหนึ่งกับประชาชนที่พรธาราปกครองอยู่เพื่อทำตามความต้องการของผู้เป็นบิดา และจะเป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยมา ตลอดทั้งโอรส 9 องค์

แม้ว่าบางครั้งโอรสจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของพระบิดาก็ตามแต่ก็ต้องจำใจทำลงไป ด้วยสายสัมพันธ์ฉันพ่อลูก แม้จะทราบดีว่าบางคราวก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง... ทำให้ผู้คนภายใต้การปกครองของพระองค์ต้องเดือนร้อน เพราะการกระทำกรรมเบียดเบียนริษยาของเจ้ากรุงพาลี

ไม่เพียงแต่แสดงอวดอ้างและวางอำนาจเท่านั้น เจ้ากรุงพาลียัง มุสาวาทแก่นรชนทั้งหลายตลอดมา ไม่มีความแน่นอนใจคำดำรัสและดำริเลยสักครั้ง(แหม...ฟังดูแล้วก็ช่างเหมือนผู้นำยุคเงินบาทลอยตัวเสียจริง ๆ สงสัยใครที่ขึ้นมาเป็ฯผู้นำเขาคงจะสืบทอนกันเน๊าะ คุณผู้อ่าน)

สำหรับท้าวทศราชเจ้ากรุงพาลีแล้ว เล่นหนักกว่าผู้นำบ้านเราเอีก เพราะเล่นกับใครไม่เล่น ดันไปโกหกกับประชาชนทุกสารทิศว่า

พระพุทธเจ้าจะให้พรแก่พระองค์แล้วก็มิได้ให้ดั่งคำที่บอก ซึ่งจากคำพูดเช่นนั้นก็ส่อให้เห็นแล้วว่า นิสัยของเจ้ากรุงพาลีเป็นเช่นไร และความตั้งใจจริงก็คือ ต้องการจะให้ชาวบ้าน-ชาวเมือง ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ ให้เกิดอาการระส่ำระสาย เกิดความไม่เชื่อถือ เพื่อหันกลับมานับถือตนแทนนั่นเอง

การพูดจากของเจ้ากรุงพาลีไม่ใช่บางครั้งบางคราว หรือจบสิ้นลงเท่านี้ เพราะทุกครั้งที่ทำการแผ่อำนาจอันไม่ถูกต้องของตนเองไป ท้าวทศราชจะพูดกล่าวหาว่าร้ายให้กับองค์พระพุทธเจ้าอยู่เนือง ๆ จนแผ่ขยายวงกว้างออกไปอย่างทั่วถึง

เมื่อพระพุทธเจ้าทงราบเรื่องว่า ท้าวทศราชแห่งกรุงพาลี เต็มไปด้วยการเบียดเบียน และมีความอิจฉาริษยาอยู่ในกมลสันดาน พระพุทธองค์จึงได้เสด็จ เยือนกรุงพาลี และทรงเข้าพบท้าวทศราช แล้วพระพุทธองค์ได้ทรงขอพื้นที่ (พื้นดิน) จากท้าวทศราชเพียงสามก้าวของพระองค์เท่านั้นเพื่อเป็นที่พักอาศัย

ส่วนทางด้านท้าวทศราชก็ให้นึกกระหยิ่มในใจ ลิงโลดเป็นล้นพ้นที่คนอย่างตนมีอำนาจมากกว่าพระพุทธเจ้า โดยเข้าใจว่าตนเองนั้นเป็นต่อ ที่พระพุทธเจ้าทรงเกรงกลัวต่ออำนาจ ของตน "กลัว" ถึงขนาดที่ไม่มีที่อยู่อาศัย จนต้องรีบบากหน้ามาขอที่เอาไว้เพื่อเป็นที่อยู่ที่พัก

ดังนั้น ท้าวทศราชแห่งกรุงพาลีจึงพินิจคำขอของพระพุทธองค์ แล้วลงความเห็นว่าเป็นเนื้อที่น้อยนิดแค่เพียงสามก้าวเท่านั้น ไม่ได้มากมายนักและด้วยความที่หลงใหลในอำนาจว่ามีคนมาขอพึ่งบุญ และคิดไปว่าเมื่อให้ที่อยู่พระพุทธองค์แล้ว ชาวประชาและเทพยดาทั้งหลายที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธองค์ จะได้เห็นว่าตนมีซึ่งอำนาจมากกว่าพระพุทธเจ้าถึงขนาดต้องเป็นเจ้าแผ่นดินแก่พระพุทธเจ้าไปด้วย หากว่าตนให้ที่อยู่แก่พระพุทธองค์ตามคำขอ ท้าวกรุงพาลีจึงได้ตอบตกลงยกที่ดินสามก้าวให้ตามที่พระพุทธองค์ทรงขอด้วยยิ้มภาคภูมิใจ

เมื่อพระพุทธองค์ทรงได้รับคำตอบแล้ว พระองค์ก็ทรงประกาศแก่เทพยดาให้เห็นเป็นพยานว่าท้าวทศราชท้าวกรุงพาลีได้ยกเนื้อที่ให้แก่พระองค์แล้ว 3 ก้าว ต่อจากนั้นพระองค์ก้าวเดินไปด้วยพระพุทธาภินิหารของพระองค์ เมื่อทรงย่างเหยีบเพียงแค่ 2 ก้าวก็ถึงซึ่งขอบเขตจักรวาลแล้ว

เมื่อเหตุการณ์แปรเปลี่ยนไปดังนั้น เล่นเอาเจ้ากรุงพาลีและพระภูมิเจ้าที่(โอรส) ถึงกับตกใจสุดขีด ลมแทบจับเลยทีเดียว เพราะหากว่าเป็ฯเช่นนี้พระองค์และพระโอรสทั้ง 9 พระองค์ ก็ต้องกลับเป็นฝ่ายที่ไร้ซึ่งที่จะอยู่ หมดซึ่งอำนาจต่าง ๆ ที่มีมา ประชาชนทั้งหลายก็ต้องตกอยู่ภายใต้การดูแลของพระพุทธเจ้าทันที เมื่อสิ้นสุดการก้าวย่างของพระพุทธองค์

นับแต่บัดนั้น ท้าวทศราชและโอรสทั้ง 9 จึงจำต้องออกไปอยู่นอกเขตจักรวาล ไม่มีตนมาเอาเอกเอาใจอย่างที่เคยเป็นมา จึงเกิดการอดอยากในเครื่องสังเวย ดังนั้นท้าวทศราชจึงได้ใช้ให้โอรสทั้ง 9 องค์ที่เป็นพระภูมิเจ้าที่ให้มากราบทูลพระพุทธเข้า เพื่อทูลขอเครื่องบัตรพลี (เครื่องสังเวย) และขอที่ดินคืน อย่างน้อยก็พอได้เป็นที่อยู่อาศัยบ้าง

ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าทรงรับทราบถึงเรื่องที่พระภูมเจ้าที่ทูล...พระองค์ก็ทรงมีพุทธานุญาต ให้ทราบโดยทั่วกันทั้งประชาชนและเทพยดาทั้งหลายว่า...

ต่อไปนี้ ถ้าใครผู้ใด จะสร้างบ้านเรือนหรือก่อพระเจดีย์ ปลูกพระศรีมหาโพธิ์ ทำพระวิหาร ทำสถานนี้ปลูกศาลา ปั้นพระพุทธรูบวชพระภิกษุ หรือการมงคลใด ๆ ก็ให้จัดตั้งพระภูมิเอาไว้ แล้วบอกกล่าวทุกครั้งไป เพื่อพระภูมิจะได้เป็นผู้มาดูแลเป็นหูเป็นตาแทน

นับแต่นั้นมา ศาล ของพระภูมิ หรือบ้านพระภูมิ เป็นดังที่ปรากฎให้เราได้เห็นกันอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ ศษลพระภูมิคือบ้านที่พระภูมิอยู่นั่นแหล่ะ แต่ที่เราต้องเรียก "ศาล" นั้นก็คงจะมาจากลักษณะที่ตัวบ้านที่เราเห็นกัน รวมถึงขนาดของบ้านซึ่งสมัยก่อนนั้นถ้าเป็นบ้านหรือศษลของเจ้ากรุงพาลีก็๗มีขนาดใหญ่พอสมควรโดยมีขนาดใหญ่กว่าของโอรส มีเสา 4 เสาถ้าเป็นในต่างจังหวัดจะมีประจำหมู่บ้านที่เรียกว่า "ศาลปู่ตา" ภาคอีสานจะกลับคำกันกับ ภาคกลางที่เรียกว่า ศาลตาปู่ ซึ่งตามที่ผู้รู้บอกนั้น ศษลที่มีขนาดใหญ่นี้จะมีศักดิ์เป็นหัวหน้าศษลอื่น ๆ ที่แยกย่อยออกไปทั้งหมด(ศาลย่อยที่ว่านี้ก็คือ ศาลที่พระโอรสทั้ง 9 สิงสถิตอยู่) เพราะศาลขนาดใหญ่จะมีสี่เสาขึ้นไป(ปัจจุบันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และโอ่อ่าขึ้นตามสภาวะ) แต่ศาลขนาดเล็กจะมีเพียงเสาเดียวซึ่งต่างจังหวัดในปัจจุบันนี้ยังคงพอมีหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง โดยเฉพาะทางภาคอีสาน ที่นิยมทำศาลเพียงตา หรือบางทีเรียกว่าศาลชั่วคราว นอกนั้นก็จะเป็นทางภาคเหนื้อ ส่วนศาลที่อยู่ในแถบภาคกลางบอกได้เลยว่าแทบจะไม่มีลักษณะศาลอย่างดั้งเดิมเหลือเอาไว้เลย

ตั้งศาล...
ก็ได้เปลี่ยนไปตามวิวัฒนาการของความเจริญทางด้านเทคโนโลยีไปแล้ว สมัยนี้ศาลพระภูมิจะต้องเป็นปูนถึงจะเหมาะสม ว่ากันอย่างนั้น ขนาดของศาลพระภูมิก็ไม่เป็นเช่นดังเดิมมา จะให้ไปถืออย่างท่านผู้รู้บอกว่าถ้าศาลใหญ่ก็หัวหน้าศาลเล็กก็ลูกนั้นคงจะไม่มีได้เสียแล้วละทีนี้ แต่ผู้เขียนอยากจะจกตัวอย่างของศาลที่มีขนาดใหญ่ ที่ว่าเป็ฯหัวหน้าศาลทั้งหลายมาบอกไว้ตรงนี้นิดหนึ่งว่า ถ้าหากว่าเราไปตามต่างจังหวัดก็คงจะเห็นความเชื่อประเภทนี้เอาไว้อยู่บ้าง ดูได้จากปากทางเข้าบ้าน(หมู่บ้าน) หรือจะเป็นท้ายหมู่บ้าน แต่ส่วนมากแล้วจะนิยมสร้างศษลพระภูมิประจำหมู่บ้านเอาไว้ทางเข้าหมู่บ้านซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกมากกว่า เมื่อดวงตะวันยามเช้าขึ้นเมื่อใด ก็จะสาดส่องถึงศาลพระภูมิได้ จะมีแทบทุกหมู่บ้านและจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย โดยการแสดงออกในลักษณะความเชื่อถือคือ...

ศาลปู่ตา
ก็จะต้องรับรู้เรื่องราวด้วย ลูกหลานจะเดินทางออกนอกหมู่บ้าน ไปไหนมาไหนจะต้องบอกกล่าวให้ท่านรักษา หรือแม้แต่การที่จะมีลูกชายเข้ารับราชการทหาร โดยการจับใบดำใบแดง ผู้เป็นพ่ะแม่กลัวว่าลูกจะติดทหารก็ต้องนำของไปถวาย ขอให้ช่วยลูกชายแคล้วคลาดจากการเป็นทหาร เหล่านี้เป็นต้น